<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ตุลาคม 2551
 

Test : 70-300 VR


: เข้าหน้าสารบัญหลักเพื่อดูทุกหัวข้อ..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : ประสบการณ์ผ่านเต้า (ตัวเอง)..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนกล้วยลอยฟ้าบนอาคารสูง 6 ชั้น..."คลิ๊กที่นี่"



หมายเหตุ: มีเพื่อนถามว่าเบรคที่มีภาพจำนวนมาก หลายครั้งเปิดแล้วภาพขึ้นไม่หมด แต่จะพบสัญญลักษณ์กากบาทสีแดงแทน เราเชื่อว่าหลายคนคงรู้วิธีแก้ เอาเป็นว่าถ้าใครไม่รู้ให้เอาเม้าส์จิ้มไปที่กากบาทสีแดงนั้น แล้วคลิ๊กขวาที่กากบาทสีแดง จะปรากฏกรอบเมนูขึ้นมา ให้เลือก Show Picture จากนั้นรอสักแป๊บหนึ่งภาพจะปรากฏขึ้นมาให้เห็น (ทำตามภาพประกอบข้างล่างนี้นะคะ) เบรคนี้ของเรามีภาพจำนวนมาก ดังนั้นอาจเกิดปรากฏการภาพกลายเป็นกากบาทได้



**บทความที่เกี่ยวข้อง “Tamron SP AF 17-50 MM F/2.8 XR Di II LD Aspherical (IF)” ":คลิ๊กดู "คุณชายทำหล่น อภิมหาอมตะนิรันกาลสำหรับเรา...ได้ที่ลิงค์นี้":"

**บทความที่เกี่ยวข้อง “AFAF-S DX 16-85 f/3.5-5.6G ED VR” ":คลิ๊กดู "คุณชายอรรถประโยชน์ ตอน Test 16-85 ครั้งแรก...ได้ที่ลิงค์นี้":"

**บทความที่เกี่ยวข้อง “AFAF-S DX 16-85 f/3.5-5.6G ED VR” ":คลิ๊กดู "คุณชายอรรถประโยชน์ ตอน Test 16-85 ตะลุยกลางพิธี...ได้ที่ลิงค์นี้":"

“AF-S VR 70-300 f/4.5-5.6G IF-ED ” ช่วงที่นำคุณชายทำหล่นตัวที่สองไปเปลี่ยน เรายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาเลนส์ตัวไหนมาแทนคุณชายทำหล่นดี แต่ที่แน่ ๆ คุณชายทำหล่นนี่ไม่เอาแล้ว (Tamron 17-50 F2.8) บังเอิญทางร้านมี 70-300 VR ซึ่งเป็นเลนส์ตัวที่สองที่อยู่ในใจพอดี คือเลนส์ในช่วงแรกนี่เราต้องการสองตัว เพียงแต่ยังไม่ได้ซื้อมาพร้อมกัน เผื่อคิวไว้ว่าหลังการใช้เลนส์ตัวแรกอาจทำให้ความคิดในการที่จะซื้อตัวที่สองเปลี่ยนแปลง คือเราโง่มากไม่รู้อะไรเลย การตัดสินใจจึงช้ากว่าคนปกติ ดังนั้นเราจึงเอา 70-300 VR มาก่อน เพราะไม่อยากยืดเวลาเก็บคุณชายทำหล่นไว้นานกว่านี้ กังวลว่าอาจมีปัญหาอะไรเพิ่มขึ้นที่ไม่ได้เกิดจากตัวเลนส์ จะทำให้การเปลี่ยนเลนส์ลำบากขึ้น หลังจากได้มารุ่งขึ้นเราแบกไปเดินเล่นรอบ ๆ บริเวณหอพัก ตลอดการใช้งานในวันนั้นไม่พบปัญหางี่เง่าเลย เพียงแต่เมื่อยืดเขาสุด ๆ แถมติดกะบังลมทำให้ยาวมาก ๆ จึงต้องเก็บกะบังลมไว้ก่อน (Hood) เพราะตกเป็นเป้าสายตาคน ทำให้รู้สึกอึดอัดบอกไม่ถูก ต้องเอาใส่ตระกร้าปิดนิค พอเจอเป้าหมายค่อยหยิบออกมาถ่าย ด้วยขนาดที่ใหญ่ในมือเล็ก ๆ ของเราทำให้รู้สึกไม่มั่นใจที่จะพามันออกไปลุยเดี่ยวไกล ๆ ได้ในตอนนี้ เราจึงวนเวียนรอบหอพักอยู่แค่ล็อค 2 และล็อค 3 ขนาดน้ำหนักของของเลนส์ 7 ขีดกว่า (ไม่รวมตัวกล้อง) ดูเหมือนเท่ห์ แต่เป็นความเท่ห์ที่อยู่ภายใต้ฐานรากไม่มั่นคงสำหรับเราสักเท่าไหร่ เพราะเล่นเอาแขนสั่นไปหลายครั้ง พ่อเข้าประคุณหนักสำหรับเรามาก แต่ใจยังสู้ ส่วนเลนส์ที่น้ำหนักมากกว่านี้คงลืมไปได้เลย ตามทฤษฏีเขาบอกว่า “ความรัก ทำให้คนเรายอมได้ทั้งนั้น” เราก้อได้แต่หวังว่าความรักในการถ่ายภาพของเราคงจะทำให้ชินน้ำหนักไปได้ในที่สุดนะคะ



มาพูดถึงกองเชียร์กันก่อน เราจะมี 2 กอง คือกองกรุงเทพฯ กับ กองบ้านนอก สำหรับกองเชียร์บ้านนอกนี่จะเป็นรุ่นใหญ่วัยใกล้เคียงพ่อและน้อง ๆ พ่อ พวกเขาจะเชียร์เลนส์ค่ายตลอด และช่วงยาวมาก ๆ อย่าเอามา เช่น 18-135 Kit แต่ให้ไปเอา 17-85 Kit แทน หรือ 18-200 อย่าเอามา ให้เลือกช่วงสั้นกว่านั้น แต่ถ้าเป็น 70-300 หรือ 80-200 นี่ให้เอามาได้ และกองเชียร์ที่บ้านนอกท่านไม่ใช้เลนส์นอกค่ายกันเลย ซึ่งพวกท่านไม่ได้ฟันธงว่าเลนส์ช่วงยาว ๆ และเลนส์นอกค่ายมันไม่ดีไปทั้งหมด เพียงแต่เป็นคำแนะนำในขั้นพื้นฐานเท่านั้นเอง ส่วนกองเชียร์ที่กรุงเทพฯ บอกว่าเลนส์นอกค่ายที่ดีมีหลายตัว แต่ส่วนอื่น ๆ ยังลงความเห็นเหมือนกองที่บ้านนอกว่าเลนส์ค่ายดีกว่าแน่นอน ดังนั้นตัวนี้ที่เราเลือกมาคือเลนส์ค่าย คุณชายเทเล 70-300 VR ซึ่งทั้งสองกองเชียร์บอกให้รีบไปถอยมาซะ เพราะกำลังจะขาดตลาด (ฮา) เข้าใจว่าคงกลัวจะเห็นเราเสียเงินช้านะคะ ผลการทดลองเล่นในวันแรกรอบ ๆ บริเวณหอพัก โดยคุณชายเทเลอยู่ในตระกร้าปิคนิค พากันหอบหิ้วปิคนิคไปก้อปิคนิคมาตั้งแต่บ่าย พอตกเย็นก้อขึ้นไปปักหลักถ่ายอยู่บนหอพักชั้น 6 ผลออกมาได้เป็นชุดนี้ ถ้าไม่มองในเรื่องน้ำหนัก เราสนุกกับการถ่ายภาพด้วยเลนส์ตัวนี้มากมายทั้งในเรื่องสีและความคมชัด อารมณ์ประมาณว่าถูกใจใช่เลยนะคะ



































โบเก้เป็นสิ่งที่เราอยากมีเป็นของตัวเองมานาน คอมแพ็คทำได้ยากมาก ๆ เคยได้อยู่แค่ไม่กี่ครั้ง ถ้าได้ก้อไม่หวือหวา แต่เลนส์ DSLR มองเห็นได้ง่ายกว่า เลนส์ชุดเทพประธานที่ประทานมาให้ยืมใช้ทั้ง 4 ตัวก้อมีมาให้เห็นได้ ตกดึกมองเห็นแสงผ่านเข้ามาในสะแลน มั่นใจว่าโบเก้บุกมาเยือนสวนกล้วยลอยฟ้า จึงคว้าคุณชายเทเลมาลองถ่ายดู แต่ต้องตบแฟลชที่ติดมากะตัวกล้อง เพราะมันแสงน้อยแถมเจอเทเลอีก อัดเข้าไปหลายช็อต ไล่มาตั้งแต่ดวงเล็กจนดวงใหญ่ เลือกมาให้ดู 2 ขนาดนะคะ จากนั้นส่งไปพิสูจน์หลักฐาน พบว่ามันเป็นโบเก้จริง เราสับสนว่าโบเก้แบบไหนสวย บางคนเป็นเหลี่ยม บางคนเป็นวงกลม ได้คำตอบมาประมาณว่าขึ้นอยู่กับรสนิยมเป็นหลัก เช่น พม่านิยมกลม เขมรนิยมเหลี่ยม พี่ไทยรับได้ทั้งหมด เพียงแต่ถ้าเป็น 8 เหลี่ยม ต้องมี 12 คมเท่านั้น (ฮา) เขายังบอกมาว่าเลนส์แต่ละตัวให้โบเก้ไม่เหมือนกัน วันก่อนถามเทพองค์หนึ่ง " โบกี้สวย ๆ นี่มันดูยังไงนะเจ้าคะ" ท่านเงียบไปนาน จนเราสงสัยระดับเทพทำไมคิดช้าจัง จากนั้นท่านย้อนถามมาว่า "โบกี้มันคือรถไฟ ทำไมต้องดูให้สวยด้วย จะเอาข้อมูลไปทำวิจัยหาพระแสงอะไรเหรอ" (ฮาอีกแล้ว) เราเคยเห็นนวัตกรรมในการสร้างโบเก้ปลอมมาบ้าง รับรู้ไว้เป็นประสบการณ์ เพียงแต่เราชอบโบเก้จริง ๆ มากกว่า จากภาพคงไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี เพราะเรายังถ่ายไม่เป็น แต่ไม่อยากตกเทรนเอามาประดับไว้ในเบรคนี้ก่อนนะคะ





อาทิตย์ถัดมาเราเอากลับไปถ่ายดอกไม้กับน้องแมลงภายในบ้านบ้าง เนื่องจากเลนส์ตัวนี้เป็นเทเลไม่มีมาโคร แต่อารมณ์แบบโคสอัพที่ถ่ายดอกไม้ขนาดจิ๋วสีขาว (ภาพแรก) ออกมาประมาณว่าพอใจ แต่ถ้าหวังว่าจะนำมาใช้ในการถ่ายมาโครเป็นไปไม่ได้เลย ภาพดอกไม้เลือกมาให้ดูหลายขนาดเท่าที่มีให้เห็นในบ้านนะคะ การที่ฉากหลังดำไม่แตกต่างจากการใช้คอมแพ็ค สภาพแสงที่มีความเปรียบต่างยังไงก้อดำ แต่เราว่า DSLR มันดำง่ายกว่าใช้คอมแพ็คแยะเลย ส่วนของการสร้างฉากหลังที่เอาอะไรมาขึงไม่เคยทำมาตั้งแต่ตอนใช้คอมแพ็ค คุณชายเทเลนี้ถ้าได้กินแสงจำนวนมากจะให้คุณภาพที่ดี ในเรื่องของระบบป้องกันความสั่นไหว VR II ที่มีให้เลือกใช้แบบ Normal และ Active ซึ่งปกติเราเปิดกันสั่นตลอดเวลาแบบ Nomal คือเขามีมาให้ใช้เราก้อต้องใช้ หากไม่ใช้ก้อไปหาแบบไม่มีกันสั่นดีกว่า เพราะราคาถูกกว่าแยะ ทั้งกล้องและอุปกรณ์ไม่ใช่ของราคาถูกสำหรับเรา แต่จะมากังวลเรื่องเปลืองแบตเราว่าไม่คุ้ม เหมือนกับมีกล้องระดับ 5 ล้าน แต่เลือกใช้แค่ 2-3 ล้าน เพราะกลัวเปลืองการ์ด มันไม่สมเหตุผล บางกระแสบอกว่าถ้าเปิดกันสั่นในสภาพแสงพอมันจะเป็นแบบโน้นหรือเป็นแบบนี้ ซึ่งพระอาจารย์เราบอกว่ามันไม่มีปัญหา (ท่านว่ามาแบบนั้น มีเหตุผลหักล้างค่อยกลับไปโวยภายหลัง) ส่วนระบบกันสั่นแบบ Actiive เอาไว้เลือกใช้ตอนที่อยู่ในพื้นที่ ๆ ไม่มั่นคง เช่น ในเรือที่วิ่งแตะคลื่นโป๊ก ๆ หรือในแพโยกเยกอะไรประมาณนั้น ผลจากการเปิด VR จะได้ยินเหมือนเสียงเคลื่อนตัวอะไรบางอย่าง ซึ่งผู้สัดทัดกรณีบอกว่าไม่ต้องคิดมาก เพราะเสียงนั้นคือเอกลักษณ์ของการเปิด VR ถ้าไม่ได้ยินเสียงแปลก ๆ แบบนี้ค่อยเอามือก่ายหน้าผากนะคะ และผลการถ่ายในสปีตต่ำ ๆ เมื่อเปิด VR และปิด VR เห็นผลชัดเจน แสดงว่าการทำงานของ VR มันได้ผลจริง เดินเล่นรอบบ้านพร้อมคุณชายเทเลกับมุมเจาะมั่นใจกว่าใช้คอมแพ็คตัวเก่าแยะเลย















โชคดีที่วันนั้นมีน้องแมงปอมาโฉบที่ต้นหลิวใต้หวันภายในบ้าน แมลงปอตัวนี้ถือว่าขนาดกลางออกไปทางเล็ก แต่ยังมีเล็กกว่านี้คือแมลงปอเข็ม และในสายพันธุ์แบบนี้ เคยพบตัวโตกว่าก้อมีให้เห็น หน้ากล้องอยู่ในพิกัด 1.5 เมตร (ระยะโฟกัสใกล้สุดตามสเปค) ออกมาแบบไม่ครอปได้เป็นภาพที่แรก ส่วนภาพที่สองเราครอปออกเพื่อต้องการดูรายละเอียดที่บริเวณปีกจะเห็นจุดแดง ๆ คล้ายไข่ปลาที่มีขนาดเล็กมาก ๆ หากต้องการถ่ายให้ได้เห็นรายละเอียดแบบจ๊าบ ๆ คงต้องพึ่งเลนส์มาโคร เพราะรายละเอียดที่ครอปมาคงไม่เทียบเท่าเลนส์มาโคร แต่ถ้าครอปเล่น ๆ เพื่อบางกรณีนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งปกติอาจมีครอปภาพอยู่บ้าง อาจครอปเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางเล็กน้อย หรือครอปเพื่อจัดองค์ประกอบที่เป็นการครอปไม่มากเหมือนการครอปแมลงปอในภาพแรก ไม่ต้องไปสนใจใครเขาจะมาว่าเราเรื่องการถ่ายภาพแล้วมาครอปออก มันมีเหตุผลมากมายในการครอป ยกเว้นว่าครอปออกมาเพื่อให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในบางเรื่อง แบบนี้จึงจะมองว่าไม่ถูกต้อง และมันเป็นเรื่องปกติที่เมื่อใช้ซูมมาก ๆ จะทำให้คุณภาพลดลง คงไม่ต่างจากที่เราใช้คอมแพ็ค F-707 หรือต้องใช้ขาตั้งกล้องตามที่พระอาจารย์ทั้งหลายบอกมา แต่ภาพในเบรคนี้ทั้งหมดเราไม่ใช้ขาตั้งกล้อง เพื่อดูว่าแย่ที่สุดมันจะได้แค่ไหนนะคะ





วันนั้นโชคดีซ้ำซ้อน เพราะน้องผีโฉบมาให้เห็นภายในบ้านถึง 3 ตัว แต่ละตัวต่างสายพันธุ์กันทั้งหมด มาดูตัวที่อยู่บนบัวอเมซอนกัน เพราะตำแหน่งนี้แสงดีที่สุดแล้ว เราซูมสุดไปที่ 300 แล้วเบรค ISO เหลือแค่ 100 สปีตจึงตกมาอยู่ที่ 100 ซึ่งการซูมสุดระยะที่ 300 ซึ่งตามหลักการแบบเนี๊ยบ ๆ สปีตมันไม่ควรจะต่ำกว่า 300 เอาเป็นว่าลองดูว่ามันจะหวั่นไหวและยอมรับคุณภาพได้สักแค่ไหนที่ไม่ใช้ขาตั้งกล้อง แต่สภาพแสงในขณะนั้นดีมาก ๆ ผลคือเมื่อซูมดูในจอคอมพิวเตอร์ที่ 100% ไม่คมชัดแน่นอน แต่ถ้าซูมดูต่ำกว่านี้มีตื่นเต้นเหมือนว่าคมชัดดี สำหรับเราจะเช็คตอนซูมดูภาพในเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าผ่านหรือไม่ ถ้าซูมต่ำกว่า 100% แล้วไม่ชัดนี่ลบทิ้งโลดอ่ะค่ะ แต่ถ้ายังเห็นความคมอยู่นำมาทดลองปรับคมในโปรแกรมจะเด้งดึ๋งทันที แบบนี้อัดแล็ปที่ขนาดใหญ่ยังไงก้อผ่าน แค่ทดลองเก็บประสบการณ์ไว้ก่อนออกสนามจริง ดีที่สุดทำได้แค่ไหนเราอยากรู้น้อยกว่าการที่แย่สุดมันได้แค่ไหน สำหรับเราถ้าดูว่าประมาณนี้มันแย่ ๆ แต่ยังพอได้อยู่บ้าง เราจะได้ประเมินสถานการณ์แย่ ๆ ได้แม่นขึ้น ส่วนสถานการณ์ดี ๆ สำหรับเราไม่จำเป็นต้องประเมินผล ยิงลูกเดียว ยิงไปเถิดแล้วมันจะเกิดผลเองนะคะพี่น้อง (ฮา)



ไปที่หน้าต่างหอพักกันอีกสักครั้ง ในเวลาเอาเลนส์ตัวนี้มาใช้ในบางกรณีจะรู้สึกอึดอัด เพราะองศารับภาพมันแคบ บังเอิญวันนั้นฟ้าแจ่มจำรัสก้อเอามาถ่ายเท่าที่จะถ่ายได้ ในวันนั้นท้องฟ้าจะเปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ และวันนั้นจะออกสีฟ้าอมเทา จึงต้องมาต้องมาปรับสีฟ้ากันสักหน่อย ในรายละเอียดแสงสีรุ้งที่มีมาเป็นเส้น ๆ ไม่มีปัญหา เร่งคอนทราสนิดเดียวก้อเด้งกระจายแล้ว เราใช้รูรับแสงค่อนข้างแคบคือ f/22 เกือบทั้งหมด แต่ภาพสุดท้ายใช้ f/18 ปกติเราไม่ค่อยอัดภาพ ยกเว้นว่าเป็นภาพที่ถ่ายให้เพื่อนฝูง หรือภาพที่ชอบจะมีการอัดเก็บไว้ดูส่วนหนึ่งที่ขนาด 6*4 แต่ก้อน้อยมาก และจะมีภาพกลุ่มหนึ่งที่จะต้องอัดแล็ปเก็บไว้เปรียบเทียบตั้งแต่ขนาด 6*4, 6*9, 8*12 และ 30*20 (ตอนที่ใช้คอมแพ็ค) คือ 1 ภาพจะอัดมาทั้งหมด 4 ขนาด ส่วนใหญ่จะเป็นการอัดภาพที่มีปัญหาจากหลาย ๆ ปัจจัย เพื่อเอาไว้เป็นตัวประเมินผลเพื่อเก็บไว้ดูความแย่ในสถานการณ์ต่าง ๆ นอกจากหวังผลเพื่อประเมินสถานการณ์ในการถ่ายภาพแล้ว สำหรับเราต้องประเมินผลในการอัดแล็ปควบคู่ไปด้วย แม้ว่าภาพส่วนใหญ่เราจะไม่ได้นำไปอัดแล็ปก้อตามนะคะ













พอจะมีภาพจากคุณชายเทเลตัวนี้มาให้ดูนิดหน่อย อาจจะวัดอะไรไม่ได้มาก เพราะเราไม่มีความรู้อะไรเลย และภาพทั้งหมดปรับแต่งมาตามสมควร แต่ภาพต้นฉบับพอใจทั้งหมด ให้ผลที่แตกต่างจากคอมแพ็คระดับโปรซูเมอร์จนเห็นได้ชัด การปรับแต่งง่ายกว่าหลายขุม แต่ถ้ามาย่อเหลือขนาดเล็ก บางภาพหรือภาพบางประเภทอาจมองไม่เห็นความแตกต่าง ตรงนี้คงเป็นสาเหตุที่ว่าเมื่อถึงระดับหนึ่งของกลุ่มนักถ่ายภาพตัวยงจึงอยากเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ เอาเป็นว่าเบรคนี้เลือกมาให้ดูเล่นนิดหน่อย เบรคถัดไปพบกับเลนส์ที่จะมาแทนคุณชายทำหล่นกันสักที ซึ่งหวยเลนส์ที่ล็อคเอาไว้คือเลนส์ค่าย ติด VR II ด้วยเหมือนกัน ท่านก้อคือคุณชายอรรถประโยชน์ 16-85 VR ติดตามการทดลองใช้คุณชายอรรถประโยชน์แบบโง่ ๆ ได้ที่ลิงค์ด้านบนนะคะ




ขอให้มีความสุข ณ จ้ะ






Create Date : 21 ตุลาคม 2551
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2554 0:53:57 น. 5 comments
Counter : 5925 Pageviews.  
 
 
 
 
ขอบคุณมากๆค่ะ
 
 

โดย: มิเชลปุ่น IP: 203.170.231.232 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:16:54:34 น.  

 
 
 
ใช้70-300 ถ่ายได้แจ่มมากเลยครับ
เอ๊ะ...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าแจ่มมากๆเลย

ฝีมือขนาดนี้ต้องหา 70-200 ของค่ายมาใช้แล้วครับ
รับรองว่าจะไม่ต้องถอดออกอีกไม่ต่ำกว่า 3 ปี
 
 

โดย: กล่อง IP: 58.8.186.125 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:44:37 น.  

 
 
 
รูปสวย .. เรื่องราว น่าอ่านครับ
 
 

โดย: d40xxx IP: 124.157.228.170 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:16:58:35 น.  

 
 
 
ถ่ายภาพได้สวยมากครับเลนส์สุดยอด
 
 

โดย: somnuk2009 IP: 222.123.20.36 วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:16:00:27 น.  

 
 
 
เขียนไม่รู้เรื่องเลย เยิ่นเย้อ อคติ เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่
 
 

โดย: โอ IP: 122.155.35.123 วันที่: 20 พฤษภาคม 2560 เวลา:11:55:25 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ซาไปรส์
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]





Indy Style Indy

เว็บไซด์ขายเสื้อผ้าออนไลน์

สไตล์โบฮีเมียน, ยิปซี ฯลฯ
สำหรับสาวเซอร์ หรือสาวที่มี
เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
สนใจแวะชมได้นะคะ

"เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน
ยิปซี อินเดีย ฯ
เสื้อผ้าแนว ๆ
คลิ๊กที่นี่
"



New Comments
[Add ซาไปรส์'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com