กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 กรกฏาคม 2554
 

Test...Tokina 11-16 F2.8


: เข้าหน้าสารบัญหลักเพื่อดูทุกหัวข้อ..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : ประสบการณ์ผ่านเต้า (ตัวเอง)..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนหย่อมลอยฟ้าราคาประหยัด..."คลิ๊กที่นี่"

บทความแนะนำ : สวนกล้วยลอยฟ้าบนอาคารสูง 6 ชั้น..."คลิ๊กที่นี่
"







Tokina 11-16 F2.8
Lot : 8 2 3 6 8 9 7 Japan







“ย้อนรอยมือใหม่หัดใช้ DSLR” กล้องที่ใช้คือ D80 ในช่วงแรกของการหัดใช้ DSLR เราใช้เลนส์สองตัวคือ AF-S 16-85 VRII และ AF-S 70-300 VRII เมื่อใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง รู้สึกว่าควรจะมีเลนส์ไวแสงไว้สักตัว ดังนั้นเลนส์ตัวที่สามสำหรับเราจึงเป็น AF 50 f1.4D ปัจจุบันเราแฮ็ปปี้กับลูกชายทั้งสามที่มีอยู่ องศารับภาพกว้างสุดที่เรามีคือ 16 มม. เป็นความกว้างจาก 16-85 VRII เราพบว่าระยะองศารับภาพที่ 16 มม. ให้ความรู้สึกที่เกินปกติกับเราอยู่บ้างเล็กน้อย แน่นอนว่าความเล็กน้อยที่ได้ดีว่ากว่าไม่มีเลย ส่วนจะตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนหรือไม่ เราเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกันนะคะ

Nik 16-85 VRII (ถ่ายที่องศารับภาพ 16 มม.)







คงเป็นเรื่องปกติที่ระยะเวลาในการเรียนรู้จากเลนส์ที่มีอยู่ผ่านไป วิสัยทัศน์จะเริ่มกว้างไกลขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เราต้องตะเกียกตะกายหาอุปกรณ์ตัวใหม่ ที่จะมาร่วมด้วยช่วยทำให้ภาพดูกว้างไกลตามวิสัยทัศน์ของตัวเอง (ฮา) ตอนนั้นกว้างสุดที่มีอยู่คือ 16 มม. ของเลนส์ 16-85 VRII ไม่ใช่องศารับภาพที่ 16 มม. กว้างไม่พอสำหรับเรา? แต่ความต้องการต่อมาของเรามีมากกว่าองศารับภาพที่มีอยู่ก้อเท่านั้นเอง? ถึงเวลาของความหายนะแห่งความสุขมาถึงอีกครั้งแล้ว?

Nik 16-85 VRII (ถ่ายที่องศารับภาพ 16 มม.)







เสน่ห์ที่น่าหลงไหลของการใช้ DSLR คือความบานปลายหรือความหายนะนั่นเอง ดังนั้นกระเป๋าสตางค์ใครยังไม่บานพอ แสดงว่ายังเข้าไม่ถึงเสน่ห์ของการใช้ DSLR อย่างแท้จริง เสน่ห์อีกข้อหนึ่งของการใช้ DSLR คือทำให้กำลังข้อแข็งแรง เพราะต้องแบกน้ำหนักอุปกรณ์ที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องไปวิ่งและเล่นโยคะเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และพยายามรักษาระดับน้ำหนักไม่ให้ต่ำกว่า 42 กก. ไม่งั้นอาจทำให้ความสนุกและความคล่องตัวในการถ่ายภาพลดลง

Nik 16-85 VRII




“เพิ่มองศารับภาพด้วยการซูมเท้า (ถอยหลัง)” บางคนบอกว่าถ้าอยากได้กว้าง ๆ ให้ซูมด้วยเท้า คือเดินถอยหลังจะได้เก็บอ็อปเจคได้ครบตามต้องการ (ถอยไม่ได้เอาทิ้งไปก่อน) เขาหมายความว่าตอนนี้เรามีองศารับภาพที่ 16 มม. หากอยากได้ที่กว้างกว่านี้ให้ถอยหลัง แต่การซูมด้วยเท้า (ถอยหลัง) มันแตกต่างจากภาพที่ถ่ายได้ด้วยความกว้างแท้ ๆ ของตัวเลนส์เอง จากภาพเราใช้ความกว้างแท้ ๆ ที่ 11 มม. ถ่ายนำร่องไปก่อนคือภาพแรก จากนั้นเราเปลี่ยนใช้ 16 มม. โดยหน้ากล้องยังอยู่จุดเดิมทำให้เก็บภาพได้ไม่หมด จึงเดินถอยหลังเพื่อเก็บภาพให้ได้ครบเหมือนภาพแรก ทั้ง 2 ภาพเก็บมาให้ครบเท่ากัน แอคชั่นในการถ่ายเหมือนกัน แต่ระยะห่างของหน้ากล้องกับอ็อบเจ็คไม่เท่ากัน มุมภาพที่ออกมาจึงต่างกัน เหตุผลที่ดีในครั้งนี้ จึงเห็นสมควรอนุมัติให้ตัวเองเพิ่มเลนส์ Wide ได้อีกหนึ่งตัวแล้ว จากภาพตัวอย่างอาจดูว่าองศารับภาพต่างกันไม่มาก แต่ในการใช้งานจริงมากมายค่ะ

ใช้องศารับภาพที่ 11 มม.


ใช้องศารับภาพที่ 16 มม. แล้วถอยหลัง




“คัดกรองสายพันธุ์” ตลาดของเลนส์ Wide ในขณะที่เรากำลังจะซื้อมีให้เลือกใช้หลายค่าย แต่เนื่องจากเราเป็นคนไม่มีความรู้ในเรื่องอุปกรณ์ ตลอดจนเรื่องเทคนิคต่าง ๆ จึงต้องหาตัวช่วยและพบข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจมากพอสมควร คัดลอกมาสรุปเป็นข้อมูลขั้นต้นได้เล็กน้อย ส่วนข้อมูลในเชิงลึกเพื่อน ๆ ควรไปสืบค้นจากระดับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ขณะนั้นเป็นข้อมูลช่วงต้นปี 2553

1. Nikon 12-24 F4 **หลายท่านให้ความเห็นว่ามันดีทุกอย่าง แต่ถ่ายใกล้ให้เป็น The Dog ไม่ดีนัก ระยะเริ่มต้นกว้างน้อยที่สุด อีกทั้งราคาสูงสุดอีกด้วย ราคาประกันร้าน 27,500.-

2. Tamron 10-24 mm. F3.5-4.5 **ความยืดหยุ่นขององศารับภาพแหล่มที่สุด ปัญหาแฟล์ในการถ่ายย้อนแสงอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าตัวอื่น ๆ สำหรับความบิดเบี้ยวน้อยมาก นำไปถ่ายแนวสถาปัตย์จะมีความเหมาะสม ความคมใช้ได้ดีในองศารับภาพแคบ ๆ แต่ขอบภาพจะซอฟมากเมื่อใช้องศารับภาพกว้าง และมันซอฟจนน่าใจหาย สุขภาพอาจไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่และฮู๊ดค่อนข้างขี้เหร่ ในขณะที่ราคาน่าคบหามาก อารมณ์ประมาณว่าคุ้มค่ากับราคานั่นเอง ราคาประกันร้าน 15,900.-

3. Sigma 10-20 F4-5.6 & Sigma 10-20 F3.5 **มี 2 ตัว ตัวเก่าอยู่ที่ f4.5 (หน้า 77) จากนั้นตัวใหม่คลานออกมาเป็น f3.5 (หน้า 82) หลายคนบ่นกันมากว่าหน้าบานเกินไป เราสังเกดูพบว่าเพื่อนฝูงส่วนใหญ่คบหาค่ายนี้และเชียร์กันมาก ด้วยระยะที่ 10-20 ถือว่ายืดหยุ่นพอสมควร อาจน้อยกว่า Tamron แต่ยังไงก้อชนะตัวล่าง สีสันจัดจ้าน ความบิดเบี้ยวชนะเลิศ ใครที่ชอบความสะใจจะได้ถึงขั้นตึกล้มเลยทีเดียว แต่แฟล์ค่อนข้างแย่กว่าตัวอื่นและบอดี้ลอก บางคนบอกว่าแฉกที่ได้จากดวงไฟกระป๋องกว่าทุกค่าย ราคาประกันร้าน 15,500.- และ 19,500.- ตามลำดับ

4. Tokina 11-16 F2.8 **เหมาะกับการถ่ายในสภาพแสงน้อย ความบิดเบี้ยวน่าจะอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่น้อยเหมือน Tamron แต่ไม่เปรี้ยวเท่า Sigma ความคมดีเยี่ยมชนิดขอบชนขอบ บอดี้บึกบึนแข็งแรงไม่ลอก หลายคนบ่นเรื่อง CA และแฟล์ องศารับภาพยืดหยุ่นน้อยกว่าตัวอื่น ราคาประกันร้าน 19,900.- ดูเหมือนว่าข้อเสียของเลนส์ตัวนี้จะเป็นสิ่งที่เรารับได้ และหวังผลถ่ายในสภาพแสงน้อย ซึ่งความจริงเราอยากได้สีจัดจ้านและบิดเบี้ยวแบบสะใจสไตล์ Sigma แต่ต้องนำไปถ่ายคนและงานประจำตำบลอยู่บ่อยครั้ง จึงคิดว่าเลนส์ตัวนี้มีความเหมาะสมสำหรับงานหลัก ๆ ของเรามากกว่า เพราะหลายคนรับหน้าตัวเองไม่ได้หากถ่ายด้วย Sigma อีกอย่างอะไรที่ใช้แล้วลอกหลุดง่ายเราไม่ชอบใจเลย ดังนั้นมันจึงเข้าวินมาเป็นอันดับ 1 นะคะ

Tokina 11-16 (ใช้องศารับภาพที่ 11 มม.)










“ปัญหาใหญ่ของ Tokina 11-16 F2.8” สิ่งแรกที่เรากังวลกับเลนส์ตัวนี้คืออาจมีปัญหาในเรื่อง Back Focus ผู้สัดทัดกรณีบางท่านฟันธงมาชัดเจนว่ามันเป็นทุกตัว เพียงแต่จะเป็นมากหรือน้อยก้อเท่านั้นเอง บางครั้งเมื่อนำไปใช้กับกล้องรุ่นสูงกว่าอาจพบว่าอาการน้อยลง จริงเท็จแค่ไหนเราก้อไม่รู้ แต่อย่างน้อยที่สุดมีเสียงทักนำร่องมาพอสมควร เราเช็คข้อมูลดูก่อนที่จะไปซื้อพบว่าบางคนเจออาการเหล่านี้ บางคนยังแก้ปัญหาไม่ได้ แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ไม่มีการพูดถึง เราบวกลบคูณหารชักไม่แน่ใจว่าประวัติศาสตร์จากเลนส์นอกค่ายอย่างคุณชายทำหล่น (Tamron 17-50 f2.8) จะมาซ้ำรอยเดิมหรือไม่ แต่ตัดสินใจเลือกมา เพราะสเปคล้วน ๆ ผลการนำมาใช้ช่วงแรก ๆ ไม่มีอะไรให้รู้สึกคลุ้มคลั่งทุรนทุรายลึซึ่ม เรารู้สึกสนุกกับมันตามประสาคนไม่เคยมี

Tokina 11-16













“คมทะลุมิติ ” สเปคของ Tokina 11-16 F2.8 ข้อมูลระบุว่าคมมากที่สุดในกลุ่มเลนส์ Wide ที่มีอยู่ในขณะนั้น (ซื้อ 21/03/2553) คมในระดับที่ขอบชนขอบ หมายถึงมันคมทั่วทั้งภาพ ต้องมีการครอปที่ด้านข้างของภาพ, ครอปที่กลางภาพมาดูกันที่ 100% ซึ่งเราจะขอข้ามไป สามารถดูการ Review ได้จากผู้ชำนาญในระดับเซียน เท่าที่ส่งภาพให้พระอาจารย์หลายสำนักดู ต่างกัอฟันธงคมสมความร่ำลือ แต่เรากลับดูไม่ออก (ฮา) สำหรับภาพประกอบในพารากราฟนี้คัดมาเพื่อให้สอดคล้องกับคำว่าคมทะลุมิติแบบเว่อร์ ๆ เท่านั้นเอง

Tokina 11-16 (ใช้องศารับภาพที่ 11 มม.)










“กลัวจะไม่เอียง” Distortion และ Perspective เป็นเรื่องของความผิดปกติและความบิดเบี้ยวของภาพ เชิงลึกไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้รู้นะคะ ซึ่งจะแตกต่างจากภาพจริง ๆ ที่เรามองเห็น เรามองว่ามันเป็นเสน่ห์ของการใช้ Wide สเปคของ Tokina 11-16 F2.8 ระบุว่ามี Distortion น้อยมาก แต่ของ Tamron จะน้อยกว่า ขณะเดียวกัน Tokina จะไม่เอียงมโหฬารเหมือน Sigma ตรงนี้ทำให้เรากังวลอยู่บ้าง เพราะกลัวจะไม่เอียง (ฮา)

Tokina 11-16 (ใช้องศารับภาพที่ 11 มม.)










“สีสันของ Tokina 11-16 F2.8 ” สเปคบอกว่าเลนส์ตัวนี้สีสันไม่จัดเท่า Sigma ซึ่งในเรื่องสีสันเราไม่ซีเรียส เพราะปรับแต่งเป็นประจำทุกใบอยู่แล้ว บางทีก้อเพิ่ม บางทีก้อลด ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเรา มาดูสีสันของเลนส์ตัวนี้แบบเพียวต้นฉบับของเลนส์กันสักหน่อย ย่อภาพแล้วปรับคมอีกเล็กน้อย (ภาพอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในกลุ่มนี้ไม่เพียวต้นฉบับนะคะ)

ต้นฉบับจาก Tokina 11-16 (ปรับค่าเป็น Vivid)


























“แฟล์หรือไม่แฟล์ ” ในระดับผู้ชำนาญการใช้ เวลาเขาทดสอบเลนส์จะต้องถ่ายแบบย้อนแสงด้วย เลนส์ที่ดีไม่ควรมีแฟล์เกิดขึ้น แต่หลายคนเฝ้าพยายามติดตามแฟล์ในฝัน ซี่งแฟล์หรือไม่แฟล์ของ Tokina 11-16 F2.8 มีมาให้เห็นเอาเรื่องเหมือนกัน ระดับเซียนหลายท่านฟันธงว่า Sigma 10-22 นำโด่งในเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็น Tamron 10-24 mm. F3.5-4.5 ระดับเซียนใน Pixpros นำไปทดสอบแล้วมาตะโกนถามว่า แฟล์กูอยู่ไหน? หมายถึงเรื่องแฟล์นี้ Tamron ทำได้ดีที่สุดในกลุ่มเดียวกันนั่นเอง ข้อมูลตรงนี้หาดูได้จาก Review ในระดับเซียนอีกเช่นกัน ส่วนเรื่องไฟแฉกเจ้า Tokina 11-16 f2.8 ทำได้ตามภาพ

Nik 16-85 VRII


Tokina 11-16 F2.8








“ระยะที่น่าอึดอัดกับ Tokina 11-16 F2.8” ตลอดระยะเวลาทำความคุ้นเคยกับเลนส์ตัวนี้ในทุก ๆ สถานที่ ๆ ไปหรือทุกสถานที่ ๆ เราอยู่ พบว่าไม่รู้สึกอึดอัดกับระยะที่มันสั้นไป ผลการใช้มานานหลายเดือนพบว่าเกือบทั้งหมดเราเปิดองศารับภาพทิ้งไว้ 11 มม. ไม่รู้สึกกดดันอะไร เราเข้ากันได้ดี แน่นอนว่ามันคงจะดีถ้ามีระยะที่ยืดหยุ่นมากกว่านี้ แต่หลัก ๆ ยอมรับได้ในระยะที่หลายคนบอกว่าน่าอึดอัด

Tokina 11-16 (ใช้องศารับภาพที่ 11 มม.)














































“พาไปออกงานสภาพแสงน้อย” เหตุเกิดที่ ทอ. เป็นห้องเล็ก จำชื่อห้องไม่ได้แล้ว สภาพแสงจริงน้อยมาก เราใช้พลังงานจาก SB-600 ไม่มีไฟร่มที่หน้างาน คนที่ใช้กล้องใหญ่บ่นกันอื้ออึง เข้าทางเราที่มีโอกาสเอาน้องโตไปทดสอบว่าในสถานการณ์ที่เลวร้ายทำได้แค่ไหน เอาสถานเกิดเหตุสำหรับแสงที่จำกัดมาให้ดูกันนิดหนึ่ง























“Back Focus“ ช่วงแรกของการใช้ไม่พบปัญหาอะไร แต่ช่วงหลังมีความจำเป็นต้องเอาไปถ่ายคนต่อเนื่องหลายทริป จึงเห็นความผิดปกติชัดเจนว่ามัน Black Focus บางคนบอกว่ากล้องเราอาจมีปัญหา แต่ผลการใช้กับเลนส์ตัวอื่นปกติดี ทำให้เราต้องค้นข้อมูลอีกรอบ และพบว่าข้อมูลใน Thaidphoto ค่อนข้างครอบคลุมเกี่ยวกับปัญหาของเลนส์ตัวนี้ มีจำนวน 2 กระทู้ ซึ่งข้อมูลจะต่อเนื่องกัน ขอบคุณไทยดีโฟโต้และสมาชิกทุกท่านในลิงค์ทั้ง 2

: ลิงค์ที่ 1. Back Focus กับ Tokina 11-16 f2.8...จาก Thaidphoto..."คลิ๊กที่นี่"

: ลิงค์ที่ 2. Back Focus กับ Tokina 11-16 f2.8...จาก Thaidphoto..."คลิ๊กที่นี่"

Tokina 11-16
รวมพลคนคนมีปัญหา...โตคิน่า เอฟสองจุดแปด



เราจะสรุปให้ฟังพอเป็นสังเขปนิดหนึ่ง ทั้งสองกระทู้ข้างบนเป็นลิงค์รวมพลของคนมีปัญหาจาก Tokina 11-16 f2.8 ด้วยโรคเรื้อรัง Back Focus พวกเขาทำการรักษาด้วยการส่งไปเปลี่ยนชิพที่ตัวแทนศูนย์ FotoSystem ในรายที่ซื้อประกันศูนย์และอยู่ในระยะประกันไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนรายที่หมดประกันศูนย์และหมดประกันร้านแล้วจะมีค่าใช้จ่าย 2,675.- ต่อเนื่องไปถึงรายที่ซื้อประกันร้านแล้วยังไม่หมดประกันให้นำส่งกับทางร้านที่ซื้อ ส่วนทางร้านที่ซื้อจะจัดการให้ยังไงก้อว่ากันไปนะคะ แต่ต้องรอชิพข้ามน้ำข้ามทะเลมากันเป็นเดือนหรือหลายเดือน ใครที่ส่งเข้าไปในช่วงที่ชิพมาแล้วจะเร็ว ชิพที่ส่งมาในขณะนั้นมีจำนวนจำกัด เมื่อหมดลงแล้วต้องรอล็อตต่อไป ซึ่งใช้เวลารอกันหลายเดือนอีกเหมือนกัน ซึ่งเขาจะให้ลงชื่อไว้ เมื่อชิพมาถึงจะโทร.แจ้งให้นำเลนส์ไปเปลี่ยนค่ะ


ในช่วงระหว่างรอยคาบต่อที่รอชิพนานเป็นเดือน มีสมาชิกที่ชื่อ “ท่าน Nobie” คห.44 หน้า 3 ของลิงค์ที่ 2 (ขออนุญาตที่พาดพิง) ได้อีเมล์ไปถึง Tokina Japan เกี่ยวกับการสั่งซื้ออะไหล่จากศูนย์เมืองไทย ซึ่งทาง Tokina Japan ตอบมาเป็นภาษาอังกฤษ จึงคาดว่าน่าจะเป็นของปลอม (ฮา) และในที่สุดชิพก้อมาจริง ๆ แต่เราไม่รู้ว่าเป็นชิพล็อตแรกหรือเปล่า ซึ่งชิพล็อตนี้เข้ามาในช่วงต้นเดือนเมษายน 2553 หลังจากนั้นมันก้อหมดลง แต่ความต้องการของผู้เปลี่ยนชิพยังไม่หมด ข้อความของ “ท่าน Nobie” มีรายละเอียดตามนี้ มาแจ้งข่าวสำหรับทุกท่านที่รอ CPU ครับ นี่คือข้อความตอบกลับจากทาง TOKINA SALES JP วันนี้ครับ

"Dear sirs,

Some quantity of new CPU for rectification of backfocus of AT-X11-16 Nikon were sent to Foto Systems last week. Please contact them accordingly.

Best regards
Tokina Sales"



หลายรายบอกว่าเมื่อเปลี่ยนชิพแล้วมีอาการดีขึ้นมาก (อนาคตยังไม่ทราบ) ในขณะที่บางรายบอกว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าอกสั่นขวัญแขวนสำหรับรายที่กำลังจะตัดสินใจซื้ออยู่เหมือนกัน ส่วนข้อมูล ณ ปัจจุบัน เพื่อน ๆ ต้องอ่านหัวข้อถัดไปของเรา ตรงนี้เราแค่สรุปจากลิงค์ใน Thaidphoto ให้ฟังก่อน ซึ่งมันยังไม่ถึงที่สุดในเรื่องนี้


มีข้อความของสมาชิกท่านหนึ่งชื่อ “ท่านแอบดู” คห.23 หน้า 2 จากลิงค์ที่ 1 (ขออนุญาตที่พาดพิง) ได้บรรยายความเห็นส่วนตัวไว้อย่างน่าสนใจ เราตัดตอนมาเฉพาะที่เห็นว่าจำเป็นดังนี้ จะบอกว่าเจ้า 11-16 ต่อให้เช็คยังไง ผมว่ามีปัญหาเกือบทุกตัวครับกับอาการแบบนี้ ล่าสุดโทรไปหาศูนย์มา 3 รอบ จนขอคุยกับช่างเอง ได้คำตอบมาแบบนี้นะครับว่า เจ้า 11-16 ที่ทำออกมาในตลาดไทย ตอนนี้มีปัญหามาจาก Chip IC เกือบทั้งหมด (แต่รหัส Serail ตั้งแต่เท่าไรถึงเท่าไร ทางตัวช่างไม่สามารถตอบคำถามตรงนี้ของผมได้ ผมเลยไม่ฟันธงว่าจะทั้งหมดในตลาดนะครับ ไม่งั้นพูดแบบนี้คนจะเข้าใจผิดจนไม่กล้าใช้ เอาเป็นว่าถ้าซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วลงไปไม่น่าจะรอด) สิ่งที่สอบถามต่อไปสำหรับอาการแก้ปัญหาคือทาง Fotosystem ให้ส่งเข้าไปเปลี่ยนเจ้า chip ตัวนี้อาการนี้จะหาย (ช่างค่อนข้างจะคอนเฟิร์ม)

เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช่ wide จึงมักไม่ค่อยได้เช็คว่า back ไหม เพราะระยะการถ่ายจะใช้ชัดลึกแบบอินฟินิตี้ นอกเสียจากว่าจะชอบถ่ายพรอตเทตระยะใกล้ (เลนส์ตัวนี้ใกล้สุดที่ 30 cm. หรือ 1 ฟุต ให้ลองกันง่าย ๆ โดยเอามาจ่ออะไรก็ได้สัก 30-40 จนถึง 50 เซนติเมตร แล้วโหลดเข้าคอม ถ้าระยะหน้าไม่ชัด (ในตำแหน่งที่โฟกัส) โดยไปตกระยะชัดด้านหลัง ก็แจ้งทางศูนย์เลยครับ (เอากันง่าย ๆ ครับ เพราะเห็นง่ายมากกับเลนส์ตัวนี้ ไม่ต้องเอาสเกลวางเช็คกันแบบละเอียดหรอกครับ ผมรับรองว่าเห็นกันจะ ๆ แน่นอน เพราะของเพื่อนเอามาลองเล่นก็เป็นเหมือนกัน)



นอกจากนี้ยังมีความเห็นของสมาชิกที่ชื่อ “ท่าน kingkole” มีคนนำข้อความของท่านมาโพสไว้ในลิงค์ที่ 2 หน้า 5 คห. 72 (ขออนุญาตที่พาดพิง) เขามีความเห็นดังนี้ 11-16 ใช้อยู่ครับ คมมาก ๆ แต่สีจืดไปนิดหน่อยครับ สีเพี้ยนบ้าง เวลาถ่ายสีม่วง กลายเป็นสีน้ำเงินเลย แต่อาจจะปกติก็ได้นะครับ เพราะปกติสีม่วงนี่สีปราบเซียน อ้อ? ข้อเสียที่สำคัญ แต่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือ มันมัก back focus นะครับ ผมลอง 5 ตัว เป็น 5 ตัวเลย แต่ก็เอามาสาเหตุเป็นเพราะ เค้าทำสเกลไม่ระยะโฟกัสไม่ละเอียด ยกตัวอย่างเช่น เราโฟกัสที่ระยะ 1.7 m แต่สเกลจะมีแค่ 1.5 กับ 2 เลยทำให้ เลนส์จะไปล็อคโปกัสที่ระยะ 2 m. ครับ ที่ทำให้เห็นว่า backfocus ชัดเจนเพราะว่า f มันกว้างน่ะครับ ดังนั้นเวลาถ่ายคนกับวิว แนะนำ f สัก 5.6 ถึงจะดีครับ นอกนั้น ยังนึกข้อติไม่ออก อ้อ? อีกข้อ ฮูดใหญ่มาก จนคว่ำใส่กระเป๋าไม่ได้เลยครับ ผมต้องหงายเอาก้นลงเก็บ


ในลิงค์ที่ 2 มีเสียงบ่นมาจากสมาชิกบางท่านว่า “อืม ๆ แล้วอย่างนี้จะทำยังไงล่ะ ว่าจะกำลังไปสอยอยู่ (ถ้ามีโอกาส) ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะของล๊อตเก่าหรือว่าล๊อตใหม่ก็เป็นด้วย” ซึ่งสมาชิกที่ชื่อ “ท่าน jotropper” คห.42 หน้า 3 จากลิงค์ที่ 2 (ขออนุญาตที่พาดพิง) มาตอบไว้ว่า ผมซื้อไปเมื่อกลางเดือนกุมภา ที่โลกกล้องน่ะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าล๊อตใหม่หรือเก่า แต่รหัสตัวหน้าเป็น 823xxxx น่ะครับ “ท่าน jotropper” ได้ใบ้หวยออกมา 3 ตัวเต็งคือ 823 แต่อีก 4 ตัวหลังเพื่อชิงรางวัลที่ 1 ท่านให้ไปนอนฝันกันเอาเอง (ฮา)


มาดูหน้าตาของเจ้าชิพตัวนี้กันนิดหนึ่ง ภาพนี้เป็นของ “ท่าน yube” คห.83 หน้า 6 จากลิงค์ที่ 2 (ขออนุญาตที่พาดพิง) ท่านบรรยายข้อความประกอบภาพไว้ว่า ได้กลับมาเรียบร้อยครับ ส่งวันพุธที่แล้วได้กลับมาวันนี้ ถือว่ารวดเร็วดีครับ ค่าเสียหาย 2,675 บาท ผิดคาดจากที่ถามไว้ตอนแรกนิดหน่อย แต่ก็รับได้ หน้าตาเจ้า chip confirm focus เจ้ากรรม ตามรูปข้างล่างเลยครับ

ชิพและภาพของท่าน yube




“สติแตกกับแบ็คโฟกัส” มาถึงเรื่องของเรากันบ้าง เราแจ้งยังร้านที่ซื้อคือ Zoom Camera (ประกันร้าน) บอกว่าดูเหมือนเลนส์ตัวนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับ Back Focus เห็นเขาคุยกันในเน็ตว่ามันสามารถเปลี่ยนชิฟได้ ทางร้านตอบว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ให้เราส่งเลนส์พร้อมภาพที่มีปัญหาและข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนชิพกลับไปด้วย แต่ในที่สุดเราก้อเปลี่ยนใจ โดยจะส่งไปรักษาที่ Foto System ด้วยการเปลี่ยนชิฟ เรายินดีจ่ายค่ารักษาเองในราคาประมาณ 2,700.- แต่ขณะนั้นชิพหมดลงแล้ว ทางโฟโต้ซิสเต็มให้ลงชื่อและเบอร์โทร.ทิ้งไว้ เมื่อชิพล็อตใหม่มาถึงจะติดต่อให้เราเอาเลนส์เข้าไปเปลี่ยน

ฺTokina 11-16 **Back Focus





เรารอชิฟอยู่ไม่ต่ำกว่า 4 เดือนจนหมดประกันร้าน ความจริงถึงจะหมดประกันร้านก้อไม่เกี่ยวกัน เพราะเราตัดสินใจจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองแล้ว หลังจากแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มญี่ปุ่นจนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระส่ำระสายผ่านพ้นไป เราก้อได้รับข่าวร้ายจากพนักงาน FotoSystem ในปลายเดือนเมษายน 2554 เขาแจ้งให้นำกล้องไปเปลี่ยนเป็นเงิน 17,000.- เพราะไม่มีชิพเข้ามาแล้ว ในขณะที่เราซื้อประกันร้าน ความหวังสุดท้ายของเราลอยหายไปทันที ดังนั้นชิพที่เข้ามาในช่วงเดือนเมษายน 2553 คงเป็นล็อตสุดท้าย แต่ไม่รู้ว่าเป็นล็อตแรกด้วยหรือเปล่า ผู้ที่แจ้งความประสงค์หลังจากชิพล็อตนี้หมดลงต่างก้อรอเก้อกันมานานหลายเดือน

Tokina 11-16 **Back Focus





เมื่อทางโฟโต้ซิสเต็มไม่มีชิพเปลี่ยนให้ เราจึงโทร.กลับไปยังร้าน Zoom Camera อีกครั้ง เผื่อทางร้านจะหาวิธีซ่อมให้เราได้ ซึ่งทางร้านได้ติดต่อไปยัง Tokina Japan พบว่าทางโน้นไม่มีข้อมูลถึงการเปลี่ยนชิฟและให้ส่งเลนส์ตัวนี้คืนแต่อย่างใด? ทำให้เราสับสนในข้อมูลพอสมควร ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะโกหก อุปกรณ์ทั้งหมดเราซื้อที่นี่ ความเชื่อใจยังคงมีอยู่ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรจาก Tokina Japan เราก้อไม่รู้เหมือนกัน เพราะจดหมายตอบรับถึงสมาชิกใน Thaidphoto จาก Tokona japan มีปรากฏมาให้เห็นในลิงค์ข้างต้น

ฺTokina 11-16 **Back Focus





ปัจจุบันทาง Foto System ไม่ได้เป็นตัวแทนของ Tokina มาประมาณ 1 ปีแล้ว ดังนั้นที่พวกเราทั้งหลายรอมาหลายเดือนนั้น อาจเป็นช่วงรอยต่อของบริการลูกค้าเดิม แต่จะด้วยเหตุผลใดที่ไม่มีชิพส่งมาให้กับผู้ที่จองคิวไว้ เราก้อไม่รู้เหมือนกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีศูนย์ Tokina ในเมืองไทย อาจมีบางบริษัทฯ ที่อยู่ในระหว่างการทาบทามเท่านั้น นี่เป็นข้อมูลล่าสุด ณ วันนี้ที่ 7/7/54 เอาเป็นว่าทาง Zoom ให้เราส่งเลนส์กลับคืนไป จากนั้นเขาจะส่งไปซ่อมที่ Japan ส่วนจะหายขาดหรือไม่ยังตอบไม่ได้ในตอนนี้ ทางร้านบอกว่าปกติเท่าที่เคยส่งเลนส์ไปซ่อมที่ญี่ปุ่นใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ นานที่สุดจะเป็น 1 เดือน เผื่อเหลดคาดว่าไม่เกิน 2 เดือน (4 เดือนที่รอชิพ อีก 2 เดือนรอไม่ได้ให้มันรู้ไป) แต่ในใจแอบหวั่นไหวอยู่เหมือนกัน

Tokina 11-16




“ความรู้สึกส่วนตัว” ถ้าให้พูดในแง่ทฤษฎีเชิงลึกลับลืมไปได้เลย เพราะเราไม่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ แต่ผลการใช้งานที่ผ่านมา หากไม่มองถึงอาการเจ็บป่วยของมันแล้ว เรารู้สึกดีที่ได้มาเป็นลูกชายคนที่ 4 เคยใช้เลนส์ตัวนี้ถ่ายที่ 16 มม. และใช้ Nik 16-85 VRII ถ่ายที่ 16 มม. ตั้งค่าเหมือนกันทุกอย่าง พบว่าน้องโตคิน่าให้ความสว่างไสวกว่า อยู่ด้วยกันมา 1 ปีกว่า ถึงจะบ้า ๆ บอ ๆ เราก้อยังคงรักมัน

Tokina 11-16








“รักจริงหวังแต่ง” แม้ว่า Tokina 11-16 f2.8 จะถูกชะตาในหลายประการ และกลายเป็นเลนส์ที่เราหยิบมาใช้บ่อยที่สุดไปแล้ว ประดุจคู่รักคู่รส แต่กลับมีโรคประจำตัวคือ Black Focus จึงกลายเป็นคู่เวรคู่กรรมไปในที่สุด ถือเป็นเลนส์นอกค่ายตัวที่ 2 ที่สร้างความฮือฮา (ผิดหวัง) เหมือนกับเลนส์นอกค่ายตัวแรกคือ Tamron 17-50 f2.8 ตัวเลขที่ f2.8 เหมือนกัน

Tokina 11-16















แม้ว่า Tokina 11-16 f2.8 จะมีโรคประจำตัว ขณะนี้ยังไม่มีโรงพยาบาลรับรักษาอย่างเป็นทางการในเมืองไทย เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต่อไป คงต้องดินรนหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันแบบมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากคำแนะนำของผู้สัดทัดกรณีเรานำมารวบรวมพอจะรักษาเองได้ 4 วิธี คงต้องลองกันไปเพื่อลดอาการป่วยของมัน ใครถนัดวิธีไหนเลือกใช้กันตามสะดวก แต่ไม่มีการรับประกันว่ามันจะหายขาดหรือไม่?

1. เปลี่ยนจาก Auto Focus มาเป็น Manual Focus ผู้สัดทัดกรณีบอกว่าหากใช้จนชำนาญจะแหล่มมากกว่าใช้ Auto Focus ซึ่งจะสาหัสสำหรับเรา กรณีเร่งด่วนคงหมุนกันไม่ทันแน่

2. ใช้โฟกัสที่จุดตรงกลาง จะช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ ในขณะที่บางคนบอกไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ ซึ่งเราเองก้อยังไม่แน่ใจนัก เพราะผลการทดลองใช้ยังไม่ประทับใจเท่าที่ควร

3. เปลี่ยนกล้องที่มีระบบ AF Fine Tune จะช่วยแก้ปัญหา Front/Black ได้อย่างเห็นผล เช่น D300, D700 หรือ D7000 สำหรับเราจะมีการอัพเกรดกล้อง แต่ยังไม่ใช่ในระยะอันใกล้นี้

4. ส่งคืนให้กับทางร้านที่ซื้อ เพื่อส่งซ่อมที่ Japan ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าร้านที่ซื้อจะมีระบบการจัดการได้ดีแค่ไหน ดูเหมือนทางเลือกที่มีไม่มากนัก เราจึงเลือกในข้อนี้ หากเป็นไปได้อยากให้มันเรียบร้อยดี เราได้ส่งคืนทางร้านไปแล้วเมื่อวันที่ 8/7/54 หลังจากที่ได้คุยกันยังคงเชื่อมั่นในระบบการจัดการของเขาอยู่ เมื่อถึงเวลาจะมาอัพเดทข้อมูลอีกครั้ง


Nik 16-85 VRII
คงอยากกลับเจแปนแล้ว...เตรียมส่งกลับมาตุภูมิ



จากภาพมวลรวมในเบรคนี้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา เพราะเลือกรูปที่มีปัญหามาลงให้เห็นชัดเจนแค่ 3 ภาพ โดยครอปส่วนที่ Out ให้เห็นอาการแบ็ค ทั่วไปแล้วรูปที่มีปัญหาเมื่อย่อขนาดเล็กแล้วปรับคมจะดูไม่ออก บทความนี้เขียนขึ้นมาตามความเข้าใจ ไม่ใช่การ Review อย่างเป็นทางการเหมือนผู้ชำนาญทางด้านเทคนิค เพราะเราไม่มีความรู้ถึงขนาดนั้น ปัจจุบันยังผูกสายกล้องคล้องคอไม่เป็นเลย ดังนั้นขอให้เพื่อน ๆ ไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้รู้ในระดับเชี่ยวชาญอีกครั้ง ขอให้เพื่อน ๆ ที่มีเลนส์ตัวนี้อยู่ในครอบครองโชคดีกันทุกคน อย่างน้อยที่สุดจะไม่รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยว เพราะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมให้ความอบอุ่นกันแยะพอสมควร (ฮา)

Tokina 11-16






“น้องโตกลับมาแล้วค่ะ” ขณะนี้ลูกชายคนที่ 4 เดินทางกลับมาจากการรักษาตัวที่เจแปนเรียบร้อยแล้ว ทางร้านกักตัวไว้ตรวจสอบ 2 วัน จากนั้นโทร.มาแจ้งผลอันน่าตื่นตระหนกว่าได้ทำการ Test กับวัตถุและคนในหลากหลายระยะด้วยกล้อง D90 (ของเรา D80) ท่านฟันธงว่าหากใช้โฟกัสตรงกลางจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าใช้โฟกัสจุดอื่นจะพบอาการ Back Focus เข้าใจว่าทางร้านคงจะสับสนอยู่เหมือนกัน จึงหันไปคว้าน้องโตตัวอื่นที่อยู่ภายในร้านมา Test บ้าง พบว่าต้องโฟกัสที่จุดกึ่งกลางทั้งหมดจึงจะปลอดภัย เราพลอยสับสนไปด้วย แล้วที่ส่งข้ามน้ำข้ามทะเลไปรักษา ตกลงเป็นโรคอะไรกันแน่หว่า? (ฮา)




ระยะเวลาเดินทางไปรักษาตัวและเดินทางกลับเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน หน้าตา Report จากเจแปนเป็นภาษาเจแปน จึงมั่นใจได้ว่าจะเป็นของแท้ เรากับทางร้าน Zoom ไม่รู้ว่าชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ที่เปลี่ยนให้เป็นชิพเหมือนใน Thaidphoto หรือเปล่า เพราะทางเจแปนไม่ได้ส่งชิ้นส่วนเดิมที่เปลี่ยนกลับมานะคะ




พบข้อความภาษาอังกฤษกำกับไว้ที่ Report ตามภาพข้างล่างนี้ ก่อนหน้าที่เราจะส่งซ่อม ได้ทดลองใช้โฟกัสตรงกลางเพื่อแก้อาการ Back แต่ผลออกมาไม่ปลื้มเลย โยนให้เพื่อนไปลองบ้าง เขาก้อไม่ปลื้มเช่นเดียวกัน แต่ก้อช่างเถอะ บางอย่างที่สับสนต้องปล่อยทิ้งไป เอาเป็นว่าหากตอนนี้ใช้จุดโฟกัสตรงกลางได้ สำหรับเราถือว่าแฮ็ปปี้แล้ว?




3 สัปดาห์แรกเราเอาไป Test เรื่อยเปื่อย เป็นการ Test แบบไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ผลการทดลองถ่ายกับคนและวัตถุทั่วไป กรณีถ่ายคนแบบเน้นที่ตัวคนเดี่ยว ๆ แล้วใช้โฟกัสจุดอื่นพบว่าเกือบทั้งหมดจะ Back Focus หากย้ายมาใช้โฟกัสตรงกลางพบว่าเข้าเป้าดี แต่ภาพในบางลักษณะแม้จะใช้โฟกัสจุดอื่น มันก้อโอเคอยู่ เอาเป็นว่าผลการ Test แบบไม่เป็นชิ้นเป็นอันถือว่าพอใจ แต่เราจะรู้สึกมั่นใจก้อต่อเมื่อได้นำมันไป Test อย่างเป็นทางการเท่านั้น บังเอิญว่าช่วงแรกยังหาจังหวะไม่ได้นะคะ


กลางเดือนตุลาคม จังหวะที่รอคอยมาถึง เรานำลูกโตไปใช้งานอย่างเป็นทางการต่อเนื่อง 4 คืนแรก และวันที่ 5 เริ่มตั้งแต่บ่าย 3 โมงครึ่งจนถึง 6 โมงเย็น สำหรับวันสุดท้ายมีการถ่ายทั้ง InDoor และ OutDoor ส่วนใหญ่วนเวียนอยู่ในสภาพแสดงน้อยตอนกลางคืน เพื่อนบอกว่าตัดปัญหาอย่าใช้ F2.8 สำหรับเรามันแย่นะที่มี F2.8 แล้วใช้งานไม่ได้ ไม่งั้นไม่รู้จะซื้อมาทำแป๊ะอะไร? ตลอดทริป 5 วัน เราใช้โฟกัสที่จุดกึ่งกลางทั้งหมด เมื่อดูผ่านจอ LCD ไม่เกิดอาการแพนิค เพราะจากประสบการณ์ในอดีต หากมีปัญหาลางร้ายจะบอกตั้งแต่เห็นภาพบนจอ LCD

Ex. F2.8 , 1/80s (ช่วงเวลา 6 โมงเย็น)





นอกจากลูกโตจะเคยมีอาการ Back แล้ว ยังพบโรคอาการหวั่นไหวแบบไม่มีเหตุผล อาจหวั่นไหวในขณะแสงบรรเจิดที่ควบคุมด้วยสปีตหลักพัน หรืออาจหวั่นไหวในสภาพแสงน้อย โดยใช้สปีตที่สามารถควบคุมเหตุการณ์ในขณะนั้นได้ ลักษณะของภาพที่หวั่นไหวจะเบลอไปทั่วทั้งภาพ หาส่วนชัดไม่เจอเลย ในขณะที่สปีตเอาอยู่? โรคนี้มาให้เห็นน้อยกว่าโรค Back อย่างภาพข้างล่างนี้ เราใช้สปีต 1/10s จะพบว่าคนหรือวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว จะเกิด Movement มากกว่าส่วนที่เคลื่อนไหวช้า วัตถุที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยจะคมชัดดี แต่มือต้องมั่นคงด้วย แบบนี้เราไม่เรียกหวั่นไหว ทุกอย่างมีเหตุผลรองรับ แต่ไอ้ที่เคยหวั่นไหวแบบเป็นโรคนั่นมันทำให้เครียดมากเลย เพราะหาเหตุผลไม่เจอ

Ex. F 2.8, 1/10s (ช่วงเวลา 6 โมงเย็น)
หวั่นไหวแบบไร้โรค...เหตุการณ์ช่วงนี้ ปีตต่ำหรือปีตสูง ผ่านหมด



ยังปักหลักจุดคุ้มทุนที่ F2.8 เข้าสู่ช่วงเวลากลางคืนเวลา 1 ทุ่ม – 2 ทุ่มเศษ ตลอดเวลา 4 คืนต่อเนื่อง ร่วมกับแฟลช SB 600 ไม่ว่าจะยิงหน้า ยิงหลัง ยิงข้าง ยิงหมู่ ยิงเดี่ยว มุมเงย มุมกด มุมปกติ พบว่าต้นฉบับผ่านฉลุยทั้งหมด ไม่พบปัญหากวนใจอะไร แต่ภาพที่เสียมีค่ะ เช่น ลืมเปิดแฟลชออกมามืดตื๋อ หรือภาพหวั่นไหวรุนแรง เพราะแขนเราไปชนกับพนักเก้าอี้ ซึ่งกรณีพวกนี้ไม่เกี่ยวกับปัญหาของลูกโต

Ex. F2.8, 1/60s, ISO 640

Ex. F2.8, F2.8, 1/60s, ISO 640

Ex. F2.8, 1/80s, ISO 640

Ex. F2.8, 1/50s, ISO 500

Ex. F2.8, 1/30s, ISO 640

Ex. F2.8, F2.8, 1/60s, ISO 500

Ex. F2.8, 1/50s, ISO 640



ยังอยู่ที่ F2.8 เป็นวันที่ 5 เริ่มตั้งแต่บ่าย 3 โมงครึ่ง จนถึงเวลาประมาณบ่าย 4 โมง ช่วงนี้ยังคงเป็น InDoor สบายใจไร้โรค Back และโรคหวั่นไหวยกแพ็ค เอาอยู่จ้า?

Ex. F2.8, 1/50s, ISO 250

1/40s, ISO 125



กลุ่มนี้เป็นภาพที่ใช้ F มากกว่า 2.8 เพราะตอนที่มีปัญหาไม่ได้เกิดจากการใช้ F2.8 แต่เพียงอย่างเดียว มันสามารถเกิดได้กับทุกค่ารูรับแสงที่ใช้ เราก้อเลยแยกภาพที่ใช้ F2.8 อยู่ช่วงบน แฮ็ปปี้ตลอดการใช้งานค่ะ

Ex. F 3.2, 1/60s, ISO 640 (ช่วงเวลา 2 ทุ่มกว่า ๆ)



Ex. กลุ่มนี้เป็นช่วงเวลา 3 โมงครึ่ง ถึง 4 โมงกว่า ๆ
F 3.5, 1/60s, ISO 400

F 3.5, 1/60s, ISO 400

F 4, 1/80s, ISO 320, No Flash

F 4, 1/800s, ISO 320, No Flash

F 4, 1/640s, ISO 320, No Flash

F 4, 1/200s, ISO 320, No Flash




“ล่าสุด...กับลูกโต” หลังการทดลองกับงานต่อเนื่องข้างต้น สภาพแสงที่สบายใจที่สุดคือ OutDoor ประมาณหลัง 4 โมงเย็น นอกนั้นเป็นช่วงแสงน้อยและเป็นลักษณะ Indoor ล่าสุดเอาไปปักหลักกับ OutDoor อีกครั้งในสภาพแสงบรรเจิด ไม่มี F2.8 ในช่วงนี้นะคะ พบว่าฉลุยดีทั้งหมดที่ถ่ายมา











ขณะรถวิ่ง...ยิงกระหน่ำตลอดสาย...เอาอยู่จ้า?



“เบรคถัดไป” เบรคหน้าจะว่าด้วยเรื่องเลนส์บวม ๆ กันแล้ว พบกับกับลูกชายคนสุดท้อง...ที่นี่ เร็ว ๆ นี้





ขอให้มีความสุข ณ จ้ะ




Create Date : 10 กรกฎาคม 2554
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2554 18:13:43 น. 14 comments
Counter : 29155 Pageviews.  
 
 
 
 
เยี่ยมเลยครับ...อ่านเพลินเลย
 
 

โดย: แมลงแบกเป้ IP: 182.53.129.118 วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:16:29 น.  

 
 
 
รีวิวได้ละเอียดมากเลยครับ เคยได้ยืมเพื่อนมาลองใช้อยู่เหมือนกัน เปิด f แคบๆ ภาพคมชัดจริงๆ แต่ไม่ได้ทดสอบเรื่อง back focus แค่รู้สึกว่าช่วงมันสั้นไปหน่อย และสีไม่ค่อยสดเท่านั้นเอง .....

แต่อ่านเจออยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะที่ว่า Back Focus เกือบทุกตัว และในตอนนี้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในเมืองไทยแล้ว สุดท้ายผมเลยไปถอย Sigma 10-20 f4.5-5.6 มาแทน ภาพเบี้ยวได้ใจ แต่ว่าแฉกไฟไม่สวยอย่างที่ว่าจริงๆ หรือผมใช้ไม่เป็นก็ไม่รู้ .....
 
 

โดย: NET-MANIA วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:47:58 น.  

 
 
 
อ่านแล้วก็คุุ้นๆ ในสำนวน...

อ่านจนจบ..อ้อ...


จำได้ละ.....


Tokina 11-16 ของผมรหัส 8270332

ซื้อเมื่อ 22/07/10 ( เกือบจะครบปีแล้ว )



 
 

โดย: ณ โคราช IP: 223.207.161.212 วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:37:44 น.  

 
 
 
ของผมก็แบ็ค ซื้อประกันศูนย์มาด้วย แต่เอาไปคืน เป็นเงินไม่ทัน
เจอ fotosystem ลอยแพดื้อๆ เซ็งเลย
 
 

โดย: Joey IP: 110.171.1.153 วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:4:22:09 น.  

 
 
 
เป็นบทความที่ดีมากจริงๆค่ะ ตอนนี้กำลังมองหาวายด์สักตัว ยังไงเงินก็คงไม่พอถอยน้องโตแน่ๆ สงสัยคงได้รับเลี้ยงอาม่าแทนแล้ว
 
 

โดย: bepearz IP: 124.122.24.203 วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:16:59:36 น.  

 
 
 
ผมกำลังเล็งพี่โตพอดีเลยคับ สับสนระหว่างเลนส์ค่าย กับพี่โตอยู่ แต่หลังจากอ่านแล้วพี่โตโอวเครค้าบ
 
 

โดย: สน IP: 58.8.222.151 วันที่: 14 ธันวาคม 2554 เวลา:23:57:33 น.  

 
 
 
เขียนได้เยี่อมครับ
 
 

โดย: Love Is IP: 124.122.34.211 วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:13:00:55 น.  

 
 
 
กำลังจาซื้อพี่โตมือ2 พอดีเลยไม่ทราบว่าเราจามีวิธีเชค back focus ยังไงครับ หรือให้ลอง focus ส่วนหน้าของภาพถ้าไปชัดหลังแทน แปลว่า back focus ใช่มั้ยครับ
 
 

โดย: pom.varavut@gmail.com IP: 110.49.241.58 วันที่: 12 มีนาคม 2555 เวลา:1:35:30 น.  

 
 
 
อ่านสนุกมากครับ เหมาะกับมือใหม่อย่างผมที่สุดในโลกเลยครับ....
เขียนมาอีกเยอะๆนะครับ
 
 

โดย: itimcone IP: 223.206.124.23 วันที่: 21 มีนาคม 2555 เวลา:21:04:42 น.  

 
 
 
ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเลย กำลังจะไปซื้ออยู่พอดี กลัวไปเจอ BACK FOCUS เข้าจริงๆ หรือ ค่อย Version 2
 
 

โดย: D90X85 IP: 118.174.17.158 วันที่: 8 ตุลาคม 2555 เวลา:10:07:44 น.  

 
 
 
ขอบคุณสำหรับรีวิวเนื้อหาแน่นๆ นะครับ

กำลังหาข้อมูลอยู่พอดีเลย
 
 

โดย: Saeki0218 IP: 124.121.37.188 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:22:54:46 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากๆเลยครับผมกำลังตัดสินใจอยู่ระหว่างเลนค่ายหนอน 10-22 กับ Tokina 11-16 พอดีเลยครับ แต่พอมาอ่านทำให้ผมได้ข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์อย่างมากมายเลยครับ
ขอบคุณจริงๆครับ
 
 

โดย: ShiningSky IP: 118.173.10.91 วันที่: 15 เมษายน 2556 เวลา:5:12:47 น.  

 
 
 
เขียนได้ดีมากเลยครับ กำลังมองเลนส์ตัวนี้อยู่เลย กะว่าจะลองเช่าไปทดลองอยู่ก่อนแต่ง แล้วค่อยตกลงปลงใจ

ปล.เคยเจอปัญหาหนูไม่รู้กับ zoom มาเหมือนกัน ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นต้นไม้ อือม..ช่างแตกต่างกันจริงๆ
 
 

โดย: PAEstudio วันที่: 28 มกราคม 2557 เวลา:18:40:59 น.  

 
 
 
ไม่ทราบว่าตัวนี้ เป็นรุ่นแรกใช่มั้ยครับ ไม่ใช่ตัว 11-16 f2.8 pro dx ll ใช่มั้ยคับ
 
 

โดย: arm IP: 203.146.94.50 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2557 เวลา:13:38:26 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ซาไปรส์
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]





Indy Style Indy

เว็บไซด์ขายเสื้อผ้าออนไลน์

สไตล์โบฮีเมียน, ยิปซี ฯลฯ
สำหรับสาวเซอร์ หรือสาวที่มี
เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
สนใจแวะชมได้นะคะ

"เสื้อผ้าสไตล์โบฮีเมียน
ยิปซี อินเดีย ฯ
เสื้อผ้าแนว ๆ
คลิ๊กที่นี่
"



New Comments
[Add ซาไปรส์'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com