สาววิศวะรักงานศิลป์
Group Blog
 
All Blogs
 
[AF4 Fan Fiction] ลอยกระทง

++++++++++++++++++++
Title : ลอยกระทง
Main Character : Music, Lookpong
Disclaimer :
เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด
++++++++++++++++++++


"มิวสิค"
เสียงใสๆดังขึ้นจากทางด้านหลัง ดึงให้หนุ่มน้อยผู้ถูกเรียกหันตามไปยังต้นเสียงทันที

ในยุคที่เต็มไปด้วยสาวสวยแนวหมวยขาวเหมือนซาลาเปาเต็มท้องถนนแบบนี้ สาวน้อยเจ้าของเสียงกลับดูสวยในแบบที่ต่างออกไป ผมที่ยาวเป็นลอน รูปร่างเพรียวบาง ใบหน้าและดวงตาเรียวคมของเธอ รับกับโหนกแก้มสูง และผิวสีน้ำผึ้งเนียน เสริมให้ดูสวยเปรี้ยวเก๋ไก๋และน่าดึงดูดใจทีเดียว

"ลูกโป่ง... หวัดดี... เอ่อ... ทำไมมาเร็วจังเลยอะ"
มิวสิคพูดตะกุกตะกัก พลางเอามือขึ้นมาถูคิ้วข้างซ้ายไปมา ซึ่งเป็นอาการตอบสนองแบบรีเฟลกซ์ทุกครั้งที่เขารู้สึกประหม่าหรือเขินอาย

"อือ ก็อยู่ใกล้ๆแถวนี้พอดีอะ ว่าแต่คิดไงเนี่ยถึงได้มาถึงถิ่นเรา"

คำว่า ถิ่นเรา... หญิงสาวหมายถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตัวเองกำลังเรียนอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ส่วนมิวสิคเป็นเด็กหนุ่มนิสิตวิศวะ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การที่จู่ๆอีกฝ่ายมาหาถึงที่ และโทรเรียกมาเจอกันแบบนี้ จึงทำให้เจ้าตัวแปลกใจอยู่ไม่น้อย

"ก็ พอดีเป็นทางผ่านอะ มิวนัดเพื่อนไว้ ตอน 5 โมง แต่คิดถึงโป่งเลยแวะมาหาก่อนไง"
หนุ่มน้อยทำเสียงออดอ้อนใส่หญิงสาว... เสียงอ้อนอย่างเดียวไม่พอ ยังส่งสายตาให้อีกเป็นของแถม

"แหวะ น้ำเน่า"
หญิงสาวส่ายหัวยิ้มๆ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามหนุ่มน้อยที่นัดเธอออกมา ก่อนที่จะเริ่มสนทนากันเรื่อยเปื่อยตามประสาเพื่อนเก่า

ทั้งคู่รู้จักกันจากการเข้าร่วมแข่งกันรายการ Academy Fantasia ซีซั่นที่ 4 รายการ reality show ที่หนุ่มสาวนักล่าฝันทุกคนต้องอยู่ร่วมกันภายในบ้านหลังใหญ่ที่ถ่ายทอดชีวิตของพวกเขาออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง และแม้ว่ารายการจะจบลงไปแล้วหลายปี แต่ช่วงเวลา 3 เดือนที่ต้องเห็นหน้าและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ก็ทำให้ความผูกพันของนักล่าฝันแต่ละคนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆแต่มั่นคง โดยเฉพาะมิวสิคและลูกโป่ง ที่ต่างฝ่าฟันจนได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเหมือนกัน มิตรภาพของเขาและเธอจึงไม่ได้จบลงตามรายการ

ด้วยความคิดที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ของทั้งสองคน หลังจากที่มีผลงานเพลงออกมาร่วมกันกับนักล่าฝันร่วมรุ่นคนอื่นๆ มิวสิคและลูกโป่งจึงพักงานด้านบันเทิงไว้ เพื่อกลับมาเรียนให้จบ ทำให้ทั้งคู่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก

หลังจากพูดคุยกันไปได้สักพัก มิวสิคก็สะดุดตากับอะไรบางอย่าง

"เออ นั่นเค้าทำอะไรกันอะโป่ง"

ลูกโป่งมองตามไป เห็นกลุ่มนิสิตชายหญิงขะมักเขม้นกันทำงาน นิสิตหญิงใส่กระโปรงจีบรอบ ส่วนนิสิตชายผูกไทค์เรียบร้อย บ้างก็กำลังนั่งแกะสลักแผ่นโฟมเป็นลวดลายไทยสวยงาม บางคนก็เดินรอบๆคอยส่งเหยือกน้ำกับปี๊บใส่ขนมให้คนอื่นๆทาน

"อ๋อ ทำเสลี่ยงไง"

"ห๊ะ อะไรนะ กระเหรี่ยงหรอ"

ลูกโป่งยกมือขึ้นตบหัวมิวสิคแทบจะทันที

"เสลี่ยง! เอาไว้ให้นางนพนั่งอะ งานลอยกระทง อาทิตย์หน้าแล้วเนี่ยะ"

"อ๋อๆ แล้วโป่งเคยเป็นนางนพบ้างเปล่าอะ"

"ไม่เคย แล้วก็ไม่อยากเป็น เราชอบเดินดูร้านรอบๆงานมากกว่า พวกแบบ ขายของเล่นเกมไรแบบเนี้ย บางทีก็โดนเพื่อนลากไปช่วยเฝ้าซุ้ม"

"อืมๆ มิวก็เคยมากะเพื่อนทีนึง มีร้านเต็มไปหมดเลย ยังกะงานวัด"

"แล้วได้ลอยกระทงปะ"

"ไม่อะ คนเยอะอย่างเวอร์ มิวขี้เกียจเข้าไปเบียด เล่นเกมหนุกกว่า"

มิวสิคทำหน้าแหยเมื่อนึกถึงภาพคนจำนวนมากที่แออัดกันเข้าไปที่สระน้ำเพื่อลอยกระทง

"นี่ เค้ามีตำนานอาถรรพ์ลอยกระทง(*)นะ เค้าว่า ถ้าใครมาลอยด้วยกันที่หน้าพระรูปเนี่ยะ จะได้เป็นแฟน แต่ถ้าเป็นแฟนแล้วมาลอยด้วยกันจะเลิกกัน"

"จริงอะ ทำไมเด็กจุฬาชอบเชื่ออาถรรพ์เรื่องนู้นเรื่องนี้กันเยอะจัง สงสัยเป็นพวกชอบเล่นของกันเยอะเลยดิงี้"

"ไปได้ยินอะไรมาเนี่ย"

"ก็พวกแบบ บันไดเค้าสร้างไว้ ก็บอกว่าห้ามเดินผ่าน เดี๋ยวเรียนไม่จบ หรือว่า วันไหนเจอเต่าในสระจะโชคดี แต่เจอตะพาบจะโชคร้าย หรือแบบ วันสอบเจอหมาเห่าแล้วจะซวย"

"เอ้ย อันสุดท้ายนี่มีด้วยหรอ??"

ลูกโป่งทำหน้าฉงน... ก็เรื่องแรกๆน่ะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินอยู่ แต่เรื่องสุดท้ายเนี่ย...คุ้นๆว่าจะไม่

"มีดิ ก็เพื่อนมิวเนี่ยแหละ เรียนวิดวะที่เนี่ย วันสอบชอบหนีหมา กลัวโดนเห่า มันบอกเดี๋ยวได้ D(og)"

"โหยยยย ไม่ใช่แล้ว ไม่เกี่ยวๆ เพื่อนเราโดนเห่าทุกทีอะ หมาเต็มคณะ ไม่เห็นเคยได้ด็อก"

คำตอบของมิวสิคทำเอาลูกโป่งหัวเราะยกใหญ่... ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมว่าที่วิศวกรหนุ่มทั้งหลายถึงได้มีแต่คนติ๊งต๊องกันทั้งนั้นเลยน้อ...

"แต่เนี่ย ตำนานลอยกระทงอะ ศักดิ์สิทธิ์มากๆเลยนะ จริงๆ เพื่อนเราอะหลายคู่แล้ว"

ลูกโป่งพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง จนมิวสิคต้องถามอย่างสนใจบ้าง

"ได้เป็นแฟนกันจริงๆหรอ"

"เปล่า เค้าเลิกกันอะ"

คำตอบที่ได้รับเล่นเอาฝ่ายชายถึงกับอึ้งไปสักพัก จนเริ่มรู้สึกตัวว่าชักจะตามมุกฝ่ายหญิงไม่ทัน เลยต้องเนียนตัดบทเปลี่ยนเรื่อง

"เออ มิวเคยได้ยินเพื่อนมันบอกว่า ที่จุฬาเนี่ย ถ้าใครสะดุดหกล้มที่บันไดตรงลานเกียร์(*)จะได้เนื้อคู่เป็นเด็กวิดวะ ไม่รู้จริงป่าว"

"ถ้างั้นมิวก็ลองไปแกล้งสะดุดทีนึงดิ แล้วอีก 18 ปีก็มาที่จุฬาใหม่นะ ไม่แน่อาจจะได้สาวสวยวิดวะเป็นแฟน" พอพูดจบปุ๊บก็มองอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

"ทำไมต้องรออีก 18 ปีอะ"

คราวนี้ลูกโป่งหัวเราะชอบใจ... ก็ที่มิวสิคถามมามันเข้าทางพอดิบพอดีเลยน่ะสิ

"ก็... เนื้อคู่ฉันมาเกิดรึยังไม่รู้...."

เธอตอบคำถามด้วยการร้องเป็นเพลง และเจ้าของเพลงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล หนุ่มน้อยที่นั่งเอ๋ออยู่ตรงข้ามเธอนั่นเองแหละ

"เนื้อคู่มิวยังไม่เกิดไง ต้องรอไปอีก 18 ปี"

"...เอ่อ... ลูกโป่งมามุกนี้ มิวรับไม่ทันเลย"

"รับไม่ทันก็หล่นดิ"

ฝ่ายหญิงสวนกลับแทบจะทันที ตามมาด้วยเสียงหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง... ส่วนฝ่ายชายก็เลยได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก

"สงสัยจะเจอต้อลมันแพร่เชื้อโรคให้นะเนี่ย เดี๋ยวต้องไปบอกพี่นัทให้จัดการแล้ว มาทำลูกโป่งของมิวติดเชื้อ" มิวสิคพูดเล่นๆ แอบแซวคู่ซี้พี่น้องจากล้านนาซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นจากรายการไปในตัว

"งั้นฝากบอกพี่นัทด้วยนะ ว่าคิดถึงมากกกกกกกกกกกก" ลูกโป่งยังล้อเล่นต่อไป โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าแอบน้อยใจของอีกฝ่ายสักนิด

นัทถือเป็นพี่ชายที่มิวสิคเคารพและชื่นชมมากคนหนึ่ง แต่ลึกๆเด็กหนุ่มก็แอบอิจฉานัทอยู่เล็กๆเหมือนกัน เพราะความที่เป็นคนที่เรียกได้ว่าแทบจะเพียบพร้อมไปหมดทุกด้าน ทั้งฐานะ หน้าตา สติปัญญา และวุฒิภาวะ ทำให้ลูกโป่งออกอาการปลื้มนัทอยู่เป็นประจำ จนมิวสิคอดน้อยใจไม่ได้

"โป่งอะ คิดถึงแต่พี่นัท คิดถึงมิวบ้างรึเปล่า"

น้ำเสียงที่พูดนั้นกึ่งเล่นกึ่งจริง เพียงแต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยสไตล์ออดอ้อนของเจ้าตัว

แกล้งงอนอยู่ได้ไม่นาน มิวสิคก็ก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ... ตายล่ะ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้เลยหรอ... หนุ่มน้อยรู้สึกเหมือนเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเวลาที่อยู่กับอีกฝ่าย

"โป่ง มิวต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะสาย"

"อือ บาย ไว้เจอกันนะมิว"

ลูกโป่งบอกลา พร้อมรอยยิ้มหวานๆให้ ขณะที่มองตามเด็กหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนด้วยแววตาแฝงความรู้สึกบางอย่าง

มิวสิคก้มลงมองลูกโป่งที่นั่งอยู่อีกครั้ง

"โป่งเดินไปส่งมิวหน่อยดิ"

พอพูดจบประโยคเท่านั้นแหละ ใบหน้าของมิวสิคก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาชัดเจน คำพูดที่ออกไปโดยไม่ทันคิดทำให้เขาเขินจนต้องยกมือขึ้นมาถูคิ้วตัวเองอีกครั้ง ส่วนลูกโป่งก็ได้แต่ตอบรับคำขอแบบขำๆในท่าทีที่เห็น

ทั้งคู่เดินเคียงกันไปจนถึงประตูรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปพ้นเขตรั้ว มิวสิคก็หันกลับมา พร้อมท่าทางที่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

ลูกโป่งมองหน้ามิวสิคเป็นเชิงถาม แต่หนุ่มน้อยไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย ได้แต่เอามือถูกคิ้วไปมาแรงขึ้นอีก... คราวนี้ดูเหมือนเขาจะใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดนานพอสมควร

"เอ่อ... ลูกโป่ง... ไว้... เอ่อ... แล้ว... มาลอยกระทงที่นี่กันนะ"

ไม่ทันได้รอให้อีกฝ่ายได้ตอบคำถาม มิวสิคก็รีบวิ่งออกจากประตูรั้วไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวแอบอมยิ้มพึมพำยู่คนเดียว

"เด็กวิดวะนี่จะเชื่อเรื่องตำนานลอยกระทงเหมือนกันทุกคนเลยรึเปล่าน้า"

สงสัยว่าจะเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ... หรือไม่แน่ อาจจะเป็นคำถามที่ได้คำตอบแล้วก็เป็นได้...


-THE END-
++++++++++++++++++++



<<หมายเหตุ >>
ลานเกียร์ = ชื่อเรียกลานที่คณะวิศวะจุฬา
ตำนานลอยกระทงของจุฬา = เชื่อว่าหนุ่มสาวที่มาลอยกระทงด้วยกันในสระน้ำจุฬา หน้าพระรูป 2 รัชกาล(ร.5 ร.6) จะได้เป็นแฟนกัน


Create Date : 16 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 11:37:08 น. 3 comments
Counter : 273 Pageviews.

 
น่ารักมากมาย
ชอบคู่นี้สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: แฟนคลับเอเอฟ IP: 61.7.181.117 วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:16:13:22 น.  

 
น่ารักจังเลย


โดย: ... IP: 203.113.17.148 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:19:39:01 น.  

 
รักคุงหนูคุงชายที่สุดดดดดดดดดดดดด


โดย: Mslpfc IP: 118.172.228.217 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:9:32:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

imuya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาววิศวะรักงานศิลป์
Friends' blogs
[Add imuya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.