Group Blog
 
All Blogs
 

อาหารจีนและอาหารทะเลสดๆ ที่ ภัตตาคารตั้งใจอยู่ สาขา 2 - Tang Jai Yoo Restaurant

ชื่อร้าน : ภัตตาคารตั้งใจอยู่ สาขา 2 - Tang Jai Yoo Restaurant
รายการอาหาร : เนื้อปลาเก๋าทองลวก เป็ดปักกิ่ง ลูกชิ้นกุ้งทอด ออส่วน เปาะเปี๊ยะเนื้อเป็ด ผัดโป๊ยเซียน ผัดโหงวก๊วย
เวลาเปิดบริการ : 11:00 am - 10:00 pm
ที่ตั้งร้าน : อาคารวอลสตรีต ถนนสุรวงศ์, บางรัก กรุงเทพมหานคร
พิกัด GPS : 13° 43' 46.89" N 100° 31' 56.26" E




สวัสดีครับ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้แวะไปทานอาหารเย็นที่ภัตตาคารตั้งใจอยู่สาขา ๒ ที่อาคารวอลสตรีต ถนนสุรวงศ์ เป็นร้านเก่าแก่ในเยาวราช แต่สาขานี้มีความพิเศษตรงที่บริหารและดำเนินงานโดยคุณปุณยนุช พรธิติเนศ ถ้าไปวันเสาร์ อาทิตย์ ก็จะได้พบกับคุณนุชที่จะออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง


ภัตตาคารก็หาไม่ยากครับ อยู่ชั้นใต้ดิน อาคารวอลสตรีตทางเวอร์ ถ้าขับรถมาจาก ถนนพระราม ๔ หรือ อังรีดูนันท์ พอเลี้ยวเข้าถนนสุรวงศ์ ประมาณ ๕๐ เมตร ก็ให้หาทางเข้าอาคารที่จะอยู่ทางซ้ายมือครับ มีที่จอดรถสะดวกสบายไม่ต้องห่วงครับ

เนื่องจากเพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกก็เลยไม่คุ้นเคยกับเมนูอาหารที่ยาวเหยียด มีอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกมากมาย ถ้าอยากจะสั่งเป็นชุดแบบโต๊ะจีน ก็มีให้เลือกหลายแบบหลายราคานะครับ ส่วนทีมผมสนใจสั่งแบบ à la carte มากกว่า โดยได้กัปตัน กับคุณนุชช่วยแนะนำครับ สรุปออกมาได้แปดรายการ ครับ เหมาะสำหรับ ๕ ท่าน อนึ่งพวกผมต้องเผื่อท้องไว้ทานของหวานด้วย เพราะได้ข่าวว่า ของหวานที่นี่มีความพิเศษ

ก็เริ่มจาก ลูกชิ้นกุ้งทอดครับ ลูกชิ้นที่นีลูกใหญ่ขนาดเท่าๆ ซาลาเปาลูกเล็กที่ร้านเซเว่นเลยครับ กรอบนอก นุ่มใน เนื้อแน่นมีกุ้งเป็นตัวๆ จิ้มบ้วยกออร่อยมากเลยครับ




ถัดมาก็เป็นเนื้อปลาเก๋าทองลวก


ทานคู่น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสชาติกลมกล่อม จากนี้มาพร้อมกับออส่วน อารามที่อร่อยกับสองจานแรกอยู่พอออส่วนลงเลยลืมถ่ายรูป ทานกันไปครึ่งจานแล้วค่อยนึกได้ หลังจากนั้นต้องคอยเตือนกันว่าให้ถ่ายรูปก่อน อาหารที่นี่อร่อย และน่าทานมากครับ หลังจากนั้น ก็เป็นกระเพาะปลาน้ำแดงคั่นรายการ





จานต่อมาเป็นของโปรดของสมาชิกทุกท่าน คือ เป็ดปักกิ่ง

สิ่งพิเศษของที่นี่ คือ ออปชั่นในการปรุงเนื้อเป็ดครับ เพราะว่ามีออปชั่นเปาะเปี๊ยะเนื้อเป็ดที่พวกเราไม่เคยทาน ที่ไหน ต้องขอย้ำว่าไม่ใช่เปาะเปี๊ยะธรรมดานะครับ เปาะเปี๊ยะเป็ดใช้กระดาษที่ทำมาจากแป้งที่สั่งพิเศษมาจากฮ่องกงเชียวนะครับ รสชาดอร่อยมากครับ


ถัดจากเป็ดก็เป็นจากผัก และผัดต่างๆ ครับ ได้แก่ ผัดโหงวก๊วย ผัดผักปวยเล้วกระเทียมสับ ผัดโป๊ยเซียน ที่รวมอาหารทะเล ได้แก่ หอยนางรมสด หอยเชลล์ เนื้อปลา ปลาหมึกสด ปลาหมึกแห้ง กุ้ง อีกสองอย่างนึกไม่ออก เพราะอร่อยจนแย่งกันทาน




หลังจากชุดอาหารคาว ที่จริงพวกเราก็เริ่มอิ่มกันแล้ว แต่ไม่ได้ครับต้องชิมของหวานต่อ ที่ต้องชิมเพราะว่าทั้งสองจานได้รับความอนุเคราะห์จากคุณนุชครับ เป็นเผือกทอดเคลือบน้ำตาล กรอบนอกนุ่มใน



และ สโนว์ไวท์ ครับ เป็นกล้วยหอมกับพุทราทอดห่อด้วยแป้งแป้งตีกับไข่ขาวได้มาเป็นแป้งนุ่มๆ คล้ายกับแมชเมลโลว์กล่มกล่อมอร่อยมากครับ



อยากจะเชิญชวนทุกท่านแวะไปชิมนะครับ กลางวันมีติ่มซำบริการด้วยครับ Bon appétit

ที่มา : บทความโดย K.Vishnu Somboonpeti




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2552    
Last Update : 2 ธันวาคม 2552 15:26:25 น.
Counter : 3163 Pageviews.  

ละลานตาสารพัดแฮม ที่ ครัวเขาใหญ่

ละลานตาสารพัดแฮม ครัวเขาใหญ่ อบอุ่นอิ่มเอมกลางป่า

เดือนนี้มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน เจ๊ไม่รอช้ารีบเก็บกระเป๋าชวนญาติโกโหติกาหอบเสื้อผ้า ไปตระเวนหาของอร่อยหม่ำให้หนำกระเพาะ (หุหุ)

จุดหมายปลายทางแห่งแรกคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แหล่งธรรมชาติบรรยากาศป่าเขาลำเนาไพรอยู่ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว ขับรถไม่ต้องเปรี้ยวมากแป๊บเดียวก็ถึง อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีพื้นที่กว้างใหญ่สมชื่อ ครอบคลุมถึง 4 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี สระบุรี นครนายก และนครราชสีมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้บริการเส้นทาง อ.ปากช่อง ทำให้สองข้างทางมีทั้งร้านอาหารและโรงแรมเรียงรายมากมายจนลายตา ใครที่เพิ่งเคยมาแล้วงง ไม่รู้ว่าจะตกลงปลงใจโซ้ยร้านไหนดี เจ๊มีร้านเด็ดขอแนะนำ เป็นร้านหน้าตาธรรมด๊า...ธรรมดา ไม่ หะ-รู-หะ-รา แต่สะอาดสะอ้าน เปิดโปร่ง โล่งสบาย ชื่อร้าน “ครัวเขาใหญ่” ของ พี่หนุ่ย กับ พี่แต๋ว คู่ชีวิตที่มีความรักมั่นในการทำอาหาร ผสมผสานเมนูอาหารไทยและอาหารเทศจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเฉพาะนานาสารพัดเมนู “แฮม” ไม่ว่าจะเป็น แฮมสันนอก แฮมสันพริก ไทย แฮมซี่โครงอ่อน แฮมซี่โครงแก่ ขาหมู และเบคอน ของขึ้นชื่อลือชาใครไปใครมาเป็นต้องแวะทักพักชิม



“พี่เป็นคนกรุงเทพฯค่ะ แต่พอแต่งงานแล้วก็ย้ายมาอยู่บ้านแฟนที่นี่ อยู่จนลูกๆโตกันหมดแล้ว แม่ก็บอกให้ตั้งร้านเล็กๆ เอาไว้ขายข้าว พอดีน้องสาวมีความรู้เกี่ยวกับการทำแฮม น้องสาวก็สอน เราก็เลยทำกินกันเอง ตอนแรกก็ทำแฮมบ้าง เบคอนบ้าง ทำจนอร่อยก็เริ่มขาย พอขายไปได้สักพักลูกค้าก็เริ่มติด เค้าก็จะแนะนำเรา ทำไมไม่ทำใส่พริกไทยหล่ะ เราก็เลยทำแฮมพริกไทย อีกคนก็บอกทำไมไม่เอาซี่โครงมาทำหล่ะ เหมือนทีโบน เราก็เลยทำเป็นซี่โครงแก่ กับซี่โครงอ่อน พอทำสัก 4 ปีก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น จากเล็กๆก็เริ่มขยายกลายเป็นใหญ่อย่างปัจจุบัน” พี่แต๋วเล่าความเป็นมาเป็นไปในระหว่าง 11 ปีที่ผ่านมาให้ฟังอย่างอารมณ์เย็น



เมนูแฮมของพี่แต๋วการันตีว่า “โฮมเมด” ร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ๊แซบแอบตะลุยไปเกาะขอบเตาดูการเผามาแล้ว พี่แต๋วและพี่หนุ่ยผนึกกำลังควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การคัดเลือก “หมู” ต้องให้ได้น้ำหนักตามมาตรฐาน สด ใหม่ ไม่มีเขียว ไม่มีช้ำ ให้ระกำใจ ถ้าหมูต่ำกว่า มาตรฐานพี่แต๋วสั่งกลับไม่รับพิจารณา



หลังจากได้หมูมาแล้วพี่แต๋วจะนำมาล้างทำความสะอาดจนหมดจด แล้วตัดแต่งกระดูก แต่งเนื้อให้ได้ขนาดพอ เหมาะกับถุงน้ำเกลือ แล้วจึงนำไปหมักพักไว้ในตู้เย็นเป็นเวลา 3 วันแล้วนำมาล้างอีกครั้ง ก่อนจะส่งเข้าถังอบรมควันที่สร้างสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์ และความชำนาญเฉพาะตัว เป็นถังที่ทำขึ้นเองใช้เอง ไม่มีขายที่ใดในโลก พี่แต๋วใช้ไม้เนื้อแข็ง ที่มีในพื้นที่มาทำเป็นเชื้อไฟให้กลิ่นหอมกรุ่น แม้แต่ฝรั่งมาโซ้ยยังชมว่าหอมไม่เหมือนใคร!

ขั้นตอนการรมควันต้องใช้เวลาและความใส่ใจ เลี้ยงไฟให้อยู่สายกลาง ไม่ โหมแรงจนหมูไหม้ ไฟต้องไม่อ่อนเกินไปเนื้อจะไม่หอม เหนียว เคี้ยวไม่มันส์ ไฟต้องร้อนกำลังดีมีคนคอยเดินดูตลอดตั้งแต่เช้ายันห้าโมงเย็นเป็นการรมควันมาราธอน อบแต่ละครั้งต้องใช้ถ่านจำนวนมากมาย แต่เพื่อให้ได้กลิ่นหอมโดนใจ พี่แต๋วกัดฟันทุ่มเต็มที่ไม่มีงก!

แฮมแต่ละชนิดผ่านการผลิตอย่างพิถี พิถัน โซ้ยมันส์แตกต่างกันไป สำหรับคนที่ชอบแฮมเนื้อนุ่มหม่ำง่ายสบายมือต้องลอง “แฮมสันนอก” ถ้าชอบความเข้มข้นเผ็ดร้อนเล็กๆลึกๆที่ปลายลิ้นลองกิน “แฮมสันพริกไทย” สำหรับใคร ที่ชอบความท้าทายระหว่างการโซ้ยสั่ง “แฮมซี่โครงแก่” และ “แฮมซี่โครงอ่อน” มาแล่เป็นชิ้นหนาขนาดพอดีคำแล้วหม่ำด่วน ครอบครัวไหนกระเตงขาโซ้ยจูเนียร์มาด้วยห้ามพลาด “เบคอนทอด” สุดยอดของโปรดของเด็กๆ

นอกจากนี้ ที่ร้านยังมีเมนูแฮมอีกมากมายที่สร้างสรรค์อย่างลงตัว โดยเฉพาะ “ยำแฮม” และ “กระเพราแฮม” ที่โดนใจเจ๊อย่างแรง!



ขาโซ้ยรักสุขภาพเจ๊ขอแนะนำ “เห็ดหอมผัดพริกไทยดำ” และ “ผัดดอกไม้จีนสด” รสชาติกลมกล่อม ใครไม่รู้ว่าดอกไม้จีนสดหน้าตาเป็นยังไงต้องไปลอง

เจ๊แซบขอปิดท้ายด้วยสองเมนูรสเข้มข้นที่โดนใจขาประจำ คือ “แกงป่า” รสจัดจ้าน และ “ผัดเผ็ดหมูเด้ง” รสชาติร้อนแรงถึงเครื่องพริกแกง กินแล้ว...สะใจ!





ร้าน “ครัวเขาใหญ่” มีรายการอาหารมากมายให้เลือกโซ้ยได้ไม่มีซ้ำ สำหรับใครที่หม่ำแล้วโดนใจอยากซื้อแฮมไปฝากญาติสนิทมิตรสหาย ทางร้านมีแยกขายเป็นกิโล ซื้อแล้วแพ็กให้อย่างดี ถึงที่หมายถ้ายังไม่กินรีบเข้าตู้เย็น ก่อนจะโซ้ยนำมาละลายน้ำแข็งแล้วค่อยทอดรับรองอร่อยเหมือนร้าน ถ้าต้องการสั่งจำนวนมากกรุณา โทร.สั่งล่วงหน้าที่เบอร์ 0-4429-7138 ร้านเปิดทุกวัน ตลอดปีมีวันหยุดแค่สองวันหลังปีใหม่ นอกนั้นเปิดตลอด วันธรรมดาตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม เสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 3-4 ทุ่ม

ก่อนจบก่อนจากขอฝากถึงขาโซ้ยหน้าใหม่นักดื่ม (น้ำผลไม้) สั่ง น้ำมะเฟือง และ น้ำเชอรี่ มาลอง แล้วจะพบกับความสดชื่นแบบพื้นบ้าน พี่แต๋วรับประกันไม่มีสารเคมี เพราะปลูกเอง คั้นเอง ดื่มเอง ปลอด-ภัยร้อยเปอร์เซ็นต์!!!

โดย เจ๊แซบ หัวเขียว - หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2551    
Last Update : 6 ธันวาคม 2551 1:41:39 น.
Counter : 2262 Pageviews.  

ปลาหมึกแดดเดียว เคียวหนึบ สลักเพชร เกาะช้าง

เจ้าตำนาน “ปลาหมึกแดดเดียว” เคียวหนึบ สลักเพชร เกาะช้าง อร่อยสมคำร่ำลือ

มิตรรักนักโซ้ยทู้ก..ก..ก..คนที่รู้ว่าเจ๊กำลัง เดินทางไปเกาะช้าง ต่างย้ำนักย้ำหนาว่า ต้องไปร้าน “สลักเพชร” ให้ได้ บางคนถึงกับออกคำสั่งแกมบังคับ บอกว่าถ้าเจ๊ไม่ไป...ไม่ให้กลับ กรุงเทพฯ (อ้าว...!)

'ร้านสลักเพชร' เป็นร้านเก่าแก่อยู่มาตั้งแต่ ท่าเรือยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เมื่อก่อนบริเวณนี้เป็นหมู่บ้าน ชาวประมง สำหรับลงของทะเลสดๆ ทั้งคนซื้อคนขาย เดินไปมากันอย่างหนาแน่น “ตรงนี้เป็นท่าเทียบเรือ ของพวกชาวตะวันออก และภาคกลางอย่างแม่กลอง มหาชัย สมุทรสงคราม มาเทียบเรือที่นี่กัน หมด จนได้ชื่อว่าเป็นเท็กซัสประเทศไทย สถานบันเทิงต่างๆก็เยอะด้วย แต่จากหมู่บ้านชาวประ-มง ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นโฮมสเตย์กันหลายที่ ก่อนหน้านี้ที่บ้านพี่ก็ทำเรือประมง พอได้ของมา บางส่วนเราก็เอามาทำกิน คนที่รู้จักกันกินกี่ทีก็ชอบ บอกว่าเปิดร้านเลย ฝีมือแบบนี้เหมือนร้านในกรุงเทพฯเลย เราก็เลยเอานะ ลองทำดู เมื่อสัก 15 ปีที่แล้วตอนแรกพี่ไม่มีชื่อร้าน คนก็เรียกแต่สลักเพชร...สลักเพชร เราก็ เลยใช้ชื่อนี้ไปเลยค่ะ” คุณพี่สาว เจ้าของร้านร่างเล็กเล่าถึงประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน

ชื่อสลักเพชรนี้ยังมีความหมายลึกซึ้ง เพราะนำมาจากชื่อของ “หลวงสลักเพชร” บรรพบุรุษของคุณพี่สาว ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 5 จึงเป็นชื่อที่มากล้นด้วยคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยความเป็นคนในพื้นที่ คลุกคลีกับของทะเลสดๆ มาตั้งแต่เกิดทำให้พี่สาวมีแหล่งวัตถุดิบในการทำอาหารที่สุดยอด ทุกวันจะมีเรือเล็กเรือน้อย ทยอยนำของทะเลมาขายถึงที่ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะ “ปลาหมึก” สดๆ รสว้าน...หวาน รับประทานคล่อง ไม่ต้องกังวล กับกลิ่นคาว ทางร้านมีเมนูปลาหมึกให้ขาโซ้ยเลือกสรรมากมาย แต่ที่ติดตาตรึงใจเจ๊แซบอย่างแรงต้อง “ปลาหมึกแดดเดียว” เนื้อหนา แน่น หนึบ เคี้ยวเพลิ้น...เพลิน



ขั้นตอนการทำปลาหมึกแดดเดียวของร้านนี้มีกรรมวิธี ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนจนคิดไม่ถึง แค่ฟังเจ๊ยังตกตะลึงถึงความพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่นำปลาหมึกหลอดสดๆจากเรือประมงที่มาจอดเรียงรายอยู่ที่ท่าเรือ คัดจากทุกเจ้า เลือกตัวที่ดีที่สุด โดยเน้นที่ขนาด ต้องได้มาตรฐาน ทุกตัวต้องมีความหนา จากส่วนหัวถึงด้านหลังตั้งแต่ 20 เซนต์ขึ้นไป ถ้าไม่ได้ขนาดคัดทิ้ง!

หลังจากนั้นนำมาผ่า และล้างทำความสะอาด ด้วยน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เป็นการล้างเพื่อ 'ควบคุม' รสชาติให้กลมกล่อมอย่างเป็นธรรมชาติ ล้างจนน้ำซึมได้ที่ นำมาตากบนตะแกรงซึมซับความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ในปริมาณที่พอเหมาะพอดี ที่สำคัญต้องไม่ตากจนปลา หมึกแห้งแข็งแทงเหงือก ต้องตากให้หนังพอตึงๆเสมอกันทั้งตัว แล้วนำมานวดกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ (อีกเช่นกัน...หุหุ) นวดจนทั่ว จึงนำมาห่อฟอยล์และแช่ในห้องแช่แข็งที่เย็นจัด ตู้เย็นธรรมดาทั่วไปใช้ไม่ได้ ต้องเย็น จัดเท่านั้น! ทุกครั้งที่มีคนสั่งค่อยนำออกจากช่องแช่เย็นแล้ววางทิ้งไว้ให้ ละลายในจังหวะที่พอดี ทางร้านจะมีผู้ชำนาญทางการละลายปลาหมึก โดยเฉพาะจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ใช้ทอดได้ จึงส่งมาทอด

การทอดถือเป็นอีกขั้นตอนที่ท้าทาย ต้องใช้ผู้ชำนาญการคอยดูแล เพราะถ้าทอดไม่เป็นจะเสียรสที่สู้อดทนทำมาตั้งแต่แรกเป็นอันจบสิ้นกินไม่อร่อย ต้องทอดให้เหลืองฟูกำลังดี ไฟไม่แรงไป ไม่เบาไป และต้องไว ทอดสุกเหลืองปุ๊บ ต้องรีบยกลงปั๊บ นำไปนวดกับเครื่องปรุงอีกครั้งก่อนจะหั่นแล้วยกมาเสิร์ฟ ชาวปลาหมึกเลิฟเวอร์ ต้องไม่พลาดเด็ดขาด!

นอกจากปลาหมึกแดดเดียวเคี้ยวแซบแล้ว ยังมี “ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว” เมนูซด รสจัดจ้าน สะท้านใจตั้งแต่คำแรก พี่สาวใช้ปลาหมึกไข่ไซส์ กำลังน่าหม่ำ นำไปนึ่ง แล้วนำน้ำซุปกระดูกหมูมาปรุงรสด้วยกระเทียมสด พริกสด รากผักชี ทุบและสับ เติมมะนาวบีบสด น้ำตาลเล็กน้อย น้ำปลาอย่างดีผสมให้รสจี๊ดจ๊าด แล้วนำมาราดที่ปลาหมึกไข่นึ่งสุก เสิร์ฟแบบร้อนๆ ซดกระจาย ชื่นใจจนหยดสุดท้าย



อีกหนึ่งเมนูชื่อแปลก “ปลาอินทรีทอดลาบ” เป็นปลาอินทรีชิ้นสวย ทอดจนเหลืองกรอบ ราดด้วยน้ำลาบรสเข้มข้นหอมกลิ่นข้าวคั่วตั้งแต่แรกเห็น ขอบอกว่า...ข้าวคั่วร้านนี้เค้าหอมมั่กๆ ถ้าอยาก รู้ว่าหอมแค่ไหนต้องสั่งมาลอง...ของเค้าดีจริง!

“ฮ่อยจ๊อปูม้าพิเศษ” หรือ Thai crab cake เมนูสุดฮิตในหมู่ขาโซ้ยอินเตอร์ ฝรั่งบางคนขับรถมา ที่ร้านนานเกือบชั่วโมง เพื่อโซ้ยฮ่อยจ๊อ โดยเฉพาะ ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม และส่วนผสมที่แปลกแหวกจากฮ่อยจ๊อทั่วไป และใส่เนื้อปูเยอะพิเศษทำให้เมนูนี้พิชิตใจขาโซ้ยได้โดยง่าย!

เมนูชุดสุดท้ายที่เจ๊แซบขอฝากไว้ในอ้อมกอดอ้อมใจขาโซ้ยหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมา มี “หอยเชลล์ ผัดฉ่า” เข้มข้น หนักเครื่อง “ปลากะพงสามรส” ปลาสด ตัวใหญ่ได้ใจเจ๊ไปเต็มๆ “กุ้งทอดราดซอสมะขาม” เมนูทานง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ปิดท้ายด้วย “ปลากระบอกต้มส้ม” อาหารพื้นบ้านหาทานยาก แต่อร่อยมาก...ก




“สลักเพชร” เป็นร้านเด็ดชื่อดังบนเกาะช้าง จังหวัดตราด ถ้าขึ้นจากท่าเรือเฟอร์รี่ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปประมาณ 22 กิโลจะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ทางร้านรับทัวร์ได้อย่างเต็มที่ มากี่คนขอให้บอกพี่สาวรับได้สบายมาก เบอร์โทร. 0-3955-3099, 0-3955-3081 และ 08-1429-9983 ทางร้านมีที่พักไว้คอยบริการ สนใจสอบถามได้เบอร์เดียวกัน

ใครที่กำลังหาที่เที่ยวส่งท้ายปลายปี ขอบอกว่าห้ามพลาด เพราะทะเลยามปลายฝนต้นหนาวโรแมนติกสุดๆ!!

โดย เจ๊แซบ หัวเขียว
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ





 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2551 12:04:06 น.
Counter : 3543 Pageviews.  

หวาน ละมุน ที่ Something Sweet

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีโอกาสแวะไปทานเค้กที่ ร้าน Something Sweet หลังจากที่ได้ยินเพื่อนพูดถึงร้านนี้มานานแล้ว สาขาที่ไปอยู่ที่ ถ.สาทร ซอย8 ถ้าเป็นคนทำงานแถวๆนั้นคงจะรู้จักร้านนี้กันอยู่แล้วนะ เพราะอยู่ในย่านธุรกิจใจกลาง ถนนสาทรเลย การเดินทางไปก็ถือว่าสะดวก ลงรถไฟฟ้า BTS สถานี ช่องนนทรี ร้านอยู่ในซอยสาทร 8 ข้างตึก ธนาคารสแตนดารด์ชาร์เตอร์ฯเลย เดินเข้ามาในซอยไม่เกิน 2 นาทีก็จะเจอร้านอยู่ขวามือนะ ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะเลยได้ เพราะป้ายร้านเล็กมาก ดูจากรูปได้

ป้ายหน้าร้าน เดินเลยมาแล้วนะเนี่ย


ที่ร้านมีเค้กเยอะมากๆ ประมาณ 40 ชนิด เลือกไม่ถูกเลยจริงๆ พอดีว่าเพิ่งหม่ำมื้อเที่ยงมาด้วย วันนี้เลยลองชิมได้แค่ 2 ชิ้นเอง ว่าแล้วก็เริ่มจาก White Choc Cheese Cake ชิ้นละ 85 บาท ตามด้วย Choco Bannana ชิ้นละ 75 บาท จริงๆแล้วอยากเพิ่ม เค้ก Nutella อีกสักชิ้น แล้วก็ Strawberry Tart แล้วก็ Chocolate Truffle Cake แล้วก็ Sticky Chocolate cup มาเป็นขบวนเลย 555 ถ้าสั่งทานทั้งหมดวันนี้ สงสัยกลิ้งกลับบ้านเลยแล้วกัน

White Choc Cheese Cake


Choco Bannana


บ่ายแก่ๆ กับเค้ก หวาน ละมุน นุ่มลิ้น กับมุมหนังสือการ์ตูน นิตยสาร และที่ขาดไม่ได้ ลาเต้ร้อนๆ หอมกรุ่น เท่านี้ก็มีความสุข สมกับเป็นวันพักผ่อนแล้วหล่ะ

ลาเต้ร้อน หอมกรุ่น


มุมหนังสือ



ต้นไม้ร่มรื่นหน้าร้าน








ชื่อร้าน : Something Sweet
รายการอาหาร : cake and bakery
เวลาเปิดบริการ : จ.- พฤ. 10.00-22.00 , ศ.- ส. 10.00-23.00, อ. 10.00-21.00
ที่ตั้งร้าน : สาทร ซอย8 กทม. โทร. 02 235 4834, กรุงเทพมหานคร สาทร






 

Create Date : 28 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 22:00:27 น.
Counter : 1466 Pageviews.  

หม่ำอาหารอิตาเลี่ยนกัน ที่ บิ๊ก มาม่า / big mama

บ่ายวันอาทิตย์ อากาศไม่ร้อนมาก ลมเย็นสบายกำลังดี ออกไปหาของอร่อยๆหม่ำดีกว่า ว่าแล้วก็นึกถึงอาหารอิตาเลี่ยนขึ้นมา ร้านอาหารอิตาเลี่ยนดั้งเดิม ต้องที่นี่ บิ๊ก มาม่า / big mama restaurant อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ใจกลางอโศก สุขุมวิทนี่เอง ใครที่ขับรถมาอาจจะหาที่จอดรถยากหน่อย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าในซอยทางลัดตรงเเยกเสริมมิตรจะจอดรถได้มั้ย ขอแนะนำให้เดินมาจากรถไฟฟ้าได้ทั้งใต้ดิน (สถานีสุขุมวิท) และบนดิน (สถานีอโศก) เลย

จากสถานีรถไฟฟ้า เดินเข้ามาในซอยอโศก ฝั่งตึกเสริมมิตร ประมาณ 5 นาที ก็จะเจอแยกเสริมมิตร เลี้ยวซ้ายมาก็เจอร้านเลย (ร้านติดกับร้านหัวมุม) บรรยายกาศหน้าร้าน โปร่งสบายมีต้นไม้พอประมาณ บรรยายกาศในร้านดูอบอุ่น ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาล แดงเลือดนก โต๊ะเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้มค่อนไปทางดำ ตัดกันดีกับ ผนัง เพดานและภาพรวม สวย แค่อาหารตาก็เยี่ยมแล้วหล่ะ

วันนี้ทานอะไรดี อยากหม่ำสปาเกตตี้ ขอ 2 แบบเลยนะ สปาเกตตี้คาโบนาร่า (180 บาท) เต็มไปด้วย ชีส.... นม เนย กับ สปาเกตตี้เห็ดหอมเบคอน (185 บาท) พริกแห้งหอมๆ กรอบๆ เบาๆ หลังจากสั่งอาหารเสร็จก็จะมีขนมปังกับเนยมาเสริฟก่อน ใส่กระกร้าหวายมาน่ารักจัง ไว้หม่ำรองท้องรออาหารจานหลัก เอกลักษณ์ของที่นี่เลยคือ สปาเกตตี้ ทุกจาน ไม่ใส่จาน มาแบบอบหม้อดินมาเลย คือปรุงเสร็จ ใส่หม้อดินปิดทับด้วยแป้งพิซซ่าแล้วนำไปอบอีกที นำเสริฟแบบร้อนๆ พอเปิดฝา(แป้ง) ก็จะเจอสปาเกตตี้อยู่ข้างใน

อบมาร้อนๆ


น่าทานมากๆ


วันนี้ไม่ได้สั่งพิซซ่า แต่ขอแนะนำ พิซซ่าหน้าพาม่าแฮม หอม กรอบ แป้งบางเฉียบตามแบบฉบับอิตาเลี่ยนแท้ หม่ำได้ไม่ต้องกลัวอ้วน พิซซ่ามีหลากหลายหน้ามาก จำได้ไม่หมดต้องไปลองดู

อีกเมนูที่ขาดไม่ได้นั่นคือ สลัด ที่เห็นในรูปคือ สลัดบิ๊กมาม่า (195 บาท) ผักสลัดหลากชนิดสดกรอบ พร้อมด้วยมะเขือเทศ คลุกเคล้ากับอัลม่อนอบหอมๆ ลูกพรุน และ มะม่วงสุกชิ้นเล็กๆ เข้ากันดีจัง เปรี้ยวนิด หวานหน่อย แก้เลี่ยนได้ดี ส่วนซีซ่าสลัด นี่ก็ขอแนะนำ อร่อยครบเครื่องไม่ผิดหวังแน่ๆ

พูดถึงเมนูของหวานมีให้เลือกหลากหลาย แต่อิ่มซะก่อน เลยไม่ได้สั่งมาลองเลย คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะมานำเสนออีกละกัน ขอปิดท้ายด้วยกาแฟลาเต้ร้อน (65 บาท)ไม่มีคำบรรยายเลย หอม มัน กลมกล่อม ให้คะแนนเต็มเลยอ่ะ

ลาเต้ร้อน ถูกใจคอกาแฟจริงๆ


มุมสวยๆในร้าน



ชื่อร้าน : บิ๊ก มาม่า / big mama restaurant
รายการอาหาร : สปาเกตตี้ คาโบนาร่า, พาม่าแฮม พิซซ่า, ซีซ่า สลัด
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 11:00 - 22:00
ที่ตั้งร้าน : 139 สุขุมวิท ซอย 21 (ซอยอโศก) คลองเตยเหนือ วัฒนา กทม. 10110, กรุงเทพมหานคร วัฒนา






 

Create Date : 20 ตุลาคม 2551    
Last Update : 20 ตุลาคม 2551 22:10:55 น.
Counter : 2678 Pageviews.  

1  2  3  

Jury
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jury's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.