เรื่องจริงของเรื่องโกหก

A truth about lies

เบื้องล่างของหุบเขาแห่งนี้เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไปจรดแนวผา มีกองหินผาที่แตกทลายลงมาตามธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วไป จึงเป็นที่ซ่อนตัวเป็นอย่างดีของสัตว์จำพวกหนูและกระต่าย สัตว์สองจำพวกนี้เป็นสัตว์ที่มีสายตาเลวร้ายมากแต่ทว่ามีประสาทการรับกลิ่นและเสียงที่ดีเป็นพิเศษ พวกมันตอบสนองต่อเสียงผิดปรกติเล็กน้อยโดยการวิ่งไปซ่อนตัวด้วยความเร็วเท่าจรวด

กระต่ายป่าสีเทาตัวหนึ่งใช้จมูกสูดดมกลิ่นของรากไม้ตามผิวดิน ในฤดูแล้งอย่างนี้ปริมาณของอาหารลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ทำมันต้องออกมาหาอาหารไกลจากรังของมันมากกว่าปกติ

สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าสามร้อยฟุต เหยี่ยวฟอลคอน (Falcon) หนุ่มตัวหนึ่งบินร่อนอยู่กลางอากาศ มันกำลังจับตามมองกระต่ายสีเทาข้างล่าง ปีกขนาดใหญ่สองข้างที่กว้างกว่าสามฟุตกางออกเพื่อต้านกระแสลมร้อนที่ลอยขึ้นมาจากหุบเขาด้านล่าง ด้วยวิธีการนี้มันสามารถลอยอยู่อย่างนั้นได้เป็นชั่วโมงโดยไม่ต้องกระพือแม้แต่ครั้งเดียว และมันอดทนบินร่อนอยู่อย่างนี้มานานสี่ชั่วโมงแล้ว เพื่อที่จะให้แน่ใจว่าเหยื่อของมันออกห่างจากที่ซ่อนมาไกลพอ

ทันใดนั้นเองเจ้าเหยี่ยวฟอลคอนหุบปีก ปักหัวดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว รูปทรงแบบแอโรไดนามิค ทำให้มันร่วงลงสู่พื้นในอัตราเร่งเกือบ 8 เมตรต่อวินาที กระต่ายสีเทาได้ยินเสียงของอันตรายแหวกอากาศมาจากด้านบน มันหันหลังกลับเตรียมวิ่งสู่รัง เหยี่ยวฟอลคอน แผดเสียงร้องออกมา เสียงสะท้อนหุบเขากลับมาด้านที่เป็นรังของกระต่าย มันชะงักเท้าค้างเพราะมันคิดว่าผู้ล่าของมันจะบินมาจากด้านหน้า และความลังเลเพียงชั่วขณะในธรรมชาติอันโหดร้ายแห่งนี้หมายถึงชีวิต กรงเล็บอันทรงพลังของเหยี่ยวฟอลคอนจิกทะลุหนังเข้าไปในเนื้ออันอ่อนนุ่ม เลือดอุ่นๆ ไหลทะลักย้อนรอยแผลออกมา ร่างของมันถูกยกขึ้นไปในอากาศ พื้นโลกดูเหมือนจะลอยออกห่างไปอย่างรวดเร็ว.....

*************************************


คำว่า "โกหก" ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า "คำปด คำเท็จ ไม่จริง"
(ปด แปลว่า โกหก, เท็จ และส่วนเท็จท่านแปลว่า โกหก, ปด - ทดลองหาดูได้//rirs3.royin.go.th/rithdict/lookup.html)

ในข้อห้ามของศาสนาทุกศาสนานั้น การ "โกหก" นั้นเป็นความผิดพื้นฐาน เราพบข้อห้ามในศีลห้าของศาสนาพุทธ พบในบัญญัติสิบประการ พบในพระคัมภีร์ต่างๆ การ "โกหก" เป็นข้อห้ามร้ายแรงที่วางกันถัดต่อมาจากการห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักขโมยทีเดียว แต่ถึงจะห้ามกระนั้นก็ตาม การ "โกหก" กลับกลายเป็นความผิดที่กระทำได้ง่ายดายที่สุดในบรรดาข้อห้ามทั้งหมด เพราะการโกหกนั้นเป็นพื้นฐานของธรรมชาตินั่นเอง

หนอนผีเสื้อหางนกนางแอ่น (swallowtail caterpillars) เมื่อมีศัตรูมาเข้าใกล้ ก็จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มคล้ายเปลือกต้นไม้ หนอนไม่ใช่เปลือกไม้ มันโกหกศัตรูของมันว่ามันเป็นเปลือกไม้ เพื่อเอาตัวรอด, กิ้งก่าคาเมเลี่ยนเปลี่ยนตัวตามลำตัวได้ตามสภาพแวดล้อมที่มันอยู่, แม่กาเอาไข่ตัวเองใส่ไว้ในรังกาเหว่า เพื่อให้พ่อแม่นกกาเหว่าดูแลลูกให้, ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดอาจจะเป็นเสียงร้องของเหยี่ยวฟอลคอน มันร้องเพื่อโกหกกระต่ายเกี่ยวกับตำแหน่งของมัน

การโกหกนั้นเป็นเฟืองตัวสำคัญเพื่อให้ธรรมชาติดำเนินไป เป็นองค์ประกอบในการวิวัฒนาการ ในระบบแห่งการล่าและเอาตัวรอด และหากเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะกล่าวได้หรือไม่ว่าการโกหกเป็นความผิด? และหากมันไม่ผิด ทำไมเราจึงชิงชังการถูกหลอกนัก

การโกหกยิ่งพัฒนาสลับซับซ้อนมากในสังคมมนุษย์ เด็กตัวเล็กๆ มักโกหกพ่อแม่ว่าอิ่มข้าวแล้วเพียงเพราะเขาอยากกินขนมมากกว่า, ผู้ชายร่างผอมใส่เสื้อลายขวางเพื่อให้ดูอ้วนขึ้น, สามีที่แสนดีชมภรรยาเพิ่งที่ตื่นนอนว่าสวยเป็นบ้าเลย,ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างอเมริการหรือในยุโรป 1 เมษายนของทุกๆ ปี ยกให้เป็นวันแห่งการโกหก คุณสามารถโกหกใครก็ได้ โดยไม่มีใครถือสา,

ลองนึกถึงสถานการณ์ที่โลกทั้งโลกแสดงความจริงต่อกัน เมื่อแฟนสาววัยไม้ใกล้ฝั่งถามคุณ ฉันยังสวยอยู่ไหม แล้วคุณตอบว่า คุณแก่มากๆ เลยที่รัก, ผู้นำศาสนาบอกว่าพระเจ้าไม่มีจริง, กิ้งก่าไม่สามารถเปลี่ยนสีไปตามธรรมชาติ, ม้าลายไม่มีลายขวาง เสือดาวไม่มีลายจุด ปลาตาเดียวดูเด่นสิ้นดีใต้ท้องทะเล

ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม โลกของเรามีการโกหกเป็นแรงขับเคลื่อนไป การโกหกเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาติญาณการเอาตัวรอด เพื่อซ่อนความจริง เพื่อลวงเหยื่อให้หลงกล

วัตถุประสงค์ของการโกหก ก็เพื่อหักเห เบี่ยงเบนการรับรู้ของเหยื่อไปในทางที่เราต้องการ โดยส่วนใหญ่แล้วมักกระทำกับสิ่งอื่น ตัวอื่น คนอื่น อาจจะมีก็แต่เฉพาะในมนุษย์เราก็เป็นที่มีความสามารถหลอกตัวเอง

การโกหกบางอย่างได้รับการต่อต้าน และบางอย่างได้รับการยอมรับ หนึ่งในพฤติกรรมโกหกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางอีกทั้งได้รับการยกย่อง นั่นคือ "โฆษณา"

สำหรับในโลกธุรกิจปัจจุบันแล้ว การจัดจำหน่ายสินค้าในวงกว้างโดยปราศจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์แล้วไม่เจ๊งนั้น มีมากพอๆ กันกับการกระโดดตึกสี่ชั้นลงมาแล้วไม่ตาย โฆษณาที่ดีนั้นช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าได้มากอย่างเห็นผลได้ชัด แต่สิ่งผู้บริโภคละเลย มองข้าม หรือชินชา ไปนั้นคือ ส่วนใหญ่ของเนื้อหาโฆษณานั้นเป็นเรื่องโกหก ยกตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางค์ยี่ห้อหนึ่งใช้พรีเซนเตอร์เป็นดาราสาวสวยครีมที่ใช้แล้วผิวขาวขึ้น แน่นอนดาราคนนี้ย่อมไม่เคยใช้ครึมชนิดนี้มาก่อน (ก็สินค้าเพิ่งถูกผลิต), โฆษณาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภาพในจอเป็นบะหมี่พร้อมผักหมูไก่กู้ง แต่ของจริง มีแต่เส้นกักันเครื่องปรุง 1 ซอง หรือโฆษณาโทรศัพท์มือถือชิ้นหนึ่งเป็นเรื่องของงานปาร์ตี้ที่มีคนมาเต้นกันอย่างเมามัน แต่ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพย์ก็ดังขึ้น เสียงดนตรีหยุด ตอนท้ายโฆษณาชิ้นนี้เฉลยว่าเสียงดนตรีในปาร์ตี้มาจากโทรศัพท์เครื่องจิ๋วนี่เอง แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว เสียงเพลง MP3 จากโทรศัพท์ราคาหลักหมื่นปัจจุบันนั้น มีคุณภาพดีกว่าเสียงทรานซิสเตอร์รุ่นยายนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่มีทางจะเสียงดังคึกคักอย่างในโฆษณาแต่อย่างใด แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ทราบแต่ก็เต็มใจยอมรับกับเรื่องโกหกเหล่านี้ นักโฆษณาอาจจะเรียกเรื่องเหล่านี้ว่า "เทคนิกในการสร้างความน่าสนใจ โดยใช้หลักการ Exaggerate และผู้บริโภคเข้าใจว่ามันคือโฆษณาไม่ใช่สารคดี" ซึ่งนั่นอาจจะคิดได้ว่า เรื่องโกหกอาจจะไม่นับว่าโกหกถ้าเรารู้ว่าเรื่องนั้นโกหกอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว และ อาจจะไม่มีใครโกหกเรานอกจากตัวเราเอง

ในภาพยนต์เรื่อง "Life is beautiful" Roberto Benigni รับบทเป็นพ่อชาวยิวที่ถูกนาซีคุมขังในค่ายกักกันสมัยสงครามโลกครั้งสอง แต่ต้องพยามโกหกลูกทุกๆ อย่างเพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าอยู่ในค่ายกักกัน โดยบอกลูกว่าทุกๆ อย่างที่เค้าเห็นเป็นการเล่นเกมกัน ตอนสุดท้ายตัวพ่อถูกเรียกไปประหารชีวิต แต่ก็ยังมีแก่ใจโกหกลูกชายให้เล่นเกมต่อไปจนจบ พร้อมกับเดินอย่างสนุกสนานร่าเริงไปแดนประหาร ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำผู้ชมอมยิ้มและหัวใจสลายในเวลาเดียวกัน...

อาจบางทีการโกหก จะไม่ใช่เรื่องที่ผิด เจตนาการนำไปใช้ต่างหากที่ทำให้มันผิด

มีวลีหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง "Waterboy" บอกว่า "โกหกบริสุทธิไม่ทำร้ายใคร"

วันนี้คุณโกหกใครแล้วหรือยัง?


Create Date : 03 ธันวาคม 2548
Last Update : 7 ธันวาคม 2548 1:32:34 น. 6 comments
Counter : 343 Pageviews.  

 
แวะมาทักทายก่อนนะคะ อ่านไม่ไหวค่ะเพราะเบลอแล้วง่า


โดย: p_tham วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:5:49:42 น.  

 
คนเขียนก็เบลอเหมือนกันครับ


โดย: Noppadol IP: 210.246.74.252 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:6:10:30 น.  

 


สงสัยอยู่เป็นประจำว่า " โกหกสีขาว " ...นับว่าผิดรึเปล่า


โดย: มัชฌิมา วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:10:15:23 น.  

 
ติดกันมากไปหน่อยน่ะค่ะ อ่านไม่ไหวปวดตา


โดย: Tumble วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:11:16:37 น.  

 
โกหกใจตัวเองบ่อยๆ

เอิ๊ก


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:12:16:07 น.  

 
ดีดีดีดีดีดี


โดย: ดแ IP: 125.26.28.254 วันที่: 13 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:41:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

you_are_what_you_read
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถ้าเจอบุคคลที่มีบุคลิกแปลกๆ เช่น.. ถอดหัวได้, มีมือคล้ายหนวดปลาหมึก หรือขับยานอวกาศแทนรถยนต์ กรุณาอีเมล์แจ้งด้วยครับ
[Add you_are_what_you_read's blog to your web]