Group Blog
 
All blogs
 

Color Swatch & Review: Nars Dual-Intensity Blush ทั้งคอลเลคชั่น






Nars Dual-Intensity Blush เป็นบลัชออนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก NARS ค่ะ เพิ่งเปิดตัวในไทย
และทรายก็ได้มีโอกาสเป็น 1 ในกลุ่มคนกลุ่มแรกของไทยที่ได้มีโอกาสสัมผัส และทดลองใช้
อย่างเป็นทางการ จึงเกิดวีดีโอนี้ขึ้นมาค่ะ บลัชออนรุ่นนี้ มีออกมาด้วยกัน 6 พาเลท 12 เฉดสี
ในแต่ละตลับจะมีเฉดสีจับคู่กันอยู่ 2 สีนะคะ







เนื้อของบลัชจะแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับบลัชออนรุ่นคลาสสิต Dual-Intensity จะสามารถใช้งาน
ได้หลากหลายกว่า ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก (Wet/Dry) ให้สีสันที่ชัดเจน ติดทนแน่น และมี
ประกายชิมเมอร์ในตัว บางสีเป็นไฮไลต์ บางสีสามารถใช้คอนทัวร์ใบหน้าได้ หรือแม้แต่จะปรับ
มาใช้เป็นอายแชโดวก็ได้เช่นกันค่ะ





บลัชรุ่นนี้จะต้องใช้แปรงขนสังเคราะห์ในการทา Nars ออกแบบแปรงรุ่นใหม่ล่าสุด Wet/Dry Blush
Brush #23 มาเพื่อบลัชออนรุ่นนี้โดยเฉพาะค่ะ ซึ่งมันสามารถทำหน้าที่เบลนด์สีได้สวยจริงๆ
ทุกสวอชในวีดีโอนี้ทรายใช้การลงสีด้วยแปรงทั้งหมดค่ะ





วิธีใช้ มี 2 แบบนะคะ แห้งและเปียกแล้วแต่ถนัดเลย

1. ลงสีแบบแห้ง เป็นวิธีที่ทรายทาในวีดีโอทั้งหมดค่ะ สีเค้าจะไม่เป็นฝุ่นฟุ้งกระจาย แต่จะไม่มี
ความเหนอะแบบครีมบลัช สามารถเบลนด์สีได้ สัมผัสจะไม่หนักหน้าเลยค่ะ เบาสบาย

2. ใช้แปรง Wet/Dry Blush Brush ชุบน้ำ (ทรายเอาน้ำฉีดที่ขนแปรง) วิธีนี้จะให้เนื้อสีโปร่งใส
แต่ได้เม็ดสีแน่นฉ่ำ แต่ต้องระวังแตะเบาๆนะคะ อย่าลงหนักในทีเดียว









ส่วนตัวแล้วทรายมองว่าทุกสีสวยมากๆ ถ้าให้เลือกซื้อเองก็ตั้งใจว่าจะซื้อเก็บทั้งคอลเลคชั่นเลย
แต่ตอนนี้ทรายมีของตัวเองแล้ว ก็เลยจะ Recommend สีที่ทรายชอบมากที่สุด 3 สีดังนี้นะคะ





- Adoration เป็นสีชมพูน่ารักมากๆ ด้านนึงเป็นสีชมพูเบบี้พิงค์ ชิมเมอร์แวววาวมาก มองในวีดีโอ
อาจจะไม่ออกสีมาก ในชีวิตจริงออกสีนะคะ แต่ก็จะเป็นเบบี้พิงค์อ่อนๆค่ะ ใครผิวค่อนข้างขาวก็สามารถ
เห็นสีได้เหมือนกันค่ะ ทรายคิดว่าบนผิวแทนจะต้องน่ารักโครตๆ ส่วนอีกด้านเป็นชมพูฮอทพิงค์สดใส
มาก ทาคู่กันแล้วทรายว่ามันน่ารักสุดๆ





- Frenzy
ช่องนึงจะเป็นสีทองประกายชมพูสวยมาก ทองกำลังดีไม่เข้มไปไม่อ่อนไป อีกช่องจะเป็นสีออกส้มอิฐ ในเอกสารเขียนว่าสีส้มเขียวหวาน ตอนแรกทรายไม่ได้สนใจสีนี้เลย จนกระทั่งได้ลองปัดบนหน้าแบบเต็มๆ คือมันน่ารักมาก ถ้าใครอยากได้ออกโทนโครอล ทรายแนะนำสีนี้ใช้ได้ทุกสีผิวจริงๆ





- Craving เป็นสีที่มองจากตลับแล้ว ดูเป็นไฮไลต์-เฉดดิ้งมากๆ จริงๆมันก็เป็นแบบนั้นค่ะ คือเราใช้วิธีลงด้านสว่างตามโหนกแก้ม จุดตกกระทบแสง สีนี้เหมือนจะขาวเฉยๆแต่จริงๆเป็นสีมุกประกายชมพูนะคะ แล้วลงด้านสีเข้ม ที่ใต้กระดูกโหนกแก้ม ปัดเหมือนเป็นบลัชออน จะได้ลุคบ่มแดดแบบสาวฝรั่งเลย พอมันอยู่บนผิวทราย มันไม่ได้ออกน้ำตาลเข้มแบบที่มองจากตลับ มันเป็นบรอนซ์ที่ออกน้ำตาล มันสามารถเบลนด์เข้ากับผิวได้ และเมื่อเราอยากได้ลุคแกลม มันก็ทำได้ คือดีงามมาก ทรายชอบสีนี้มากๆค่ะ


จริงๆทุกสีสวยหมดอย่างที่ทรายบอกนะคะ ไปลองเองดีกว่าจะได้รู้ว่าเป็นยังไง ก็หวังว่าวีดีโอนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อการตัดสินใจของเพื่อนๆนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่า ^^





Ps. สำหรับสีลิปสติกที่ใช้ในวีดีโอนี้ทั้งหมดเป็นของ NARS นะคะ

1. Nars Satin Lip Pencil สี LODHI
2. Nars Velvet Matte Lip Pencil สี Mysterious Red
3. Nars Velvet Matte Lip Pencil สี Red Square
4. Nars Velvet Matte Lip Pencil สี Train Bleu



Disclaimer:
Sponsored Content by NARS
Information: https://www.facebook.com/narscosmetics




 

Create Date : 01 เมษายน 2558    
Last Update : 1 เมษายน 2558 0:18:07 น.
Counter : 26754 Pageviews.  

Review: Benefit Roller Lash มาสคาร่าสูตร Hook’n Roll™ ที่คนขนตาตกอย่างเรากรี๊ดมาก





สวัสดีค่ะเพื่อนๆบล็อกวันนี้ทรายมีมาสคาร่าใหม่ล่าสุดจาก Benefit มาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ
วันนี้มาเต็มทั้งบล็อก ทั้งวีดีโอ เพราะอยากใส่เต็มแรงว่ามันดี มันเลิศจริงๆ ใครที่ดูรูปแล้วรู้สึกว่า
ยังไม่อิ่มอยากเห็นตอนปัดจริงๆ จงกด Play วีดีโอด้านล่างนี้เลยค่ะ









Benefit Roller Lash เป็นมาสคาร่าน้องใหม่ล่าสุดในครอบครัว Benefit ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในประเทศไทยวันพรุ่งนี้ (19/03/15) ที่เมืองนอกเค้ามีการเปิดตัวไปแล้วเช่นกันนะคะ ครึกครื้นกันมากในแต่
ละประเทศ บรรดาเมคอัพอาร์ททิส กูรูทั้งหลายก็ออกมาปรบมือให้กับมาสคาร่าตัวนี้กันล้นหลามเลยค่ะ
แอบกระซิบเล็กๆว่าที่ไทยวางขายแล้วตั้งแต่ 16/03/15 ในราคา 950 บาท ทั้งที่เคาเตอร์และที่ Sephoraค่ะ






ของดีย่อมบอกต่อความดีงามด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ยังไงก็ต้องขอเขียนถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์
มาสคาร่าตัวนี้ออกมาหน่อยนะคะ เพราะว่ามันเก๋มากๆ เพื่อนๆน่าจะเคยเห็นโรลม้วนผม สีชมพูๆที่วาง
ขายทั่วไปกันเนอะ ถ้าใครมีอยู่กับตัวลองหยิบมาสังเกตค่ะ





เค้าจะมีหนามเล็กๆเพื่อใช้เกี่ยวจับผมให้เป็นลอน เวลาที่คลายออกจะไปเป็นลอนสวยงาม มาสคาร่าตัวนี้
มีการเอานวัตกรรมจากโรลม้วนผมมาดัดแปลงใช้กับตัวหัวแปรงของมาสคาร่าค่ะ นวัตกรรมนี้ชื่อว่า
Hook’n Roll™ เกี่ยวแล้วม้วนให้โค้งงอนนั่นเอง





ถ่ายเองก็สามารถเห็นได้นะ แต่ถ้าเป็นมาสคาร่าแท่งที่วางขายจะไม่เห็นเพราะหัวมันจุ่มลงไปในเนื้อ
มาสคาร่าสีดำแล้ว 55555 อันนี้ทรายขอแปรงตัวอย่างมาจากเบเนฟิตเองเลยค่ะ อยากถ่ายให้เห็น





ตัวนี้ลักษณะการทำงานคือ เหมือนซ้อนกัน2ชั้น ตัว Hook เล็กๆที่แปะอยู่เหมือนหูฉลาม มันจะทำหน้าที่เกี่ยว
ขนเล็กๆของเราขึ้นมาด้วยน่ะค่ะ เวลาที่เราปัดไป จะได้โรลให้โค้งไปพร้อมๆกัน แล้วก็ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า
มีด้านหนึ่งของแปรงเป็นเส้นตรงลักษณะเหมือนกับหวีซี่ อันนั้นใช้เพื่อช้อนโคนขนตาขึ้นมาก่อนค่ะ





อันนี้คือมาสคาร่าของจริงเวลาที่ดึงออกมาจากฝักนะคะ ตอนดึงเราอาจจะไม่ได้สังเกต แต่ที่ปากขอบของฝัก
เค้าจะมีการออกแบบให้สามารถรูดเนื้อมาสคาร่าให้ติดมาในปริมาณที่พอดีๆ ไม่มากเกินไปสำหรับการปัด
ขนตาค่ะ บางแบรนด์ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ พอดึงออกมาจากฝัก ปรากฎว่าแปรงมันเกี่ยวเนื้อมาสคาร่าออกมา
มากเกินไป ปัดยาก เลอะเทอะอีก อันนี้เป็นอีกข้อสังเกตดีๆที่พบเจอในเจ้า Roller Lash ค่ะ






ทีนี้ก่อนจะปัดมาสคาร่าให้ดูกัน ทรายขออธิบายลักษณะขนตาตัวเองก่อน ทรายเป็นคนขนตาจริงค่อนข้าง
ที่จะยาว แต่มีลักษณะเป็นเส้นตรงและงอกออกมาแนวดิ่ง คือ ดิ่งลงมาปิดลูกตาเลยอย่างที่เห็นในภาพ
ขนตาทรายไม่หนาค่ะ มีพอประมาณ ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้สวยอะไร คืออิจฉาคนที่เกิดมา ขนตางอน ตาเปิดมากนะ
แต่ก็คิดว่ามีคนที่ยังแย่กว่าเราอีกเยอะ เบเนฟิตเค้ามีการวิจัยนะคะ เค้าแบ่งปัญหาขนตาของผู้หญิงออกเป็น
3 ประเภท และก็พัฒนา Roller Lash มาแก้ปัญหาของสาว 3 ประเภทนี้ค่ะ

  • คนขนตาสั้นมาก สั้นจนดัดไม่ได้ อันนี้สามารถพบเจอได้ทั่วไปเลยค่ะ ปัญหาหลักของสาวเอเชีย
  • คนขนตาตก ขนตาของทรายจัดอยู่ในข้อนี้ค่ะ ตกทิ้งดิ่ง ดัดไม่ค่อยขึ้น ไม่มีความงอนตามธรรมชาติเลย
  • คนตาเล็ก มักจะโชคไม่ดี ทั้งกับที่ดัดขนตา และมาสคาร่า บางทีมันใหญ่ไป บางทีตาเล็กแล้วขนตายังสั้นมากๆอีกด้วย อันนี้คือแย่ไปอีก


ทีนี้ทำความเข้าใจกับขนตาของทรายกันไปแล้วเนอะ ระหว่างอ่านรีวิวจากนี้ให้จำเอาไว้นะคะว่า ทรายขนตา
ตกปิดตา และรีวิวจะไม่มีการใช้ที่ดัดขนตาค่ะ เพื่อดูคุณสมบัติในการ Hook’n Roll™ ของ Rolller Lashตัวนี้










วิธีใช้นะคะ

1. เริ่มจากด้านที่เป็นหวี่ซี่ก่อนค่ะ ใช้ด้านนั้นปัดที่โคนขนตาเพื่อยกโคนขึ้น
2. ใช้ด้านที่เหลือปัดตั้งแต่โคนจรดปลาย ในลักษณะเหมือนการใช้โรลม้วนผม






มาสคาร่า Roller Lash ตัวนี้จะให้ผลลัพภ์เป็นสีดำสนิทนะคะ ดำมากๆ ทำให้ขนตาชัดเจนขึ้นทันทีเลยค่ะ
สำหรับทรายแล้ว ทรายพึงพอใจกับผลที่ได้มาก เพราะ มันสามารถพยุงขนตาของทรายขึ้นมาได้ ทั้งที่
ไม่ได้ใช้ที่ดัดขนตาเลย ลองย้อนกลับไปดูภาพขนตาจริงก่อนปัดนะคะ จะเห็นขนตาที่ปิดทับลูกตาลงมา
พอปัดแล้ว ขนตามันเปิดขึ้นในองศาที่เยอะพอสมควรเลย ในคนที่มีปัญหาแบบทราย ทรายถือว่ามัน
ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ของมันแล้วค่ะ อยากให้ขนตาปัง โค้ง งอน กว่านี้ ก็แค่ดัดขนตาก่อน
แล้วค่อยปัดมาสคาร่าทีหลัง

หลังจากใช้มาแล้วหลายครั้ง (ทรายได้รับมาก่อนที่จะเข้าไทยนาน2-3อาทิตย์เลยค่ะ) มันมีข้อดีข้อนึงที่ทราย
ชื่นชอบจากใจจริงๆ และสนุกทุกครั้งที่ได้ปัด คือ ขนตาล่าง ค่ะ มันสามารถทำให้ขนตาล่างของทราย
ชัดเจนขึ้นเพราะสีดำสนิท และทำให้มันยาวขึ้น จนเหมือนขนตาต่อเลย ทรายชอบมาก มันไม่ใช่ว่าทุก
มาสคาร่าจะทำได้นะคะ การปัดขนตาล่างจะทำให้ตาเราดูครบองค์ประกอบ และทำให้ตาดูโต หวานขึ้น
ใครไม่เคยปัดเลยจงลองค่ะ





Roller Lash เคลมว่าสามารถช่วยพยุงขนตาได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง และมีส่วนผสมในการบำรุงขนตา
อย่าง โปรวิตามิน B5 และ Serine

97% พบว่า Roller Lash ช่วยยกโคนขนตาได้จริง Smiley
87% พบว่า Roller Lash ให้ผลลัพธ์ขนตาโค้งงอนยาวนานจริง Smiley
94% พบว่า Roller Lash ทำให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นจริง Smiley

ข้อสุดท้ายที่ทรายชอบมากจากประสบการณ์การใช้งานของตัวเอง คือ แม้จะติดทนแต่ก็ล้างออกง่ายมาก
ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นในมาสคาร่าที่เคลมว่าติดทนๆง่ายๆหรอกคะ ปกตินี่แทบจะต้องกระชากขนตาเพื่อล้าง
ในแต่ละวันกันเลยทีเดียว






ก็ฝากเอาไว้สำหรับคนที่กำลังมองหามาสคาร่าใหม่ดีๆสักตัวนะคะ เบเนฟิตเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาก
ในเรื่องของมาสคาร่าและอายไลเนอร์ค่ะ หวังว่าจะได้เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะคะ อย่างที่ทราย
บอกเอาไว้ตอนแรกว่า ของดีย่อมบอกต่อความดีงามด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว แค่ไปลองค่ะ ^^
พบกันใหม่ Blog หน้านะคะ สวัสดีค่าSmiley








Disclaimer : Sponsored Content by Benefit Thailand
Information : https://www.facebook.com/BenefitCosmeticsThailand
Information : @benefitthailand





 

Create Date : 18 มีนาคม 2558    
Last Update : 18 มีนาคม 2558 2:18:21 น.
Counter : 11990 Pageviews.  

Quick Look! LANCOME Blanc Expert Cushion Compact รองพื้นแบบคูชั่นชิ้นแรกจากลังโคม







LANCOME เป็นแบรนด์ไฮเอนด์จากฝั่งตะวันตก แบรนด์แรกที่ลงมาเล่นตลาดรองพื้น
แบบ Cusion นะคะ รองพื้นตัวนี้ผลิตที่เอเชียและพัฒนาสูตรเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ
ตัวนี้มาในไลน์ของ Blanc Expert ซึ่งเป็นไลน์ Whitening สกินแคร์ของลังโคม

ก็แน่นอนว่าต้องการผสมการบำรุงและมีแนวคิดในการพัฒนาโปรดักส์ไปในเรื่องของ
ความขาวกระจ่างใสค่ะ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม SPF 23 PA++ ลงไปด้วย รองพื้นตัวนี้
ลังโคมเค้าพัฒนาให้มีความมันวาวน้อยกว่าพวกแบรนด์เกาหลี คือยัง Dewy อยู่นะคะ
แต่ว่าน้อยกว่า และเพิ่มการควบยคุมความมันมาด้วย ทำให้ใช้ได้แม้จะอยู่ในประเทศ
แถบร้อนชื้นค่ะ วีดีโอนี้ทรายลองทาให้ดูเผื่อใครอยากจะเห็นว่าอยู่บนผิวแล้วเป็นยังไงนะคะ



Disclaimer: รองพื้นได้มาจากLancomeค่ะ
Information: https://www.facebook.com/LancomeThailand




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2558 19:21:29 น.
Counter : 5554 Pageviews.  

มาแล้วรองพื้นที่ต้องกรีดร้อง!!! YSL Le Teint Encre De Peau Fusion Ink Foundation




รองพื้นตัวใหม่จาก YSL นี้เป็นรองพื้นที่ได้รับความสนใจ ฮือฮากันมากๆตอนเปิดตัวเมื่อครึ่งปีก่อน
ฝรั่งกรี๊ดกร๊าดกันเป็นบ้าเป็นหลัง ที่ทรายยังไม่เคยหยิบเอามาพูดถึงเลยสักครั้งก็เพราะว่าเค้ายัง
ไม่วางขายในเอเชียค่ะ แต่ว่าวันนี้เข้าไทยแล้วเรียบร้อย จะพลาดได้ยังไง รีบไปจัดมาอย่างไว
น่าสนใจยังไง ทำไมต้องกรีดร้องมาดูกันค่ะ








Disclaimer:
Sponsored Content by YSL
Information: https://www.facebook.com/YSLBeauteThailand




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2558 13:45:53 น.
Counter : 6415 Pageviews.  

Review: งานผิวของIllamasqua Powder Foundation, Loose Powderและ Hydra Veil [ภาคแรก]



สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนด้วยนะคะ บล็อกวันนี้ทรายขอรวบรวมโปรดักส์เกี่ยวกับหน้า ซึ่งเป็น
Base Makeup ของแบรนด์ Illamasqua มาให้ให้ได้ทำความรู้จักกันค่ะ แต่ด้วยความที่มันเยอะมากๆ
วันนี้เราจะพูดถึงแค่ 3 โปรดักส์ก่อนนะคะ ที่เกริ่นไว้แล้วในหัวข้อBlog ก็คือ Powder Foundation,
Loose Powder และ Hydra Veil ค่ะ







ขอเริ่มเลยแล้วกันนะคะ จะได้ไม่เสียเวลา ทรายขอแนะนำตัว Hydra Veil ก่อนเลย เพราะตัวนี้เนี่ย
จัดว่าเป็น Cosmetic Care ตอนออกมาใหม่ๆสะเทือนวงการเมคอัพมากๆ ทรายเองก็ตื่นเต้นมาก
ออกมาตั้งแต่ปี56แล้วค่ะ ทรายเองก็เคยเขียนถึงไปแล้วครั้งนึง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมาก
ตอนนั้นเค้าเปิดตัวคอลเลคชั่นParanormal ครั้งนี้ขอรวบรวมมาไว้ที่นี่ด้วยเลยแล้วกันนะคะ



Hydra Veil (1,590 บาท/30ml.)





ไฮดร้าวีล เป็นเจลที่ช่วยฟรีซผิวและเครื่องสำอางให้สดใหม่เสมอ มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Anti Oxidant
Astaxanthin จะสามารถทำให้ผิวคงสภาพฉ่ำน้ำจนถึงขีดสุด ตั้งแต่วินาทีแรกที่ไฮดร้าวีล สัมผัสกับ
ผิวหน้า จะให้ความเย็นและตึงกระชับในฉับพลัน เหมาะสำหรับทั้งผิวแห้งและผิวมัน ให้ลงหลังสกินแคร์
ใช้ก่อนเครื่องสำอาง เรียกง่ายๆคือ มันสามารถหลอกผิวเราได้ ว่าผิวเราอิ่มน้ำ ฉ่ำเด้ง ถึงแม้เราจะ
นอนน้อย พักผ่อนไม่พอ หรือแห้งสุดๆ บางคนก็ใช้ไฮดร้าวีลแทนเบสเมคอัพไปเลยก็มีเหมือนกันค่ะ


สำหรับคนที่ผิวมัน มักจะชอบถามทรายว่าใช้ตัวนี้ได้หรือเปล่า ตามความเห็นของทราย ทรายคิดว่า
ใช้ได้นะคะ ก่อนอื่นคือเราต้องแยกก่อนว่า ผิวมัน กับผิวขาดน้ำ นั้นไม่เหมือนกัน คนผิวมันก็สามารถ
เป็นคนที่ผิวขาดน้ำได้ ลองสังเกตคนผิวมันบางคน ก็มีผิวที่ดูเหี่ยว ดูกร้าน แต่มีน้ำมันบนผิว ตรงนี้
อยากบอกว่าบางทีผิวเค้าต้องการน้ำค่ะ ถ้าเติมน้ำให้เค้า เค้าก็จะชุ่มชื้นขึ้น ที่เคยดูเหี่ยว ดูมีริ้วรอย
ดูกร้าน ก็จะค่อยๆหายไป ผิวเด้งฉ่ำน้ำมากขึ้น แต่ไม่ใช่ผิวมันขึ้นค่ะ ปกติแล้วโปรดักส์ที่ช่วยกักเก็บ
ความชุ่มชื้นให้ผิว เติมน้ำให้ผิว จะไม่ทำให้ผิวมันขึ้นค่ะ ตัวไฮดร้าวีลถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ผิว
ดูเหมือนฉ่ำน้ำถึงขีดสุด ดังนั้นไม่ทำให้ผิวมันขึ้นแน่นอนค่ะ มันทำให้ผิวฉ่ำน้ำมากขึ้นเท่านั้น





ตัวนี้ไม่เชิงว่าเป็นสกินแคร์นะคะ ดังนั้นคงไม่เหมาะหากจะใช้เป็นประจำเช้า-เย็น ให้ใช้เหมือนเวลา
ใช้พวกเมคอัพเบสจะดีกว่าค่ะ คือใช้ทุกครั้งที่จะแต่งหน้า วิธีใช้ก็คือทาเหมือนทาครีมนี่แหละค่ะ
ให้ทั่วใบหน้าเลย ใช้พายที่เค้าให้มาด้วยตัก1ช้อน ก็พอแล้วค่ะ

ลักษณะของเนื้อโปรดักส์ จะเป็นแบบเจลดึ๋งๆเหมือนวุ้นเจลาติน ทาลงบนผิวแล้วจะรู้สึกเลยว่า
มันรัดเข้ากับผิว ผิวจะรู้สึกตึงกระชับขึ้นทันที มีความเย็นในตัว และให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือน
กับว่าเราเอาน้ำทาหน้าเลยค่ะ รอแปปนึงเค้าจะเซ็ทตัวเหมือนกับแผ่นฟิล์มเคลือบผิวไว้ ตรงนี้
ทรายแนะนำว่าก่อนจะลงเมคอัพอื่นๆต่อ ให้รอไฮดร้าวีลเซ็ตตัวเรียบร้อยแล้วจริงๆก่อนนะคะ





ตรงนี้ส่วนตัวที่ได้ลองใช้มานานแล้ว คิดว่ามันได้ผลจริงตามที่เค้าเคลมนะคะ วันไหนที่ทราย
ต้องไปทำงานแต่ไม่ได้นอน ผิวมันจะระอุมากๆ เป็นคนผิวร้อนอยู่แล้วด้วย เวลาทาเมคอัพนี่
กระเทาะตกร่องแบบเละเทะมาก ต้องใช้ตัวนี้ช่วยตลอดเลยค่ะ ใครที่เป็นเหมือนๆกันน่าจะชอบ
ตัวนี้มีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือ ช่วยทำให้เมคอัพติดทนมากขึ้นด้วยค่ะ






Loose Powder (1,450 บาท/15g.)








ตัวแป้งฝุ่นนี้ก็ตามชื่อนะคะ เป็นLoose Powder ใช้สำหรับเซ็ตเมคอัพ ไม่มีการปกปิดใดๆ เหมาะกับ
คนผิวธรรมดา ผิวผสม ส่วนผิวมันมากๆ ก็ต้องบอกว่าอาจจะไม่ได้คุมมันให้คุณได้ถึงขนาดที่ไม่ต้องใช้
กระดาษซับมันเลยนะคะ ตัวแป้งให้ลุคที่ค่อนข้างไปทางแมต แต่ถ้าลองเอาเนื้อแป้งมาถูลงที่ผิวแล้วดู
ใกล้ๆ จะเห็นว่าในเนื้อแป้งเองมีมิติเหลือบๆอยู่ แต่ไม่ใช่ชิมเมอร์ค่ะ อาจจะเพราะแบบนี้เลยทำให้ดู
ไม่แมตแห้งมาก เป็นแบบโปร่งสี โปร่งแสง อิสามาสก้าจำกัดความแป้งตัวนี้ว่า "Transparent" หลายคน
อาจจะสะกิดขึ้นมาว่า Translucent หรือเปล่าแก๊??? ไม่ใช่นะคะ ไม่เหมือนใครค่ะ 5555 ส่วนตัวแล้ว
ทรายว่าเค้าเซ็ตตัวรองพื้นได้ดีเลย ไม่เป็นเค้กๆ เบาๆโปร่งๆ ใครที่ไม่ชอบให้สีรองพื้นเพี้ยนไปจากเดิม
ก็น่าจะชอบแป้งฝุ่นแบบนี้ ส่วนตัวชอบใช้กับแปรงมากกว่าพัพพ์ที่ให้มา มันเบาๆดี ตัวนี้ไม่รู้จะรีวิวอะไร
เนื่องจากมันไว้เซ็ตเฉยๆ แต่มันคือตัวที่ดังมากนะคะ ลองไปอ่านรีวิวของฝรั่งดูค่า






Powder Foundation (1,850 บาท/10g.)





แป้งผสมรองพื้นของอิลามาสก้ามีสีให้เลือกเยอะมากๆถึง14สีเลยค่ะ (อาจจะไม่เข้าไทยทั้งหมดนะคะ)
เป็นเนื้อแมตทั้งหมด ทรายว่าหลายๆคนคงงงว่าทำไมแบรนด์นี้เน้นแมตตลอด ไม่ว่าจะเบสเมคอัพ
หรือพ้อยท์เมคอัพ ขอเล่าถึงแบ็คกราวน์ของแบรนด์เผื่อใครยังไม่เคยทราบ คือ ไอเดียของแบรนด์
มาจากพวกเมคอัพสำหรับพวกนักแสดงโรงละคร เป็นTheatre Makeup ดังนั้นถ้าใครคร่ำหวอด
หรือพอรู้เกี่ยวกับวงการนี้ ก็คงพอรู้ว่าส่วนใหญ่แล้ว เค้าจะเน้นการแต่งหน้าแมต เพราะนักแสดงนั้น
ต้องเฉิดฉายอยู่หน้ากล้อง หน้าแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่ร้อนมาก ถ้าเราใช้เมคอัพที่ดูฉ่ำเกินไป
มันจะไปไวมาก ภาพที่ออกมาในกล้องจะดูเยิ้มเหมือนเพิ่งไปปิ้งไก่มาเลยค่ะ อันนี้ส่วนตัวเวลามีถ่าย
งานแบบออกกอง มักจะชอบถามพี่ช่างแต่งหน้าแล้วก็ถ้างานไหนต้องแต่งเอง ก็มักจะโดนผู้กำกับ
บอกว่า ซับหน้าเยอะๆเลยครับ 5555 คือถ้าอยากสวยเป๊ะแบบดารา ก็ต้องลงแมตไว้ก่อนโดนไฟ
แล้วจะเลิศเวอร์เลยค่ะ ถ้าไม่เชื่อลองสังเกตพวกภาพจากงานอีเวนต์ของ Illamasqua เวลามีนาง
แบบแต่งหน้าเดิน คือ ปังมากกกก เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร เมคอัพปังทุกองศา
ตัวBase Makeupเค้าจะเน้นแมต แล้วจุดไหนอยากให้ดูวิ๊งวั๊บก็ค่อยลง Point Makeup แบบที่
มีชิมเมอร์ ลงไฮไลต์ไปเป็นจุดๆ ซึ่งเทคนิคแตกต่างจากทางเกาหลีโดยชิ้นเชิง ทางนั้นเค้าเน้นเงาวับ
ตั้งแต่ผิวยันเมคอัพค่ะ





เกริ่นมายาวคงพอเข้าใจคอนเซ็ปต์คร่าวๆเนอะ มาถึงตัวแป้งกันดีกว่า ตลับอลังการงานสร้างมากๆ
มีพัพฟ์มาให้แยกมานะคะ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบพัพพ์แบบนี้เท่าไหร่ ชอบไปหาพัพพ์ฟองน้ำมาใช้แทน
เนื้อแป้งเป็นเนื้อแบบกลางๆนะคะ ไม่นุ่มมากว่าไม่แข็ง เนื้อค่อนข้างละเอียดเลย และสามารถที่จะ
Buildให้ปกปิดมากขึ้นได้ คือถ้าทาปกติเค้าจะปกปิดแค่Mediumค่ะ ไม่ใช่Full Coverage แต่ว่า
พวกผิวที่ไม่มีปัญหา มีแค่สีไม่เสมอ นี่ทาปกติก็ปิดกริ๊บแล้วค่ะ พอดีหน้าทรายมีแผลสิวอยู่ก็เลยลอง
ให้เห็นได้ชัดเลยว่าปกปิดประมาณไหนเนอะ ยิ่งทาทับหลายเลเยอร์ก็จะยิ่งปกปิดมากยื่งขึ้น แต่ว่า
ก็อย่าลืมด้วยความที่มันเป็นลุคแมตอย่าทาหนาเกินไปนะคะ ใครรู้สึกว่าเอ๊ะตอนนี้ทาเยอะเกินไปแล้ว
ก็ใช้แปรงปัดแป้งมาปัดเอาแป้งส่วนเกินออกได้ค่ะ











แป้งผสมรองพื้นนี้อย่างที่บอกว่ามีเฉดเยอะมากและมันไม่เรียงสี เรียงอันเดอร์โทนนะคะ ไปลองก่อน
บางทีเห็นว่าสีเข๊มเข้ม หรือแบบเหลืองจัง ทำไมไม่เหมือนแป้งยี่ห้ออื่นๆ ต้องลองทาก่อนค่ะ จะบอกว่า
เหยอเมซิ่ง ทำไมมันกลืนไปกับผิวได้ (ถ้าเลือกถูกสีนะ) ตัวนี้ก็คล้ายกับตัว Loose Powder ค่ะ ไม่ได้
คุมมันมาก อยู่ระดับกลางๆผิวธรรมดา-ผิวผสมใช้ได้ คนผิวมันบางคนก็ชอบนะคะ แต่อันนี้ตอบแทน
ไม่ได้เหมือนกันเพราะทรายผิวแห้ง





ใครที่ยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เคยลอง หรืออยากลองแต่ไม่ได้ลองสักที ก็หวังว่าจะได้ประโยชน์กัน
นะคะสำหรับBlogนี้ น่าจะพอช่วยเพื่อนๆได้ถ้ามีโอกาสทรายก็อยากสวอชทุกสีมาเก็บไว้ในBlogด้วย
แต่การจะทำแบบนั้นได้นั้น... 5555555 เดี๋ยวต้องขอไปคุยกับเค้าก่อนนะ ขอบคุณที่ติดตามกันจ้า
เจอกันBlogหน้าค่า


ps. ด่วนๆไปส่องเพจเค้ามา เห็นโปรฯเดือนมกราอย่าได้พลาดเลย (ทุกสาขา)

SET1: Hydra Veil + Skin base foundation + Loose Powder
ราคา 3,700 บาท จากปกติ 4,640 บาท

SET2: Hydra Veil + Powder Foundation

ราคา 2,750 บาท จากปกติ 3,440 บาท





Disclaimer: Sponsored Content by Illamasqua Thailand
Information: https://www.facebook.com/Illamasqua.th




 

Create Date : 12 มกราคม 2558    
Last Update : 12 มกราคม 2558 17:50:40 น.
Counter : 29675 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

feonalita
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 908 คน [?]




 photo icon_facebook_48_zpsb497412b.png photo icon_instagram_48_zps84436242.png photo icon_youtube_48_zpsfc801391.png photo icon_twitter_48_zps6e17cf8d.png photo icon_pinterest_48_zps16047ffb.png

FEONALITA: Beauty & LifeStyle Blog✰
คำว่า"สวย"ของแต่ละคน มีคุณค่าไม่เท่ากัน
∙•The Beauty of an Individual◀•∙

บล็อคนี้เริ่มสร้างเมื่อวันที่ 22-11-2006 ค่ะ

feonalita@gmail.com feonalita@gmail.com





Golden Rose Liquid Matte Lipstick “London
“Citra THREE 4D-Plus Eye Palette พาเลทอายแชโดวซัมเมอร์ครบทุกสี
Canmake New Collection ฟรุ้งฟริ้งหลายสิ่งน่ารักจากญี่ปุ่น Winged Liner & Chocolate Lips Inspired by Kylie Jenner
No 7 Matte Lip Crayon & Precision Lips Pencil 9สี LANCOME Juicy Shaker Full Collection










Follow Me on Pinterest
Loading

MyFreeCopyright.com Registered & Protected
New Comments
Friends' blogs
[Add feonalita's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.