รถแท็กซี่ เตรียมติดป้าย 'รถคันนี้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร'
รถแท็กซี่ เตรียมติดป้าย 'รถคันนี้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร'

รถแท็กซี่ เตรียมติดป้าย 'รถคันนี้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร'

 

จากการสำรจปีที่ผ่านมาของผู้ใช้บริการแท็กซี่ ที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 1,250 ราย ที่พบปัญหาการใช้บริการจากมากไปน้อยตามนี้ ร้อยละ 82.50 มาจากการปฏิเสธผู้โดยสาร รองลงมาเป็นปัญหาสภาพรถเก่า แอร์ไม่เย็น มีกลิ่นเหม็น ร้อยละ 28.09 ระบุว่าคนขับอ้อมเส้นทาง ส่วนอีกร้อยละ 25.64 ระบุว่าผู้ขับขี่พูดจาไม่สุภาพ มีกิริยาไม่ดีกับผู้โดยสารหรือผู้ใช้รถใช้ถนน ส่วนปัญหาอื่น ๆ ที่ได้พบเจอ คือ เรื่องการขับรถเร็ว เบรคกะทันหัน ฝ่าไฟแดง จอดรถในที่ห้ามจอด ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญเส้นทาง ผู้ขับขี่ไม่ทอนเงินค่าโดยสาร ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ รูปบัตรประจำตัวผู้ขับขี่ไม่ตรงกันกับ ใบขับขี่รถสาธารณะ และ ถามเรื่องส่วนตัว เปิดวิทยุเสียงดัง พูดเรื่องการเมือง

 

รถแท็กซี่ ไม่ปฎิเสธ ผู้โดยสาร เริ่มเดือนนี้
ปัญหาดังกล่าว นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยว่า สมาคมผู้ประกอบการแท็กซี่ต้องการยกระดับคุณภาพบริการแก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะปัญหาหลักก่อน คือการปฏิเสธผู้โดยสารซึ่งก่อความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้บริการอย่างมาก โดยในเดือนนี้รถแท็กซี่ทั่วประเทศภายใต้การดูแลของสมาคมจะเริ่มติดสติ๊กเกอร์ที่มีข้อความ 'รถคันนี้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร' บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ขับขี่รถแท็กซี่ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 15,000 คัน จากทั้งหมดที่วิ่งให้บริการจริงกว่า 80,000 คัน รวมถึงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จำนวน 3,000 คัน และ จ.เชียงราย จำนวน 600 คัน ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนคุณภาพบริการของระบบขนส่งสาธารณะและคัดค้านการให้บริการของรถป้ายดำที่ไม่มี ใบขับขี่สาธารณะ นำออกมารับส่งผู้โดยสารอย่างผิดกฎหมายและ อีกด้วย

 

ปรับปรุงระบบ คิดค่าบริการรถติด
รถที่ติดสติ๊กเกอร์' รถคันนี้ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร' จะไปในทุกที่ ทุกเวลา และกดมิเตอร์ตามปกติ ทำเพื่อหาแนวทางคัดค้านรถป้ายดำ เพราะว่ารถป้ายดำทำผิดกฎหมาย อยู่เหนือกฎหมาย ส่วนรถแท็กซี่อยู่ในกฎหมาย ทำตามกติกาที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด สมาคมพร้อมที่จะปฏิวัติวงการแท็กซี่ ขับเคลื่อนการให้บริการใหม่ๆ นอกจากนี้ การจราจรที่ติดขัดเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้คนขับแท็กซี่เลือกที่จะปฏิเสธผู้โดยสาร เพราะแม้จะมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารช่วงรถติดไว้ แต่ในความเป็นจริงคนขับไม่เคยได้รับ เพราะ มิเตอร์รถแท็กซี่ส่วนใหญ่ขณะนี้ยังเป็นรุ่นเก่าไม่มีระบบทดเวลา ไม่เหมือน แท็กซี่โอเค รุ่นใหม่ทีรองรับระบบทดเวลาให้แล้ว


เลียงเส้นทางรถติด ปัญหาคนกรุงเทพฯ
อย่างกรณี รถติด 50 วินาที ขยับรถได้ครู่หนึ่ง แล้วก็รถติดอีก 50 วินาที แทนที่จะบวกกันเป็นนาทีกว่าๆ เพื่อที่จะได้ค่ารถติด 2 บาท แต่มิเตอร์ไม่ได้จดจำมาบวกกันดังกล่าวแต่ไปนับใหม่ จึงอยากให้กรมการขนส่งทางบกเข้ามาช่วยเรื่องการเปลี่ยนมิเตอร์ของแท็กซี่ทุกคัน ทั่วกรุงเทพฯ ตามโครงการรถสาธารณะปลอดภัย ติดตั้งระบบจีพีเอสและระบบ เครื่องรูดบัตรแถบแม่เหล็ก สำหรับ ใบขับขี่รถสาธารณะ และนำขอเสนอค่าโดยสารที่เป็นธรรมกับทั้งผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสารสำหรับรถติด ช่วงเวลารถติดจากเดิมคิดนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นนาทีละ 1 บาท รวมเป็นนาทีละ 3 บาท ลดภาระค่าแก๊สและน้ำมันช่วงเวลาทีรถติดมาก ๆ ในพื้นทีชุมชนรถเยอะทีใคร ๆ ก็อยากจะหลีกเลี่ยงแม้นแต่ประชนทั่วไปก้อไม่อยากขับรถไปแต่เลียงมาใช้แท็กซีแทน

 

โครงการ Taxi OK (ติดตั้งระบบ GPS)
สมาคมเตรียมยื่นหนังสือถึง รมว.คมนาคม ในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ โดยจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นนาทีละ 1 บาท เป็นนาทีละ 3 บาท เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร ทั้งยั้งเป็นการแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร นอกจากนี้ จะเสริมเข้าไปด้วยคือเรื่องของการที่กรมการขนส่งทางบกเริ่มบังคับให้รถแท็กซี่เข้าโครงการ Taxi OK จำต้องติดตั้งระบบ GPS แต่ยังไม่ต้องติดตั้ง เครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก เพื่ออ่านใบขับขี่ เหมือนรถยนตร์สาธาณะอื่น ๆ ถ้าหากจะเข้าโครงการ แท็กซี่โอเค ทางสมาคมฯ อยากจะขอให้ช่วยเหลือแท็กซี่ที่ติดตั้งระบบ GPS เพราะว่าภาระต้นทุนที่สูงขี้นด้วย

 

Cr.RYT9,BBC,




Create Date : 06 กันยายน 2562
Last Update : 7 กันยายน 2562 14:08:32 น.
Counter : 21 Pageviews.

0 comment
บัตรค่ารักษาพยาบาล ข้าราชการ
 

บัตรค่ารักษาพยาบาล ข้าราชการ

 

บัตรค่ารักษาพยาบาล ข้าราชการ

 

ขณะนี้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้สรุปแนวทางเบื้องต้นในการทำบัตรค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัวเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบพัสดุ และได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่เป็นสถาบันผู้ออกบัตรเครดิตแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) เข้ามาร่วมประมูลทำระบบบัตรภายใน 1-2 เดือนนี้โดยได้ตั้งเป้าหมายมีจำนวนข้าราชการและครอบครัวรวมกว่า 5 ล้านรายที่จะได้รับบัตรรักษาพยาบาลคนละ 1 ใบ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มนำไปรูดบัตรใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ 2561 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป


บัตรค่ารักษาพยาบาล บัตรแถบแม่เหล็ก
ส่วนรูปแบบบัตรรักษาพยาบาลจะเป็นบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งาน อีกทั้งต้นทุนออกบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)ไม่สูง ซึ่งประเมินเบื้องต้นราคาบัตรไม่ถึง 10 บาทต่อใบ ดังนั้นรัฐจะใช้งบประมาณราว 50-60 ล้านบาท โดยสามารถขอตั้งงบฯกลางในปีงบประมาณ 2560 นี้ สำหรับใช้ดำเนินการได้


สิทธิรักษาพยาบาล
ผู้มีสิทธิทำบัตรค่ารักษาพยาบาลคือข้าราชการกับคนในครอบครัว สามารถนำบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)นี้ไปใช้เวลาที่ต้องการใช้สิทธิคือ ไปหาหมอที่โรงพยาบาล โดยสิทธิต่าง ๆ ที่เคยได้รับอยู่จะยังคงเหมือนเดิม เคยเบิกอะไรได้ก็ได้เหมือนเดิม ส่วนตัวทำบัตรค่ารักษาพยาบาลนี้จะใช้คอนเซ็ปต์บัตรเครดิต คือตัวบัตรจะมีวงเงิน แต่ไม่ได้จ่ายเงินไปก่อน รัฐจะจ่ายให้ภายหลังที่มีการใช้บัตรและตรวจสอบสิทธิเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรัฐก็พัฒนาระบบงานหลังบ้าน เพื่อให้สามารถตรวจสอบการใช้สิทธิของข้าราชการและคนในครอบครัวได้


ตรวจสอบสิทธิ ค่ารักษาพยาบาล
ทั้งนี้ การนำบัตรค่ารักษาพยาบาลมาใช้จะเป็นการสร้างระบบตรวจสอบการเบิกค่ารักษาพยาบาล เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหล เพราะเมื่อผู้ถือบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)นี้นำไปใช้ในการรักษาพยาบาล ระบบจะมีการตรวจสอบสิทธิได้ทันที และจะมีการดูดข้อมูลของผู้ใช้บัตรนั้น เพื่อมาตรวจสอบที่ระบบงานหลังบ้านของรัฐ ซึ่งก็จะเห็นการเคลื่อนไหวการใช้สิทธิแล้วมีการชาร์จค่ารักษา ก็จะถูกตรวจสอบทันที อย่างน้อยจะเห็นว่าทำไมไปหาหมอบ่อย ทำไมมีการเบิกยาตัวนี้ผิดปกติ


เครื่องรูดบัตร ค่ารักษาพยาบาล
สำหรับ เครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader) ค่ารักษาพยาบาล รัฐจะใช้เครื่องอีดีซีที่กำลังเดินหน้าติดตั้งในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจกว่า 18,000 เครื่อง ตามโครงการ National e-Payment ซึ่งกำหนดติดตั้ง เครื่องรูดบัตร (Magnetic Card Reader) แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2560 นี้ แต่เครื่องอีดีซีที่จะใช้กับบัตรค่ารักษาพยาบาลนี้ จะต้องมีการลงโปรแกรมให้รองรับข้อมูลการรักษาพยาบาลด้วย ซึ่งระยะแรกจะติดตั้งตามโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ


Cr.ประชาชาติธุรกิจ




Create Date : 05 ตุลาคม 2560
Last Update : 7 กันยายน 2562 14:15:54 น.
Counter : 7 Pageviews.

2 comment
บัตรผู้มีรายได้น้อย & สวัสดิการของรัฐ

บัตรผู้มีรายได้น้อย & สวัสดิการของรัฐ

 

 

บัตรผู้มีรายได้น้อย & สวัสดิการของรัฐ


กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างจัดทำบัตรผู้มีรายได้น้อย เพื่อมอบให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติผ่านประกาศ ซึ่งด้านหน้าบัตรจะเป็นรูปแบบเดียวกับรูปในบัตรประชาชน คือมีรูปถ่าย เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด เลขบัตร โลโก้ของหน่วยงานรัฐ ในบัตรมีชิปการ์ดอยู่ 2 ส่วน พร้อมแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)ด้านหลังบัตร สิทธิ์สวัสดิการของรัฐที่จะได้รับ เช่น ค่าแก๊ส-ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยงกับบัตรแมงมุมของกระทรวงคมนาคม รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรหรับซื้อสินค้าธงฟ้า ชำระค่าบริการผ่าน เครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card Reader) ณ จุดใช้บริการ


บัตรผู้มีรายได้น้อย พร้อมแถบแม่เหล็ก
กรมบัญชีกลางเผยอยู่ระหว่างจัดทำบัตรผู้มีรายได้น้อย 13 ล้านใบ บัตรผู้มีรายได้น้อยมีชิปการ์ดอยู่ 2 ส่วน พร้อมแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)ด้านหลังบัตร โดยชิปการ์ดส่วนแรกจะใส่ข้อมูลและวงเงินของการได้รับสิทธิ์สวัสดิการของรัฐ ส่วนอีก 1 ชิปการ์ด จะเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ที่ประชาชนสามารถเติมเงินไว้ใช้เพิ่มเติมได้ด้วย เครื่องอ่านบัตรแถบแม่เหล็ก(Magnetic Card Reader) และในอนาคตอาจมีเงินสวัสดิการต่างๆ เข้าไปให้โดยบัตรนี้จะมีอายุการใช้งานนาน 5 ปี


บัตรหาย & บัตรชํารุด
กรมบัญชีกลางเตรียมส่งรายชื่อผู้มีรายได้น้อยให้ธนาคารกรุงไทยภายในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ เพื่อจัดทำบัตรผู้มีรายได้น้อยก่อนที่จะแจกในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยใช้สิทธิ์ได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ที่ได้รับสิทธิ์น้อยกว่า 13 ล้านคน จากเดิม 14 ล้านคน และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการสวมสิทธิ์ใช้บัตรผู้มีรายได้น้อย กรมบัญชีกลางจะออกระเบียบการใช้บัตรที่ชัดเจนและป้องกันความปลอดภัยด้วยบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card Reader) โดยหากทำบัตรหายจะต้องไปแจ้งความหรือ บัตรชํารุดแถบแม่เหล็กใช้ไม่ได้ให้แจ้งเจ้าหน้าที เพื่อออกบัตรใหม่ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์แทนโดยสมัครใจจะถูกยึดบัตรและยกเลิกการใช้สิทธิ์ทันที


สวัสดิการ ผู้มีรายได้น้อย
กระทรวงการคลังพร้อมให้สวัสดิการกับผู้มีรายได้น้อยตามที่กำหนดไว้วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เริ่มในปีงบประมาณ 2561 โดยขณะนี้ได้รับเงินจากสำนักงบประมาณ 46,000 ล้านบาท มาใช้ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือกองทุนผู้มีรายได้น้อย เรียบร้อยแล้ว จากที่ขอไปทั้งหมด 50,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ครบอาจเป็นเพราะสำนักงบประมาณมีเงินไม่พอ เเต่น่าจะจัดสรรมาให้ครบในอนาคต


รัฐสวัสดิการ
จากที่อดีตประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายแต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไปจึงทำให้ประชาชนมีความต้องการสิ่งเป็นพื้นฐานมากขึ้นไปตามสภาพของสังคมและเศรษฐกิจ ในขณะที่การหารายได้เพื่อที่จะนำมาจัดหาสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่ต้องการก็ประสบปัญหา ทำให้เกิดความกดดันในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ จึงทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รัฐสวัสดิการเป็นระบบสวัสดิการสังคมซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญของมาตรฐานการครองชีพ การศึกษา และการดูแลสุขภาพของประชาชน ผลประโยชน์ส่วนรวมถูกเสนอให้กับทุกคน ในขณะที่คนจนมีโอกาสหรือความสามารถน้อยกว่าก็จะไม่สามารถได้สิ่งที่จำเป็นพื้นฐานนั้น


สวัสดิการของรัฐ
เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันของคนในสังคม และเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งสวัสดิการที่รัฐจัดให้นั้นจะครอบคลุมทุกสาขาของสวัสดิการสังคม ซึ่งหลายคนเรียกระบบนี้ว่า สวัสดิการของรัฐ กระทรวงการคลังพร้อมให้สวัสดิการกับผู้มีรายได้น้อย สร้างความรู้สึกมั่นคงพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ในสังคม ที่หยิบยื่นให้ทั้งความรู้สึกที่มั่นคงทางด้านเศรษฐกิจต่อผู้มีรายได้น้อย รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานที่มั่นคงให้กับคนทั่ว ๆ ไปในสังคมด้วยเช่นกัน ดังนั้นรัฐจึงได้เข้ามามีบทบาทในการให้สวัสดิการหรือสิ่งที่จำเป็นพื้นฐานแก่ทุกคน


Cr.ไทยพีบิเอส,วิกิพีเดีย




Create Date : 05 ตุลาคม 2560
Last Update : 7 กันยายน 2562 14:19:36 น.
Counter : 15 Pageviews.

0 comment
ใบขับขี่ รุ่นใหม่ สมาร์ทการ์ด แถบแม่เหล็ก

ใบขับขี่ รุ่นใหม่ สมาร์ทการ์ด แถบแม่เหล็ก
 

 

 

ใบขับขี่ รุ่นใหม่ สมาร์ทการ์ด แถบแม่เหล็ก


กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติค หรือ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) ตามใบขับขี่มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเพิ่มเทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) จัดเก็บข้อมูลทางอีเลคทรอนิคส์ รองรับการพัฒนาแอพลิเคชัน เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลด้วย เครื่องรูดบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card Reader) และนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในอนาคต


สมาร์ทการ์ด แถบแม่เหล็ก พร้อม บาร์โค้ด 2 มิติ
อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบอนุญาตขับรถสู่ใบขับขี่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกกำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบขับขี่ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) รูปแบบใบขับขี่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท ที่เป็นแบบสมัครใจตามเดิม เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น


ค่าธรรมเนียม ใบขับขี่ รุ่นใหม่
ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิม คือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิม คือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) ใบขับขี่รูปแบบใหม่ ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ


ยกเลิก ใบอนุญาตขับรถ แบบกระดาษ
อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ที่กรมการขนส่งทางบกออกให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบขับขี่ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) ที่ออกให้ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตขับรถ แต่หากชำรุด สูญหาย หรือถึงกำหนดระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อติดต่อขอทำใหม่จะได้รับใบขับขี่ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) รูปแบบใหม่เท่านั้น


ใบขับขี่ รุ่นใหม่ รองรับ GPS Tracking
สำหรับใบอนุญาตขับรถ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) ใบขับขี่รูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติคพร้อมแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) ซึ่งมีความคงทนถาวรกว่ารูปแบบเดิม มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) จัดเก็บข้อมูลทางอีเลคทรอนิคส์ พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking และบันทึกข้อมูลใบขับขี่ด้วย เครื่องรูดบัตรแถบแม่เหล็ก (Magnetic Card Reader) เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการขับรถและประวัติพนักงานขับรถ โดยเฉพาะพนักงานขับรถ ต่าง ๆ ได้แก่ รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกขนส่ง ทั้งรถบรรทุกวัตถุอันตราย และรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป รถแทกซี หรือรถในกลุ่มเป้าหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศบังคับใช้แล้ว


ใบขับขี่สากล
นอกจากนี้ ใบขับขี่ สมาร์ทการ์ดที่มีแถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และบาร์โค้ด 2 มิติ (QR Code) รูปแบบใหม่ ยังมีความสวยงามเป็นสากล ปรากฏข้อมูลเจ้าของบัตรหรือพนักงานขับรถทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน สามารถนำไปเป็นใบขับขี่สากลไปใช้ขับรถได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา ตามความตกลงร่วมกัน เพื่อให้การคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต


Cr.ออโต้อินโฟ,ไทยรัฐ




Create Date : 05 ตุลาคม 2560
Last Update : 7 กันยายน 2562 14:12:04 น.
Counter : 8 Pageviews.

0 comment

สมาชิกหมายเลข 2905918
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]