วันที่ผมปะทะกับเสื้อแดง

ขณะที่ผมท่องเที่ยวต่างจังหวัดอย่างเพลิดเพลิน ผมก็มักจะโดยสารรถพวกรถเมล์ รถสองแถวเป็นปกติ
เพื่อจะได้สัมผัสกับวิถีชาวบ้าน วันนี้ก็เลยเจอวิถีชาวบ้านเต็มๆ เลย

สองแถวเมืองเลยจอดที่ท่ารถ รับแดงฮาร์ดคอร์ตัวหนึ่งขึ้นรถมา ตามันแดงก่ำ หน้ามันเหมือนมหาโจร
ในมือถือกระัเป๋าเสื้อผ้า เหมือนเพิ่งกลับจากการเดินทางไกลมา

พอมันหย่อนตูดลง ปากของมันก็เริ่มทำงาน

แดงฮาร์ดคอร์ : เสียดายไม่ไปกรุงเทพฯ ไม่งั้นจะไปเจาะเลือดโชว์
ตูเอง : (เมิงคุยกะใครวะ?)
แดงฮาร์ดคอร์ : นี่เพิ่งกลับมาจากขอนแก่น ไปไล่ไอ้พวกเชี๊ยประชาธิปปัตย์
ตูเอง : (มองซ้ายมองขวา เมิงคุยกะใครวะ?)
แดงฮาร์ดคอร์ : เฮอะ ชาติจะฉิบหายก็ช่างมัน เดี๋ยวทักษิณกลับมาเขาก็ฟื้นฟูได้
ตูเอง : (ตรรกะเชี๊ยอะไรของเมิงเนี่ย???????)
แดงฮาร์ดคอร์ : คนไทยทุกคนเขารักทักษิณกันหมดแหละ
ตูเอง : (ลุกให้ยายกับหลานที่เพิ่งขึ้นมานั่ง ส่วนแดงฮาร์ดคอร์ทำเป็นชมวิวข้างทาง)
แดงฮาร์ดคอร์ : ยาย! (ยายที่เพิ่งได้นั่งนั่นแหละ)
ยาย : (สะดุ้งเฮือก)
แดงฮาร์ดคอร์ : อภิสิทธิ์แม่งทิ้งประชาชนขึ้นฮอหนีจุกตูดเลยเนอะ ทักษิณไม่เคยทิ้งพวกเรานะยาย
ตูเอง : (เฮ้ย พ่อเมิงเขาหนีคนแรกเลยไม่ใช่เหรอ? ยิ่งฟังยิ่งหงุดหงิด น่าตบสั่งสอน)
แดงฮาร์ดคอร์ : (นึกว่ายายฟังมันอยู่) สมัยทิกษิณน้ำมันลิตรละเจ็ดแปดบาท (น้ำมันพืชเหรอวะ?) สมัยอภิสิทธิ์เหี้ยลิตรละสี่สิบ แม่งนายกฯ หัวจวยยย (แม่งพูดเองของขึ้นเอง)
ตูเอง : (ที่นั่งว่างแล้ว ลุงก็นั่ง มันจะกู้ชาติยังไงวะ? คนแก่ขึ้นรถยัุงไม่ีลุกให้นั่ง ไอ้ฟายยเอ๊ย)
แดงฮาร์ดคอร์ : หรือพี่ว่าไง?
ตูเอง : ................ (มองซ้าย มองขวา)
แดงฮาร์ดคอร์ : พี่นั่นแหละ.. (มองเขม็งมาเลย)

รอบๆ ตัวก็มีน้องๆ ปวช. หน้าตาจิ้มลิ้ม มองมาที่ผมเป็นตาเดียวเลย อ้าว ถามมาอย่างนี้ก็ได้เสียสิ... นึกในใจ โอกาสเป็นฮีโร่ในสายตาน้องๆ เขามาถึงแล้ววววววว ..... แดงแม่งโง่เป็นฟาย แดงแม่งโง่เป็นฟาย แดงแม่งโง่เป็นฟายยยยยยยยยยยยยยยยย


ตูเอง : อภิสิทธ์เป็นพวกอำมาตย์ฮะ!!!


เอวัง ผมก็รอดตีนมาพิมพ์ได้ด้วยประการฉะนี้แล (ฮา)




 

Create Date : 16 มีนาคม 2553   
Last Update : 16 มีนาคม 2553 19:05:37 น.   
Counter : 175 Pageviews.  

สมาคมลบหลู่ดูหมิ่นแห่งประเทศไทยไชโย

เหตุเกิดที่ศาลเจ้าพระราหูแห่งหนึ่งในกทม.


ชาย1 : เฮ้ยพวกมึงว่างกันหรือเปล่า

ชาย2 : ทำไมเหรอ?

ชาย1 : กูจะแวะเข้าไปบูชาพระราหูสักหน่อยนึง พวกมึงก็ควรจะไหว้ด้วยนะ เป็นมงคล

ชาย3 : มึงนี่ังมงายจริงๆ พระราหูมันมีจริงที่ไหน?

ชาย4 : กูหิวข้าวว~

ชาย3 : ไหว้ทำไมก็ไม่รู้ รูปปั้นปูนเีนี่ยก็เอาคนปั้นขึ้นมา ปั้นเสร็จก็ไหว้กัน ถ้างอกมาเองจากจอมปลวกก็ว่าไปอย่าง

ชาย1 : ไอ้เชี๊ยะ ตีปากตัวเองทีนึงเลย ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เดี๋ยวไม่ตายดีหรอก

ชาย3 : คำเนี้ย "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เนี่ย ทำร้ายคนไทยมากๆ เลย
         เพราะมันไม่ทำให้เกิดการพิสูจน์ พอไม่พิสูจน์ก็ไม่เกิดปัญญา

ชาย2 : เราว่าเรื่องความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลนะ ไม่ควรไปดูถูกความเชื่อเขานะ

ชาย3 : ความเชื่อกับงมงายมันต่างกัน

ชาย1 : ไม่ได้งมงายท่านเป็นเทพ มีฤทธิ์มีอำนาจขนาดอมพระอาทิตย์ พระจันทร์ได้

ชาย4 : สงสัยพระจันทร์จะอร่อย

ชาย2 : เราขอเสริมหน่อย พระศิวะสร้างพระราหูขึ้นมา เป็นพี่น้องกับพระอาทิตย์และพระจันทร์

ชาย3 : พระราหูนี่มันศาสนาไหนวะ?

ชาย1 : ก็ต้องศาสนาพุทธสิวะ ตามตำนานพระราหู พระจันทร์ พระอาทิตย์ยังไปใส่บาตรพระสงฆ์เลย

ชาย2 : ตำนานว่าไว้ พระราหูไปขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอาทิตย์กับพระจันทร์เลยไปฟ้องวิษณุเลยโดนจักรฟันขาดสองท่อน จากนั้นมา หากพระราหูเจอพระอาทิตย์กับพระจันทร์เมื่อไหร่ก็จะอมไว้

ชาย3 : อ้าวสรุปนี่เรามาไหว้หัีวขโมยว่างั้น?

ชาย1 : ปากดีนักมึง เมื่อก่อนมีอย่างมึงนั่นแหละ อยากลองดี เอารองเท้าเขวี้ยงใส่พระราหู จมูกหัก แป๊บเดียว ตัวสั่นวิ่งออกไปโดนสิบล้อทับตาย

ชาย2 : โดนราหูเข้าสิงให้วิ่งข้ามถนน?

ชาย1 : ป่าววิ่งหนี เพราะโดนพราหมณ์ไล่กระทืบ

ชาย3 : ฮา

ชาย1 : อ่ะ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะไปลบหลู่ก็คงไม่ตาย มึงว่าป่ะ?

ชาย4 : แม่ค้าไก่ดำนี่กินได้ป่ะ?

ชาย3 : โอย เคสนี้ยิ่งต้องพิสูจน์เลย กูสงสัยว่า...

ชาย1 : ว่า?

ชาย3 : ถ้าพระราหูมีอำนาจขนาดบังคับสิบล้อหนัก 15 ตันให้วิ่งมาทับคนได้  แล้วทำไมไม่สามารถปกป้องตัวเองจากรองเท้าได้วะ?

ชาย1 : ก็มันกระทันหัน ท่านตกใจ ไม่ทันป้องกันตัว

ชาย3 : อ่ะสมมตินะ กูไปตะโกนบอกล่วงหน้าเลย "พระราหูเว้ย กูจะเขวี้ยงรองเท้าแล้วนะ" มึงว่ารองเท้ามันเลี้ยวหลบพระราหูเองไหมวะ?

ชาย2 : แบบหนังเรื่อง wanted น่ะเหรอ?

ชาย1 : ก็เป็นรูปปั้นตัวแทนไว้เคารพเว้ย มึงนี่ไม่เข้าใจ

ชาย3 : เออ.. แล้วมึงเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมไหม?

ชาย1 : เชื่อดิ

ชาย3 : ไม่มีใครอยู่เหนือกฏแห่งกรรมใช่ไหม?

ชาย1 : ก็ใช่อ่ะดิ

ชาย3 : ถ้าไอ้สองฆ่ากูตาย ไอ้สองบาปไหม?

ชาย1 : บาป

ชาย3 : ถ้าพระราหูฆ่ากูตายนี่ พระราหูบาปไหม?

ชาย1 : ......(อึ้ง)

ชาย2 : ท่านเป็นเทพไม่บาปมั้ง?

ชาย3 : ก็ไม่มีใครอยู่เหนือกฏแห่งกรรมนี่?

ชาย2 : อืมม์

ชาย3 : นี่พระราหูตกสวรรค์ ไปลงนรกเลยนะ ข้อหาฆ่าคนตาย รับกรรมอยู่โซนเดียวกะเปรต

ชาย1 : สรุปว่าเราไม่ควรเชื่อ?

ชาย3 : ไม่เชื่อไม่พอ ต้องลบหลู่ด้วย

ชาย1 : หากเราไม่เชื่อผีสาง

ชาย3 : ต้องเรียกดีเจป๋อง

ชาย1 : หากเราไม่เชื่อสรรพคุณสินค้า

ชาย3 : โทรหา สคบ.

ชาย1 : หากเราไม่เชื่อนายกฯ

ชาย3 : เอารองเท้าเขวี้ยงใส่มันเลย

ชาย2 : แล้วไอ้ชายสี่มันหายไปไหน?

(ทุกคนหันไป)

ชาย4 : กูก็ไม่เชื่อไง (กูแดกของไหว้อยู่Smiley Smiley ฮา)


-จบมันด้วนๆ อย่างนี้แหละจ้า-




 

Create Date : 19 มีนาคม 2552   
Last Update : 19 มีนาคม 2552 0:13:04 น.   
Counter : 269 Pageviews.  

เมืองไทยอะไรก็ดี...(เหรอ?)

วันก่อน ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ไม่ได้พบกันมานาน
ผ่านทาง MSN หลังจากถามไถ่สารทุกข์ สุกดิบกันไปพอสมควร
เพื่อนก็ถามว่าเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย
ก่อนที่เพื่อนชาวต่างชาติจะเผลอปากพูดออกมา
ซึ่งทำให้ผมนึกถึงบทความหนึ่งอ่านจากหน้า 3 ไทยรัฐ นานมาแล้ว

เพื่อนเปรยๆ ว่า "เมืองไทยอะไรก็ดี แต่เสียอย่างเดียว...."
"อะไรรึยู?"
..........................................................................................

เรื่องเล่ามีอยู่ว่า...
"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยพระเจ้ากำลังสร้างโลก...
ขณะที่โลกกำลังเป็นรูปเป็นร่างเป็นก้อนดินและผืนน้ำนั้น
พระเจ้าก็ใช้ถุงวิเศษสองใบในการแต่งเสริมโลกให้เป็นรูปร่างอย่างปัจจุบัน

ถุงหนึ่งนั้น เต็มไปด้วยของดีงาม เช่น ธารน้ำตกสวยงาม ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า
อีกถุงหนึ่งนั้น เต็มไปด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น ความแห้งแล้ง โรคระบาด อุทกภัย

ที่ประเทศต่างๆ เมื่อพระเจ้าวางสิ่งดีงามไว้สิ่งหนึ่ง ก็จะวางสิ่งชั่วร้ายไว้ด้วยเช่นเดียวกัน
เช่น ที่ตะวันออกกลาง พระเจ้าวางทรัพยากรน้ำมันเอาไว้มากมายมหาศาล
แต่พระเจ้าก็วางทะเลทรายและความแห้งแล้งเอาไว้

ทีอเมริกา พระเจ้าให้ทัศนภาพธรรมชาติที่งดงามของแกรนแคนยอนไว้
แต่พระเจ้าก็วางพายุทอร์นาโดเอาไว้ด้วย

ที่ยุโรปพระเจ้าวางเทือกเขาแอลป์อันสวยงาม ทอดตัวยาวหลายร้อยไมล์
แต่พระเจ้าก็วางฤดูหนาวอันยาวนานหลายเดือนเอาไว้ด้วย

ที่แอฟริการ พระเจ้าได้วางป่าคองโก กับสรรพสัตว์นานาชนิดเอาไว้
แต่พระเจ้าก็วางโรคระบาดเอาไว้มากมายเช่นเดิยวกัน

ขณะที่พระเจ้ากำลังเดินทางไปตกแต่งแถวประเทศญี่ปุ่น ก็ได้เดินผ่านประเทศไทย
แต่แล้วก็เกิดเหตุที่กระทั่งพระเจ้าเองก็ไม่คิด คือถุงวิเศษที่บรรจุสิ่งดีงามเกิดขาดลง
ของดีงามทั้งหลายอย่างเช่น ผลไม้หลากรสที่มีกินได้ทั้งปี ทรัพยากรธรรมชาติทั้งแก๊ส
ทั้งเหล็ก ดีบุก ป่าไม้นานาพรรณ สัตว์ป่า สัตว์ทะเลมากมาย ธรรมชาติสวยงาม ท้องทะเลสดใส
หาดทรายขาวงาม และอื่นๆ อีกมากมาย พากันหล่นมากองอยู่ที่ประเทศไทยจนหมด

เมื่อพระเจ้าเดินไปถึงเกาะญี่ปุ่นจึงค่อยรู้ว่าทำของดีดีหล่นหายไปหมดแล้ว
ทีเหลือให้ญี่ปุ่น ก็มีแต่แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นยักษ์ ฯลฯ
มนุษย์ในผืนทวีปอื่นๆ ก็โวยวาย บอกว่าพระเจ้าไม่ยุติธรรม ทำไมประเทศไทยจึงได้แต่สิ่งดีดีไป

พระเจ้ากลุ้มใจเป็นอย่างมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะภัยพิบัติต่างๆ ก็เทใส่ประเทศญี่ปุ่นไปหมดแล้ว
ในที่สุด พระเจ้าก็คิดออกว่าจะใส่สิ่งชั่วร้ายอะไรให้ประเทศไทยดี
ว่าแล้วพระเจ้าก็เอาก้อนดินมาปั้น แล้วเสกให้กลายเป็น "คนไทย"

แล้วจึงวางลงไป....

................................................................................................

เพื่อนฝรั่งผมก็บอกว่า "เสียอย่างเดียว ที่ดันมีคนไทยน่ะสิ!"

จบแบบฮาไม่ค่อยจะออกครับ




 

Create Date : 29 กันยายน 2550   
Last Update : 29 กันยายน 2550 17:41:04 น.   
Counter : 274 Pageviews.  

เรื่องของไอ้เหลี่ยม

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ในประเทศสารขัณฑ์

มีชายคนหนึ่งชื่อเรียง เสียงไร หามีปรากฏมีไม่
แต่ชาวประชาทั่วไปต่างเรียกเขาว่า "ไอ้เหลี่ยม"

ญาติสนิทมิตรสหายตั้งฉายานี้ให้
เนื่องว่ามันเป็นคน "หน้าเหลี่ยม"

คนบางคนหน้าก็ "สามเหลี่ยม"
คนบางคนหน้าก็ "ห้าเหลี่ยม"
ไอ้เหลี่ยมเป็นพวกหน้า "สี่เหลี่ยม"

แรกเริ่มเดิมที ไอ้เหลี่ยมเป็นคนนิสัยดี
ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เอ็นดู เพราะดูท่าจะ "ไร้เหลี่ยม"

ชาวประชาสารขัณฑ์ต่างเห็นพ้องต้องกันให้ไอ้เหลี่ยม
ปกครองเมือง เพราะเห็นพ้องว่าแม้จะไร้เหลี่ยม
แต่มิโง่เขลาเพราะมันเป็นคน "รู้เหลี่ยม"
หากให้เป็นผู้นำสารขัณฑ์ก็คงยากที่จะ "เสียเหลี่ยม" อย่างแน่นอน

แต่ชาวประชาหน้าใสหารู้ไม่ว่านี่มันเป็น "เล่ห์เหลี่ยม" ของไอ้เหลี่ยม
ไม่นานนักไอ้เหลี่ยมก็ซ่องซุมพลพรรค "เหลี่ยมรักเหลี่ยม"
และบริหารราชการจนได้รับประชานิยมจน "ล้นเหลี่ยม"
แต่หามีใครรู้ไม่ว่าไอ้เหลี่ยมได้ฉ้อราษฎ์จนรวยล้น
จนคนทักว่าเดี๋ยวนี้ดูเหมือน "ตู้เหลี่ยมทอง"

ความนี้มาถึงหูราชบัณฑิตท่านก็ร้องป่าว
"ฉิบหายแล้ว ไอ้นี่ที่แท้มันก็พวก "ร้อยเหลี่ยม" กินเมือง

ชาวประชาหาได้รู้ "รอบเหลี่ยม" ถึง "เล่ห์เหลี่ยม" ของ "ไอ้เหลี่ยมจัด"
ซึ่งยังคงทำตีหน้าใสไร้เหลี่ยม อ้างกฏมณเฑียรว่า เหลี่ยมไม่ผิด

ราชบัณฑิตท่านจึ่งแย้งว่า เรื่องนี้ต้องดู "หลายเหลี่ยม"
เนื่องเพราะว่าไอ้เหลี่ยมเป็นคนทำอะไรมี "เหลี่ยมคู"

ครั้นไอ้เหลี่ยมรู้ตัวว่ากำลังโดน "ลบเหลี่ยม"
ก็ออกอาการ "เสียเหลี่ยม" จนเสียหลักออกมาให้เห็น
มหกรรมกอบโกยครั้งสุดท้ายจึงอุบัติขึ้นแบบไม่สะทกท้าน
ชาวประชาหน้าใสที่บัดนี้กลายเป็นหน้าดำก็ถึงบางอ้อ จึ่ง "ทันเหลี่ยม" ของไอ้ร้อยเหลี่ยม
จึงรวมตัวกันออกไป "ไล่เหลี่ยม" และตระกูลให้พ้นจากประเทศไป

เหตุการณ์นี้จึ่งเป็นที่มาของสุภาษิตในสารขัณฑ์เขตหลายคำว่า

"ทำดีได้ดี ทำเหลี่ยมได้เหลี่ยม"
"รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นเหลี่ยม"
หรือ
"รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเหลี่ยม"
.
.
.
.
.
.
ไม่น่าเล้ยยย "เหลี่ยม"




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2549   
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2549 2:30:48 น.   
Counter : 345 Pageviews.  

สมาคมเพื่อการบริโภคสัตว์ใหญ่แห่งประเทศไทยไชโย

เหตุเกิดที่ร้านสุกี้ชื่อดังแห่งนึง...

 

ชาย 1 : น้องๆ ครับ เอาหมูนุ่มสองถาดนะ แล้วก็เอาเนื้อวัวมาด้วยสองที่

ชาย 2 : เฮ้ยยย กูไม่แดกเนื้อ

ชาย 3 : ทำไมไม่กินเนื้อวะ

ชาย 2 : ที่บ้านกูคนจีน นับถือเจ้าแม่กวนอิม

ชาย 1 : น้องๆ งั้นพี่ไม่เอาเนื้อแล้ว..เปลี่ยนเป็นเกี๊ยวกุ้งดีกว่า

ชาย 3 : เจ้าแม่กวนอิมนี่มันศาสนาอะไรวะ?

ชาย 4 : ไอ้ห่า.. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่สิ

ชาย 1 : น้องครับ มีเห็ดเข็มทองไหม? อ๋อ..ดี งั้นเอามา 1 ถาด

ชาย 3 : เอ้าคิดกันอย่างนี้แหละ โลกถึงไม่ก้าวหน้า...

            คติกูนะ ไม่เชื่อต้องลบหลู่ มันจะทำให้เกิดการพิสูจน์

            พิสูจน์แล้วก็จะเกิดปัญญา

ชาย 2 : ตำนานเค้าว่าไว้ พระบิดาของเจ้าแม่กวนอิม สมัยเป็นกษัตริย์ก่อกรรม
            ทำเข็ญไว้เยอะแยะ ตายไปก็ไปเกิดเป็นวัว คนเค้าก็กลัวกันว่า จะไปกิน

            โดนเอาพระบิดาอ่ะสิ อีกอย่างวัวก็เป็นสัตว์มีบุญคุญ เพราะช่วยเราไถนา

            เราจึงมีข้าวไว้กิน เราก็ไม่ควรจะกินมัน

ชาย 4 : เรื่องนี้ก็มีส่วน กูว่าเป็นอุบายหลอกคนจีน เพราะว่าหากคนจีนแดกเนื้อวัวนะ
            แป๊บเดียว แดกวัวกันหมดประเทศ...ไม่มีวัวไว้ไถนา

ชาย 3 : แต่ตอนนี้เค้าใช้ คูโบต้าไถนานี่หว่า ดังนั้นน่าจะแดกวัวกันได้แล้วนะ

            เฮ้ยมึงสั่งเนื้อไปหรือยัง?

ชาย 1 : ยังไม่ได้สั่ง เอาป่าวล่ะ..เอ่อน้อง แล้วเอาลูกชิ้นเศรษฐีมาที่นึงด้วยนะ

ชาย 2 : เนื้อวัวเนี่ย มันแดกไม่ดีหรอก สังเกตุได้ เนื้อหมูเวลามันสุกนะ

            มันจะสีขาวๆ ดูสะอาด เนี่ยแปลว่าแดกได้ เนื้อไก่ เนื้อกุ้งก็สีขาว
            ส่วนเนื้อวัวเนี่ยต้มให้ตายห่ายังไงนะ
สีมันสุกนะ มันจะดำๆ สกปรก แดกไม่ดีหรอก


ชาย 3 : เหตุผลไรของมึงเนี่ย สีดำไม่ดี มึงแดกช็อกโกแลตทำไม?

ชาย 4 : แต่บางคนเค้าก็ไม่กินเพราะว่ามันเป็นสัตว์ใหญ่นะ

ชาย 2 : ใช่เลย ใช่เลย สัตว์ใหญ่ กินสัตว์แล้วบาปมาก เพราะว่ามันใกล้เคียงกับคน

            เวลาเค้าเอามันไปเชือดนะ น้ำตามันจะไหลพรากๆ

ชาย 4 : คือมันมีสติปัญญาค่อนข้างมากนะ คือมันรู้นะว่าจะตาย

ชาย 3 : แล้วหมูกะไก่ไม่กลัวตายเหรอ?

ชาย 1 : พูดถึงหมูกะไก่ เออน้องพี่ว่า เอาหมูนุ่มออกถาดนึง แล้วเปลี่ยนเป็นไก่มาดีกว่า

ชาย 4 : มันก็อาจจะกลัวน้อยกว่าไง แบบว่าไก่มันฉลาดน้อยกว่า

ชาย 3 : ชาติที่แล้วมึงเกิดเป็นไก่เหรอ?

            กูกลับคิดตรงกันข้ามเลยเว้ย กูคิดว่าเราควรมาแดกสัตว์ใหญ่กันเยอะๆ

ชาย 2 : มึงนี่เป็นพวกขวางโลกเนอะ

ชาย 1 : แล้วก็พี่ขอชุดผักรวมมิตร 1 เอ้ย เอามา 2 เลยดีกว่า เอามาด่วนๆ นะ

ชาย 3 : มึงคิดดูนะ สัตว์อะไรมันก็กลัวตายเหมือนกัน มึงจะบอกได้ไงว่า

           ชีวิตกุ้งฝอยมันค่าน้อยกว่าลูกหมู มันก็ 1 ชีวิตเท่ากันอ่ะ

           รักตัวกลัวตายเหมือนๆ กัน แต่วัวหนึ่งตัวน่ะเลี้ยงคนได้ตั้งเกือบร้อยคน

           มึงกินกุ้งฝอยร้อยตัว ได้ไม่ถึงครึ่งท้องเลย...

ชาย 4 : มึงพูดมีประเด็น พูดต่อไป...

ชาย 3 : ถ้ามองในแง่ชีวิตต่อชีวิตนะ ชีวิตวัว 1 ชีวิต ต่อ 100 คน คิดยังไงก็คุ้ม

           นี่ถ้ามีช้างกูก็จะแดกช้าง แดกปลาวาฬได้ก็จะยิ่งเหมาะ เผอิญเค้าห้ามล่ามาแดก

           ดังนั้น ต่อไปนี้พวกเราควรตั้งปณิธานว่า เราจะงดเว้นการแดกสัตว์เล็กกัน

           พวกกุ้งแห้ง กุ้งฝอย เราจะไม่แดก

ชาย 2 : ถ้างั้นจะแดกอะไร

ชาย 3 : กุ้งฝอยเราไม่แดก เราแดกกุ้งแม่น้ำ

ชาย 2 : กินปูเค็มได้มะ

ชาย 3 : ห้ามๆๆๆๆ เราต้องแดกปูอลาสก้า

ชาย 2 : แล้วยังกินไก่ได้ป่ะ?

ชาย 3 : ไก่ห้ามแดก แดกนกกระจอกเทศแทน

ชาย 2 : แล้วปลาหมึกปิ้งล่ะ

ชาย 3 : อืมม์ๆๆๆ ห้ามแดกสามแถวล่าง แดกได้แต่แถวบน

ชาย 4 : พวกมึงนี่จิงจังน่าดูเลยนะ ไอ้ชาย 1 ทำไมมันเงียบๆ วะ

 

(ทุกคนหันไปมอง)

 

ชาย 1 : เอิกกกกกกกก กูแดกอิ่มแล้ว... (ปล. กูแดกทุกอย่าง)

 

 




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2549   
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2549 1:25:55 น.   
Counter : 197 Pageviews.  

1  2  3  

you_are_what_you_read
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้าเจอบุคคลที่มีบุคลิกแปลกๆ เช่น.. ถอดหัวได้, มีมือคล้ายหนวดปลาหมึก หรือขับยานอวกาศแทนรถยนต์ กรุณาอีเมล์แจ้งด้วยครับ
[Add you_are_what_you_read's blog to your web]