Group Blog
 
All blogs
 

Review : Artistry Youth Xtend Rich Cleansing Foam โฟมล้างหน้าตัวโปรด





สวัสดีค่ะวันนี้จอสจะมาพูดถึงเรื่องของการล้างหน้า
สาวๆหลายคนอาจจะเคยเจอกับปัญหาผิวหน้ามามากมาย
ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ปัญหาสิวอุดตัน ริ้วรอย บลาๆๆๆ
ซึ่งสาวๆรู้กันไหมว่าปัญหาเหล่านี้ จริงๆแล้วมันเกิดจากเรื่องง่ายๆที่เราชอบมองข้ามกัน
นั่นก็คือการล้างหน้าให้สะอาดหมดจด โดยที่ไม่ทิ้งคราบเครื่องสำอาง มลภาวะและสิ่งสกปรก
ที่เราไปเผชิญมาในแต่ละวันนั่นเอง และคำถามก็คือ เราจะเลือกโฟมล้างหน้าดีๆสักตัวได้อย่างไร
วันนี้จอสมีคำตอบค่ะ ไปดูกันเลย


Artistry Youth Xtend Rich Cleansing Foam
โฟมล้างหน้าของ Artistry เป็นอีกหนึ่งโปรดักส์ที่จอสอยากแนะนำสาวๆให้ได้รู้จักกันค่ะ
เพราะโฟมของเค้ามีส่วนผสมที่จะช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆที่ตกค้างบนใบหน้าของเราได้ดีมากๆ
ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำร้ายผิว และไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังล้างหน้าด้วยค่ะ เพราะเค้ามีค่า PH ที่เหมาะสม
นอกจากนี้เค้ายังมีส่วนผสมอย่างไฮโดรไลซ์ด โอ๊ต ที่ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวและป้องกันสิ่งสกปรกสะสม
และยังมีไลโพโซม สิทธิบัตรเฉพาะของ Artistry ที่ช่วยนำพาส่วนผสมเพื่อบำรุงผิวในชั้นเอพิเดอร์มิส
ซึ่งสามารถซึมซาบสู่ชั้นผิว เข้าไปบำรุงผิวได้อย่างตรงจุด เพื่อสภาพผิวที่ดี



เนื้อโฟมของเค้าจะเป็นสีขาวแบบในรูปเลยค่ะ บีบออกมาเพียงนิดเดียวก็ใช้ได้ทั่วหน้าแล้ว
ซึ่งวิธีการล้างหน้าของจอสก็คือ ด้วยความที่เราแต่งหน้าจัดเต็มอยู่แล้ว
ดังนั้นจอสจะทำการลบตาและปากด้วย Eye and Lip Remover ก่อน
จากนั้นก็จะใช้ Cleansing Water หรือ Cleansing Milk เพื่อลบรองพื้นและกันแดดอกไป
แล้วจึงตามด้วยโฟมล้างหน้าของ Artistry เพื่อเป็นการทำความสะอาดสิ่งที่ยังตกค้างอยู่อีกรอบค่ะ



เห็นบีบออกมาเล็กๆแบบนี้แต่ฟองโฟมค่อนค้างเยอะและนุ่มค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ทุกครั้งที่ใช้จอสรู้สึกได้เลยว่าเค้าสามารถทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เหลือได้อย่างหมดจด
และที่สำคัญคือหลังล้างหน้าด้วยตัวนี้แล้วผิวหน้าจะนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง
ซึ่งสิ่งนี้เป็นคุณสมบัติของโฟมล้างหน้าที่ดีค่ะ ตอนนี้โฟมล้างหน้า Artistry
กลายเป็นโฟมลูกรักของจอสไปแล้ว เพราะหลายๆแบรนด์ที่ได้ลองใช้มา
บางแบรนด์ล้างเสร็จแล้วไม่แห้งตึง แต่ตอนล้างจะไม่ค่อยมีฟองทำให้รู้สึกไม่ค่อยสะอาด
หรือบางแบรนด์ที่มีฟองเยอะ หลังล้างจะรู้สึกถึงความแห้งตึง
พูดเลยว่าโฟมล้างหน้าในดวงใจตอนนี้จอสยกให้ Artistry ค่ะ ชอบมากจริงๆ



หลังล้างหน้าจะเห็นได้เลยว่าผิวดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีและไม่แห้งตึงค่ะ






สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจ ก็ลองไปหามาใช้กันดูนะคะ
สามารถหาซื้อได้ที่ศูนย์ Amway ทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ //www.artistry.co.th
ปริมาณ 125 มล. ราคา 1,780 บาท และราคาสมาชิกอยู่ที่ 1,424 บาทค่ะ
ถามว่าราคาแพงมั้ย ถ้าเทียบกับปริมาณและคุณภาพที่ได้แล้ว จอสไม่เสียดายตังค์เลยค่ะ
ถือเป็นของดีที่คุ้มค่าแก่การลงทุนอีก 1 ชิ้นเลย จอสแนะนำอย่างแรง จะบอกว่ามันดีจริงๆ ไม่ได้อวย
และวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน ไว้เจอกันใหม่นะคะ



Instagram - Jossyberryblog




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2559    
Last Update : 18 มิถุนายน 2559 13:36:44 น.
Counter : 10323 Pageviews.  

Review | Little Baby Underarm Cupcake Cream เคล็ดลับรักแร้ขาวเนียนใส






สวัสดีค่ะ สุขภาพใต้วงแขนใครว่าไม่สำคัญ
ยิ่งอากาศร้อนๆแบบบ้านเราแล้ว ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ จริงมั้ยคะ
วันนี้จอสก็มีอีกหนึ่งเคล็ดลับการดูแลรักแร้ให้ขาวเนียนอยู่เสมอมาฝากค่ะ
บอกก่อนเลยว่าไอเท็มนี้จอสเห็นหลายๆคนรีวิวกันไปแล้ว
ส่วนตัวเลยมีความสนใจอยากจะลองกะเค้าดูบ้าง
เอาเป็นว่าลองแล้วเป็นยังไง เวิร์คไม่เวิร์ค มาดูกันค่ะ





สิ่งที่จอสจะมารีวิววันนี้มันคือเจ้าตัวนี้นั่นเองค่ะ
Little Baby Underarm Cupcake Cream
เป็นครีมบำรุงผิวใต้วงแขนที่มีแพกเกจน่ารักมุ้งมิ้งสุดๆเลยค่ะ
ส่วนตัวแล้วชอบตั้งแต่เห็นแพกเกจ เลยเกิดอาการอยากลอง
บวกกับช่วงที่ทางแบรนด์ส่งของมาให้ลองใช้พอดี เลยมีโอกาศหยิบมารีวิวให้เพื่อนๆได้ดูกันค่ะ

 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
Instagram - littlebabycream



สำหรับผลิตภัณฑ์จะมาเป็นเซตคู่นะคะ ปริมาณ 50 ml ราคาคู่ละ 600 บาท
ทีนี้เรามาดูกันทีละตัวก่อนเลยนะคะ
สูตรแรกมีชื่อว่า Underarm Cupcake White Chocolate Flavour
สูตรนี้จะเป็นสูตรสำหรับกลางวันค่ะ มีกลิ่นหอมไวท์ช็อคโกแลตอ่อนๆ
ช่วยดับกลิ่นตัวไปด้วย ใช้แล้วตัวจะหอม และมีสารบำรุงผิวไปด้วยค่ะ

ส่วนประกอบที่สำคัญก็จะมี Nano Vitamin A&C&E, 3M3 Whiteris, Vitamin B3, Mulberry Extract
และ Pearl Extract ช่วยปกป้องความหมองคล้ำและเผยผิวกระจ่างใส
นอกจากนี้ยังมี Triclosan ที่ช่วยลดการเกิดกลิ่น
และสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่าง Milk Extract, Aloe Vera, Chamomile Extract ละ Shea Butter









ในส่วนของเนื้อครีมนั้นค่อนข้างมีความเข้มข้นสูง แต่พอทาลงไปแล้วจะซึมไวและไม่เหนียวเหนอะหนะ
ระหว่างวันก็ไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบติดเสื้อผ้า สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ
จอสชอบตรงที่เค้าใส่กลิ่นหอมของไวท์ช็อคโกแลตเข้ามาด้วย
ทำให้นอกจากจะได้การบำรุงแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ รักแร้ไม่เหม็นระหว่างวันอีกด้วย
ตัวนี้เค้าเคลมไว้ว่านอกจากจะทารักแร้แล้ว ยังสามารถใช้ทาส่วนอื่นๆ
ที่มีกลิ่นอับได้อีกด้วยนะคะ เช่น ซอกคอ หลังใบหู ทำให้ตัวหอมฟุ้งกันไปเลย



ตัวต่อไปนะคะมีชื่อว่า Underarm Cupcake Cream สูตรกลางคืนค่ะ
ส่วนประกอบหลักๆก็จะมี Vitamin B3, Vitamin C และ Mulberry Extract
ที่ช่วยในเรื่องความขาวกระจ่างใส พร้อมกันนี้ก็ยังมี Aloe Vera, Chamomile Extract
และ Rose Flower Oil ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน









ตัวนี้ให้จำไว้ว่ากระปุกจะเป็นสีเงินนะคะ ลักษณะกลิ่นจะเป็นกลิ่นธรรมชาติ
ไม่มีการปรุงแต่งหรือใส่น้ำหอมเข้ามา เพื่อเวลาใช้กลางคืนแล้วจะได้นอนหลับสบาย
เนื้อครีมของตัวนี้จะมีความเหลวกว่าสูตรกลางวันอยู่นิดนึงค่ะ แต่ก็ไม่ต่างกันมาก
ทาแล้วก็แห้งและซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
จอสใช้ทาทุกคืนก่อนนอน ตื่นมาพบว่าผิวใต้วงแขนดูเรียบเนียนขึ้น
เรื่องของความขาวใสคงต้องใช้เวลาอีกสักพัก ไว้ใช้หมดกระปุกเมื่อไหร่จอสจะมาอัพเดทอีกทีนะคะ
โดยรวมแล้วก็ถือว่าชอบระดับนึงเลยค่ะ เพราะผิวใต้วงแขนก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องดูแล
การทาครีมบำรุงเป็นประจำและต่อเนื่องก็จะช่วยให้วงแขนของเราดูดี
เรียบเนียนและเพิ่มความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้าด้วยค่ะ

ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ทาง
Instagram - Jossyberryblog









 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2559    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2559 16:48:37 น.
Counter : 2534 Pageviews.  

Review : Little Baby Creamy Coffee Scrub & Mask


สวัสดีค่ะ หน้าร้อนเข้ามาแล้วหลายคนคงจะประสบปัญหาผิวหน้ากันมากมาย
เนื่องจากอากาศร้อนๆนี่แหละ ที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหน้ามันและเป็นสิวได้ง่าย
บล็อกวันนี้พี่จอยเลยจะมารีวิวไอเท็มตัวช่วยสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ
เป็นยังไงเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลยค่า





สิ่งที่จอสจะมารีวิวในวันนี้นั้นมีชื่อว่า Little Baby Creamy Coffee Scrub & Mask
เป็นผลิตภัณฑ์ขัดและทำความสะอาดผิวหน้าเหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะคนเป็นสิวค่ะ
สรรพคุณ
1. ทำความสะอาดรูขุมขนและลดความมันบนใบหน้า
2. ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส
3. มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปลอดภัยและไม่ระคายเคือง
4. สามารถใช้พอกและขัดหน้าเพื่อลดสิวเสี้ยนและสิวอักเสบแห้งไว 



แพกเกจเป็นอะไรที่น่ารักน่าใช้มากเลยค่ะ
คอนเซปท์เหมือนเป็นกาแฟ มีรูปน้องกระต่าย
หลอดนึงมาในปริมาณ 100 กรัม ราคา 450 บาทค่ะ












ส่วนผสมที่สำคัญของ scrub & mask ตัวนี้ได้แก่
Vitamin B5 ให้ความชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิว
Honey Extract  ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน
Coffee Arabica Seed Extract มีคุณสมบัติในการ firming ให้ผิวยืดหยุ่นกระชับเรียบเนียน

สำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ก้จะเป็นสีน้ำตาลอมเทาแบบนี้เลยค่ะ มีเม็ดสครับสีน้ำตาลคล้ายกากกาแฟ
และก็มีกลิ่นหอมหวานเหมือนขนมรสกาแฟ ใช้แล้วก็แอบหิว ฮ่าๆ



วิธีใช้สามารถใช้ได้ 3 วิธีด้วยกันนะคะ ได้แก่ ล้าง, พอก, ขัด
1. ใช้ล้างหน้าตามปกติหรือจะผสมโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่เป็นประจำก็ได้ค่ะ อัตรา 1 ต่อ 1
2. ใช้พอกหน้าโดยการทาทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
3. ใช้ขัดหน้าเพื่อกำจัดสิวเสี้ยน โดยการทาให้ทั่วหน้าแล้วขัดวนเบาๆ 3-5 นาที เน้นบริเวณที่เป็นสิวเสี้ยน

สำหรับครั้งนี้จอสจะพอกทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
จากรูปก็จะเห็นได้เลยว่าผิวดูขาวกระจ่างใสและเนียนขึ้นเลย
นั่นเป็นเพราะเซลล์ผิวเก่าถูกกำจัดออกไปค่ะ
หลังพอกไม่ได้รู้สึกว่าผิวแห้งตึงมากจนเกินไป แต่ช่วยลดความมันบนใบหน้าลง
เนื่องจากว่าจอสเป็นคนผิวผสม การพอก 15 นาทีจึงกำลังดีค่ะ
ส่วนใตรที่ผิวแห้งแนะนำให้ทิ้งไว้แค่ 10 นาทีก้พอนะคะไม่งั้นหน้าจะแห้งเกินไป
หลังจากนั้นก็อย่าลืมทาครีมบำรุงผิวตามปกติด้วยนะคะ



นี่ซูมให้ดูผิวใกล้ๆค่ะ หลังจากพอกหน้าด้วย Creamy Coffee 15 นาทีเสร็จแล้ว
ความรู้สึกคือช่วยลดความมัน เนื่องจากช่วงนี้อากาศร้อนขึ้นผิวจอสก็มันขึ้น
ใช้ตัวนี้แล้วช่วยได้เยอะเลยค่ะ แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงนะเพราะเค้ามีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
และก็จะมีสิวเล็กๆบริเวณปีกจมูก มุมปาก และคาง หลังพอกหน้าแล้วรู้สึกสิวแห้งลง
เหมือนจะช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นด้วยค่ะ โดยรวมแล้วโอเคเลย ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย
ส่วนตัวใช้แล้วไม่มีอาการแพ้ใดๆ คนผิวแพ้ง่ายควรทดสอบอาการแพ้ดูก่อนก้ดีนะคะ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจสามารถหาซื้อ Little Baby Creamy Coffee ได้ทาง
หรือ Instagram : Littlebabycream



ติดตามจอสได้ทาง
Instagram : Jossyberryblog
Youtube : Jossy Berry




 

Create Date : 19 มีนาคม 2559    
Last Update : 22 มีนาคม 2559 11:36:59 น.
Counter : 2166 Pageviews.  

Review : Nu Formula Mineral Cleansing Water

สวัสดีค่ะบล็อกวันนี้ว่าด้วยเรื่องของการล้างหน้า
แน่นอนว่าจอสเป็นคนที่แต่งหน้าจัดเต็มมาก ดังนั้นขั้นตอนการทำความสะอาดจึงสำคัญมาก
เพราะถ้าล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดแล้วล่ะก็จะโอกาสเกิดสิวได้ง่ายๆเลยค่ะ
การเลือกคลีนซิ่งที่ดีต่อผิวก็สำคัญเหมือนกัน วันนี้จอสเลยมีคลีนซิ่งแบรนด์นึง
ที่ใช้แล้วชอบมากๆ เรียกได้ว่าเป็นลูกรักเลยก็ว่าได้ จะมารีวิวให้ดูกันค่ะ


Nu Formula Mineral Cleansing Water Extra Fresh and Clean
คลีนซิ่งวอเตอร์นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เป็นสูตรน้ำแร่ผสมสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากส่วนผสมที่อ่อนโยนแถมยังมีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวอีกด้วย

ทีนี้เรามาดูส่วนผสมหลักทั้ง 7 ตัวกันบ้างดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
Mineral Micellar Plus ทำความสะอาดหมดจดและไม่ทิ้งความเหนอะหนะ
Cress extract ปกป้องผิวจากมลภาวะและกำจัดสิ่งสกปรกอย่างลำ้ลึก
Chamomile มอบความสดชื่นและลดการระคายเคือง
Rose water ลดการระคายเคืองและป้องกันการเกิดริ้วรอย
Panthenol ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
Bilberry ต่อต้านอนุมูลอิสระและฟื้นฟูสภาพผิว
Maple บำรุงผิวล้ำลึกเพื่อผิวกระจ่างใส



สำหรับแพกเกจของเค้าก็จะทำออกมาสองขนาดด้วยกันนะคะ
ไซส์ใหญ่เอาไว้ใช้ที่บ้าน ส่วนไซส์เล็กเอาไว้พกพาเวลาเดินทาง
จะบอกว่าแพกเกจออกแบบมาสวยงามมากเลยค่ะ เห็นแล้วอยากหยิบใช้ทุกทีเลย
ถ้าสังเกตุขวดเล็กจะเห็นว่าจอสใช้ไปเยอะแล้วเหมือนกัน
เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ไปเที่ยวญี่ปุ่นมา จอสเลยพกไปใช้ด้วยค่ะ
ปลื้มมากๆ เดี๋ยวจะบอกว่ามันดียังไงนะ อิอิ






มาดูวิธีใช้กันนะคะ ง่ายๆเลยคลีนซิ่งวอเตอร์ก็ต้องใช้คู่กับสำลีอยู่แล้วเนอะ
ก็หยดลงบนสำลีให้พอชุ่ม จากนั้นก็แปะลงบนผิวหน้าได้เลย
เนื้อคลีนซิ่งจะเป็นน้ำเหลวๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
คือมันหอมแบบน่าใช้มากๆเลย ไม่ฉุน และรู้สึกได้เลยว่าอ่อนโยนต่อผิว
ความรู้สึกเหมือนเป็นน้ำแร่ธรรมดาๆแต่ประสิทธิภาพการล้างเครื่องสำอางดีมากเลยทีเดียว



ในรีวิวนี้จอสจะล้างให้ดูทั้งใบหน้าเลยนะคะ รวมทั้งรอบดวงตาด้วย
เนื่องจากทางแบรนด์ได้เคลมว่าสามารถล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาได้
ซึ่งมันก็สามารถล้างออกได้จริงๆแหละ แต่โดยส่วนตัวแล้วจอสแนะนำให้ใช้
eye remover จะเป็นอะไรที่ตรงจุดและล้างออกง่ายกว่าค่ะ
เพราะดวงตาจอสปกติก็จะแต่งแน่นจริงๆ พอใช้ตัวนี้ล้างแล้วจึงจะใช้เวลานานหน่อย
เลยทำให้รู้สึกเคืองดวงตาได้บางครั้ง
ส่วนบริเวรริมฝีปากสามารถล้างลิปแมทชนิดติดทนออกได้อย่างง่ายดายเลยค่ะ
สามารถใช้ตัวนี้ได้เลยเพราะล้างง่าย และไม่ทำให้ระคายเคือง



สำหรับผิวหน้าจอสก็จะมีลงพวกกันแดด รองพื้น แป้งและอีกมากมาย
ตัวนี้ก็สามารถทำหน้าที่ได้ดีค่ะ จอสใช้สำลีเช็ดใบหน้าประมาณ 3-4 แผ่น
ก็สามารถล้างได้หมดจดทั้งหน้าแล้วค่ะ (ไม่รวมดวงตานะ)
และที่จอสชอบเป็นพิเศษเลยก็คือว่าตอนเช็ดจะไม่มีอาการเคืองหรือแสบผิว
และพอเช็ดออกหมดแล้วก็จะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งตึงด้วย
ถ้าเทียบกับบางยี่ห้อจอสใช้แล้วรู้สึกแสบผิวและหน้าแห้งค่ะ
ใช้ตัวนี้แล้วโอเคมากๆ รู้สึกว่าช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อยด้วย
เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้จอสไปเที่ยวทะเลแล้วผิวคล้ำขึ้น
แต่พอไปเที่ยวญี่ปุ่นก็พกตัวนี้ไปใช้ด้วยทั้งหมด 9 วัน
ปรากฎว่ากลับจากญี่ปุ่นแล้วตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้น
ที่สำคัญคือญี่ปุ่นอากาศหนาวมาก แต่ผิวจอสไม่แห้งเลย
รู้สึกได้ตอนที่ล้างหน้าเสร็จแล้วผิวจะนุ่มและมีความชุ่มชื้น โดยรวมแล้วถือว่าดีมากค่ะ






ตอนนี้คลีนซิ่งของ Nu Formula เลยกลายเป็นลูกรักของจอสตัวนึงไปเลย
เป็นคลีนซิ่งลำดับต้นๆที่ชอบมากรองจาก Bioderma เลยค่ะ
ซึ่งถ้าเทียบในเรื่องของปริมาณและราคาแล้วตัวนี้ถือว่าดีและคุ้มมาก
อยากให้เพื่อนๆได้ลองใช้กันดู คนผิวบอบบางแพ้ง่ายก็ใช้ได้ค่ะ
ขอคอนเฟิร์มอีก 1 เสียง

สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่
Facebook : Nuformulathailand
นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อออนไลน์ได้ที่ www.konvy.com
หรือร้าน EVEANDBOY, BENETY, LASHES, BEAUTRIUM
และร้านขายเครื่องสำอางชั้นนำค่ะ



ติดตามและพูดคุยกับจอสได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 15 มีนาคม 2559    
Last Update : 19 มีนาคม 2559 14:47:55 น.
Counter : 1980 Pageviews.  

Review : Vichy Nomaderm Beautifying Anti-Blemish Care ครีมบำรุงผิวสำหรับสาวเป็นสิววัยทำงาน

สวัสดีค่ะวันนี้จะชวนเพื่อนๆมาดูรีวิวผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวใหม่ล่าสุดจาก Vichy Nomaderm
อันที่จริงต้องบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดิมแต่เปลี่ยนโฉมใหม่ค่ะ
สาวๆวัยทำงานคนไหนที่ยังต้องเจอกับปัญหาสิวอยู่ล่ะก็ อยากให้ติดตามกระทู้นี้ให้ดี
เพราะหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า แม้เราจะอายุมากขึ้นทุกวันๆ แต่ก็ยังมีโอกาสเป็นสิวได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะสิวที่เกิดกับสาววัยทำงานต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่หายช้ากว่าสมัยตอนเป็นสาวๆนะคะ
เพราะฉะนั้นวันนี้จอสจะมาบอกเล่าประสบการณ์พร้อมทั้งเผยเคล็ดลับการดูแลผิวกันค่ะ


Vichy Nomaderm Beautifying Anti-Blemish Care
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์สำหรับสาวที่มีปัญหาสิวและผิวแพ้ง่าย เหมาะกับสาววัยทำงาน
ซึ่งตัวนี้หลายคงอาจจะรู้สึกไม่คุ้นสักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าเค้าเปลี่ยนแพกเกจใหม่
และปรับสูตรใหม่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม จากผลิตภัณฑ์เดิมที่มีชื่อว่า Tri - Activ ค่ะ

ตัวนี้ทางแบรนด์ได้ส่งมาให้จอสลองใช้ 1-2 สัปดาห์แล้วค่ะ
เลยตัดสินใจหยิบมารีวิว เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆที่กำลังมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆสักตัว



แพกเกจตัวนี้จะเป็นสีเขียวอ่อน สวยงาม ลักษณะเป็นหัวปั้มใช้งานง่าย
ที่สำคัญคือน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เวลาจอสไปเที่ยวก็จะพกนางไปด้วยค่ะ
ปริมาณ 50 ml ราคาอยู่ที่ 950 บาทนะคะ

สิ่งที่ทางแบรนด์เคลมไว้เกี่ยวกับตัวนี้ก็คือ เนื้อเจลบางเบา กลิ่นหอม ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ปัญหาสิวลดลง 75% รอยสิวดูลดเลือนลง 90% รูขุมขนดูเล็กลง 96% สีผิวดูสม่ำเสมอหลังใช้ 10 นาที
และผิวชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง เหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายค่ะ









เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นสีขาว เนื้อเข้มข้น และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ น่าใช้มากค่ะ
เวลาเกลี่ยไปกับผิวแล้วมันก็จะซึมหายไปทันทีเลย ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้
ไม่รู้สึกรำคาญผิว ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับอากาศร้อนค่ะ
ซึ่งถ้าเราไปอยู่ในที่หนาวเย็นแล้วทาตัวนี้เดี่ยวๆอาจจะเอาไม่อยู่ คงต้องพึ่งครีมบำรุงตัวอื่นด้วย
แต่ถ้าในประเทศไทยแล้วบอกเลยว่าเหมาะมาก เพราะเค้าให้ความชุ่มชื้นกำลังดี ใช้แล้วสบายผิว



สำหรับวิธีใช้ตัวนี้จะเอาไว้ใช้ในตอนกลางวันค่ะ หลังล้างหน้าให้สะอาด
ส่วนตัวจอสจะใช้ในปริมาณที่น้อยนิดก็เอาอยู่แล้วค่ะ
แต่จากภาพจะเห็นว่าจะบีบออกมาเยอะหน่อย เนื่องจากว่าอยากให้เห็นกันชัดๆว่า
หลังทาลงบนใบหน้าแล้ว เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะซึมเข้าผิวไปหมดเลย โดยไม่ทิ้งความมันไว้
สาวๆที่มีผิวมันจึงไม่ต้องกลัวว่าใช้แล้วจะเยิ้มระหว่างวันเลยนะคะ
ถ้าเทียบระหว่าหมายเลข 1 (ก่อนลงครีม) และหมายเลข 4 (หลังลงครีม)
ก็จะเห็นได้เลยว่ามันช่วยให้ผิวดูแมทขึ้นด้วยซ้ำ และยังช่วยเบลอรูขุมขน
ทำให้ผิวหน้าดูเนียนขึ้นนิดนึงด้วยนะคะ



สำหรับผลลัพธ์ที่จอสได้ลองใช้มา 1-2 สัปดาห์แล้วรู้สึกค่อนข้างพอใจเลยทีเดียวค่ะ
เพราะก่อนหน้านี้จอสไปเที่ยวทะเลมาแล้วก็ได้พกตัวนี้ไปด้วย
ปรากฎว่าระหว่างทริปมีสิวขึ้นมาค่ะ พอใช้ตัวนี้แล้วรู้สึกว่าสิวหายเร็วขึ้น
ซึ่งปกติถ้าจอสเป็นสิวแล้วก็จะเป็นนานหน่อย แต่ตัวนี้มันเหมือนช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และลดสิว
รอยสิวที่เกิดจากสิวใหม่ก็ไม่ค่อยเข้มด้วยค่ะ รู้สึกว่าจางลงไวกว่าปกติมาก
ตั้งแต่เริ่มใช้มารู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น เวลาออกแดดแล้วไม่ค่อยแสบผิวเหมือนเมื่อก่อนค่ะ
ส่วนเรื่องของรูขุมขนจอสคิดว่ามันช่วยอำพรางแค่ตอนที่ใช้ค่ะ ลักษณะคล้ายๆเป็นไพร์เมอร์ไปในตัว

ข้อเสียตัวนี้ก็จะมีแค่ตอนแรกๆที่เริ่มใช้ค่ะ คือจอสรู้สึกแสบผิวนิดๆ 
แต่พอใช้ต่อเนื่องมาก็ไม่มีอาการแสบอีกเลย
อีกเรื่องคือเวลาที่บีบเนื้อครีมออกมาใช้ หากบีบเยอะเกินอาจทำให้เป็นคราบได้
เพราะฉะนั้นใช้แต่น้อย ให้พอดีกับใบหน้าของเราก็พอนะคะ

โดยรวมแล้วถูกใจค่ะ สาวๆที่กำลังมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ดีๆสักตัวที่ไม่ทำร้ายผิว
โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย อยากให้ลองตัวนี้ดูค่ะ
สามารถหาซื้อได้ตามดรักสโตร์และห้างสรรพสินค้าทั่วไป



ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
Instagram : Jossyberryblog




 

Create Date : 02 มีนาคม 2559    
Last Update : 3 มีนาคม 2559 18:04:47 น.
Counter : 1109 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Jossy Berry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jossy Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.