Hello People ... !!!

ข้าวยำ@น้ำบูดู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




บนท้องฟ้าไม่มีอะไรแน่นอน
ถ้ามองจากตรงนี้
เดี๋ยวก็มืด แล้วก็สว่าง
อาจจะมีฝนก่อเป็นพายุ
หรือลมลอยปลิวอยู่แค่นั้น
สุขที่เคยเดินทางตามหามานาน
ไม่ได้ไกลที่ไหน อยู่แค่นี้เอง

อยู่แค่นี้เอง
อยู่แค่นี้เอง
อยู่แค่นี้เอง
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ข้าวยำ@น้ำบูดู's blog to your web]
Links
 

 

แยมส้มคัมควอททำง่าย อร่อยมาก

เกิดอยากกินแยมส้มมากๆ เนื่องจากไปติดใจแยม homemade แต่เชฟไม่ได้กวนมาขายบ่อยๆ

เดือดร้อนต้องทำกินเอง เลยเปิดเนต หาสูตรหลายๆสูตรที่ไม่ต้องใส่เพคติน

แล้วก็จับสูตรมาผสมๆกัน แยมออกมาดีเสียจนอยากจะมาเก็บสูตรไว้ในนี้เลยค่า

ดูเนื้อแยมที่ได้ออกมาสิ เป็นเจลดีมากๆเลยหละเนี่ย

แยมนี้ ใช้ส้มกิมจ๊อ หรือคัมควอท ที่ทานได้ทั้งเปลือกของโครงการหลวงมาทำ (รูปนี้เอามาจาก http://www.healthyfig.com/kumquat/)

ส่วนผสมที่เราใส่คือ

1.ส้มคัมควอท 1 กิโลกรัม

2.น้ำตาลเก้าขีด

3.เกลือ นิดหน่อย หยิบมือเล็กๆก็พอค่ะ

4.น้ำเปล่าพอท่วมๆส้มที่หั่น

5.เราเพิ่มเลมอนหนึ่งลูก ฝานเอาแต่ผิวสีเหลืองไม่ติดเปลือกขาวๆซอยเส้นเล็กๆ และฝานเอาเนื้อใส่ไปด้วย

วัตถุดิบมีแค่ห้าอย่างเอง และเราใช้กะทะไฟฟ้ากวนเอาด้วยหละ ไม่ได้ใช้หม้อเคลือบ

วิธีทำเริ่มจาก

เอาส้มคัมควอท มาล้างให้ดี ตัดขั้วออก และหั่นชิ้นเท่าๆกัน (จะได้นิ่มพร้อมๆกันเวลาเคี่ยวน่ะค่ะ)

แคะเม็ดออก ห่อผ้าขาวบางไว้ มัดให้ดี 

เอาส้มที่ฝานไว้และเม็ดที่ห่อผ้าไว้ใส่หม้อที่จะกวนแยม ใส่น้ำพอท่วม ตั้งไฟต้มไปราวๆครึ่งชั่วโมง

ตำราว่าการต้มเม็ดไปด้วยจะทำให้แยมเป็นเจลดีเพราะเม็ดมีเพคตินด้วย

พอครบเวลา ดูว่าส้มนุ่มดีแล้วก็เอาเม็ดออก และเทน้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลาย

ถึงตอนนี้เราก็เตรียมขวดที่จะบรรจุแยมไปด้วยเลยค่ะ

ของเราใช้วิธีขี้เกียจแบบยัดขวดลงในหม้อหุงข้าวใส่น้ำ รอน้ำเดือดเป็นการฆ่าเชื้อที่ขวดและฝา

ระหว่างนั้นเอาจานไปแช่ช่องฟรีซเพื่อทดสอบเนื้อแยม

หมั่นคนแยมไปเรื่อยๆจนเริ่มหนืด ขั้นตอนนี้นอกจากระวังเรื่องไหม้ติดก้นหม้อแล้ว

ให้ระวังอย่างมากคือ แยมกระเด็น

มันร้อนจัดมาก อันตรายสุดๆ

 

พอหนืดๆก็ได้เวลาเอาจานออกจากช่องฟรีซมาทดสอบเนื้อแยม

โดยหยอดแยมลงไปหนึ่งช้อนชา เอาเข้าช่องฟรีซหนึ่งนาที 

เอาออกมา เอียงจานดูเอานิ้วปาดผ่านเนื้อแยม ถ้าข้นพอใจแล้วก็ปิดไฟ ช้อนฟองออก

แล้วหันไปคีบขวดแยมออกจากน้ำเดือด แล้วคว่ำให้น้ำออกหมด ค่อยเอามากรอกแยมใส่

ใส่ถุงมือกันความร้อนจับขวดแยมก็ได้ ตอนกรอกระวังเลอะเทอะ จะใช้กรวยช่วยก็ได้

แต่ควรลวกน้ำเดือดฆ่าเชื้อด้วยนะคะ

กรอกจนเต็มดี เอาฝาขึ้นมาจากน้ำเดือด สะบัดจนแห้งแล้วปิดให้สนิท

รอจนเย็น ติดฉลากได้ ได้แยมมาสามขวดเล้กแบบนี้เลย

เราพบว่าแยมที่กวนเองอร่อยสุดที่อุณหภูมิห้อง เข้าตู้เย็นแล้วข้นไป

กินเพลินมาก ชอบสุดๆ เนื้อแยมเป็นเจลดีมากเกินความคาดหมาย

แต่ยังลังเลที่จะทำอีก เพราะเหนื่อยกับการหั่นผลไม้

ถ้าได้ทำ คราวหน้าจะลองทำ mix frozen berry เพราะไม่อยากแคะเม็ด หั่นส้ม

แต่คงต้องอาศัยเพคตินจากแอปเปิ้ลเขียวเข้าช่วยกับลูกเบอร์รี่สักหน่อย

เอามาชวนให้ลองทำดูค่ะ ง่าย อร่อย ปราศจากสารกันบูดด้วย ทำแจกก็สนุกดีค่ะ Smiley




 

Create Date : 05 มกราคม 2559    
Last Update : 6 มกราคม 2559 15:39:04 น.
Counter : 982 Pageviews.  

กุหลาบฟักทอง

Smileyนอนไม่หลับ แต่ไม่อยากไปนั่งดื่มบ่อยๆ

หาอะไรทำให้ผ่อนคลายดีกว่า

ฟักทองนี่เคยแกะไว้นานแล้ว

แกะมั่วไปเรื่อยๆ ไม่สวยแต่ชอบ 55

หลังจากได้เห็นที่เวปพี่มล

จริงๆถ้าตัดครึ่งแล้วแกะ จะได้ดอกกุหลาบที่ตั้งตรง

เพียงแต่เสียเนื้อฟักทองส่วนบนไปเยอะ

วันนี้เลยแกะแค่ขอบบน

ดอกกุหลาบของเราเลยงุ้มเข้าไปเอียงๆ

เลือกฟักทองมา1ลูกตามชอบ

หามีดแกะสลักมาด้วย

จริงๆมันเป็นมีดเลาะกระดูกไก่หรอกนะ 55

เอามาเจาะด้านบนออก

คว้านไส้ออกให้หมดจด

แบ่งขอบให้เท่าๆกัน (จริงๆไม่เท่าหรอก)Smiley

เอามีดเกลาๆให้มันลบเหลี่ยมออกไป ให้ทรงเป็นดอกมนๆ

แล้วก็เริ่มแกะกลีบดอก

เซาะเนื้อตรงรอบแกะทิ้งออกไป และแกะกลีบสับหว่างกับกลีบแรก

แกะแล้วก็ใจสงบเพราะมีสมาธิ

ไม่สวยแต่เพลิน แก้เครียดได้

ทำไปเรื่อยๆจนรอบ

สุดท้าย น้องๆไม่มีใครยอมกินสังขยา กลัวอ้วน

เลยเอามานึ่งเฉยๆนี่แหละ

หายเครียดและผ่อนคลายก่อนนอนได้ดี ลองดูค่ะ




 

Create Date : 20 กันยายน 2557    
Last Update : 30 กันยายน 2557 14:29:24 น.
Counter : 549 Pageviews.  

ขนมปังข้าวสังข์หยด

ได้สูตรขนมปังของ panasonic มาจากในเฟสบุคค่ะ ทำรอบแรกรู้สึกว่าต้องปรับอีก

รอบหลังปรับลดน้ำและเปลี่ยนแป้งเป็นที่พอใจมากๆ เลยเอาสูตรมาเก็บไว้ที่นี่

ขนมปังรอบที่ปรับใหม่นี่ เนื้อจะนุ่มฟูเบาขึ้น

เม็ดที่เห็นกระจายตัวเป็นจุดๆคือข้าวที่ปั่นละเอียดแล้ว

ถ้าใช้ข้าวเหนียวดำ ข้าวหอมนิล และใช้น้ำที่หุงข้าวนั้นมาใส่

สีจะออกตามสีข้าว สวยมากๆค่ะ แต่ข้าวสังข์หยดไม่ค่อยออกสีเท่าไหร่ เลยได้แบบนี้มา

รสชาดอร่อยมาก นุ่ม เหนียวนิดๆ ชอบมากค่ะ เอาไปปิ้งผิวก็กรอบเบา

อร่อยจริงๆ

สูตรที่ปรับแล้วนะคะ

แป้งขนมปัง 130กรัม

แป้งอเนกประสงค์ 100กรัม

นมผง 6กรัม

น้ำตาลทราย 24กรัม

เกลือ 5 กรัม

ยีสต์ 2 กรัม

เนย 10 กรัม

ข้าวหุงสุก 120กรัม

น้ำที่หุงข้าว 125ml (ตักมาตอนข้าวเดือด น้ำออกสีข้าวสวยๆแล้ว)

หุงข้าวสังข์หยด เพราะในครัวไม่มีข้าวเหนียวดำเลยค่ะ

เอาข้าวมาปั่นกับน้ำจนละเอียด

ใส่ทุกอย่างลงไปในอ่างนวดยกเว้นเนย  และนวดให้เข้ากันดี

จากนั้นใส่เนยลงไป นวดจนกระทั่งโดว์เนียน ขึงเป็นแผ่นฟิล์มได้

รวบเป็นก้อนกลม ใส่ภาชนะที่ทาเนยบางๆไว้ ปิดด้วยฟิล์มยืด

ในรูปกำลังอืดจากการพักแป้งรอบแรกในเครื่องนวดเลย

รอให้ขึ้นสองเท่า แล้วเอามาชกไล่ลมออก

ขึ้นรูปตามต้องการ รอพักให้ขึ้น2เท่าอีกครั้ง ได้เหม่งแบบนี้ค่ะ

อบไฟ200c เป็นเวลา 20นาที

เนื้อนุ่มเหนียว ฟูอร่อย

นับเป็นขนมปังที่มีรสชาดดีมาก ทานเฉยๆก็อร่อยแล้วค่ะ

ลองดูนะคะ Smiley




 

Create Date : 18 กันยายน 2557    
Last Update : 20 กันยายน 2557 16:35:21 น.
Counter : 493 Pageviews.  

Dark chocolate dried cranberry pain de milk

 

วันนี้มีของอร่อยหม่ำกับน้ำผลไม้สกัด.. เป็นขนมปังดำๆชิ้นนี้..

ทำแล้วอร่อยดี

เลยมาชวนทำขนมปังดำกันค่ะ  

ได้สูตรมาจาก health&cuisine

ตอนอบเสร็จ หอมมาก

ขนมปังออกรสออกขมนิดๆนะคะ 

มีแครนเบอร์รี่เปรี้ยวๆหวานๆแทรกด้วย

สนใจสามารถตามลิงค์นี้ไปอ่านที่หน้าเวปเขาค่ะ http://www.healthandcuisine.com/recipedetail.aspx?ID=1069

 

อันนี้ขอคัดลอกสูตรมาเก็บไว้เพราะคงได้ทำอีก

แป้งเค้ก 100 กรัม

แป้งขนมปัง 175 กรัม

ผงโกโก้ 45 กรัม

เกลือ 8.5 กรัม

น้ำตาลทราย 29 กรัม

ยีสต์ผงสำเร็จรูป 7 กรัม

เนยสดรสจืด 42.5 กรัม

นมสดจืด 200 กรัม

ไข่ไก่เบอร์ 2 1 ฟอง

แครนเบอร์รี่อบแห้ง 50 กรัม 

     1. ผสมของแห้งทั้งหมด ยกเว้นแครนเบอร์รี่อบแห้ง  ผสมให้เข้ากัน              

            จากนั้นเทนมสด และไข่ไก่ ลงไปนวดให้เข้ากันดี

     2. ใส่เนยลงไป นวดจนแป้งได้ที่ขึงเป็นแผ่นฟิล์มบางสวย  คลึงเป็นก้อนกลม

            ใส่ชามหุ้มด้วยฟิล์มถนอมอาหาร ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า

     3. ขึ้นรูปในพิมพ์ขนมปัง  ใส่ลงในพิมพ์ทาเนยปูกระดาษไข  พักจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ประมาณ 1 ชั่วโมง

     4. เตรียมเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นำเข้าเตาอบ ประมาณ 40 นาที

รูปด้านล่างนี้ ใจร้อน ฉีกดูตอนออกจากเตา ไอน้ำพลุ่งออกมาเลย หอมๆ เนื้อนุ่มเหมือนกำมะหยี่

เนื้อตอนหั่นขวางๆ อันนี้ก็หั่นตอนเย็นไม่สนิทดี

อร่อยดีค่ะ ไม่เหลือถึงทำแซนด์วิชแหงๆ หมดก่อนเลย .. 555

ใครเบื่อขนมปังขาวและชอบกลิ่นหอม รสขมจางๆของโกโก้ ลองดูนะคะ

อร่อยยยยยค่ะSmileySmileySmiley




 

Create Date : 18 กันยายน 2557    
Last Update : 18 กันยายน 2557 18:27:04 น.
Counter : 786 Pageviews.  

ขนมปังแฮมชีส อร่อยๆ

 นึกอยากทำขนมติดๆกัน จากชิฟฟ่อนมะพร้าวอ่อนเมื่อวันก่อน ก็อยากทำขนมปังบ้าง

นั่งหาสูตรใน blog คุณปุ๊ก เจอ "Ham and Cheese Ring bed" เลยลองดูค่ะ

ออกมาหน้าตาน่าหม่ำมาก

สนใจดูวิธีทำแบบสุดยอดฝีมือที่ blogคุณปุ๊ก Daily delicious ดูทางนี้ค่ะ CLICK

เราเปลี่ยนสูตรจากแฮมตามของที่มี เป็นไส้กรอกยี่ห้อ Butcher

ที่มีติดตู้เย็นอยู่แพคหนึ่ง ใส่หอมใหญ่ซอยละเอียดลงไปด้วย

ให้เครื่องนวดแป้งนวดให้นี่มันสะดวกสบายดีแท้ๆนะคะ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำบ่อยเพราะ

ไม่ชอบที่้ต้องรอให้ขึ้นสองเท่า2ครั้ง แหะๆ เลยไม่ค่อยได้ทำขนมปังสักเท่าไรค่ะ

...

..

ได้แป้งมาแล้วเราไม่ได้แผ่เท่าตำราที่คุณปุ๊กให้ไว้เพราะไม่ได้ใส่พิมพ์ แต่จะใส่กระทงฟอล์ยแทน

โรยมายองเนสของคิวพีทาบางๆพอ จริงๆอยากลองเปลี่ยนเป็นซอสมะเขือเทศเหมือนกันค่ะ

โรยชีสกับไส้กรอก และ หอมใหญ่ที่หั่นไว้  แล้วม้วนๆๆๆๆ ม้วนได้ทรงเล็กหน่อย

แต่จะยาวออกไปอีก จะได้พอดีๆกับกระทงฟอล์ยที่มีอยู่

จับหั่นวางในกระทง เพื่อหมักให้ขึ้นสองเท่ารอบสอง

ขึ้นรอบ2แล้วก็จับมาโรยชีสอีก อู้ฟู่มากกกกกก 555

อบประมาณ25นาทีก็สุก หอมกรุ่นไปทั้งห้อง ชีสเดือดเป็นสีน้ำตาลทอง

พอดีใช้แต่เชดดาร์ชีส เลยไม่ยืด จะออกแนวหอมเค็มมัน แต่กรอบ

ถ้าวางข้ามคืนชีสจะแข็งค่ะ ต้องอุ่นใหม่ แต่แนะนำว่าทานเลยตอนอบออกมาดีที่สุด

เนื้อในแหวกดู ฟูนุ่มดีค่ะ

วันหลังคงไปหยิบสูตรจาก blogคุณปุ๊กมาทำอีกค่ะ(ถ้าสลัดขนออก 555)

ขอบคุณคุณปุ๊กไว้ตรงนี้ค่ะ สำหรับสูตรดีๆSmiley เดี๋ยวคงมีไปส่งการบ้านที่หน้าfacebook

ใครชอบทำขนมแนะนำblogนี้สูตรไหนๆก็อร่อยตลอดเลยค่ะSmiley




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2557 17:28:23 น.
Counter : 2147 Pageviews.  

1  2  3  4  5  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.