ตัวละครในดวงใจ : กาโล จาก คนขี่เสือ


เหตุผลที่ทำให้ฉันตัดสินใจหยิบ ‘He who rides a tiger’ หรือชื่อไทยว่า ‘คนขี่เสือ’ ของ ดร.ภวาณี ภัฏฏาจารย์ ขึ้นมาอ่านในครั้งแรกนั้น เพราะหนังสือเล่มนี้เขียนถึงการปลอมแปลงวรรณะของชาวอินเดีย ซึ่งเป็นประเด็นที่ฉันเคยสงสัยมาตั้งแต่สมัยประถมแล้วว่า ทำไมชาวอินเดียจึงยังยึดถือระบบวรรณะ และมั่นคงในวรรณะของตนตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้ง ๆ ที่แต่ละวรรณะมีสิทธิทางสังคมไม่เท่ากัน ไม่เคยมีบ้างเลยหรือที่คนจากวรรณะต่ำ เช่น ศูทรหรือจัณฑาล จะพยายามใช้ทางลัดเลื่อนฐานะทางสังคมของตนเอง โดยการปลอมแปลงตนเป็นคนที่วรรณะสูงกว่าอย่างพราหมณ์ แล้วย้ายไปอยู่ในเมืองที่ไม่เคยมีใครรู้จักตัวเองมาก่อน (ซึ่งถ้าเป็นคนไทย ฉันเชื่อว่าต้องมีคนทำแน่) และนั่นคือเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้

แต่เหตุผลที่ทำให้ฉันหยิบมันมาอ่านซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง สาม สี่ และจนถึงตอนนี้ก็นับไม่ถ้วนครั้ง เป็นเพราะความประทับใจที่มีต่อ ‘กาโล’ ตัวละครเอกตัวหนึ่งของเรื่องนี้ ไม่ใช่ในฐานะที่เขาเป็นฮีโร่ผู้กระทำสิ่งยิ่งใหญ่อย่างการท้าทายระบบวรรณะที่ยึดถือต่อเนื่องกันมายาวนานนับพัน ๆ ปี แต่ในฐานะและบทบาทที่เรียบง่ายของผู้ที่เป็น ‘พ่อ’

กาโลเป็นกมาร (แขนงหนึ่งของวรรณะศูทร) อาศัยใช้ชีวิตและยึดอาชีพช่างตีเหล็กอยู่ที่เมืองฌรนา เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเบงกอล กาโลเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาไม่งามเลย ผิวดำมะเมื่อม ศีรษะล้าน ร่างกายใหญ่โตแข็งแรงอย่างกมารแท้ ๆ แต่กลับมีลูกสาวที่งดงามราวดวงเดือน ชื่อของเธอคือจันทร์เลขา ไม่นานหลังจากเลขาเกิด แม่ของเธอก็ล้มป่วยและสิ้นชีวิตไป กาโลซึ่งสูญเสียหญิงอันเป็นที่รัก จึงหันมาทุ่มเทความรักให้แก่ลูกสาวกำพร้าแม่เพียงคนเดียวที่ภรรยาของตนเหลือทิ้งไว้ให้ ทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนพ่อลูกที่เมืองฌรนา อย่างมีความสุข

ตอนที่ยังเด็ก เลขาจะใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่ข้างกายกาโล เฝ้ามองเขาทำงาน สูบลมเข้าเครื่องสูบ และตีเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนแดงด้วยฆ้อนอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย นั่นเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของกาโล สายตาของลูกสาวที่มองเขาบ่งบอกความรักใคร่นับถือและภาคภูมิใจในตัวพ่อของเธอ เมื่อเลขาเติบโตขึ้นจนถึงวัยที่ต้องเข้าโรงเรียน กาโลก็พยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาว เขาทำงานหนัก หาเงินมาส่งเธอเข้าโรงเรียนมิชชันนารีของฝรั่ง เพื่อให้เธอได้เรียนสูง ๆ มีวิชาความรู้มาก ๆ และมีหน้ามีตาทัดเทียมลูกสาวผู้ดีมีตระกูลจากวรรณะสูงคนอื่น ๆ เมื่อเลขาไปโรงเรียน กาโลจะเฝ้ารอเวลาที่เธอจะกลับมาบ้าน มานั่งกินขนมอยู่ข้าง ๆ เขา แล้วเล่าทุกสิ่งทุกอย่างจากสายตาของเด็กหญิงน้อย ๆ ที่เพิ่งจะเห็นโลกกว้างเป็นครั้งแรกให้เขาฟัง

เมื่อเลขาหลับ กาโลที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็ยังไม่ได้พักผ่อน เขาจะแอบเอาหนังสือเรียนของลูกออกมาจากกระเป๋า แล้วนั่งอ่านทำความเข้าใจ เขาจะพยายามอ่านให้ล่วงหน้าจากที่เลขาเรียนไปบทหนึ่งเสมอ เพื่อที่เมื่อเธอถาม เขาจะได้ตอบได้ อันที่จริงกาโลไม่ได้อยากเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายถึงเพียงนั้น วิชาการไม่มีความสำคัญใด ๆ เลยในโลกที่มีเพียงการสูบลมและตีเหล็กของกาโล สิ่งที่มีความสำคัญสำหรับเขาคือเลขา เขาไม่อยากให้ลูกรู้ว่า พ่อที่เคยเก่งที่สุด แข็งแรงที่สุด ฉลาดที่สุดในโลกใบน้อยของเธอนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง เขาอยากเป็นวีรบุรุษของเลขาตลอดไป หรืออย่างน้อย ก็ขอแค่ให้นานที่สุด

วันเวลาแห่งความสุขช่างแสนสั้น เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นในปี 1943 ผลกระทบจากสงครามทำให้อินเดียเกิดภัยแห่งความอดอยาก สินค้าและอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค ไม่มีการควบคุมราคาสินค้า คนร่ำรวยกักตุนข้าวของผูกขาดค้ากำไร อาหารหายไปจากท้องตลาด และทำให้ชาวอินเดียล้มตายลงราวใบไม้ร่วงนับล้านคน

ไม่เว้นแม้แต่ที่เมืองเล็ก ๆ อย่างฌรนา

เฮือกสุดท้ายก่อนที่จะอดตาย กาโลขายฆ้อนกับเครื่องสูบลมที่ใช้ทำมาหากิน เอาเงินให้ป้ากับเลขาไว้เพื่อเป็นเสบียงก้อนสุดท้าย ส่วนตัวเขาเองเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานทำ กาโลต้องเดินอยู่หลายวัน ลักลอบเกาะแนบตัวอยู่กับด้านนอกรถไฟอยู่หลายคืน เมื่อเหนื่อยแสนเหนื่อย หิวแสนหิว กาโลจะคิดถึงเลขา ภาพของลูกสาวที่หิวท้องกิ่วอยู่ที่บ้าน ทำให้กาโลมีกำลังใจสู้ต่อไป เลขากำลังรอเขาอยู่ เขาจะยังตายไม่ได้

แต่ในที่สุด เมื่อหิวจนเหลือทนขึ้นมา ท้องก็มีอิทธิพลเหนือสมอง กาโลขโมยกล้วย และด้วยกล้วยเพียงสามใบที่ไม่ได้ล่วงลำคอ กาโลถูกจำคุกสามเดือน ในสถานที่ซึ่งไม่ผิดอะไรกับนรกในจินตนาการ

และในนรกแห่งนั้นเองที่กาโลได้เรียนรู้ ‘วิถีแห่งพราหมณ์’ และกลวิธีสร้าง ‘ปาฏิหาริย์พระศิวะเสด็จ’ โดยใช้เทวรูปที่สลักขึ้นมาเองกับถั่วสองเซียร์ จากเพื่อนร่วมห้องขังผู้มีอดีตเป็นปริศนา รหัสประจำตัว B-10

กาโลออกจากคุกเมื่อพ้นโทษ เก็บความรู้ที่ได้มาปิดตายไว้กับตัว แล้วออกหางานทุกอย่างที่ทำได้ ตั้งแต่รับจ้างเก็บศพคนตายตามท้องถนนให้เขาเอาไปเลาะกระดูกส่งขายโรงเรียนแพทย์ ไปจนถึงแมงดาคุมซ่อง เก็บเงินทุกไปซ่าส่งให้เลขาที่รออยู่ที่บ้าน เขาเขียนจดหมายถึงสูกสาวทุกวัน โกหกเธอว่าอยู่สุขสบาย การได้ส่งจดหมายถึงเลขา และรับจดหมายตอบจากเธอ เป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจิตใจของกาโลให้มีชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางความทุกข์ยากในกัลกัตตา

แต่แล้ว โลกใบน้อยที่กาโลปกป้องเอาไว้ด้วยชีวิตก็พังทลาย เมื่อเลขาถูกหลอกพาตัวมาขายในซ่องโสเภณีที่กาโลทำงานอยู่ แม้ว่าเขาจะช่วยเหลือเลขาออกมาได้ทันเวลา แต่เลขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอได้รู้ความจริงว่าเขาโกหก พ่อไม่ได้เป็นฮีโร่ แต่เขาทำงานสกปรกที่หากินบนความทุกข์ทรมานของคนอื่น ตั้งแต่เกิดมา กาโลไม่เคยเจ็บปวดใจกับเรื่องใดเท่าเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาคิดแค้นสังคมและชนชั้นสูงที่กระทำต่อชนชั้นต่ำกว่าอย่างเขาเหมือนไม่ใช่คน ในที่สุด กาโลก็ตัดสินใจใช้วิชาที่ได้รับถ่ายทอดมาจากในคุก ปลอมแปลงตัวเองเป็นมงคล อธิการี พราหมณ์ปูชารีผู้เป็นทวิชาติ สร้างปาฏิหาริย์พระศิวะเสด็จ ก่อตั้งวิหารใหญ่ในเมืองหลวง ทำให้ผู้ลากมากดีที่เคยเห็นเขากับลูกเป็นเพียงเศษคนไร้ค่ามาน้อมศีรษะแตะเท้าทำความเคารพ

กาโลขึ้นหลังเสือเสียแล้ว เขาลงไม่ได้อีกต่อไป

ฉันไม่ได้ประทับใจกาโลในฐานะที่เขาเป็นพ่อที่ประเสริฐ เปล่าเลย กาโลเป็นเพียงพ่อคนหนึ่ง เหมือนพ่อของคุณ เหมือนพ่อของฉัน แต่ด้วยคำว่า ‘พ่อ’ คำเดียวนั้น ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งทำได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งที่เขาให้กำเนิด แม้ว่าจะต้องเหนื่อยยาก หรือข้ามพ้นสิ่งที่เขายึดถือมาชั่วชีวิต

รอยยิ้มของลูกคือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพ่อ เป็นสมบัติอันล้ำค่าที่พ่อยอมแลกได้กับทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้

ในสายตาของผู้ที่ถูกกำหนดอย่างไม่เป็นธรรมจากชาติกำเนิดว่าเป็นวรรณะที่ต่ำชั้น การบอกเล่าความจริงท่ามกลางสาธารณชนนับร้อยนับพันในมหาวิหารของกาโลอาจเป็นการกระทำที่ทั้งบ้าและกล้าหาญ กาโลอาจเป็นวีรบุรุษผู้ท้าทายความเชื่อเก่าแก่และความเอารัดเอาเปรียบจากการแบ่งชนชั้นวรรณะ เป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ แต่ฉันเชื่อว่า ในความรู้สึกของกาโล เขาไม่ได้ทำลงไปเพื่อจุดประสงค์ที่ฟังดูอลังการอย่างอุดมการณ์หรือการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม จุดประสงค์ของเขามีเพียงแค่ความสุขของจันทร์เลขา สมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา

เป็นเรื่องน่าทึ่งเมื่ออ่านมาถึงบทสุดท้ายแล้วพบว่า ท่ามกลางเงื่อนปมอันซับซ้อนมากมายที่เกี่ยวกับความเชื่อที่ต่อเนื่องมานับพันปี ศีลธรรม ชนชั้น และก้าวแรกของความเท่าเทียม สิ่งที่เป็นแรงผลักดันและเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมด กลับมาจากสิ่งง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็รู้จักอย่างความรักอันบริสุทธิ์ที่พ่อมีต่อลูกนั่นเอง

by carousal



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 23 มกราคม 2555 21:18:31 น.
Counter : 722 Pageviews.

2 comments
  
แล้วสุดท้ายเลขายอมรับพ่อได้ไหมคะ

หนังสือเรื่องนี้ น่าอ่านจัง


^^
โดย: เชอร์เบต จี๊ดด ด วันที่: 13 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:40:13 น.
  
อิอิ ไม่อยากสปอล์ยค่ะ ไปหาอ่านเองดีกว่านะคะ

แต่เรื่องนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะคุยเกี่ยวกับเรื่องความเหลื่อมล้ำแล้วก็การเมืองน่ะค่ะ เคยอ่านรีวิวจากคนที่รู้เรื่องดีแล้วแอบมึน เราเห็นแค่เศษเสี้ยวนิดเดียวของเรื่องนี้เองนะเนี่ย
โดย: carousal วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:45:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

carousal
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 192 คน [?]



สนใจหนังสือ ติดต่อ agcarmine [at] hotmail.com นะคะ
All Blog