Happiness is here and now.
Group Blog
 
All blogs
 

ชีวิตละมุน เซทอาหารเช้า กับตับบด ไข่เจียว และซุปฟักทอง

อาหารเซทนี้ผมทำไว้นานละครับ ตั้งแต่สมัยหลังวันฮาโลววีนโน่น (อาหารฮาโลววีนก็อีกเซทหนึ่ง)

พอดีฟักทองที่ใช้แกะแต่งบ้านเหลือ เลยจับมาทำซุปฟังทองซะ
เป็นฟักทองสีขาวของโครงการหลวง
เนื่อแน่น รสหวานมัน อร่อยครับ

ตับบดก็ทำเผื่อไว้จากที่รับออเดอร์ ตับบดสูตรนี้อร่อยครับ
ใครกินก็ชอบ คนไม่กินตับก็กินไหว กลิ่นหอมเข้ม รสกลมกล่อม










อันนี้สูตรตับบดครับ
ส่วนรูปขั้นตอนการทำไม่ได้ถ่ายครับ ผมนิยมถ่ายรูปอาหารตอนเสร็จแล้วมากกว่า สะดวกดี ถ่ายตอนทำไปด้วยมันไม่เต็มที่ เกะกะไม้ เกะกะมือ นอกจากกรณีที่ตั้งใจทำรีวิว แบบนั้นก็จะถ่ายไว้ครับ

ตับไก่ 500 g.
หัวหอมสับ 2 หัว
กระเทียมสับ 5กลีบ
ครีม 1 1/2 ถ้วย
เนยสดชนิดเค็ม 6 ชต
เบคอน 3 เส้น
พริกไทยดำบดใหม่ 1 ½ ชช
เกลือ 1 ชช
ลูกจันทร์เทศป่น 1 ชช
อบเชยป่น ½ ชช
ใบไทม์สด 4 ก้าน
ใบกระวาน 15 ใบ
นมและบรั่นดีสำหรับแช่ตับ

แช่ตับไก่ในนมและบรั่นดีผสมกันไว้ซักหนึ่งชั่วโมง
แล้วเอาตับลงทอดในเนย 3 ชต ให้สุกประมาณ 80% ให้ด้านในชมพูๆอยู่
พักตับไว้

ผัดหัวหอม กระเทียม กับเนยที่เหลือ และเบคอนหั่น ให้หัวหอมสุกใส

เอาตับกับหัวหอมผัดใส่ลงในโถปั่น
เติมครีมลงไป ตามด้วยเครื่องเทศทั้งหมด เว้นใบกระวาน ( พริกไทย อบเชย เกลือ จันทร์เทศ ไธม์)
ปั่นๆๆให้เนื้อเนียน
เทลงหม้อเคลือบหรือกะทะ ใส่ใบกระวาน 5 ใบ เคี่ยวซักพักให้ข้นขึ้นนิดหน่อย
แล้วเทใส่พิมพ์ พิมพ์ที่ใช้ก็ไม่ต้องใหญ่มากครับ ขนาดที่ผมใช้ก็กำลังดี
แต่หากทำกินกันเองที่บ้าน ใช้พวกเซรามิกก็ดีครับ
โรยพริกไทยป่น วางใบกระวานลงไป แล้วอบรองน้ำ 15 นาที หรือใครไม่มีเตาอบก็ปิดฟอล์ย แล้วนึ่ง 15 นาทีก็ได้

จากนั้นเอาออกมาพักให้เย็น ปิดฝาพิมพ์ แช่ตู้เย็นข้ามคืนครับ
:)






ตับบดสูตรนี้เนื้อเนียนครับ แต่รูปที่เห็นผมใช้ช้อนไม้ซึ่งมีความหนาอยู่กดลงไป แรงกดเลยทำให้ออกมาเป็นก้อนแบบนั้น แต่ใช้พวกช้อนโลหะ ตัก ปาดเนียนกริ๊บแน่ครับ





สำหรับวิธีทานตับบดให้อร่อยของผมนะครับ
ผมจะทานกับขนมปังที่เนื้อหยาบหน่อย แบบพวกขนมปังยุโรป
จะเป็นขนมปังฝรั่งเศสแท่งยาวๆ หรือจะเป็นแบบก้อนกลมๆก็ได้ครับ แต่เอาเป็นชนิดที่มีเปลือกแข็ง
ขนมปังนี่ถ้าไม่ทำเองก็จะไปหาซื้อเอา ตอนสอง สามทุ่ม ในห้างครับ ช่วงใกล้ปิดร้าน มันจะลด 50% พอดี 5555

จากนั้นก็เอาขนมปังมาหั่นเป็นชิ้นหนาซักครึ่งนิ้ว หรือนิ้วนึง ทาเนยให้ทั่วด้านนึง แล้วเอาด้านที่ทาเนยไปนาบกับกระทะแบน จี่ให้หน้าเหลืองครับ

ทำแบบนี้แล้วด้านที่ถูกจี่เนื้อจะกรอบ ส่วนเนื้อด้านในที่โดนความร้อนก็จะฟูและนุ่มขึ้นไปด้วย ทาตับบดบนด้านที่กรอบๆ กินอร่อยมากครับ






ส่วนอันนี้ซุปครีมฟักทองครับ





สูตรซุปฟักทองนะครับ

ส่วนผสมก็มี ฟักทอง หั่นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วยตวง
ครีม (Heavy Cream) 1/2 ถ้วย
เนย 2 ช้อนโต๊ะ
หัวหอม 1/2 หัว
กระเทียม 3 กลีบ
เกลือ ตามชอบ (ประมาณ 2-3 ชช)
พริกไทยดำป่น ตามชอบ
อบเชย 1 ช้อนชา
ใบไธม์ 2-3 ช่อ หรือ 2-3 ช้อนชา
ลูกจันทร์เทศ 1 ช้อนชา
น้ำสตอกไก่ 1/2 ถ้วยตวง เคี่ยวเองหรือซื้อสำเร็จก็ได้นะครับ ไม่มีใช้คนอร์ละลายน้ำเอา


สับหอม กระเทียมให้ละเอียด แล้วผัดกับเนยจนใส
ใส่ฟักทองลงปผัดด้วย ผัดจนฟักทองนุ่ม เกือบเละ
เติมครีมกับสตอคไก่ลงไป
แล้วใส่โถปั่น ปั่นๆๆให้ละเอียดเป็นครีมข้น
เทลงใส่หม้อ เคี่ยวไฟอ่อน เติมใบไธม์ อบเชย เกลือ พริกไทย ลูกจันทร์
เคี่ยวไปจนข้นขึ้น ตักใส่ถ้วยซุป เสิร์ฟได้ โรยหน้าด้วยครีม พริกไทยบดและใบไธม์











ส่วนรูปนี้ก็ไข่เจียวครับ กับขนมปัง
ขนมปังผมชอบแบบรัสติกหน่อย บางครั้งก็ทำเองนะครับ ถ้าพอมีเวลา(ทั้งวัน)

ส่วนพวกเครื่องเทศ ไธม์ โรสแมรี่ก็เก็บเอาในบ้านได้ครับ สบายใจดี


ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ :)




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2553 13:33:07 น.
Counter : 685 Pageviews.  

ขนมปังกระเทียม กับมันและไก่อบสมุนไพร

เมื่อวานผมอบ ขนมปัง แบบ Rustic เอาไว้ครับ
มื้อเช้า(ควบเที่ยง)วันนี้ก็เลนกะจะทำขนมปังกระเทียมกิน

สมุนไพรอะไรก็เก็บเอาในบ้านครับผม
วิธีทำก็ไม่มีอะไรมาก หั่นๆ คลุกๆ แล้วก็โยนเข้าเตาอบ
นั่งรอแมวซักพัก ประเดี๋ยวก็ได้กิน

ขนมปังกระเทียมกรอบๆ อย่างเดียว กลัวไม่อิ่ม ก็เลย อบมันกับไก่เพิ่มไปอีก
ง่ายๆ อร่อยเร็วครับผม

อันนี้เป็นขนมปังที่ทำไว้เมื่อคืน



ใช้แป้งโฮลวีท ร้อยเปอร์เซนเลย ออกมาหยาบมาก



รัสติกสมใจ ไม่เป็นไรครับ เอาไปอบอีกรอบให้กรอบ เดี๋ยวก็คงกินได้










ไม่สวยเลย บิดๆเบี้ยวๆ รัสติก รัสติก



ชำแหละออกมา







มีขนมปังแห้งๆ แล้วเราก็ไปเตรียมอย่างอื่นกัน
ไปตัดน้องโรสแมรี่มาหนึ่งก้าน




แล้วก็เลมอน ไธม์



มีอยู่สองอย่าง็ใส่สองอย่าง หรือใครจะใส่อะไรก็แล้วแต่ ใครไม่มีแบบสดก็ใช้แบบแห้งได้ ไม่ว่ากัน แล้วก็อย่าลืมกระเทียมนะครับ



จากนั้นก็ สับๆๆๆๆ และสับครับ
ส่วน ไธม์ เด็ดเป็นใบๆก็พอ




เอามาผสมในเนยที่นุ่มๆ คนๆตีๆ ให้เข้ากัน เห็นเป็นจุดเขียวๆประปรายในเนื้อเนย





จากนั้นก็ปาดดดดดดด เรียงใส่ถาด แล้วโยนเข้าเตาอบเลยครับ ไฟ 170 องศาเซลเซียล อบซัก25 นาที หรือดูจนเหลืองๆนั่นหละครับ





ระหว่างรอ กลัวอย่างเดียวจะไม่อิ่ม เลยมานั่งปอกมัน หั่นเป็นชิ้นไว้
มีมันฝรั่ง กับมันเทศญี่ปุ่นครับ




พอดีเนยตะกี้ยังไม่หมด เลยเอามันไปคลุกๆ แล้วเทลงถาดครับ
ผมเอาฟล์อย รองถาดก่อน ทาน้ำมันแล้วค่อยใส่มัน
หยิบไก่ที่หมักเกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอกทิ้งไว้มาเรียงตรงกลาง




ราดน้ำมันมะกอกลงไปหน่อยนึงแล้วเด็ดใบโรสแมรี่เป็นใบๆโปะหน้าไว้
โรยเกลือ โรยพริกไทยบด
โยนเข้าเตาอบ อบ 200 องศาเซลเซียล ครึ่งชั่วโมง หรือให้มันเหลืองๆ แล้วเกรียมน้อยๆครับ อร่อยดี




เท่านี้ก็เรียบร้อยละครับ จัดใส่จานกินได้เล้ยย
อันนี้ขนมปังกระเทียม กรอบๆ เค็มๆ หอมสมุนไพรครับ











ส่วนอันนี้ก็มันอบครับ กรอบนุ่มละลายในปาก
หอมโรสแมรี่ดีแท้ มันเทศหวานๆดีครับ












ไก่ก็นุ่มดีครับ อร่อยๆ




เป็นมื้อที่ คลุกๆแล้วโยนเข้าเตาจริงๆนะครับ

ขอให้มีความสุขกับการกินครับผม




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2553 15:50:25 น.
Counter : 361 Pageviews.  

Strawberry Shortcake. เค้กหอมหวาน สีแดงขาว

สวัสดีครับ วันนี้ผมมี Strawberry Shortcake มาฝาก
เป็นเค้กสีแดงงขาว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปวิธีการทำเอาไว้นะครับ



วันก่อนไปซื้อการ์ตูนที่ B2S มาอ่านครับ ขายเป็นเซท แบบเลหลัง เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับคนทำขนม
เซทนึงมีหกเล่ม อ่านจบรวดเดียวเลยครับ จำชื่อเรื่องไม่ได้
แต่เนื้อเรื่องประมาณตามหาพ่อ ประมาณนั้น

ในเรื่องบรรยายเค้กน่ากินๆไว้หลายชนิดเลยครับ
รวมถึงเจ้าชอร์ตเค้กนี่ด้วย แต่ไม่เหมือนที่ผมทำซะทีเดียวหรอกนะครับ
ในการ์ตูนเค้าบรรยายไว้ประมาณนี้นะครับ ว่า
ชอร์ตเค้ก มีความหมายว่าเป็นเค้กที่ ใช้เวลาทำน้อย รวดเร็ว มีส่วนประกอบไม่มาก เลยเรียกกันว่า ชอร์ตไทม์เค้ก และหดลงเหลือแค่ ชอร์ตเค้กครับ
เป็นเค้กที่มีต้นกำเนิดในญี่ปุ่น มีส่วนประกอบหลักๆคือเนื้อเค้ก ครีมสด และสตอร์เบอร์รี่
โดยต้องทำเป็นรูปสามเหลี่ยม ตามความคุ้นชิน :P

คราวนี้มาดูสูตรที่ผมทำกันบ้างนะครับ

ส่วนผสมตัวเค้ก ผมเอาสูตรเค้กมาจากหนังสือ มาธาร์ สจ๊วรจ ลีฟวิ่ง

มี ไข่ไก่(เฉพาะไข่ขาว) 3 ฟอง
แป้งสาลี 1 1/2 ถ้วย
เนยสด 1/4 ก้อน
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
วนิลา ครึ่งฝัก
นมสด 1 ถ้วย


ขั้นแรกก็ตีเนย กับน้ำตาลครึ่งถ้วยให้ฟูเป็นครีม
ร่อนแป้งกับผงฟูให้เข้ากัน
ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายที่เหลือและวนิลาให้ตั้งยอดอ่อน
ค่อยๆผสมแป้งกับนมลงในส่วนผสมเนย คนให้เข้ากัน เนียนดี
แล้วตะล่อมไข่ขาวให้ผสมกับส่วนผสมย่างรวดเร็วและเบามือ

เทใส่พิมพ์ขนาดสองปอนด์ที่ทาเนย รองไขไว้แล้ว อบที่อุณภูมิ 180 องศา นาน 20 นาทีจนขนมสุกดี (วอร์มเตาไว้ก่อนด้วย)


ส่วนผสมอื่นๆที่ใช้ประกอบเค้กของผมก็มี สตอร์เบอร์รี่ลูกโตๆ หนึ่งแพค 450g
ครีมสด(Heavy Cream) ตีกับน้ำตาลไอซิ่งตามชอบ
Pastry Cream ใช้ไข่แดงที่เหลือจากเค้กทำ สูตรตามชอบ ของผมใช้ไข่แดงสามฟอง นมหนึ่งถ้วย แป้งสองช้อนโต๊ะ วนิลาครึ่งฝัก เนย 1/4 ก้อน หาวิธี หรือสูตรเพิ่มเติมได้ตามชอบ
แยมราสเบอร์รี่

การประกอบเค้กก็ สไลด์เค้กเป็นสองชั้น
ฐานเค้กทาแยมราสเบอร์รี่ แล้วทา Pastry Cream ทับ เรียง Strawberry ฝานลงไปให้เต็ม
ปาดครีมสดทับแล้ววางเค้กอีกชันนึงลง ชั้นบนทาแยมแล้วปาดครีมหุ้มทั้งก้อน แต่งหน้าด้วยสตอร์เบอร์รี่สด แช่เย็นซัก 12 ชม ก็ใช้ได้ละครับ

ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ :)

ปล. Logo Gaba House ในรูป เป็นชื่อที่ผมใช้ในการทำขนมขายนะครับ
ชื่อบ้านข้าวกล้องครับผม




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2553 11:47:17 น.
Counter : 256 Pageviews.  

สังขยาฟักทอง

สังขยาฟักทอง




สังขยาฟักทองนี้ เป็นขนมไทยที่ทำได้ง่ายๆ และอร่อย
จำได้ว่าตอนเด็กๆชอบกินมาก และก็เคยทำอยู่เรื่อยๆ เป็นครั้งคราว
ข้าวของเครื่องปรุงต่างๆก็หาได้ง่ายๆในครัว เพียงหาฟักทองขนาดเหมาะๆมาซักลูก ทำไม่นานก็ได้สังขยาฟักทองหวานอร่อย

เพราะเราทำสังขยาฟักทอง เรื่องของฟักทองนี่จึงสำคัญมาก
ควรเลือกฟักทองขนาดกำลังดี หากฟักทองใหญ่ไป จะทั้งเสียเวลานึ่งนาน สุกก็ยาก เผลอๆ ยังอาจจะแตกเสียด้วย เรื่องนี้ผมเองเคยมีประสบการณ์ตอนเรียนคหกรรมตอน ม.ต้น โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนประจำ เรียนแต่ละที จะใช้ข้าวของอะไรก็ต้องฝากอาจารย์ซื้อหาเข้ามา และคราวที่จะทำสังขยาฟักทองนี่เอง ที่ไปฝากซื้อฟักทองกับครูคณิตศาสตร์ ครูก็ซื้อฟักทองลูกบะเร่อบะร่ามาให้ สังขยาฟักทองลูกนั้น นึ่งเสียจนหมดคาบเรียนก็นึ่งไม่เสร็จ ซึ้น้ำในก้นลังถึงยังแห้งจนไหม้ไปเสียรอบ สุดท้ายฟักทองก็แตกระเบิด สังขยาไหลย้อยออกมา แล้วพวกผมก็ดันพิเรนท์ใส่สีแดงลงไปในสังขยาเสียด้วย ดูน่ากลัว ไม่น่ากินเลยซักนิด

ดังนั้นใครที่คิดอยากจะทำสังขยาฟักทอง ก็ควรจะเลือกฟักทองลูกงามๆ ขนาดไม่ต้องใหญ่เกินไป เนื้อไม่ต้องหนามาก ที่สำคัญ ไม่ควรผสมสีแดงลงไปในสังขยา


สังขยาฟักทอง




ฟักทองขนาดพอเหมาะหนึ่งลูกเจาะขั้วออก ทำเป็นผอบ >> อุตส่าห์มานั่งแกะสลัก
ไข่ไก่กับกะทิ จำนวนแล้วแต่ขนาดฟักทอง ใช้สัดส่วนไข่ไก่ 3-4ฟอง ต่อกะทิหนึ่งกล่อง(250 ml) กะทิในรูปเป็นแบบอบควันเทียนสำเร็จ ไม่ค่อยหอมเท่าคั้นเอง อบเอง แต่ก็ใช้ได้
น้ำตาล(ในภาพเป็นน้ำตาลปี๊บ) ความหวานตามชอบใจ
ใบเตย


ขั้นตอนการทำ






ผสมไข่ไก่ กะทิ และน้ำตาลเข้าด้วยกัน โดยใช้ใบเตยขยำๆๆ(ล้างใบเตยก่อนนะ)





ขยำแล้วก็จะออกมาเป็นฟองฟ่อดแบบนี้ ก็ต้องเอาไปกรองอีกที





เอาส่วนผสมที่ได้ไปกรอง ไม่ให้มีฟองติดมา เนื้อสังขยาจะได้เนียนๆ เด้งๆ




ระหว่างนั้นก็ตั้งไฟลังถึงรอไว้เลย ใส่น้ำไปเท่าที่คิดว่ามันจะไม่แห้ง และก็ใส่ใบเตยหนึ่งกำ(มัดก่อน)









ค่อยๆเทสังขยาใส่ลงไปในผอบฟักทอง ใส่ไม่ต้องเต็มนะ เหลือจากปากลูกซักหนึ่งเซ็นติเมตร เดี๋ยวมันจะฟูขึ้นมา ผมดันไปแกะฟักทองแบบนั้นมันเลยล้นออกมาตามซอกอะ เสร็จแล้วก็นึ่งด้วยไฟกลางๆ ซัก ครึ่งชั่วโมงถึง45นาที อย่าลืมใส่ฝาผอบลงไปนึ่งด้วยนะ พอครบเวลาก็เปิดดู หาไม้แหลมจิ้มลงไปดู ถ้าไม่มีสังขยาเหลวๆติดมา ก็แสดงว่าสุกดีแล้ว ยกลง รอให้เย็นแล้วค่อยผ่า เพราะถ้าผ่าตอนร้อนๆมันอาจจะเละได้




เสร็จเรียบร้อยละครับ สังขยาฟักทอง ขนมง่ายๆ ลองทำกันดูนะครับ





ผ่าให้เห็นเนื้อใน







พอดีส่วนผสมเทใส่ฟักทองไม่หมด เลยเทใส่ถาดแล้วนึ่ง
วันต่อมาก็ทำข้าวเหนียวมูนไว้กินกับสังขยา เป็นข้าวเหนียวสังขยา หอมอร่อยดีแท้


ปล. วันนี้ภาษาอาจโบราณไปหน่อย เพราะว่ากำลังอินกับละครเรื่องวนิดาครับผม แบบนี้ก็แปลกดีเหมือนกันนะครับsrc=//www.bloggang.com/emo/emo22.gif>

ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ




 

Create Date : 09 กันยายน 2553    
Last Update : 10 กันยายน 2553 0:00:46 น.
Counter : 569 Pageviews.  

หมายเลข ๔๕ ทางผ่านที่จารจำ กิจกรรมประกวดทำอาหาร "Dinner for two" กุ้งแม่น้ำซอสมะม่วงกับพาสต้ากะทิ

หมายเลข ๔๕ ทางผ่านที่จารจำ กิจกรรมประกวดทำอาหาร "Dinner for two" กุ้งแม่น้ำซอสมะม่วงกับพาสต้ากะทิ



มะม่วงหอมหวานซ่านฟุ้ง กรุ่นกลิ่นจรุงค์
กุ้งแก้วกรอบหวานฉ่ำเย็น
ลิ้นจี่สอดไก่ใส่เร้น หอมหวลแลเห็น
กะทิกลิ่นฟุ้งกำจาย


แต่งได้แค่นี้แหละ



ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกเหนื่อยๆพิกล วันนี้เพิ่งไปเสนอหัวข้อ พรีทีสิธ มาที่มหาลัย ไอ้หัวข้อผ่านแล้วก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่งานที่จะตามมาอีกมากมายหลังจากนี้ก็เริ่มจะประดังประเดเข้ามาเรื่อยๆแล้ว ชีวิตของการเรียนปีสุดท้ายนี่ก็คงจะเหนื่อยได้อีก - -"


กุ้งแม่น้ำราดซอสมะม่วงกับพาสต้ากะทิ เป็นเมนูใช้ประกวด Dinner for two ของแม่ปู ทำไว้ตั้งแต่วันพฤหัสที่แล้วแล้ว


คราวที่แล้วซื้อมะม่วงมหาชนกมาสองสามลูก กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน หอมมากจริงๆ เลยติดใจอยากจะกินอีก ไหนๆก็ไหนๆ งานประกวดของแม่ปูก็ใกล้จะครบกำหนดแล้ว เลยทำอาหารส่งตอนยังว่างนี่เลยทีเดียวดีกว่า คิดอยู่นานว่าจะทำอะไรดี สุดท้ายก็มาลงที่เมนูกุ้งแม่น้ำราดซอสมะม่วง ไหนๆก็ไหนๆ ทำเป็นธีมแบบ Tropical ไปเลยดีกว่า เสิร์ฟกับพาสต้าก็ใช้กะทิแทนครีม แล้วใช้ผลไม้ปรุงแบบ Tropical อร่อยดีเหมือนกัน แต่ต้องขอโทษด้วยที่ถ่ายรูปขั้นตอนมาไม่ครบ บางขั้นตอนก็มัวแต่ทำจนลืมถ่ายรูปไป แต่จะพยายามอธิบายอย่างละเอียดนะครับ






กุ้งแม่น้ำซอสมะม่วงกับพาสต้ากะทิ




กุ้งแม่น้ำราดซอสมะม่วง
กุ้งแม่น้ำขนาดใหญ่ 4ตัว
มะม่วง ผมใช้มะม่วงมหาชนก รสหวานกลิ่นหอมตลบ 1 ลูก
มะนาว หรือ เลมอน 1-2 ลูก
เกลือ 3 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
สะระแหน่ 1 ช่อ
โรสแมรี่ เล็กน้อย
เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ
วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือม่วง


พาสต้ากะทิ
เส้นพาสต้า(ผมใช้เส้น เฟตตูชินี่ผักโขม) -3 ก้อน
หัวกะทิ 1 ถ้วย
สัปรดหั่น 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ออริกาโน่สำหรับโรย
ลิ้นจี่กระป๋อง 1 กระป๋อง (ขนาด 500 กรัม )
ไก่สับ 1/2 ถ้วย
หัวหอมสับ 1/3 ถ้วย
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
มาโจแรมสด 2 ช่อ
น้ำมันมะกอก 1ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ




ขั้นตอนการทำ






ทำซอสมะม่วง โดยการเอามะม่วงไปสับ ปั่น หรือขยำยังไงก็ได้ให้เละ
แล้วตั้งไฟใส่มะม่วงลงในหม้อ เติมน้ำตาล เกลือ โดยดูจากความหวานของมะม่วง ผัดไปเรื่อยๆจนเริ่มเดือด ใส่ครีมลงไป




ใส่ใบสะระแหน่ กับโรสแมรี่ลงไป คนต่อไปซักพัก แล้วเติมน้ำมะนาว ชิมให้รสออกเปรี้ยว-หวาน




เตรียมกุ้งแม่น้ำโดยการล้างให้สะอาด ใช้มีดคมๆผ่ากลางหลังแล้วดึงเส้นสีดำๆตรงสันหลังออกทิ้ง คลุกเกลือกับพริกไทย เอากระทะตั้งไฟ ใส่เนยลงไป เอากุ้งลงไปจี่ ปิดฝากระทะ ทอดจนกุ้งสุกเป็นสีแดงสวย พักไว้






หั่นมะเขือม่วงกับสัปรด ทาเนยที่มะเขือม่วง แล้วเอาทั้งสองอย่างนาบในกระทะจนผิวเกรียมสวย จัดเสิร์ฟพร้อมกุ้ง






ลวกพาสต้า ใส่น้ำมันมะกอกและเกลือลงในน้ำที่ลวกเล็กน้อย
หลังจากเส้นสุก ให้ล้างด้วยน้ำเย็น แล้วคลุกน้ำมันมะกกอก พริกไทยดำ ออริกาโน มาโจแรม พักไว้




ทำซอส โดยผัดเนยกับหัวหอมสับในกระทะจนหอม ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผัดให้เข้ากัน




ใส่สัปรดลงไป ผัดต่อจนสัปรดนิ่ม






เติมกะทิลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยผัดจนซอสข้น ชิมให้รส มัน หวาน เค็ม








ทำใส้ของลิ้นจี่ยัดใส้ โดยการผัดหัวหอมสับกับน้ำมันมะกอกและโรสแมรี่เข้าด้วยกันจนหอม และหัวหอมนิ่ม ใส ใส่เนื้อไก่สับลงไป ใส่ใบมาโจแรม ซีอิ๊วขาว พริกไทย ผัดจนสุก





ยัดใส้ที่ผัดสุกแล้วลงในเนื้อลิ้นจี่








จัดกุ้งใส่จานจานละสองตัว แล้วราดซอสมะม่วงลงไปบนตัวกุ้ง พยายามจัดจานให้สวยแล้ว แต่ได้แค่นี้แหละครับ - -"
ส่วนพาสต้าให้จัดเสิร์ฟใส่แก้ว ราดซอสกะทิลงไปแล้วแต่งด้วยลิ้นจี่ยัดใส้



จากนั้นก็ตั้งโต๊ะ เสิร์ฟได้ เป็น Dinner for two กุ้งแม่น้ำราดซอสมะม่วงกับพาสต้ากะทิครับ









พาสต้าครีมกะทิกับลิ้นจี่ยัดใส้






กุ้งแม่น้ำราดซอสมะม่วง กุ้งเนื้อแน่นๆกับซอสเปรี้ยวๆหวานๆ หอมมะม่วง







เนื่องจากถ่ายรูปตอนกลางคืน ภาพก็เลยไม่ค่อยชัด แถมยังเจือสีส้มๆอีก(ก็ไฟบ้านเป็นสีส้มนี่นะ) จะใส่แฟลชก็ไม่สวย ต้องขอโทษด้วยนะครับ








นอกเหนือจากอาหารแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็สำคัญนะครับ Dinner ดื่มด่ำกลางแสงเทียน โรแมนติ๊ค โรแมนติก

ที่สำคัญยิ่งได้กินกับคนที่เรารักด้วยแล้วอาหารจานไหนก็คงจะยิ่งอร่อยยิ่งเป็นเท่าทวีเลยล่ะครับ



ขอให้มีความสุขกับการกินครับ




 

Create Date : 14 มิถุนายน 2553    
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 22:09:07 น.
Counter : 518 Pageviews.  

1  2  3  

ทางผ่านที่จารจำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทางผ่านที่จารจำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.