Happiness is here and now.
Group Blog
 
All blogs
 
Mulberry cake... เค้กลูกหม่อน




Mulberry cake หรือว่าเค้กลูกหม่อนครับ


เช้าวันที่กลับมาถึงเทิง ไปเดินตลาดเช้ากับแม่ แล้วบังเอิญ ไปเห็นป้าคนหนึ่งนั่งขายลูกอะไรซักอย่างอยู่
จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นเป็นผลไม้เล็กๆสุกดำอยู่เตมตระกร้าและแบ่งขายเป็นจานๆ จานละสิบบาท
แม่ถามว่าอยากกินมั้ย แล้วก็ซื้อมาสองจาน ได้มาเยอะมาก เกือบๆกิโล
ไอ่ลูกหม่อนนี่มันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Malberry เป็นผลไม้ตระกูลเบอรร์รี่ชนิดหนึ่งเหมือนพวกราพแบร์รี่ บลูเบอร์รี่
กลิ่นมันจะหอมๆ แล้วก็หวานๆเปรี้ยวๆ แต่ถ้าสุกดำหน่อยก็จะหวานมาก จำได้ว่าตอนเด็กๆที่บ้านเก่ามีปลูกอยู่ แล้วก็เคยเข้าใจผิดว่าเป็นราพแบร์รี่ด้วยว่าหน้าตามันคล้ายๆกัน พอโตๆมาก็ไม่ค่อยได้เห็นอีก แต่ไม่นานก็เพิ่งซื้อของโครงการหลวงมานั่งกิน


ไปตลาดเช้าแถวบ้าน ได้ลูกหม่อนมาหนึ่งตระกร้า 20 บาท ถูกมาก

ลูกหม่อนนี่น้ำเยอะ แล้วก็พอสุกมากๆมันก็จะเละง่าย พอซื้อมาเยอะ แม่ก็กินสดไม่หมด ผมก็เลยคิดว่าจะทำอะไรกับมันดี ตอนแรกกะจะทำแยมลูกหม่อน แต่คนที่บ้านก็ไม่ค่อยมีใครชอบกินแยม แยมชมพู่ที่ทำไว้ในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดจนป่านนี้ เลยเปลี่ยนเป็นทำเค้กลูกหม่อนดีกว่า

เค้กที่ทำนี้จะทำเป็นสปันจ์เค้ก คือเค้กที่ขึ้นฟูด้วยไข่ขาว ไม่ต้องใช้สารเสริมพวก Sp (เพราะไม่มี)
วันนี้ทำไม่เยอะ ก็เริ่มจากเอาไข่สองฟอง แล้วก็แยกไข่แดงไข่ขาวออกจากกัน ไข่ขาวพักไว้ก่อน แล้วก็เอาไข่แดงมาตีกับน้ำตาลทรายซักสองช้อนโต๊ะ วนิลา แล้วก็เนยละลายซัก60 กรัม(ความจริงใช้น้ำมันพืช แต่อยากกินเนยเลยใส่เนยแทน) แล้วก็ตีไปเรื่อยๆจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็นครีมเนียน




อันนี้ส่วนผสมไข่แดงตอนเริ่มตี




อันนี้ตอนมันขึ้นเป็นครีมแล้




แล้วก็ร่อนแป้ง1 1/2 ถ้วย ผงฟู 1ชช เกลือ 1/2 ชช น้ำตาล1/2 ถ้วย เข้าด้วยกัน ค่อยๆเทส่วนผสมไข่ลงไปในแป้ง สลับนม 1 ถ้วย ไปเรื่อยๆ ตีให้เข้ากัน ตอนนี้ผมใส่ลูกหม่อนลงไปด้วยกำนึง(เนื้อผลไม้จะทำให้เนื้อเค้กหนัก ใครชอบเค้กเบาๆก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ ส่วนผสมที่ได้จะข้นๆหนืดๆ




แล้วก็มาตีไข่ขาวกันครับ ตีให้ขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน พอคงตัวได้และเนื้อละเอียด(ถ้าตีจนตั้งยอดแข็งไปเนื้อเค้กจะแห้งและหยาบ แต่ถ้าตีไม่ขึ้นพอเค้กก็จะจับตัวกันเป็นปื้นๆไม่ค่อยขึ้นฟู ในตอนนี้ให้ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือมะนาวลงไปตีด้วย แล้วค่อยๆผสมน้ำตาลทรายลงไปทีละน้อย ประมาณ2 ช้อนโต๊ะ ขั้นตอนนี้เป็นช่วงที่สำคัญที่ีสุดของสภาพเนื้อเค้กที่จะออกมานะครับ




จากนั้นก็ค่อยๆตะล่อมไข่ขาวที่ตีฟูแล้วลงไปในส่วนผสมแป้งค่อยๆตะล่อมให้เข้ากันเบาๆ (อย่าตีแรง เดี๋ยวเค้กจะยุบ) ผมแบ่งใส่ไปสองครั้ง แล้วก็เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้แล้ว(ทาเนย รองกระดาษไข)


เทใส่ลงไปครึ่งพิมพ์ แล้วก็อบที่อุณภูมิ350 องศาฟาเรนไฮท์ (ต้องเปิดเตาทิ้งไว้ก่อนสักยี่สิบนาที) อบประมาณ 20-30 นาทีแล้วแต่ขนาดพิมพ์ ลองเอาไม้แหลมๆจิ้มดูก็ได้ว่าสุกรึยัง ถ้าไม่มีเนื้อเค้กเหลวๆติดขึ้นมาก็คือสุกแล้ว เอาเค็กออกจากพิมพ์ พักไว้


จากนั้นก็มาทำซอสลูกหม่อนไว้ราดกันครับ ใครอยากโปะครีมด้วยก็ได้นะครับ แต่วันนี้ที่บ้านครีมหมด ยังไม่ได้ซื้อ
เลยราดซอสเฉยๆก็พอ
ตอนนี้มัวแต่รีบทำเลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้
เริ่มแรกก็เอาลูกหม่อนที่ล้างแล้วสองถ้วยใส่ลงไปในหม้อเคลือบ เติมน้ำตาลลงไปครึ่งถ้วยถึงหนึ่งถ้วย น้ำอีกครึ่งถ้วย ต้มไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนลูกหม่อนเริ่มเละ ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำแล้วเทลงไป คนเรื่อยๆห้ามให้แป้งจับกันเป็นลูก คนจนซอสหนืดเป็นแววใส เติมน้ำมะนาวให้รสออกเปรี้ยวหน่อยๆ ก็ยกลง เก็บไว้ราดหน้าเค้ก หรือใครอยากได้เป็นเลเยอร์ก็เอามีดจุ่มน้ำอุ่นแล้วซับให้แห้งแล้วหั่นเค้กเป็นครึ่งแล้วทาซอสลงไป
ซึ่งวิธีทำซอสนี้ก็ใช้ได้กับผลไม้อื่นๆได้ตามใจชอบ ใช้ไม่หมดเก็บไว้ทำใส้พายหรือขนมอย่างอื่นได้ครับ


เสร็จแล้วครับ มีความสุขกับการกินนะครับ
















Free TextEditor


Create Date : 10 พฤษภาคม 2553
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 15:28:01 น. 3 comments
Counter : 1364 Pageviews.

 
น่าทานจัง ท่าทางจะทำขนมเก่งนะคะนี่


โดย: รักดอกจำปา IP: 158.108.90.17 วันที่: 11 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:53:59 น.  

 
วันนี้ พ่อเราเอามาให้จากโรงงาน
ที่โรงงานปลูกต้นหม่อนเยอะมาก

เราเห็นแล้วปลื้มเลย ชอบมาก
แต่ไม่เคยกิน ลองกินมันสด ๆ อร่อยอ่ะ ชอบ
อยากรู้สรรพคุณ ก็เลยลองเสิร์ชหาดูเรื่อย ๆ

เค้กน่าทานมากค่ะ
ขอบคุณนะ ^^


โดย: ต้นหม่อน IP: 125.26.82.105 วันที่: 25 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:48:14 น.  

 
ตลาดที่ไหนคะ อยากได้ให้แม่คะ เห็นเค้าว่าเป็นผลไม้บำรุงไตคะ


โดย: ภัทร IP: 192.168.211.100, 110.76.153.3 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:58:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทางผ่านที่จารจำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทางผ่านที่จารจำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.