Group Blog
 
 
มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มกราคม 2555
 
All Blogs
 

"ในอ้อมแขนละมุนของความรัก" ตอนที่ 2 - - ดวงใจในสายลม








อาหารค่ำมื้อนั้นเป็นไปอย่างออกรส เกียรติยศปัดความคิดวุ่นวายภายในใจออกไปได้สำเร็จในที่สุด ชายหนุ่มเล่าเรื่องตลกเปิ่นของตัวเองระหว่างทำงานทางใต้ เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ร่วมโต๊ะอาหารได้ไม่ขาด

ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว ดังนั้นเมื่อเสร็จจากของคาว ทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะย้ายสถานที่เข้ามาทานของหวานในห้องนั่งเล่นที่อุ่นสบายกว่า

เกียรติยศอาสาเป็นคนชงชามะลิร้อนๆ เสริฟให้กับทุกคน ในขณะที่นภรัตน์ลุกไปจัดการตัดขนมเค้กแบ่งใส่จาน

“มีลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้ามันดีอย่างนี้นี่เองนะอารี...คนแก่สบาย” คุณกิตติปรารภกับผู้เป็นภรรยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“พูดแบบนี้อยากได้หลานสะไภ้หรือไงคะพี่ตรี?”

“ถ้าได้จริงๆ ก็ดี หนูดาวว่าไงล่ะ?” แววตาระยับแกมขันนั้นบอกให้รู้ว่า...ผู้สูงวัยกว่าเพียงแค่กระเซ้าเล่น หากก็ทำให้ให้หัวใจคนฟังเต้นผิดจังหวะไปได้ชั่วขณะ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ดาวเป็นหลานสาวให้คุณตาคุณยายเอ็นดูไปเรื่อยๆ ดีกว่า”

คำตอบนั้นนอกจากจะเรียกรอยยิ้มปราณีได้จากผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้ว ยังทำให้คนที่ดูเหมือนจะตั้งใจดูข่าวจากเครื่องรับโทรทัศน์ แต่สมาธิจดจ่ออยู่กับบทสนทนาอดรู้สึกทึ่งไม่ได้

...ผู้หญิงคนนี้ฉลาด...คือคำสรุปสั้นๆ ที่เกียรติยศบอกกับตัวเองในใจ

วงสนทนาดำเนินต่อไปจนสามทุ่มเศษนภรัตน์จึงขอตัวกลับ ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้อย่างรู้หน้าที่โดยที่ผู้สูงวัยทั้งสองไม่ต้องเอ่ยปาก

“ผมไปส่งหนูดาวนะครับ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดาวเอารถมา บ้านอยู่ติดกันแค่นี้ ดาวกลับเองได้อยู่แล้ว”

หากเกียรติยศดูจะไม่ใส่ใจคำปฏิเสธนั้น ชายหนุ่มหยิบกุญแจจากถาด แล้วก้าวเท้ายาวๆ ไปยืนรออยู่ริมประตู นภรัตน์ดูท่าแล้วคิดว่าปฏิเสธต่อไปคงไม่มีประโยชน์จึงยกมือไหว้เจ้าของบ้านอ่อนช้อย

“งั้นดาวไปก่อนนะคะคุณตา...คุณยาย”

“จ้ะ เกื้อดูน้องดีๆ นะลูก” คุณอารีสำทับไล่หลัง

“ครับคุณย่า”


- - - - - - - - - -



เกียรติยศรอให้นภรัตน์ขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้วจึงเดินไปยังรถเก๋งคันเล็กของตนเอง ชายหนุ่มขับรถตามหญิงสาวออกจากบ้านสวนไปช้าๆ ก่อนจะลงไปช่วยหญิงสาวไขกุญแจและเปิดประตูรั้ว

เสียงเห่าปนครางดังมาให้ได้ยินจากบนบ้าน แสดงว่าเจ้าสี่ตัวรับรู้ถึงการมาของเจ้านายสาวจึงส่งเสียงต้อนรับกันให้ขรม

“หนูดาวขึ้นบ้านเลยนะครับ เดี๋ยวผมกลับรถแล้วจะล็อกประตูให้เอง” พูดพลางส่งกุญแจบ้านคืนให้ ปลายมือใหญ่สัมผัสกับฝ่ามือนุ่มนวลของหญิงสาวที่ยื่นออกมาพร้อมกับพึมพำ

“ขอบคุณค่ะ”

ชายหนุ่มกลับไปขึ้นรถ ขับรถตีวงตรงลานโล่งหน้าบ้านเพื่อกลับรถตามที่บอกกับหญิงสาว ขณะเลื่อนประตูรั้วปิด ความรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านปลายนิ้วยังคงอยู่จดอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้

เสียงเห่าของเจ้าสี่ตัวเงียบลงแล้ว เกียรติยศชำเลืองมองแสงไฟบนบ้านที่ยังคงสว่างโร่อีกครั้ง ความสูงของรั้วทำให้มองไม่เห็นคนที่ยืนกอดอกอยู่บนชานบ้าน ชายหนุ่มถอนหายใจเบาหลังจากขึ้นไปประจำที่คนขับเรียบร้อยแล้ว

...อากาศหนาวๆ นี่ทำให้คนเรารู้สึกเหงาจนคิดเองเออเองไปได้มากขนาดนี้เชียวหรือนี่ ไม่ได้การล่ะนายเกื้อเอ๋ย สงสัยคงต้องหาอะไรทำจริงๆ จังๆ สักทีจะได้หายฟุ้งซ่านตามบรรยากาศเสียที...

บอกตัวเองพร้อมกับออกรถ


- - - - - - - - - -



ถึงแม้จะตัดสินใจกับตัวเองว่า...จะเลิกฟุ้งซ่านเรื่องหนูดาวข้างบ้านเสียที แต่เกียรติยศก็มีเหตุให้ต้องพบกับหญิงสาวในอีกสองสามวันถัดมานั่นเอง

เมื่อรถเก๋งคู่ใจของเขาเกิดมาดับเอาเสียดื้อๆ ในซอยเข้าบ้าน และนภรัตน์ก็ผ่านมาพอดี หญิงสาวชะลอความเร็วรถกระบะโฟร์วิลของตัวเองพร้อมกับลดกระจกลงแล้วเอ่ยถามคนที่กำลังยืนจ้องเครืองยนต์กลไกตรงหน้า ด้วยสีหน้าขัดใจ

“รถเป็นอะไรเหรอคะ”

“ไม่รู้เหมือนกันครับหนูดาวจู่ๆ ก็ดับ สงสัยต้องโทรตามช่างให้มาดู”

“ไม่ต้องตามหรอกค่ะ เดี๋ยวดาวดูให้ เห็นอย่างนี้ดาวจบวิศวะนะคะ ถ้าเป็นไม่เยอะล่ะก็ ช่างดาวซ่อมได้อยู่แล้ว” น้ำเสียงท้ายประโยคติดจะโอ่อยู่นิดๆ เรียกรอยยิ้มให้คืนมาสู่ใบหน้าคนคายของชายหนุ่มได้ทันควัน

หญิงสาวจอดรถชิดไหล่ทางห่างจากรถเก๋งของชายหนุ่มไปไม่มากนัก หญิงสาวหยิบจับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์อย่างคนเป็นงานพร้อมกับเอ่ยถาม

“เช็ครถครั้งหลังสุดเมื่อไหร่คะเนี่ย”

“ก่อนกลับเชียงใหม่นี่แหละครับ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเช็คเบรคอะไรเรียบร้อย”

“แล้วแบ็ตเตอรี่ล่ะคะ ตั้งแต่ซื้อรถมาเคยเปลี่ยนบ้างหรือยัง”

“ของเดิมมากับรถแท้ๆ เลยครับหนูดาว”

“แบ็ตเตอรี่ไม่เก็บไฟแล้วค่ะ เดี๋ยวดาวต่อพ่วงให้น่าจะพอไปได้ พรุ่งนี้ค่อยไปซื้อมาเปลี่ยนก็แล้วกัน” ว่าแล้วเจ้าตัวก็เดินอ้าวกลับไปสตาร์ทรถขับออกไปโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามท้ายรถที่แล่นหายเข้าไปในซอยด้วยสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ

นภรัตน์เข้าไปกลับรถในซอยก่อนจะกลับออกมาจอดรถประจันหน้ากับรถของเกียรติยศ หญิงสาวค้นที่นั่งตอนหลังอยู่ชั่วอึดใจก็เปิดประตูรถลงมาพร้อมด้วยสายไฟสำหรับต่อพ่วงแบ็ตเตอรี่ในมือ รอยยิ้มขันบนในหน้ารูปไข่นั้นฟ้องชัด

...เธอจงใจแกล้งให้เขาตกใจเล่น...

ชายหนุ่มมองหน้าเธอคล้ายจะคาดโทษ ทว่าหญิงสาวชิงเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“หายกันแล้วนะคะ”

...เพิ่งรู้ว่าหน้าใสๆ ตาซื่อๆ จะเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเขาอยู่เหมือนกัน แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยหนูดาวก็มีน้ำใจทั้งที่จะแกล้งให้เขาเดินเข้าไปที่ไร่เองก็ย่อมทำได้ เขาผิดเองที่ไปยั่วล้อคนตรงหน้าเอาไว้ก่อน...


- - - - - - - - - -



ไม่ถึงสิบนาทีถัดมารถยนต์ต่างสี ต่างยี่ห้อ ต่างขนาดก็แล่นตามกันเข้าไปจอดในสวนกุหลาบ ก.อ. เรียกให้คุณอารีซึ่งกำลังทำอาหารเย็นอยู่ต้องออกมาชะโงกหน้ามอง

“เกื้อ...หนูดาว ไปไหนกันมาล่ะเนี่ย”

“รถเกื้อเสียอยู่ตรงปากทางแน่ะครับย่า หนูดาวผ่านมาช่วยไว้พอดี เกื้อเลยชวนหนูดาวมากินข้าวด้วย คุณย่าทำอะไรบ้างฮะวันนี้”

“ย่าเพิ่งทำแกงส้มเสร็จพอดี เกื้อพาน้องไปล้างหน้าล้างมอก่อนไป๊ เดี๋ยวก็ตั้งข้าวแล้วล่ะ วันนี้คุณปู่ไม่อยู่ไปกินเลี้ยงในเมือง หนูดาวไปกับพี่เขานะลูก”

“ค่ะคุณยาย”


- - - - - - - - - -



เสร็จจากอาหารเย็นมื้อนั้น เกียรติยศอาสาไปส่งนภรัตน์ที่บ้านอีกเช่นเคย ทว่าคราวนี้แทนที่จะเอารถของตนเองออก ชายหนุ่มเลือกที่จะเปิดประตูขึ้นไปนั่งเป็นต๊กตาหน้ารถหญิงสาวแทน

“แล้วขากลับดาวต้องขับรถกลับมาส่งพี่เกื้ออีกรอบหนึ่งไหมคะเนี่ย” นภรัตน์บ่นไม่จริงจังนัก หญิงสาวเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวชายหนุ่มด้วยความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้น ทำเอาคนฟังรู้สึกอารมณ์ดีพอที่จะแกล้งอำเธอเล่น

“ไม่ต้องหรอกครับ พี่กะจะค้างที่ไร่แสงทิพย์เลย” ประโยคลอยๆ คล้ายกับเป็นเรื่องธรรมดาเสียเต็มประดาของชายหนุ่มทำเอาคนขับถึงกับสะดุ้งเผลอเหยียบเบรคกระทันหัน

“พี่เกื้อพูดอีกทีซีคะ ดาวว่า...ดาวได้ยินอะไรประหลาดสักอย่าง”

“พูดอะไรล่ะครับ พี่ว่า...พี่จะเดินกลับจากไร่แสงทิพย์เท่านั้นเอง” เฉไฉไปได้ทั้งที่แววตาที่ใช้มองคนข้างกายเจือไปด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก จึงตวัดค้อนให้ไปที

“แล้วอย่างนี้ยังจะตามมาส่งดาวอีกทำไมคะ? บ้านก็อยู่ติดกันแค่นี้เอง”

“พี่เป็นห่วงนี่ครับ คุณย่าท่านก็ห่วงดาวนะรู้ไหม ดูซีท่านไม่ห้ามพี่สักคำ”

...แต่ถึงห้ามเขาก็ไม่ฟังท่านอยู่ดีนั่นแหละ...ชายหนุ่มต่อประโยคนั้นแต่เพียงในใจ

“ดาวอยู่บ้านนี้มาก่อนพี่เกื้อจะมาอยู่ตั้งยี่สิบสองปีนะคะ แล้วดาวก็ระวังตัวเองอยู่แล้ว”

“พี่รู้ครับว่าดาวเก่ง แต่พี่ก็อดห่วงดาวไม่ได้อยู่ดี” ชายหนุ่มตอบก่อนจะลงจากรถไปช่วยเปิดประตูรั้วให้ ชายหนุ่มทักทายเจ้าสมุนสี่ตัวที่ผูกสัมพันธไมตรีไว้ตั้งแต่คราวก่อนด้วยการลูบหัวใหญ่ๆ ของพวกมันไปตัวละที

“เสียใจด้วยพวก วันนี้ไม่มีของฝาก ไว้วันหลังจะแอบซื้อมาแจกตอนแม่พวกเอ็งไม่อยู่ก็แล้วกัน”

นภรัตน์ส่ายหน้ากับการพยายามติดสินบนของชายหนุ่ม นี่ถ้าเป็นนักการเมืองสงสัยจะซื้อเสียงแหงๆ หญิงสาวตั้งใจจะบอกให้เขายืมจักรยานของไร่แสงทิพย์กลับบ้าน ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยอะไรเกียรติยศก็พูดในสิ่งที่ตังใจไว้ขึ้นมาเสียก่อน

“ขอบคุณนะครับหนูดาว ถ้าวันนี้หนูดาวไม่ผ่านมาพี่คงแย่”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บ้านใกล้เรือนเคียงมีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกัน คุณปู่คุณย่าพี่เกื้อใจดีกับดาวมาก”

“ถึงอย่างนั้นพี่ก็ยังอยากขอบคุณหนูดาวอยู่ดี พรุ่งนี้หนูดาวไปทานข้าวในเมืองกับพี่นะ”

“วันนี้ดาวเพิ่งไปกินข้าวบ้านพี่เกื้อนะคะ ไม่ต้องขอบคุณดาวหลายรอบนักหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง”

“เรื่องแค่นี้แต่พี่อยากเลี้ยง เอาเป็นว่าหนูดาวตกลงนะครับ” ชายหนุ่มฉวยโอกาสรวบรัดหน้าตาเฉย ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ กลับบ้าน ทิ้งให้นภรัตน์ตวัดค้อนไล่หลังอีกครั้ง


- - - - - - - - - -



คุณกิตติกลับมาจากงานเลี้ยงพอดีเมื่อเกียรติยศเดินกลับไปถึงไร่ ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นปู่คลี่ยิ้มอยู่ในหน้า อีกทั้งชายหนุ่มยังอารมณ์ดีพอที่จะฮัมเพลงมาด้วยตลอดทาง

“ไงไอ้เสีอ ไปไหนมาล่ะนี่ หน้าระรื่นมาเชียว”

“ไปบ้านหนูดาวมาครับ”

คำตอบนั้นแทนที่จะสร้างความยินดีให้กับคนฟัง ทว่าผู้เป็นปู่กลับขมวดคิ้วมุ่น

“เจ้าเกื้อ...สำหรับปู่กับย่าหนูดาวก็เหมือนลูกเหมือนหลาน” ความจริงจังในน้ำเสียงของคุณกิตติยังผลให้เกียรติยศหันมาสบตากับผู้เป็นปู่ตรงๆ

“แล้วยังไงเล่าครับ”

“ถ้าเกื้อไม่คิดจริงจังก็ไม่ควรไปยุ่งกับน้อง ผู้หญิงจะถูกนินทาเสียๆ หายๆ มากกว่าผู้ชาย”

“แล้วถ้าเกื้อจริงจังละครับ” คำถามนั้นบ่งชัดถึงความมั่นใจมากกว่าจะคิดท้าทาย คุณกิตติถอนหายเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้นปู่ก็จะตามใจเกื้อล่ะ”


- - - - - - - - - -



ความสัมพันธ์ระหว่างเกียรติยศและนภรัตน์เป็นที่รับรู้กันในสายตาผู้ใหญ่ทั้งสอง

ชายหนุ่มเริ่มงานเภสัชกรโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลประจำอำเภอหลังวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ ในขณะที่นภรัตน์เองก็เริ่มวุ่นวายกับการเตรียมเก็บมะม่วงนอกฤดูกาลเพื่อส่งขายในช่วงตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

แต่ถึงแม้งานจะยุ่งขนาดไหนเกียรติยศก็สามารถจัดตารางเวลาทั้งของเขาและของหญิงสาวให้มีเวลาว่างพอจะออกไปเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างสม่ำเสมอ

สัปดาห์นี้ก็เช่นกัน...สองหนุ่มสาวเลือกที่จะไปตั้งเต้นท์ค้างคืนกันที่สถานีเกษตรหลวงขุนวาง เพื่อชมความงามของดอกพญาเสือโคร่งที่กำลังบานสะพรั่ง แต่งแต้มโลกรอบตัวด้วยสีชมพูอ่อนแก่ ราวกับโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในห้วงรัก

นภรัตน์เลือกที่จะขับรถของเธอเองเพราะเห็นว่าเส้นทางขึ้นเขาใช้รถกระบะจะสะดวกกว่า และเธอก็คุ้นกับการขับรถขึ้นเขามากกว่าเกียรติยศ คนที่ได้โอกาสนั่งสบายเป็นตุ๊กตาหน้ารถจึงถือโอกาสเช็คอุปกรณ์ถ่ายภาพ กินขนมที่แวะซื้อตามรายทาง และเอนหลังมาจนถึงปลายทาง

“อ้าว...ถึงแล้วเหรอ กำลังนอนเพลินเชียว” พอรถจอดปุ๊ปชายหนุ่มก็ขยับตัวปั๊ป แถมยังไม่วายบิดขี้เกียจให้คนที่หน้าที่สารถีมองดูด้วยความหมั่นไส้อีกต่างหาก

“พี่เกื้อหลับจริงๆ เหรอคะ ไม่ระแวงว่าดาวจะขับรถตกดอยบ้างหรือไง” ท้ายประโยคถามด้วยความรู้สึกสงสัยแท้จริง เพราะโดยปกติเธอมักจะไม่ค่อยไว้ใจใครเวลาที่ตัองนั่งนิ่งๆ เป็นผู้โดยสาร ถึงแม้ใครคนนั้นจะหมายถึงผู้เป็นตาของเธอก็ตาม

“จะให้ตอบจริงๆ ก็หลับๆ ตื่นๆ แหละ ทางลูกรังขนาดนี้ หลับสนิทก็เกินไปละ แต่พี่ไม่ระแวงฝีมือขับรถของดาวหรอกครับ พี่เชื่อใจดาว”

ประโยดสั้นๆ เพียงประโยคเดียว แต่กินนัยลึกและสามารถสร้างความแช่มชื่นให้กับหัวใจคนฟังได้อย่างน่าประหลาด ตั้งแต่คบกันมาทั้งเกียรติยศและนภรัตน์ยังไม่เคยบอกรักกันเลยสักครั้ง แต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกว่ามันจะสำคัญสำหรับเธอเท่าไรนัก เพราะชายหนุ่มมักจะแสดงความรู้สึกของเขาออกมาอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนอยู่เสมอ

ยิ่งมาได้ยินชัดๆ แบบนี้ คำพูดตัดพ้อที่เตรียมไว้จะต่อว่าจึงถูกหญิงสาวลบทิ้งไปจากสมองทันควัน

“ขอให้เป็นแบบนี้ไปตลอดก็แล้วกัน”

“แน่นอนอยู่แล้วครับ ว่าแต่หนูดาวล่ะครับ เชื่อใจพี่เหมือนที่พี่เชื่อใจหนูดาวบ้างไหม?” ท้ายประโยคเขาแกล้งถามไปอย่างนั้นเอง เกียรติยศรู้ดีว่าการจะเชื่อใจใครสักคนหนึ่ง บางครั้งก็ต้องการเวลาเพื่อพิสูจน์ความเชื่อมั่นกันบ้าง

แต่ที่ชายหนุ่มคิดไม่ถึงคือ...บางครั้งบททดสอบก็วิ่งมาชนเราแบบที่เราไม่ทันจะได้ตั้งตัว...

หลังจากกางเต้นท์เสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็คว้ากระเป๋ากล้องถ่ายรูปออกไปถ่ายภาพสถานที่โดยรอบตามที่ตั้งใจไว้ กำลังเดินเล่นเพลินๆ ใครบางคนวิ่งมาชนเขาอย่างจังจากทางด้านหลังจนทำเอาเขาหน้าคะมำหัวเกือบจะทิ่มพื้น ดังนั้นทันทีที่ตั้งตัวได้เกียรติยศจึงหันไปหาคู่กรณีด้วยท่าทางเอาเรื่อง แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มตา

“แพรว!”

“เกื้อ...ดีใจจังที่เจอเกื้อที่นี่!”




โปรดติดตามตอนต่อไป...




- - - - - - - - - -



พี่พีท - - ขอบคุณที่แวะมาค่ะ ธารไม่ได้เขียนนิยายมานานจนรู้สึกว่าติดๆ ขัดๆ ยังไงชอบกล แต่ก็จะพยายามต่อไปล่ะนะคะ คาดว่าเรื่องต่อไปน่าจะทำได้ดีกว่านี้ อึ๊บๆ สู้ๆ

เรื่องแก้ BG ธารขอติดไว้ก่อนนะคะ เครื่องธารโปรแกรมไม่ครบต้องรอพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยทำรูปให้ก่อนน่ะค่ะ

คุณนลิน - - พี่เกื้อเป็นผู้ชายธรรมดาแต่นิสัยน่ารักค่ะ เป็นผู้ชายแบบที่หาได้ทั่วไปแถวๆ คณะเภสัชศาสตร์ ไม่ดิบ ไม่ห้าว แต่ละเอียดอ่อนจนบางครั้งแทบจะกลายเป็นหยุมหยิม แต่ก็จริงใจประมาณนั้นเลยล่ะค่ะ






 

Create Date : 16 มกราคม 2555
6 comments
Last Update : 16 มกราคม 2555 2:33:54 น.
Counter : 5599 Pageviews.

 

โอ้ มาแล้ว บุคคลที่สาม กำลังราบรื่นอยู่เชียว ได้จังหวะพอดี ฮ่าๆๆ

 

โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) 19 มกราคม 2555 3:54:55 น.  

 

น้องดาวเท่จัง^^

 

โดย: พิญาดา 22 มกราคม 2555 11:28:54 น.  

 

คุณเอื้อน่ารักเหมือนกันนะคะเนี่ย เป็นเภสัชกรด้วย ว๊าว..เค้าชอบจัง
ส่วนคุณดาวก็เจ๋งมากเลยคะ ซอมรถได้ด้วย (แสดงถึงความรู้ของคุณสายธารด้วยนะคะ)

จะรออ่านตอนต่อไปเร็วๆนี้นะคะ

 

โดย: แครอท (นายยีราฟน้อย ) 30 มกราคม 2555 14:08:45 น.  

 

รอติดตามอ่านนะคะ น่ารักค่ะ

 

โดย: boumy 10 กุมภาพันธ์ 2555 19:39:44 น.  

 

สวัสดีครับ

เพื่อนบล็อกเราหายไปเกือบหมดครับ
แต่พี่ก๋ายังคงรักมั่น อัพบล็อกทุกวันอยู่ครับ 5555

เพื่อนบล็อกเราไปอยู่เฟซบุ๊คกันเกือบหมดนะครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 26 มีนาคม 2558 13:26:43 น.  

 

ตามมาอ่านค่ะ ^^

 

โดย: ดาริกามณี 27 มีนาคม 2558 21:50:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ธาร นาวา
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จากสายธารลำเล็กๆ
หลอมรวมเป็นกระแสธาราอันกว้างใหญ่
หลั่งริน...ไหลระเรื่อย...
นำพาเอาความชุ่มชื้นฉ่ำเย็นมาสู่หัวใจผู้คน

ลายปากกา
Friends' blogs
[Add ธาร นาวา's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.