LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
27 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
ติดเกาะโลว์คาร์บอน ตอน : ติดใจ “ปูม้า”เนื้อหวานอร่อย





ถ้าพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ฟินที่สุดของคนยุคนี้ต้องขอยกให้ “เกาะหมาก” เค้าเลยหล่ะ แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดตราด แต่ก็ถือว่าเกาะแห่งนี้เป็น Big Idol ด้านการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สไตล์โลว์คาร์บอน ที่มีกิจกรรมหลากหลายมากมายให้นักท่องเที่ยวฟินกันได้อย่างไม่รู้จบจริงๆค่ะ


วันนี้เราจะมาเล่าถึงความฟินที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวแบบปลดปล่อยคาร์บอนในโครงการ Castaway@ Low Carbon Island 2016 ของ อพท. หรือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ที่ได้“พาบล็อกเกอร์ไปติดเกาะโลว์คาร์บอน ในหมู่เกาะทะเลตะวันออก” นานถึง 4 คืน 5 วัน มาฝากกันค่ะ


กิจกรรม ติดเกาะโลว์คาร์บอน@เกาะหมาก ครั้งนี้...เราถูกเรียกชื่อว่า...ทีม Eat It Fresh ท่องหมู่เกาะ กินทะลุพิกัด กินอาหารทุกอย่างที่เป็น สูตรลับต้นตำรับโลว์คาร์บอนของเจ้าถิ่นที่นี่!!!...

แค่ชื่อเรียกก็ฟินแล้ว ส่วนอาหารสไตล์โลว์คาร์บอน จะอร่อยแค่ไหนอย่างไร...เราจะนำรสชาติที่ได้ลิ้มลองมาบอกต่อกันค่ะ...

แต่ต้องขอบอกด้วยนะคะว่า ทีม Eat It Fresh แม้ว่าภารกิจหลักจะเที่ยวชิมกินอาหาร ตำรับโลว์คาร์บอนจากเจ้าถิ่นก็จริง แต่พวกเราก็สนใจในแนววิถีธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวประมงด้วยเหมือนกัน  

เลยตั้งใจไว้ว่า จะขอร่วมทำประโยชน์ซัก 1-2 อย่างให้กับเกาะโลว์คาร์บอน แห่งนี้พื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์น้ำทะเลกับพี่ๆ ชาวเล ที่แต่ละในพื้นที่ล้วนแล้วแต่มากประสบการณ์ในแนวนี้ทั้งนั้น  


 ยิ่งอาหารท้องถิ่นที่นี่  วัตถุดิบปรุงอาหารส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่  ใช้ระบบพึ่งพาการขนส่งวัตถุดิบจากที่อื่นมายัง "เกาะหมาก" น้อยมาก ... พวกเค้าทำได้อย่างไร ? อยู่กันอย่างไร ? เราไปเกาะติดวิถีชุมชนบนเกาะโลว์คาร์บอนแห่งนี้กันนะคะ


วันแรกที่เดินทางมาถึงจังหวัดตราดก่อนจะขึ้นเรือไปยัง"เกาะหมาก" ในวันรุ่งขึ้น ทีม Eat It Fresh ได้มุ่งหน้าไปที่ชุมชนบ้านระวะ ชุมชนที่ประกอบอาชีพประมงมายาวนาน 2-3 ชั่วอายุคนตั้งอยู่ใน ตำบลแหลมกลัด ห่างจากตัวเมืองตราดไป ประมาณ 30 กิโลเมตร

คุณฐิติ ถาวรธนนท์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ประมงชายฝั่งหน้าปากคลองอ่าวระวะ เล่าให้พวกเราฟังว่า สมัยก่อนเคยมีเรือสำเภาบรรทุกข้าวเข้ามาจอดเทียบท่าที่นี่ด้วยและในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่านก็ได้เคยเสด็จมาในช่วงที่จังหวัดตราดมีกรณีพิพาทเรื่องดินแดนกับฝรั่งเศส   ระหว่างนั้นพระองค์ท่านทราบเรื่องว่า  ที่นี่ถูกเรียกว่า บ้านซ่องโจร เพราะเป็นที่หลบซ่อนโจร มีการปล้นฆ่า จี้ชิงทรัพย์ ก็ได้ทรงโปรดเกล้าให้  หลวงนาวา  มาเป็นข้าราชบริพารดูแลรักษาความสงบ ประกอบกับบริเวณนี้เป็นแหลมยื่นออกไปในทะเลจึงเรียกชื่อใหม่ว่า “แหลมตรัส” ต่อมาคำพูดเพี้ยนเป็น “แหลมกลัด” อย่างที่เรียกกันในวันนี้


วิถีชาวประมงที่นี่จะออกเรือแต่เช้าประมาณตี 5 ครึ่งหรือ 6 โมงเช้า เพื่อหาของทะเลมาดำรงชีพทั้งประกอบอาหารและขายส่ง จากนั้นจะกลับเข้าฝั่งไม่เกิน 9 โมงเช้า หลังหุงหาอาหารกินกันอิ่มแล้ว  ก็จะพากันมานั่งซ่อมเครื่องมือประมงเพื่อเตรียมไว้ออกหาปลาหาปูในวันรุ่งขึ้น


คุณฐิติบอกว่า ชุมชนที่นี่ทำประมงปูม้าเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยปัจจุบันบ้านเรากำลังรับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน อากาศเปลี่ยนแปลง น้ำทะเลอุ่นขึ้นสัตว์น้ำต่างไหลไปอยู่ในทะเลที่ยังไม่ได้รับผลกระทบ

ชาวบ้านอย่างเราอยู่กับทะเลมานานก็ได้ตระหนักตรงนี้ จึงรวมตัวกันตั้งศูนย์อนุรักษ์ประมงชายฝั่งหน้าปากคลองอ่าวระวะขึ้นมาและทำ “ธนาคารปูม้า” เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์ปูม้าไม่ให้หมดไปจากทะเล โดยเฉพาะหลังจากปูม้าทำการสลัดไข่ออกมาพวกเราก็จะรีบนำไข่ไปเข้าธนาคารปูเพราะอากาศมีผลต่อไข่ปูม้าว่าจะรอดหรือไม่รอดด้วย


การทำ “ธนาคารปูม้า” ไม่ได้เพียงแค่นำ“ไข่ปูม้า” เข้าธนาคารแล้วจบ หากแต่ชาวบ้านก็จะมานั่งปรึกษาหารือกันต่อว่าจะดูแลปูม้าตัวเล็กๆ ให้รอดพ้นปลอดภัยจากปลาใหญ่ๆ หรือสัตว์น้ำตัวใหญ่ไม่ให้มากินปูม้าตัวเล็กๆได้อย่างไร

เนื่องจากปัจจุบัน “หญ้าทะเล” ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของ “ปูม้า” ตัวเล็กๆ ใช้เป็นหลุมหลบภัยจากสัตว์ใหญ่เริ่มลดลง ส่วนหนึ่งนั้นก็มาจากการติดอวนประมงขึ้นมา


ชาวบ้านเองก็ได้ตระหนักถึงตรงนี้ร่วมกันต่างก็รวมตัวกันคนละไม้ละมือช่วยกันทำ“หญ้าทะเลเทียม” ขึ้นมาทดแทน ปัจจุบันที่นี่เรียกได้ว่า เป็นแหล่งทำ“หญ้าทะเลเทียม” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ


เมื่อมาถึงถิ่นแล้วไม่สัมผัสวิถีชาวบ้านที่ดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอาจทำให้เที่ยวไม่สนุกสุดๆ  ทีม Eat It Fresh เลยขอร่วมทดลองฝึกทำ “หญ้าทะเลเทียม” กับชาวบ้านกัน  ทำแล้วสนุกค่ะ ชาวบ้านมีอัธยาศัยดีมาก เป็นมิตรและยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมที่จะฝึกสอนให้พวกเรารู้จักเรียนรู้ เลยทำให้บรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ยิ่งคนชอบกินปูอย่างเราก็ไม่อยากให้ปูหมดไปจากทะเล   อยากให้อยู่คู่กับธรรมชาติที่นี่ไปอีกยาวนาน ...ถ้าใครมาเที่ยวแล้ว สนใจอยากร่วมทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ เพื่อช่วยกันร่วมอนุรักษ์ปูม้าก็มาขอร่วมกิจกรรมกันได้นะคะ 


หลังจากทำ “หญ้าทะเลเทียม” เสร็จคุณฐิติบอกว่า ชาวบ้านก็จะนำไปวางในทะเล แบบไม่ให้ระบบนิเวศเสียหาย คือ วางตามทิศทางการไหลของน้ำและต้องไม่วางกีดขวางการทำมาหากินของชาวบ้านด้วย


ดังนั้น คนที่ชอบกินปูคุณฐิติ ไม่ขออะไรมาก เพียงให้นึกถึงว่า “การจะกินปูหนึ่งตัวให้นึกถึงหัวใจคนอนุรักษ์ปูด้วย”


เคล็ดลับกิน “ปูม้า” สดอร่อยได้ใจ

ก่อนจะกินปูม้าให้อร่อยได้ใจนั้น คุณฐิติ บอกว่าเราต้องรู้และเข้าใจถึงวงจรธรรมชาติของปูม้าก่อน ว่า ในช่วงฤดูฝน ความเค็มของน้ำทะเลจะลดลง ปูม้าก็จะเริ่มอพยพออกไปจากอ่าว

พอเข้าสู่ช่วงปลายฤดูฝนคือช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม น้ำเค็มเริ่มกลับมา ปูม้าและสัตว์น้ำอื่นๆก็จะกลับเข้ามาวางไข่     ใครก็ตามที่จะมากินปูม้าช่วงปลายฤดูฝนนี้บอกได้เลยว่าเนื้อปูจะไม่อร่อย เนื้อจะไม่หวานมากนักเค้าเรียกว่า ปูนอกเข้าในรสชาติไม่ดี

แต่ถ้าอยากจะกินปูให้อร่อย แนะนำให้กิน ช่วงเดือนมีนาคม เมษายนและพฤษภาคม เพราะปูม้าที่นี่จะเติบโตในป่าชายเลน อ่าวที่นี่มีความสมบูรณ์มาก มีน้ำจากคลองหลายสายไหลมาบรรจบกัน ทำให้น้ำทะเลที่นี่มีอาหารและแพลงตอนอุดมสมบูรณ์ และกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้กับปูม้า

ดังนั้น ถ้าใครกินปู ให้กินช่วงนี้ เราจะได้รสอร่อยของเนื้อปูที่มีความหวานจากที่พวกเขาได้กินอาหารดีๆ จากท้องทะเลที่นี่ แม้ว่า ปูม้าของที่นี่ตัวจะไม่ใหญ่ก็ตามแต่อร่อยไม่เหมือนใคร (ปูตัวใหญ่ๆ ใช่ว่าจะเนื้อหวานอร่อยเสมอไป)

ส่วนการเลือกซื้อปูม้าเพื่อให้ได้ความอร่อยนั้น มีวิธีสังเกตก่อนซื้อแบบง่ายๆ ว่า ถ้าไปซื้อแล้วพ่อค้าบอกว่า เป็นปูจากป่า (ป่าโกงกาง) ก็พยายามเลี่ยงเพราะป่าโกงกางแหล่งอาหารจะไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าบอกว่าปูติดอวนรับรองอร่อยแน่เพราะปูมาจากป่าชายเลนซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์


เมื่อได้ปูม้าสดๆมาแล้วขอแนะนำว่า ให้ต้มในหม้อหรือกระทะก็ได้ ใส่น้ำพอประมาณไม่ต้องมาก   กะท่วมแค่หลังกระดองปูก็พอ นานสัก 10-15 นาที เราจะได้กินปูที่เนื้อนิ่มหวานตามธรรมชาติ   

เรียกว่า กินปูต้มแบบไม่ต้องมีน้ำพริกเกลือก็อร่อย ให้ความรู้สึกว่าได้กินปูจริงๆ  แต่สำหรับบางคนติดน้ำพริกเกลือว่าต้องจิ้มด้วยแล้วจะยิ่งอร่อยคูณสอง ส่วนปูนึ่ง ชาวประมงที่นี่ไม่ค่อยนิยมทำกินในแบบนึ่งและผัด เพราะเนื้อปูที่ได้จากการนึ่งเวลากินเนื้อจะกระด้างกว่าต้ม



จากนั้นคุณฐิติ  ได้พาพวกเราออกทะเลไปกับเรือประมงที่ใช้หาปลา  พาไปดูธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ของทะเล ทำให้เราได้รู้อีกอย่างหนึ่งว่า นอกจากชาวประมงจะมีอาชีพหลักจับปูม้าแล้วยังเลี้ยงหอยแมลงภู่ในกลางทะเลเป็นแพยาวเพื่อการเลี้ยงชีพอีกด้วย





หลังจากกลับจากทะเลพี่ๆ  ชาวเลที่นี่ใจดี นำ “ปูม้า” ที่จับมาได้ พร้อมกับ “กุ้งขาว” ตัวใหญ่ๆ มาทำเป็นอาหารเมนูโลว์คาร์บอนให้พวกเราได้ร่วมวงกินด้วยอย่างเอร็ดอร่อย  


กลายเป็นว่า เย็นนี้ภารกิจของ ทีม Eat It Fresh ตะลุยกินในถิ่นซีฟู้ดมีทั้งหมด 4 เมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบในท้องถิ่น คือ ปูม้าต้ม+น้ำพริกเกลือ  กุ้งขาวลวก และยำปูม้าสดๆใส่มะม่วงเปรี้ยว รสชาติอื้อหือมมมม  ต้องมาชิมเองค่ะ 


ที่อร่อยจี๊ดดดสุดคือ น้ำพริกเกลือ รสเผ็ด จัดจ้าน เปรี้ยวนำ กินกับปูต้มหวานๆ หรือกุ้งขาวลวก รสชาติแซ่บบบจริงๆค่ะ !!!

ส่วนเมนูที่4 ทีม Eat It Fresh ได้ร่วมแจมทำ กุ้งอบเกลื แม้ว่าเราจะใส่เกลือเค็มไปนิดแต่กินกับข้าวก็อร่อยเด็ดไม่แพ้เจ้าถิ่นค่ะ 



สรุปภารกิจแรกของทีม Eat It Fresh ตะลุยกินในถิ่นซีฟู้ด กินอาหารสไตล์โลว์คาร์บอน ก็สำเร็จลงได้ตามเป้าหมายค่ะ.

#TeamEatItFresh#LowcarbonAtkohmak#CastawayAtKohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน




Create Date : 27 เมษายน 2559
Last Update : 29 เมษายน 2559 6:27:41 น. 6 comments
Counter : 1561 Pageviews.

 
น่าไปจังเลยครับ...บรรยากาศสดชื่นดีจัง


โดย: สุดสวิงริงโก้ IP: 27.55.94.236 วันที่: 28 เมษายน 2559 เวลา:9:14:52 น.  

 
ได้ไปเที่ยว แบบนี้ดีครับ เห็นอะไรเยอะ

เคยอ่านหนังสือ หลายฉบับเขาว่า ชาวบ้านอนุบลปูทะเล(ปูดำ)

ตามป่าโกงกางให้ ตัวโต ได้เนื้อแน่น..ค่อยจับหรือเก็บไข่
เพาะพันธ์ต่อ..

พอดูข้างบน อ้าวเป็นปูม้า เป็นความรู้ใหม่ครับ ทีมเที่ยว
แบ่งกันกี่ทึมครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 28 เมษายน 2559 เวลา:9:35:34 น.  

 
เป็นความรู้จากชาวประมงที่อยู่กับทะเลน่ะค่ะ
พวกเราไปกันทั้งหมด 5 ทีมคะ


โดย: raveetawan (Raveetawan ) วันที่: 28 เมษายน 2559 เวลา:10:04:00 น.  

 
น่าไปมากเลยค่ะ..

ก่อนหน้านี้ ได้ยินมาพอสมควรว่า เกาะหมากน่าเที่ยว พอมาเห็นแบบนี้ ยิ่งต้องไปๆๆๆๆๆๆๆ อ่านเพลิน แถมได้ความรู้อีกแหน่ะ...

(น้ำจิ้มซีฟู๊ดดด น่าลองมากกกกค่ะ) #ใจจะขาด :))))


โดย: Colorfulsung วันที่: 28 เมษายน 2559 เวลา:12:55:57 น.  

 
น่ากินน่าสนุกเนาะจะหาจังหวะไปเที่ยวบ้าง


โดย: ชอบกิน IP: 1.47.103.116 วันที่: 29 เมษายน 2559 เวลา:7:29:10 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: peepoobakub วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:16:49:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.