Group Blog
 
All blogs
 

Preview : Peryosei Horse Placenta Cream อวดของใหม่ ครีมรกม้าคุณภาพดีจากเกาหลี

สวัสดีค่ะวันนี้จอสมีครีมบำรุงผิวตัวใหม่มาแนะนำ
ช่วงนี้สารสกัดจากสเตมเซลล์กำลังมาแรงเลยนะคะ จอสก็ได้มีโอกาสได้ลองหลายอย่าง
และนี่ก็เป็นอีกแบรนด์นึงจากเกาหลีค่ะ ที่เพิ่งได้มาลองสดๆร้อนๆเลย 
วันนี้จอสเลยจะมาพรีวิว หรือเรียกง่ายๆว่าเห่อแกะกล่องให้ดูนะคะ ว่ามันเป็นยังไง


Peryosei Horse Placenta Cream
เป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าจากเกาหลี ที่ผลิตจากโรงงานอันดับ 1 ของประเทศเกาหลี
และมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Horse Placenta โดยเฉพาะ
และได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นโรงงานเดียวเท่านั้นที่สามารถผลิต Horse Placenta บริสุทธิ์
จึงสามารถมั่นใจได้ว่าปลอดภัย และมีคุณภาพสูงค่ะ



อวดแพ็คเกจ สวยงามหรูหรามากค่ะ เห็นแล้วต้องยอม



สำหรับส่วนผสมหลักของครีมตัวนี้คือ Horse Placenta 98% ค่ะ
ถือว่าใส่มาในปริมาณที่เยอะและเข้มข้นมากๆ ซึ่งทางแบรนด์เค้าได้เคลมไว้ด้วยว่า
การทา Peryosei 1 ครั้ง เทียบเท่ากับการทาครีมบำรุงทั่วไปถึง 7 วันเชียวนะ
ซึ่งครีมบำรุงขวดนี้ มีคุณสมบัติในการช่วยให้ผิวกลับมาดูเด็กลง ขาวใส นุ่ม ชุ่มชื้น
และที่สำคัญคือช่วยให้ผิวของเราแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะใครที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย
หรือแม้กระทั่งผิวที่ติดสเตียรอยด์ก็สามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ค่ะ



สิ่งที่จอสชอบอีกอย่างนึงก็คือ เค้ามาในรูปแบบฝาปั้มค่ะ
ทำให้เนื้อครีมที่เราปั้มออกมาใช้ทุกครั้งจะสดใหม่เสมอ และคงประสิทธิภาพของเนื้อครีมที่เหลือด้วย
ขวดนี้มาในปริมาณ 30 มล. ราคาเปิดตัวพิเศษเพียง 1,790 บาทเท่านั้น จากปกติ 2,490 บาท
หลังจากเปิดใช้แล้ว สามารถเก็บไว้ได้ 1 ปีค่ะ

เพื่อนๆที่สนใจสามารถสั่งซื้อกับตัวแทนจำหน่ายได้ที่
Instagram : peryosei_official และ Facebook : Peryosei Official



ทดลองเนื้อครีมให้ดูกันหน่อย เป็นเนื้อสีขาวเข้มข้น
มีกลิ่นหอมอ่อนๆแนวสมุนไพร ทำให้คิดถึงแบรนด์ Luxury ของเกาหลีเลยค่ะ
พอเกลี่ยไปแล้วจะรู้สึกชุ่มชื้นผิวมากๆ แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าเนื้อของเค้าเข้มข้นจริงๆ
ดังนั้นจะเหมาะกับวันที่อากาศเย็นๆหรือนอนในห้องแอร์มากกว่า
เหมาะกับคนผิวแห้งถึงผิวผสม แต่ถ้าเป็นคนผิวมันอาจจะใช้ในปริมาณที่เล็กน้อยก็พอค่ะ



เอาเป็นว่าวันนี้เรามาพรีวิวให้ดูกันพอกรุปกริปก่อนนะคะ
ไว้ถ้าจอสได้ทดลองใช้ดูแล้ว ได้ผลดียังไงจะมาอัพเดทกันให้ดูอีกทีค่ะ



เพื่อนๆสามารถติดตามและพูดคุยกับจอสได้ทาง
Instagram : JOSSYBERRYBLOG




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2558    
Last Update : 29 สิงหาคม 2558 22:42:20 น.
Counter : 2475 Pageviews.  

Jossy Berry : My Skincare Routine บำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและสุขภาพดี

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีหลายคนที่สนใจเรื่องการบำรุงผิวของจอส
และก็มีรีเควสกันเข้ามาทางแฟนเพจ วันนี้จอสก็เลยจะมารีวิวสกินแคร์ต่างๆที่ใช้อยู่
ซึ่งจริงๆแล้วจอสได้ลองใช้มาหลายตัวมาก แต่จะหยิบมารีวิวเฉพาะตัวที่ชอบ
ใช้แล้วดี และใช้เป็นประจำเท่านั้นนะคะ
โดยปกติแล้วจอสเป็นคนผิวผสม มันช่วงทีโซน ผิวค่อนข้างขาวและมีกระนิดหน่อย
มีสิวบ้างบางครั้งนานๆมาที 1-2 เม็ด เอาเป็นว่าโดยรวมคือผิวกลางๆไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ


สกินแคร์ที่จอสเลือกใช้ จะเน้นไปที่การบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื้น
เพราะจอสเชื่อว่าพื้นฐานผิวที่ดีคือผิวที่ชุ่มชื้นและแข็งแรง ไม่ใช่ผิวขาว
เมื่อใดก็ตามที่ผิวของเราได้รับการบำรุงที่ถูกต้องและตรงตามความต้องการของผิว
ผิวเราก็จะเผยความสดใส เปล่งปลั่ง และดูสุขภาพดีออกมาจากภายในค่ะ

สำหรับสกินแคร์ที่จอสหยิบมารีวิวในวันนี้ก็จะมีอยู่ทั้งหมด 4 ตัว
เป็นสกินแคร์พื้นฐานที่จอสใช้เป็นประจำทุกวันในช่วงนี้ค่ะ



ทีนี้เรามาเริ่มกันทีละตัวกันเลยค่ะ
ตัวแรกจอสภูมิใจนำเสนอมาก เพราะตัวนี้เป็นสกินแคร์ตัวใหม่จากเกาหลี
จอสได้มาลองใช้ประมาณสองอาทิตย์แล้ว ตอนนี้ติดใจมาก ใช้ทุกวันเลย
Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate 150 มล.
เป็นเซรั่มเนื้อน้ำที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งส่วนผสมสำคัญของเค้าก็คือ Marine Plankton Stemcell Complex
หรือที่เรียกว่าสารสกัดจากแพลงก์ตอนทะเล 8% เป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากทะเล
ที่มาจากทั้งแพลงก์ตอนพืชอย่างสาหร่ายทะเลสีแดงและสีน้ำตาล และสารสกัดจากแพลงก์ตอนสัตว์
หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆใต้ท้องทะเลลึก เช่น Jelly fish, Crustacean, Arrow Warms
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของน้ำแร่บริสุทธ์บนเกาะเชจูและสมุนไพรเกาหลีอีกกว่า 20 ชนิด

โดยผลของการใช้ Water Serum ตัวนี้ก็จะช่วยเพิ่มพลังงานให้เซลล์ผิว
กระตุ้นการสร้างผิวใหม่ และทำให้ผิวของเราแข็งแรงขึ้น
และด้วยส่วนผสมของ Marine Plankton Stemcell Complex
จะทำหน้าที่ในการขุดอุโมงค์หลายชั้นในเซลล์ผิว ทำให้ดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและสร้างสมดุลผิว
จึงเห็นผลในเรื่องของความกระจ่างใส ชุ่มชื้น และยืดหยุ่นยกกระชับค่ะ
และตัวนี้เป็นขั้นตอนแรกของการเตรียมผิวก่อนที่จะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ
จึงช่วยให้เซรั่มและครีมซึมซาบเข้าผิวของเราได้อย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้นด้วย

ผลิตภัณฑ์ Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate วิจัยและผลิตที่ประเทศเกาหลี
จะเริ่มวางขายในเดือนกันยายนนี้ ขอบอกว่าเตรียมตัวกันให้พร้อมเลยเพราะมันเด็ดมาก
สามารถดูข้อมูลผลิตภัณ์เพิ่มเติมได้ที่ www.senaofficialth.com



เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำเหลวมีลักษณะใสๆค่ะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ
วิธีใช้สามารถหยด 3-5 หยดลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้ทั่วใบหน้าได้เลย
หรือจะใช้กับสำลีก็ได้เช่นกัน ใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุง
ตัวนี้เนื้อจะบางเบาและซึมเร็วมากๆ พอทาลงไปแล้วจะซึมเข้าผิวของเราไปหมดเลย
โดยที่ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว ทำให้สบายผิว เหมาะกับอากาศบ้านเรา
ซึ่งบางครั้งที่อากาศร้อนมากๆจอสจะใช้เดี่ยวๆได้เลย โดยที่ไม่รู้สึกว่าผิวแห้งค่ะ

หลังจากที่ใช้มาสองสัปดาห์ได้แล้ว สิ่งที่เห็นชัดสุดคือผิวดูแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น
เวลาลูบไปบนผิวแล้วจะรู้สึกได้เลยว่าผิวเรียบเนียนมากขึ้น ที่สำคัญคือใช้แล้วไม่แพ้ค่ะ
และด้วยความที่เนื้อเซรั่มซึมได้ดี ทำให้การลงสกินแคร์ในขั้นต่อไปง่ายขึ้น
เพราะมันทำให้เซรั่มและครีมซึมเข้าผิวได้ดีไปด้วยค่ะ ชอบมาก



ตัวต่อไปเป็นเซรั่มของเกาหลีเช่นเดียวกันค่ะ ช่วงนี้สกินแคร์เกาหลีมาแรง
Skindom Luxury Cell Collagen Peptide Ampoule 30 มล.
ตัวนี้เป็นแบรนด์สกินแคร์ที่คลินิคผิวหนังในเกาหลีนิยมใช้กัน
มาในรูปแบบ Ampoule (แอมเพิล) หรือ superserum ที่มีเนื้อบางเบา
แต่มีส่วนผสมที่สำคัญและเข้มข้นมากๆ สามารถซึมเข้าผิวของเราได้ดีค่ะ
ตัวเซรั่มมีส่วนผสมของ Collagen Peptide ที่เข้มข้น และสารสกัดจากพืชค่ะ

ทางแบรนด์เค้าเคลมไว้ว่า เซรั่มขวดนี้สามารถให้ผลลัพธ์ถึง 7 ประการ
ได้แก่ ลดเลือนริ้วรอย, เพิ่มความยืดหยุ่น, ผิวเงาเป็นประกาย, กระชับรูขุมขน,
ผิวดูอ่อนกว่าวัย, ควบคุมความมัน, และเติมความชุ่มชื้นค่ะ

ผลิตภัณฑ์ของ Skindom มีวางจำหน่ายที่ร้าน Watson และ Eve and Boy
เพื่อนๆที่สนใจสามารถลองไปหามาใช้ดูได้ เห็นว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นอยู่ด้วยนะคะ



เนื้อเซรั่มจะเป็นสีใสๆ แต่จะเข้มข้นและยืดหยุ่นกว่าตัวแรก กลิ่นหอมอ่อนๆ
จอสใช้เป็นขั้นตอนที่สองของการบำรุงผิวค่ะ
ถ้าเป็นช่วงกลางวันจะใช้แค่สองตัวนี้ จากนั้นก็ลงกันแดดและแต่งหน้าได้เลย
ใช้ประมาณ 2-3 หยด ลงบนฝ่ามือแล้วลูบไล้ทั่วใบหน้าได้เลย
จากนั้นก็นวดๆให้เซรั่มซึมเข้าผิว พอทาตัวนี้แล้วจะรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้นมากขึ้น
เนื้อเซรั่มจะซึมเข้าผิวไปเลย แต่จะดูฉ่ำๆวาวๆโดยที่ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว

ขวดนี้จอสใช้มาจนเกือบจะหมดแล้วค่ะ คิดว่าต้องหามาใช้ต่อแน่นอน
ที่ชอบเพราะว่าหลังทาไปแล้วผิวมันดูดีมากๆ คือมันดูฉ่ำๆเหมือนผิวสาวเกาหลี
ระหว่างวันจะไม่ทำให้ผิวมัน แต่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก
ส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิว ใช้แล้วไม่มีอาการแพ้ใดๆ
เป็นเซรั่มที่ใช้แล้วถูกกับผิวจอสมาก คิดว่าขวดนี้ควรมีติดบ้านไว้ค่ะ



ตัวต่อไปเป็นครีมบำรุงผิวจากฝั่งอเมริกากันบ้าง
Origins Make A Difference Night Overnight Hydrating Repair Cream 50 มล.
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าจอสได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ Origins มาหลายตัวแล้วเหมือนกัน
แต่ตัวนี้เป็นกระปุกที่ใช้แล้วชอบที่สุดตั้งแต่เคยใช้ของแบรนด์นี้มา
ส่วนประกอบหลักของตัวนี้ก็คือ Rose of Jericho หรือที่เรียกว่ากุหลาบทะเลทราย
ซึ่งกุหลาบทะเลทรายนี้มีความสามารถพิเศษคืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้อย่างยาวนาน
และสามารถกลับมาฟื้นฟูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง เพียงได้รับน้ำแค่เล็กน้อย
จึงเป็นส่วนผสมหลักที่ช่วยให้ผิวขาดน้ำกลับมาชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของลิ้นจี่และแตงโม ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นไปอีกขั้น

ซึ่งผลิตภัณฑ์ Make A Difference ของ Origins ตัวนี้
สามารถเข้าฟื้นบำรุงถึงต้นเหตุของผิวที่ขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว
และช่วยเสริมระดับน้ำในผิวและความชุ่มชื้นได้เพียงข้ามคืน
ตัวนี้จอสจะใช้ในตอนกลางคืนเท่านั้นค่ะ

เพื่อนๆสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ของ Origins ได้ตามเค้าเตอร์ในห้างสรรพสินค้าค่ะ



เนื้อครีมจะเป็นสีขาวเข้มข้น แต่มีความยืดหยุ่นและทาง่ายค่ะ
กลิ่นของเค้าจะหอมแบบ Essential Oil กลิ่นแรงระดับกลางค่ะ
คือผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ๋ของ Origins เค้าจะผสม Essential Oil แทนน้ำหอม
เพื่อลดโอกาสของการแพ้หรือระคายเคือง ซึ่งตัวนี้จอสว่ากลิ่นหอมที่สุด
ใช้แล้วไม่แพ้ไม่มีสิวอุดตันด้วยค่ะ เพราะปกติผิวของจอสจะไม่ค่อยเหมาะกับน้ำมัน
ซึ่งผลิตภัณฑ์บางตัวของเค้าที่จอสเคยใช้มาก็มีแพ้น้ำมันจาก Essential Oil เหมือนกันค่ะ
คือจะมีสิวอุดตันขึ้นมาบางจุด แต่ตัวนี้ผ่านฉลุยค่ะ ใช้มาครึ่งกระปุกแล้ว ไม่มีอาการแพ้ใดๆ

ผลหลังการใช้คือมันเป็นครีมบำรุงที่เข้มข้นก็จริง แต่มันซึมเข้าผิวได้ค่อนข้างดี
ที่จอสรู้สึกได้คือ สารบำรุงในเนื้อครีมได้ซึมเข้าไปบำรุงในชั้นผิวของเราได้อย่างล้ำลึก
ซึ่งเทียบกับสองตัวข้างบนแล้วตัวนี้จะทิ้งความมันวาวไว้เยอะกว่า เพราะเป็นเนื้อครีม
แต่ถ้าเทียบกับครีมบำรุงผิวตัวอื่นๆที่มีลักษณะเข้มข้นแบบนี้แล้ว ตัวนี้ถือว่าซึมได้ดีที่สุด
และที่สำคัญคือเนื้อครีมเกลี่ยง่าย ลื่นไปกับผิวและไม่รู้สึกว่าหนืดด้วยค่ะ



ตัวสุดท้ายเป็นเจลแต้มสิวค่ะ
อย่างที่บอกว่าปกติจอสไม่ค่อยมีปัญหาสิวสักเท่าไหร่
แต่ก็จะมีบ้างบางครั้ง ซึ่งถ้าอยากให้เชื้อสิวหายก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิว
หรือถ้ามีเวลาเข้าคลีนิคความงามก็อาจจะไปให้คุณหมอฉีดให้ค่ะ
ตัวเจลแต้มสิวที่จอสใช้อยู่ตอนนี้เป็นของ COS Coseutics Anti-Acne Gel ขนาด 5 มล.

COS เป็นสกินแคร์เวชสำอาง โดยผลิตภัณฑ์ของเค้าก็จะผ่านการทดสอบการแพ้
จากแพทย์ผู้เชียวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าจะระคายเคือง
ลักษณะจะเป็นหลอดเล็กๆนะคะ ซึ่งเจลแต้มสิวตัวนี้จะช่วยลดการเกิดสิวในทุกขั้นตอน
ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือแม้แต่รอยด่างดำจากสิวก็ใช้ได้เช่นกัน

สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยค่ะ



เนื้อของผลิตภัณจะเป็นสีใสๆ เหลวๆแต่จะหยุ่นๆนิดนึง และไม่มีกลิ่นค่ะ
เวลาใช้ก็สามารถแต้มลงไปบริเวรที่เป็นสิวได้เลย สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น
แต่อย่างที่รู้กันค่ะว่าเจลแต้มสิวส่วนใหญ่จะทำให้ผิวแห้ง
หลังใช้ส่วนใหญ่ผิวจอสจะเป็นขุยๆ เวลาตื่นเช้ามาจะเห็นได้เลย
แต่ด้วยความที่ปกติเป็นคนบำรุงผิวดีอยู่แล้ว พอล้างหน้าทาครีมมันก็จะหายไปเองค่ะ
แต่สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ผิวแห้งอยู่แล้ว จอสแนะนำให้ใช้แต่น้อยพอ
และถ้าสิวหายแล้วก็หยุดใช้ไปเลย จะได้ไม่มีอาการผิวแห้งเป็นขุยนะคะ

เห็นหลอดเล็กๆแบบนี้ ส่วนตัวจอสใช้ได้นานหลายเดือนเลยทีเดียว
เพราะใช้แต่น้อย แต้มเฉพาะจุด และช่วงนี้ไม่ค่อยเป็นสิวอยู่แล้วด้วยค่ะ


ต่อไปเรามาดูสภาพผิวในแต่ละขั้นตอนที่ลงสกินแคร์กันค่ะ
1. เป็นผิวหลังล้างหน้า ยังไม่ได้ทาครีมใดๆ
2. ลง Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate จะดูฉ่ำขึ้นมานิดนึง
แต่โดยรวมแล้วผิวจะไม่มีความมันวาว เพราะเนื้อเซรั่มได้ซึมเข้าผิวหมดแล้ว
3. ลง Skindom Luxury Cell Collagen Peptide Ampoule
สังเกตุว่าผิวจะดูฉ่ำวาวขึ้นมาอีกนิดนึง แต่เนื้อเซรั่มก็ซึมเข้าผิวไปเหมือนกัน
4. ลง Origins Make A Difference Night Overnight Hydrating Repair Cream
พอลงตัวนี้ก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวฉ่ำวาวสุดๆ คือมันทั้งซึมเข้าบำรุงและเคลือบชั้นผิวด้วยค่ะ

แต่โดยรวมพอลงทั้งสามตัวนี้ก่อนนอนแล้ว ตื่นมาผิวก็จะดูฉ่ำๆเหมือนเดิม
คือไม่ได้ทำให้ผิวมันเยิ้ม หรือเหนอะหนะจนรู้สึกไม่สบายผิว
แต่จอสรู้สึกว่าผิวได้รับการบำรุงและซ่อมแซมเซลล์ผิวในขณะที่เราหลับ
ทำให้ตื่นมาแล้วได้ผิวที่ชุ่มชื้น และสดใสเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีค่ะ


Tips. สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากบำรุงผิวเป็นพิเศษ หรืออยากเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิว
จอสแนะนำให้ใช้ Sena Marine Plankton Water Serum Concentrate มาส์กหน้าค่ะ
โดยใช้กับเม็ดมาส์ก ตัวนี้เป็นของ Kose ที่จอสจะมีติดบ้านไว้ตลอด
เพียงหยดเซรั่มลงไปบนเม็ดมาส์ก รอสักพักให้เนื้อเซรั่มซึมให้ทั่ว แล้วเอามามาส์กหน้า
ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นพอลอกแผ่นมาส์กออก ให้นวดจนเนื้อเซรั่มซึมเข้าสู่ผิว
แล้วตามด้วยขั้นตอนสกินแคร์ตัวอื่นๆได้เลยค่ะ รับรองว่าผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นหลายเท่าเลยค่ะ

สามารถทำได้ทั้งช่วงเช้าก่อนแต่งหน้า ในวันที่ผิวแห้ง ลอก เป็นขุย
ก็จะทำให้เมคอัพเนียนขึ้น และแต่งหน้าติดทนนานขึ้น
หรือวันไหนที่ไปออกแดดมาเยอะๆ ต้องการการบำรุงและปลอบประโลมผิวเป็นพิเศษ
ก็สามารถทำได้ก่อนนอนเช่นกันค่ะ






สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่อยากดูแบบ VDO สาธิตการบำรุงผิวทีละขั้นตอน
ก็สามารถคลิกดูได้เลยค่ะ



สุดท้ายนี้อยากให้เพื่อนๆจำไว้เสมอว่า การมีผิวที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
จะแต่งหน้ายังไงก็ออกมาสวย แต่งน้อยๆโชว์ผิวก็ได้
ยิ่งช่วงนี้งานผิวที่บางเบาดูเป็นธรรมชาติกำลังมา
เพราะฉะนั้นอย่าลืมบำรุงผิวให้ดี เพื่อเป็นพื้นฐานของการแต่งหน้าที่สวยเนียนเป๊ะนะคะ



สามารถติดตามจอสเพิ่มเติมได้ทาง
IG : Jossyberryblog




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2558    
Last Update : 25 สิงหาคม 2558 11:54:02 น.
Counter : 7647 Pageviews.  

Review : Neogence Deep Pore Cleansing Mask มาส์กโคลนสำหรับคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง และเป็นสิวอุดตัน

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนมากๆ
ถ้าไม่ดูแลผิวดีๆ อาจเกิดความมันและสิวอุดตันได้นะคะ
วันนี้จอสมีตัวช่วยอีกหนึ่งตัวที่ช่วงนี้ขาดไม่ได้เลยจริงๆ
เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกแล้ว
เค้ายังช่วยดูดซับความมันใต้รูขุมขน และลดโอกาสเป็นสิวอุดตันอีกด้วยค่า


สิ่งที่จอสกำลังจะรีวิวต่อไปนี้ มันคือโคลนมาส์กหน้านั่นเองค่ะ
Neogence Deep Pore Cleansing Mask
เป็นโคลนพอกหน้าที่มีส่วนผสมของ Charcoal Powder และ Natural Clay
ช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดได้อย่างหมดจดล้ำลึก
โดยเฉพาะคนที่ผิวมัน, รูขุมขนกว้าง และมีสิวอุดตัน ตัวนี้ Must Have เลยค่ะ
โดยเค้าจะช่วยดูดซับความมันที่ตกค้างในรูขุมขน ซึ่งบางทีการล้างหน้าอย่างเดียวไม่สามารถช่วยได้
นอกจากนี้ยังช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและสิวอุดตันต่างๆอีกด้วย ทำให้ผิวสะอาดใส หมดจด รูขุมขนดูเล็กลง



มาส์กโคลนของ Neogence เค้ามาในรูปแบบหลอด ใช้งานสะดวกและพกพาง่าย
ปริมาณ 100 มล. ราคา 980 บาท ตอนนี้มีโปรลดเหลือ 890 บาท ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2558 นี้
พร้อมจัดส่งฟรี EMS เพื่อนๆสามารถหาซื้อได้ตามช่องทางการจัดจำหน่ายดังนี้ค่ะ
สั่งวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็ได้รับของเลยค่ะ สะดวกรวดเร็ว



ส่วนผสมหลัก
Charcoal Powder - ที่จะตรงเข้าไปดูดซับความมันและสิ่งสกปรกต่างๆที่ตกค้างในรูขุมขน
Natural Clay (Illite Clay) - โคลนพอกจากฝรั่งเศษที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและจุลินทรีย์จากท้องทะเล
เนื้อมาส์กของเค้าจะเป็นสีเทาเข้มเลยนะคะ เนื้อไม่ได้เหนียวมาก
สามารถเกลี่ยทั่วใบหน้าได้ง่ายระดับนึง
กลิ่นจะออกแนวเย็นสดชื่นค่ะ ทาไปแล้วจะรู้สึกเย็นๆหน้า



วิธีใช้คือ ล้างหน้าให้สะอาดก่อน จากนั้นก็ซับหน้าหมาดๆแล้วทามาส์กลงไปให้ทั่วใบหน้า
หรือใครที่ไม่อยากลงทั้งหน้าสามารถทาเฉพาะจุดได้ค่ะ
อย่างเช่นบริเวร T-Zone ที่ผิวจะมันกว่าปกติ หรือบริเวรจมูกที่มีสิวเสี้ยนสิวอุดตันอยู่
ทิ้งไว้ 10-15 นาที มาส์กจะเปลี่ยนเป็นสีเทาอ่อนแบบในรูปนะคะ
หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่า หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดก็ได้ เพื่อให้รูขุมขนเปิด
คำเตือน ห้ามยิ้มแรงหรือหัวเราะเด็ดขาด เพราะมาส์กจะตึงไปกับหน้า ทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้
สามารถใช้ได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คนหน้ามันก็มาส์กหนักๆได้เลย
การใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนะคะ



อย่างที่บอกค่ะว่ามาส์กตัวนี้มันจะช่วยดูดซับความมันและทำความสะอาดรูขุมขน
บางคนอาจจะยังไม่เห็นภาพ จอสเลยซูมให้ดูใกล้ๆค่ะ
จะเห็นได้ชัดเลยว่า บริเวรจมูกและ T-Zone น้ำมันจะถูกตัวมาส์กดูดขึ้นมา
ซึ่งตรงนี้ถ้าใครที่มีสิวเสี้ยนหรือสิวอุดตัน ก็จะช่วยได้เหมือนกันค่ะ แต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง



Tips เวลาที่ล้างมาส์กออก แนะนำให้ใช้ปลายนิ้วนวดวนเบาๆไปด้วยค่ะ
เพราะจะช่วยทำความสะอาดและขจัดเซลล์ผิวเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



ทีนี้เรามาดูรูปก่อนและหลังใช้กันบ้างค่ะ
จะเห็นได้ชัดเลยว่า ผิวดูสะอาดเกลี้ยงเกลามากขึ้น
รูขุมขนดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด และผิวก็ดูสว่างสดใสขึ้นด้วยค่ะ
ข้อควรรู้คือ มาส์กตัวนี้จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น
ดังนั้นหลังมาส์กเสร็จ แนะนำให้ทาครีมบำรุงผิวให้ดี เพื่อปกป้องไม่ให้ผิวแห้ง
หรือใครจะใช้มาส์กชีทที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นต่อไปเลยก็ได้เช่นกัน
เพราะการมาส์กโคลนถือเป็นการทำความสะอาดผิวแล้ว จะทำให้ผิวของเราดูซึมสารบำรุงได้ดีขึ้น



อ่านรีวิวของจอสแล้ว สาวๆผิวมัน รูขุมขนกว้างและมีสิวอุดตันเยอะ
แต่งหน้ายังไงก็ไม่เรียบเนียนสักที แนะนำให้ไปลองหามาใช้ดูค่ะ คอนเฟิร์มว่าตัวนี้เวิร์ค
เพราะช่วงนี้เทรนด์การแต่งหน้าโชว์ผิวกำลังมาแรง ใครที่มีพื้นฐานผิวที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง
เอาเป็นว่าวันนี้ดูรีวิวมาส์กโคลนจาก Neogence ไปแล้ว เดี๋ยวครั้งหน้าจอสจะมารีวิวสกินแคร์ให้ดูกันบ้างนะคะ
จะได้ครบสูตรการดูแลผิวกันไปเลย



สามารถติดตามจอสเพิ่มเติมได้ทาง
Instagram : JOSSYBERRYBLOG




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2558    
Last Update : 24 สิงหาคม 2558 15:43:49 น.
Counter : 3351 Pageviews.  

Review : Wenew Mask มาส์กรกม้าจากเกาหลี ผิวขาวใส ชุ่มชื้นและสุขภาพดี

สวัสดีค่า วันนี้จอสจะมารีวิวมาส์กอีกตัวนึงเป็นมาส์กที่มีส่วนผสมของรกม้า
ต้องบอกก่อนว่าช่วงนี้ได้ลองมาส์กใหม่ๆเพียบเลยค่ะ
ตัวนี้เป็นอีกตัวนึงที่ให้ความชุ่มชื้นดีมากๆ ใช้แล้วไม่แพ้และเห็นผลดีมาก
จะเป็นยังไงเดี๋ยวเราไปดูรีวิวพร้อมๆกันค่า


WENEW Horse Placenta Stem Mask
มาส์กรกม้า วีนิว จากเกาหลี นอกจากจะให้ความชุ่มชื้นแล้ว
ทางแบรนด์ยังเคลมมาว่าช่วยให้ผิวของเราแข็งแรง ยืดหยุ่น และขาวกระจ่างใสขึ้น
เพราะรกม้ามีคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ค่ะ
นอกจากนี้ยังช่วยต่อต้านริ้วรอย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวดูสดใสแบบสุขภาพดีค่ะ



มาส์กของเค้าจะมาเป็นรูปแบบมาส์กชีทค่ะ ข้างในชุ่มชื้นมาก
ส่วนผสมหลักที่สำคัญก็ได้แก่ สารสกัดจากรกม้า 1,500 มล.
น้ำไบโอเซลล์ - น้ำที่มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับน้ำในผิวเรา
ไฮโดร-โปนตีน/ เซราไมด์-3 - ฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิด
แกมม่าพีจีเอ - ส่วนประกอบที่ให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติ
และน้ำมันจากม้า ที่มีความสมดุลของผิวคล้ายๆผิวมนุษย์ค่ะ



วิธีใช้ก็แค่แปะไว้บนใบหน้า 15-20 นาทีค่ะ
ยิ่งถ้าใช้ตอนกลางคืนก่อนนอน ตื่นมาผิวจะใสและฟูมาก
หลังใช้จะเห็นเลยว่าผิวดูสดใส ชุ่มชื้นสุขภาพดี บริเวรใต้ตาที่ดูหมองๆก็ดูดีขึ้น
มาส์กตัวนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวใดๆนะคะ เค้าใส่น้ำหอมมากลบเพื่อให้ใช้ง่ายขึ้น
กลิ่นจะอ่อนๆ สบายๆค่ะ ตอนมาส์กจะรู้สึกสบายผิวมาก สำหรับจอสไม่มีอาการแพ้ใดๆค่ะ
เป็นมาส์กที่ใช้แล้วรู้สึกชอบระดับต้นๆเลย



สุดท้ายนี้สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง
Instagram : wenewthailand_official
1 กล่องมี 5 ชิ้น ราคา 550 บาทค่ะ



สามารถพูดคุยและติดตามจอสได้ทาง
Instagram : jossyberryblog




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2558    
Last Update : 18 สิงหาคม 2558 16:12:58 น.
Counter : 1566 Pageviews.  

Review : Faith in Face Mask เคล็ดลับผิวใสแบบสาวเกาหลีด้วยมาส์กหน้า

สวัสดีค่ะ เจอกันอีกแล้ว วันนี้จอสจะขอพักงานแต่งหน้ามาดูแลผิวบ้างนะคะ
สำหรับสาวๆหลายคนที่ชอบแต่งหน้าคงจะรู้ดี
ว่าสิ่งสำคัญของการแต่งหน้าให้สวย ต้องเริ่มจากพื้นฐานผิวที่ดี
วันนี้จอสเลยจะมาแนะนำเทคนิคการดูแลผิวให้สวยใสแบบฉบับสาวเกาหลีค่ะ


นั่นก็คือการมาส์กหน้านั่นเองค่ะ ว่ากันว่าสาวเกาหลีเค้าชอบมาส์กหน้าก่อนแต่งหน้า 
หรือมาส์กก่อนนอนเพื่อดูแลผิวให้พร้อมสำหรับคนแต่งหน้าจัดอย่างเราๆ
สำหรับมาส์กที่จอสจะรีวิวในวันนี้เป็นของ Faith in Face ค่ะ
ตัวนี้จะมีความพิเศษตรงที่เค้าเป็น Hydrogel mask 
ซึ่งจะแตกต่างจากมาส์กทั่วไปซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในเกาหลี

มาส์กแบบ Hydrogel จริงๆแล้วเกิดมาเพื่อปลอบประโลมผิวที่ผ่านการทำเลเซอร์

เพราะแผ่นเจลทำจากวัสดุธรรมชาติและมีความเย็นจึงไม่ทำให้ระคายผิว

อีกทั้งแผ่นเจลแนบสนิท ไม่มีสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคซึมเข้าผิวในขณะที่มาส์กหน้า

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนเปิด

เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะว่ามันจะพิเศษยังไง



สำหรับมาส์กหน้าของ Faith in Face จะมีอยู่ทั้งหมด 5 สูตรด้วยกันนะคะ
ได้แก่  Miss Invisible Pore ช่วยกระชับรูขุมขน
Nourish Me มาส์กอาหารเสริมให้ผิวแข็งแรง
Black & White Film Star มาส์กหน้าขาวกระจ่างใส
Hold Me Tight มาส์กกระชับผิว ลดริ้วรอย
 และ After Shower Look มาส์กเพื่อความชุ่มชื้นเพื่อผิวขาดน้ำ

ทุกตัวไม่มีส่วนผสมของ Paraben และ Mineral Oil ที่ทำให้ผิวแพ้หรืออุดตัน

สามารถหาซื้อได้ตามวัตสันทุกสาขาค่ะ



วันนี้จอสลองตัว Nourishing Me ให้ดูนะคะ
ซึ่งสูตรนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือน “มาส์กอาหารเสริม”
เติมสาร Ceramide 3 ให้ผิวแข็งแรง ยิดหยุ่น
แนะนำเลยสำหรับใครที่นอนน้อย ทานอาหารไม่เพียงพอ ผิวไม่สดใส

อย่างที่บอกค่ะว่ามาส์กตัวนี้เป็นแบบ Hydrogel ที่เป็นนวตกรรมจากเกาหลี
ซึ่งตัวแผ่นเจลจะกักเก็บส่วนผสมของเซรั่มไว้
และพอแผ่นเจลสัมผัสกับผิวหน้าของเราแล้ว ความร้อนจากผิวจะทำปฏิกิริยา
ค่อยๆปล่อยเนื้อเซรั่มให้ละลายและซึมเข้าสู่ผิวของเราอย่างช้าๆค่ะ



ตัวแผ่นมาส์กเค้าจะแยกมาสองส่วนค่ะ คือครึ่งบนและครึ่งล่าง
เวลาใช้ก็ค่อยๆวางทีละแผ่น เนื้อมาส์กจะแนบกับผิวได้ดีมากๆ
ถ้าเทียบกับมาส์กหน้าทั่วไปที่เป็นกระดาษแล้ว ตัวนี้จะแนบพอดีกับผิวได้ดีกว่า
และไม่มีฟองอากาศด้วยค่ะ ทำให้รู้สึกว่าได้รับการบำรุงได้ทั่วทั้งใบหน้า



ลองซูมดูผิวก่อนและหลังมาส์กัน จะเห็นว่ามันแนบสนิทผิวดี
จอสทิ้งไว้ครั้งละ 30 นาทีนะคะ ผ่อนคลาย สบายหน้ามากกก รู้สึกเหมือนเจลลี่แปะบนผิว 
เนื้อมาส์กลักษณะนี้จะรู้สึกหนักหน้ากว่าแบบทั่วไปนิดหน่อย
โดยรวมแล้วผิวดูสุขภาพดีขึ้น ดูเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวา ใช้แผ่นแรกรู้สึกเลยว่าผิวดีขึ้น
แต่พอใช้ต่อเนื่องประมาณ 2-3 อาทิตย์ (อาทิตย์ละ 3 ครั้ง) จะเห็นความแตกต่างได้ดีเลยค่ะ
และที่ชอบอีกอย่างนึงคือ เนื้อเซรั่มซึมเข้าผิวได้ดีมากๆ
ไม่ทิ้งความเหนอะหนะหรือเยิ้มไว้บนผิวเลย คนผิวแห้งหรือผิวมันก็ใช้ได้ค่ะ
หลังจากที่จอสใช้มาอาทิตย์ที่ 3 แล้วจะรู้สึกได้เลยว่าผิวดีขึ้นมาก
จะเห็นความชัดเจนได้ตอนที่ลงรองพื้นแล้วไม่ตกร่อง และเมคอัพติดทนมากขึ้นค่ะ



ทีนี้เรามาดูแผ่นเจลกันบ้าง
ก่อนมาส์กนางจะดูหนาฟู เพราะนางกักเก็บเนื้อเซรั่มไว้ในตัว
แต่พอมาส์กเสร็จลองมาดู ปรากฎว่าแผ่นดูบางลงแบบเห็นได้ชัดค่ะ
เนื่องจากว่าตัวเซรั่มได้ซึมลงสู่ผิวของเราเรียบร้อยแล้วนั่นเอง



เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับเคล็ดลับการดูแลผิวที่จอสเอามาฝากในวันนี้
สาวๆอ่านแล้วก็อย่าลืมดูแลผิวกันบ้างนะคะ อย่ามัวแต่แต่งหน้าเพลินจนลืมดูแลผิวล่ะ



วันนี้จอสขอตัวลาไปก่อนค่ะ ไว้เจอกันใหม่นะ
สามารถติดตามและพูดคุยกับจอสได้ทาง
Instagram : jossyberryblog




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2558    
Last Update : 22 สิงหาคม 2558 18:56:16 น.
Counter : 8820 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

Jossy Berry
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jossy Berry's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.