Happiness is here and now.
Group Blog
 
All blogs
 

ไข่ Breakfast- Omelette&Scrambled eggs

Omelette&Scrambled eggs





ช่วงนี้เปิดเทอมแล้วครับ ปีสุดท้าย เรียนไม่กี่ตัวก็จริง แต่งานนี่คิดจนหัวแตก เครียดตามกันไปเป็นแถวๆ แต่ทไมผมไม่ยักกะเครียดกับชาวบ้านแหะ - -"

พูดถึงเรื่องอาหารเช้า ปกติก็ไม่ค่อยจะได้กินซักเท่าไหร่ ด้วยว่าตื่นไม่ทันบ้าง ไม่หิวบ้าง อย่างดีก็แค่พวกแซนวิช หรืออาหารอะไรง่ายๆ ต้องวันหยุดถึงจะได้มีโอกาสลุกมาทำโน่นทำนี่กินจริงจัง

อาหารเช้าโดยมากมักเป็นอะไรที่ง่ายๆ เบาๆ พวกแฮม ไส้กรอก ไข่ แพนเค้ก

พูดถึงเรื่องไข่ พอดีมีเพื่อนคนนึงถามถึงวิธีทำไข่คน หรือ Scramble แต่ก็ไม่ได้ว่างมาอัพซะที วันนี้ได้ฤกษ์ก็เลยเอามาลงซะ ด้วยสูตรที่ง่ายและอร่อยรวดเร็ว


Breakfast menu


มื้อเช้ามื้อนี้มี ไข่(ออมเลต และ ไข่คน) เบคอน และก็ Pancake

ตามสูตร Pancake ได้ที่นี่นะครับ



////www.bloggang.com/viewdiary.php?id=farawaysky&month=05-2010&date=18&group=4&gblog=7






ออมเลต และไข่คน


ไข่ไก่ 2 ฟอง
วิปปิ้งครีมหรือนมสด 1/2 ถ้วย
เกลือป่น ติดปลายช้อนชา
พริกไทย
เครื่องเทศที่ชอบ (ออริกาโน โรสแมรี่ ไทม์ หรืออื่นๆ)
พามีซานชีส
เนยสดเล็กน้อย สำหรับทอด


ขั้นตอนการทำ





ตอกไข่ใส่ชามหรืออ่างผสม ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไป ยกเว้นเนย



แล้วก็คนๆๆตีๆๆส่วนผสมให้เข้ากัน






ตั้งกระทะ เปิดไฟ ใส่เนยแล้วหมุนๆๆให้เนยเคลือบกระทะ เทส่วนผสมไข่ลงไป
ใช้ไฟอ่อนๆ



นับเวลารอประมาณ 30 วินาที แล้วก็เอาไม้พายคนๆๆๆไข่ในกระทะ ไข่จะเริ่มสุกไปพร้อมๆกับที่เราคน ใครจะทำไข่คนก็คนไปเรื่อยๆ หากไข่เละไปก็หยุดคนให้ไข่จับกันเป็นก้อนซักพักแล้วค่อยคนต่อจนไข่สุกนิ่ม จับกันเป็นก้อน






แต่หากใครต้องการจะทำออมเล็ต พอไข่เริ่มข้นเป็นครีม และเริ่มจับกันเป็นก้อนแล้ว ให้พยายามเกลี่ยไข่มากองไว้ที่ด้านหนึ่งของกระทะ




แล้วก็คอยจับจังหวะ พลิก และตะล่อมให้ไข่จับกันเป็นก้อนเดียว




คอยพลิกให้ออมเล็ตได้รับความร้อนเสมอกันทั้งชิ้น ทอดจนผิวด้านนอกเริ่มแห้ง ค่อยๆเทลงใส่จาน





พอจะกินก็โรยชีส โรยเครื่องเทศลงไปอีก กินเป็นอาหารเช้าได้ครับ






ใครจะราดซอสราด กินกับเบคอน แฮม ขนมปังก็ตามใจ

ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 12:32:37 น.
Counter : 433 Pageviews.  

อยากกินกล้วยบวดชี

กล้วยบวดชี








จริงๆแล้วกล้วยบวดชีนี่ทำไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วๆ แต่ก็ยังไม่ได้อัพลง Blog ซะที กล้วยบวดชีเป็นขนมหวานไทยที่ทำกินได้ง่ายๆ แต่ไม่รู้เป้นอะไร หาในกรุงเทพ อร่อยๆไม่ค่อยจะมี เลยทำกินเองไปให้รู้แล้วรู้รอด

กล้วยน้ำว้าหวีนึงไม่กี่บาท กะทิก็ใช้กะทิกล่อง จริงๆถ้าได้แบบคั้นเองก็น่าจะดี แต่ก็ขี้เกียจจะไปหา อุปกรณ์อะไรก็หาเอาได้ง่ายๆในบ้านนี่แหละ เมืองไทยนี้กล้วยมากมาย ที่สวนข้างบ้านก็มีอีกสองเครือรอให้สุกอยู่

ยังจำได้ตอนอยู่ อเมริกา อยากกินกล้วยบวดชีมาก กล้วยก็มีแต่กล้วยหอม กะทิก็ใช้กะทิกะป๋อง พอทำมากล้วยมันจะเละๆหน่อย แต่ตอนนั้น ทำกี่ครั้งๆก็ยังอร่อยกันตามอัตภาพทุกครั้ง


กล้วยบวดชี






กล้วยสุกหนึ่งหวี ใครชอบแบบแข็งๆหน่อยก็ใช้แบบกำลังห่ามๆ ใครชอบแบบเละๆก็ใช้แบบสุกงอมๆ วันนี้ที่บ้านเป็นหวีนี้ ค่อนข้างจะงอมหน่อย ทำออกมาคงนิ่มๆ

กะทิ 1 ลิตร

น้ำตาล ใช้น้ำตาลปึก น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดงก็ได้ตามชอบ ประมาณครึ่งถ้วย (จริงๆแล้วกะเอาตามชอบหวาน แล้วก็ดูตามความหวานของกล้วยด้วย )

เกลือ 1 ช้อนชา

ใครอยากใส่ใบเตยหรือวนิลาด้วยก็ได้นะ เคยใส่แล้วอร่อยไปอีกแบบ





ขั้นตอนการทำ







แบ่งกะทิออกมา 1 ถ้วย (ประมาณ 250 มิลลิลิตร) เติมเกลือลงไปประมาณครึ่งช้อนชา เคี่ยวบนไฟอ่อนซักสิบนาที พักไว้ ส่วนนี้เป็นหัวกะทิไว้หยอดหน้า





เอากะทิที่เหลือตั้งไฟกลาง ใครใช้กะทิกล่อง เอาน้ำสะอาดเทลงไปในกล่อง เขย่าๆล้างกะทิออกมาเทลงไปด้วย ใครจะเติมใบเตยหรือวนิลาก็เติมลงไปตอนนี้เลย





เติมน้ำตาลลงไป คนให้น้ำตาลละลาย เคี่ยวกะทิจนหอม เดือดปุดๆเล็กน้อย ใช้ไฟอ่อน เติมเกลือลงไปตัดรสหวาน






แล้วก็เติมกล้วยที่หั่นไว้แล้วลงไปในหม้อเลย เคี่ยวจนกล้วยสุก คือกล้วยจะเปลี่ยนสี เป็นขาวขึ้นหรืออาจมีสีปนม่วง เส้นใยกล้วยตรงผิวจะหลุดออกเป็นขุยหน่อยๆ แสดงว่ากล้วยสุกแล้ว







พอได้ที่แล้วน้ำกะทิจะข้นขึ้น ลองชิมน้ำดูก็ได้ รสชาติจะหวานมัน และก็มีรสกับกลิ่นกล้วยปนออกมา ตอนนี้น้ำกะทิจะมัน และข้นมาก แต่ไม่แตกมันหรือจับเป็นลูก บางสูตรจะบอกให้เติมน้ำหรือหางกะทิไปด้วยแต่ผมชอบแบบมันๆ เลยไม่ใส่ ใช้หัวกะทิล้วน ออกมามันสะใจ





พอจะเสิร์ฟก็ตักกล้วยบวดชีใส่ถ้วย แล้วเอาน้ำกะทิที่เคี่ยวไว้ตอนแรกมาหยอหน้า กินได้เลยครับ เข้มข้นหวานมัน เค็มหน่อยๆจากกะทิโรยหน้า





แค่นี้แหละครับ กล้วยบวดชี ทำง่ายๆ อร่อยจัง ^^







แบ่งไปซักถ้วยมั้ยครับ ^__^




ตบด้วยเชอร์เบตมะพร้าวอ่อน (จริงๆก็หวานเย็นน้ำมะพร้าวนั่นแหละ)
ผลผลิตจาก เหตุการณ์ต้นมะพร้าวล้มใส่บ้าน ซึ่งตอนนี้ได้เคลียออกไปแล้วเรียบร้อย



มีความสุขกับการกินนะครับ ^^




 

Create Date : 23 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 12:07:51 น.
Counter : 370 Pageviews.  

Basic Pancake


Basic Pancake




Pancake เป็นอาหารเช้าที่ทำกินได้ง่ายๆ ทำได้บ่อยๆ ถ้าผสมแป้งไว้เยอะๆ ทอดไม่หมด ก็แช่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ ตื่นเช้าๆมาก็ทอดแป๊บเดียว กินกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ล แค่นี้ก็ได้มื้อเช้าแสนอร่อยแล้ว


Pancake สูตรนี้ผมผสมแป้งเอง เพราะไม่ชอบแป้งสำเร็จที่เค้าทำมาขายเป็นกล่องๆ รู้สึกว่าทำเองอร่อยกว่า สูตรนี้เป็นแพนเค้กสูตรอ้วนมาก เพราะใช้ครีมแทนนม (นมหมด ยังไม่ได้ซื้อ) ผสมไว้ตอนเช้าวันอาทิตย์ กะจะเหลือไว้กินถึงวันจันทร์ แต่ทอดไปทอดมา คนนั้นขอด้วย คนนี้ขอด้วย ก็เลยหมดในเช้าวันนั้นแหละ



Basic Pancake ... แพนเค้กอย่างเบสิค
ไข่ไก่สด 2 ฟอง
นมสด(ผมใช้วิปครีมแทน) 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
วนิลา 4 หยด
แป้งเค้ก(ผมใช้ตราบัวแดง) 3/4 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ





ขั้นตอนการทำ













ตีเนยกับน้ำตาลให้ฟู คราวนี้ที่บ้านมีแต่น้ำตาลทรายแดง เม็ดใหญ่หน่อย กว่าจะตีจนน้ำตาลละลายก็เหนื่อยพอดี เลยเอาเท่าที่ได้ไปก่อน -___-" ขั้นตอนนี้แนะนำให้ใช้น้ำตาลทรายเม็ดละเอียดๆหน่อย จะขึ้นฟูง่าย






พอเนยกับน้ำตาลฟูเข้ากันีแล้ว ก็ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตีเร็วๆให้ส่วนผสมเข้ากัน หยดวนิลาลงไป



เติมครีมหรือนมลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากัน



ผสมแป้งกับผงฟูลงไปในส่วนของเหลว คนให้เข้ากันจนนียนดี




ส่วนผสมที่ได้จะข้นประมาณนี้ หากของใครเหลวไปก็เพิ่มแป้ง ข้นไปก็เพิ่มนม จนส่วนผสมข้นกำลังดี เนื่องจากคราวนี้ผมใช้ครีมแทนนม เนื้อแป้งที่ได้เลยออกมาเบาเป็นพิเศษ แล้วก็มีกลิ่นครีมอ่อนๆด้วย



เวลาจะทอดก็เอากะทะแบนตั้งไฟอ่อน ใส่เนยสดลงไป รอจนเนยละลาย ตักแป้งเทลงไปบนกระทะ



หยอดไปซักสองช้อนโต๊ะ ขนาดจะกำลังพอดี ถ้าทำใหญ่เกินจะกลับแป้งยาก



คอยสังเกตดู แป้งจะฟูขึ้น แล้วมีฟองอากาศผุดขึ้นมา พอฟองอากาศเริ่มผุดเต็มแผ่นแป้งก็เอาตะหลิวแซะๆแป้งด้านล่าง แล้วก็พลิกแป้งขึ้น ทอดอีกด้านต่อไปซักสองนาที จนเหลืองสวย



ชิ้นนี้ตอนกลับด้านแป้ง พลาดไปนิดหนึ่ง แป้งเลยแตกออกมา ไม่เป็นไรๆ กินได้เหมือนกัน เดี๋ยวซ่อนไว้ข้างล่าง





จะกินเยอะกินน้อยก็ทอดเอาตามใจชอบแล้วเอามาซ้อนๆกัน ราดน้ำเชื่อมเมเปิ้ล ชอกโกแลต น้ำผึ้งหรืออะไรก็แล้วแต่ กินได้เลย
หอมนุ่ม ชุ่มชื้น

แป้งที่เหลือ กินไม่หมดก็ใส่ทัปเปอร์แวร์ปิดฝา เก็บใส่ตู้เย็นไว้ ทอดกินได้วันต่อไป(ควรินให้หมดภายในสามวัน)
















รับแพนเค้กไปซักชิ้นสองชิ้นกันได้เล้ย


มีความสุขกับการกินนะครับ




 

Create Date : 18 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 11:04:44 น.
Counter : 334 Pageviews.  

กุ้งอบวุ้นเส้น

กุ้งอบวุ้นเส้น






เมื่อวานที่บ้านมีสมาชิกใหม่เพิ่มมา 1 ตัว เป็นน้องแมวสีส้มที่เบนเอามาให้เมื่อวาน เคยป็นแมวจรมาก่อนเลยผอมกะหรองซะอย่างนี้ และน้องแมวก็กำลังป่วย ตาอักเสบ เป็นหวัดด้วย ไม่รู้ว่าจะเป็นไข้หวัดแมวรึเปล่า ใครรู้ช่วยบอกที และก็กำลังซนมากๆซะด้วย จับป้อนยาทีไรไม่ค่อยจะอยู่นิ่งซะที วิ่งไปโน่นนี่ตลอด พอจับเข้ากรงก็ร้องแง้วๆ สุดท้ายเลยแบ่งชั้นใต้หลังคาในห้องนอนไว้เป็นที่อยู่น้องแมว เปิดกรงทิ้งไว้ แล้วน้องแมวก็เข้าไปนอนเอง ไม่ร้องอีกตลอดคืน






รูปน้องแมว



และจากเหตุการณ์ที่บ้านถูกต้นมะพร้าวโค่นใส่เมื่อสองวันก่อน เมื่อวานนี้ก็มีคนมาซ่อมหลังคาและก็ตัดๆใบมะพร้าวไว้ให้แล้วเรียบร้อย
และที่บ้านก็มีลูกมะพร้าวไว้กินกัน ฟรีๆ (คุ้มมั้ยเนี่ย )


ต้นมะพร้าวที่นอนแน่นิ่ง ถูกริดใบเรียบร้อย



ลูกมะพร้าว



มาถึงเรื่องกุ้งบวุ้นเส้นกัน กุ้งอบวุ้นเส้นนี่เป็นอาหารที่ทำกินทุกครั้งที่ได้กลับบ้านที่เชียงราย ใช้กุ้งสดๆแบบเปนๆ ทำออกมาก็จะอร่อยมาก รสชาติก็ไม่เหมือนกันซะทุกครั้ง เพราะไม่เคยชั่ง ตวง วัด ทำออกมาตามใจคนกิน คงให้รสชาติออกเค็ม หวาน แล้วก็ร้อนๆ เผ็ดเครื่องเทศ ใครชอบอย่างไหนก็ปรับสูตรไปตามนั้น

กุ้งอบวุ้นเส้น



กุ้งก้ามกราม 1 กิโลกรัม
วุ้นเส้น 4 ห่อเล็ก
พริกไทยสด 1 ถ้วย
ขิงสด(ผมซื้อแบบซอยมาแล้ว) 2/3 ถ้วย
รากผักชี 5 ราก
ผักชี ไว้โรยหน้า
น้ำสต๊อกไก่ 1ถ้วย
ซีอิ๊วขาว 1 ถ้วย
เบคอน 6-7 เส้น
พริกไทยป่น ตามชอบ
กระเทียม 7-8 กลีบ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำ


แช่วุ้นเส้นพอนิ่ม อย่าให้นิ่มเกิน เพราะเวลาอบแล้วจะขาด



เอาเครื่องเทศทั้งหมด ยกเว้นผักชีมาตำหรือปั่นรวมกัน (ผมไม่มีทั้งครกทั้งเครื่องปั่นเลยใช้วิธีสับเอา)



เอาเครื่องเทศที่ตำหรือสับจนละเอียดแล้วไปคลุกกับน้ำสต๊อก ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย เป็นซอสไว้ราด





เรียงเบคอนลงไปก้นหม้อ แล้ววางกุ้งเรียงลงไป เอาวุ้นเส้นวางทับ ราดซอสที่หมักเครื่องเทศ ทำอย่างนี้เป็นชั้นๆไปจนเต็มหม้อ




พอเรียงกุ้งกับวุ้นเส้นเสร็จแล้ว(ให้ชั้นบนสุดเป็นกุ้ง) เอาเบคอนวางลงไป ปิดฝา แล้วตั้งไฟกลาง อบประมาณ 20-30 นาที จนกุ้งสุกเป็นสีส้ม อย่าอบนานเกิน เพราะกุ้งจะหดและวุ้นเส้นจะขาด



สุกแล้วครับ



จัดใส่จานเสิร์ฟได้เลยครับ กุ้งตัวโตๆสักตัวมั้ยครับ ^__^

กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อนี้ยิ่งกินยิ่งร้อนเครื่องเทศ


มีความสุขกับการกินนะครับ




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2553 13:06:24 น.
Counter : 216 Pageviews.  

Basic White Sauce SpaGhetti....สปาเก็ตตี้ไวท์ซอส



Basic White Sauce SpaGhetti....สปาเกตตี้ไวท์ซอส









เมื่อคืนที่บ้านมีเรื่องน่าตื่นเต้นนิดหน่อย หลังจากเลิกงานแล้วกลับบ้านตอนเกือบๆสองทุ่ม เก็บของที่ซื้อมาเข้าตู้ และกำลังเตรียมจะทำกับข้าวอยู่ดีๆ แจ๊คก็เรียกให้ออกไปดูที่ระเบียงบ้าน ก็คิดอยู่ว่ามันจะเป็นอะไร จะว่าค้างคาวก็ไม่น่าใช่เพราะเห็นทุกวันจนชินละ หรือว่าจะเป็นงู หรือตัวอะไรรึเปล่า พอออกไปดูเท่านั้นแหละ ต้นมะพร้าวจากสวนข้างบ้านล้มพาดเข้ามาในเขตบ้านเรา แถมยังทุบเอาหลังคาระเบียงแตกเป็นผุยผง แล้วไม้ฉลุตรงชายคาก็หล่นลงมา ยอดมะพร้าวนอนแน่นิ่งกองอยู่ตรงระเบียง นี่ขนาดโดนแค่เฉียดๆ ไม่อยากคิดว่าถ้าฟาดลงมาเต็มๆจะเป็นยังไง


หลังจากตื่นเต้นกันอยู่ยกใหญ่ ก็เริ่มไปด้อมๆมองๆแถวๆต้นมะพร้าว เห็นลูกมะพร้าวติดผลอยู่หลายทลาย เริ่มคิดโน่นคิดนี่ว่าจะทำยังไงกับมันดี เอามาทำวุ้นน้ำมะพร้าวดีกว่า ทำสาคูมะพร้าวอ่อน ไหนจะยังยอดมะพร้าวอีก (ยังมีอารมณ์จะหาของกิน ) เลยตัดสินใจจะเดินไปบอกเจ้าของสวนบ้านข้างๆ แต่พอเห็นทางเข้าสวนเท่านั้นแหละ เป็นร่องน้ำมืดๆ รกครึ้ม แถมทางข้ามยังมีแค่ไม้กระดานพาดอยู่แผ่นเดียว ไฟฉายก็ไม่มี เลยต้องถอยไปตั้งหลักก่อน สุดท้ายทั้งต้นมะพร้าว ลูกมะพร้าว ยอดมะพร้าว รวมทั้งเศษหลังคาก็เลยถูกปล่อยให้นอนอยู่อย่างนั้นไปก่อน




จบเรื่องตื่นเต้นแล้วก็มาเข้าเรื่องของกินกันดีกว่า สปาเกตตี้ไวท์ซอสนี้ ที่บ้านบอกอยากกินกันมาตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแต่ไม่มีของ เมื่อวานโมโทรมาตอนเย็นบอกว่าอยู่แมกโคร จะเอาอะไรรึเปล่า? ก็เลยบอกให้ซื้อของไปทำกินกันซะวันนั้นเลย ก็บอกว่าให้ซื้อเส้นสปาเกตตี้ วิปครีม เบคอน พวกเครื่องปรุง แล้วก็เห็ดที่ตัวเองอยากจะกินเข้าไป และไอ้เห็ดที่ตัวเองอยากจะกินนี่แหละที่เป็นตัวปัญหา เพราะโมดันซื้อเห็ดเข็มทองมา ไอ่ผมเองก็ไม่เคยทำไวท์ซอสใส่เห็ดเข็มทองซะด้วยสิ นึกไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไง เอาเถอะ เมื่ออยากกินผมก็ทำให้ได้


สปาเกตตี้ไวท์ซอสแบบเบสิค (สูตรนี้สำหรับ4-6คน)




เส้นสปาเกตตี้ 1 กำมือ
เห็ด(แนะนำให้ใช้เห็ดแชมปิญอง เห็หอมสด เห็ดฟาง หรือเห็ดอะไรก็ได้ที่เนื้อไม่นิ่มมาก) 1 1/2 ถ้วย
Whipping Cream 2 ถ้วย
นมสด 1/2 ถ้วย
น้ำสต๊อคไก่ 1 1/2 ถ้วย (น้ำซุปไก่ปรุงรสอ่อน)
เครื่องเทศตามชอบ(ออริกาโน โรสแมรี่ ไธม์ หรืออะไรก็ได้ตามชอบ) วันนี้ที่บ้านไม่มีเลยใช้ผักชีสับเล็กๆแทน ปริมาณตามชอบ
เบคอน 12 เส้น หั่นเป็นชิ้นๆ
แป้งสาลี 4 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือประมาณ 2 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนชา
พริกไทย





ขั้นตอนการทำ



ต้มน้ำสต๊อคไก่ โดยใช้เนื้อหรือโครงไก่ ต้มกับน้ำจนเดือด ใส่เบคอนไปหนึ่งเส้น ปรุงรสด้วยเกลือพอเค็มเล็กน้อย ใส่พริกไทย ชิมให้รสอ่อนๆ มีกลิ่นน้ำซุป ยกลง พักไว้ (ใครขี้เกียจทำลองหาซื้อตามวิลล่า มีขายเป็นกระป๋อง)





ใส่น้ำลงในหม้อ ใส่เกลือและน้ำมันพืชเล็กน้อย ตั้งไฟจนเดือด ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงในหม้อ คอยเกลี่ยให้เส้นสปาเก๊ตตี้จมลงในน้ำจนหมด ลวกจนเส้นนิ่ม (ลองใช้ตะเกียบคีบมาชิมดู)




ล้างเส้นสปาเก็ตตี้ด้วยน้ำเย็น ประมาณสองรอบ คลุกน้ำมันมะกอกหรือเนย(ผมใช้เนย) ให้เส้นไม่ติดกัน เอาเครื่องเทศ (ผักชี) ลงไปคลุกกับเส้นให้ทั่ว





ทอดเบคอนในกระทะจนสุกกรอบ(ไม่ต้องใช้น้ำมัน) ใส่ถ้วย พักไว้ กรองน้ำมันที่ได้จากเบคอนออก



เบคอนที่ทอดสุกแล้ว ใส่ถ้วยพักไว้






เริ่มทำไวท์ซอสโดยตั้งกระทะให้ร้อน(ไฟอ่อน) ใส่เนยลงไปละลาย เอาแป้งสาลีลงไปผัดผสมจนเป็นครีมเนียน




ในขั้นตอนนี้เป็นการทำส่วนผสมที่เรียกว่า ROUX เป็นตัวที่ทำให้ซุปข้น ใช้ไฟอ่อนๆผัด คนเรื่อยๆอย่าให้ไหม้ หรือใครจะละลายเนยแล้วยกกระทะออกจากเตาก่อนค่อยเอาแป้งไปคนผสมด้วยก็ได้





พอได้ ROUX แล้ว จริงๆต้องเอาหัวหอมสับลงไปผัดให้เหลืองก่อน แต่ที่บ้านหัวหอมหมด ลืมซื้อด้วย เลยไม่ได้ใส่ ก็เอาเห็ดลงไปผัดเลย แล้วเติมนมสดลงไป คนให้ ROUX กับนมสดเข้ากันดี ไม่จับเป็นก้อน














เติมวิปปิ้งครีมและน้ำสต๊อคไก่ลงไป คนไปเรื่อยๆจนซอสข้นเป็นครีม(หากซอสใครเหลวเกินให้ผสมแป้งกับนมก่อนแล้วเทลงไป ถ้าซอสใครข้นเกินก็เติมนมหรือน้ำสต๊อคเพิ่ม) ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล พริกไทย และเครื่องเทศ ชิมดูให้รส จืด มัน เค็มและหวานเล็กน้อย





จัดเส้นสปาเก๊ตตี้ใส่จาน เอาไวท์ซอสราด แล้วโรยหน้าด้วยเบคอน
เสิร์ฟได้ วันนี้ผมทำเส้น ซอส และเบคอนแยกเอาไว้ ไม่ได้ผัดรวมกัน ให้แต่ละคนตักใส่จานแล้วราดกันเอาเองตามใจชอบ จะโรยชีส โรยออริกาโน หรือเอาผักชีโรยหน้าก็ได้ทั้งนั้น แค่นี้ก็ได้สปาเก็ตตี้ไวท์ซอสแบบง่ายๆแต่อร่อยกว่าใช้ซอสกระป๋องแล้วล่ะครับ













ขอให้มีความสุขกับการกินนะครับ






 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2553 14:06:03 น.
Counter : 504 Pageviews.  

1  2  3  

ทางผ่านที่จารจำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทางผ่านที่จารจำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.