LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
เที่ยวเมืองลาวสวยมากรู้สึกคุ้มค่าจริงๆ


ไปเที่ยวเมืองลาวกับทริปSCG Sharing the Dream   รู้สึกสนุก คุ้มค่าและฟินไปกับบรรยากาศความสวยงามของเมืองรวมถึงวัฒนธรรมของชาวลาว งานนี้ต้องขอบคุณทาง SCG  ที่จัดโปรเจคสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนชาวลาวที่มีความฝันและได้ดำเนินชีวิตไปสู่ความฝันของตัวเอง  ทำให้ได้เดินทางไปร่วมทริปสนุกๆครั้งนี้ และได้เก็บภาพสวยๆมาฝากกัน 

คณะของเราเริ่มเดินทางกันแต่เช้าด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทางถึงสนามบินนานาชาติวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆก็ถึงละ




มื้อกลางวันอาหารถูกปากเพราะไกด์ลาวพาไปกินที่ร้านเฝอแซบ ร้านขึ้นชื่อของ นครหลวงเวียงจันทน์  ไกด์บอกว่า คำว่า เฝอ เป็นชื่อเรียกก๋วยเตี๋ยวของที่นี่ แซบ แปลว่า อร่อย สรุปว่า ร้านเฝอแซบแปลว่า ก๋วยเตี๋ยวอร่อย ที่นี่จะมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวและเนื้อหมู มีผักให้กินเคียงพร้อมกับกระปิที่มาจากเวียดนามและกระปิลาว รสชาติกระปิจะออกเค็มนิดนึงแต่สรุปว่าอร่อยค่ะ สำหรับคนที่ชอบปรุงก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ด ต้องบอกว่าให้ใส่พริกน้อยๆเลยเพราะว่าเผ็ดมากจริงๆ ส่วนเมนูที่สั่งมากินระหว่างรอก็มีเมนูขึ้นชื่อขายดีของร้านคือปอเปี๊ยะทอด










หลังจากอิ่มมื้อกลางวันกันแล้วก็ไปร่วมงานมอบทุนการศึกษาในโครงการSCG Sharing the Dream ปี 2015 มีท่านนางแสงเดือน หล้าจันทรบูรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและกีฬา และ ท่านนาง รุจิกร แสงจันทร์ (RujikornSangchan) อัครราชทูตที่ปรึกษาไทยประจำนครหลวงเวียงจันทน์ สปป. ลาว ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย






น้องๆเยาวชนปีนี้มารับทุนกันคึกคักมากถึง 230 คนเลยทีเดียว ทุกคนที่ได้รับทุนต้องส่งบทความเรื่องราวความดีของตัวเองว่า ได้ทำความดีและกตัญญูกับคุณพ่อคุณแม่อย่างไรบ้าง   ซึ่งคุณอารีย์ ชวลิตชีวินกุล Vice President-Regional Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างบอกว่า ปีนี้เด็กเขียนบทความเข้าประกวดเพื่อชิงทุนการศึกษา 900 กว่าเรื่อง  ถือว่ามากเลยทีเดียว  คณะกรรมการก็ลำบากใจกว่าจะคัดให้เหลือ 230 เรื่องเพราะเด็กๆส่วนใหญ่ที่ส่งเรื่องราวมามีความตั้งใจกันสูงมาก  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผมมีความเชื่อมั่นในคุณค่าของคนว่า…สังคมและประเทศจะเข้มแข็งได้ต้องเริ่มจากคนที่มีคุณภาพ คือ ต้องเป็นคนเก่งและคนดีด้วย... ถึงจะนำพาประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้









จบงานพิธี ก็เช็คอินเข้าโรงแรมและตระเวณเดินเที่ยวย่านตัวเมืองเวียงจันทน์ไปดูแหล่งรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลักษณะย่านนี้คล้ายๆกับสีลม ถนนข้าวสารบ้านเรา แต่ขนาดยังเล็กกว่ามากนัก   แต่ก็มีร้านค้าน่ารักๆหลายร้านเลยทีเดียว มีร้าน ขอบใจเด้อ ที่ไกด์บอกว่าดังที่สุดในเมืองเพราะเป็นร้านนั่งชิลๆใครไปใครมาก็ต้องมานั่งโดยเฉพาะชาวต่างชาติชอบนัก









ตกเย็นโพล้เพล้อากาศเย็นนิดๆ ไปอิ่มอร่อยมื้อเย็นกันที่ครัวลาว จากนั้นก็ไปเดินถนนคนเดินตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงระยะทางยาวประมาณ 400 เมตร ไกด์ว่าอย่างนั้น ตลาดตั้งขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวขาช้อปส่วนใหญ่จะขายเสื้อผ้า รองเท้า ภาพวาด ราคาไม่แพงมากนักเฉลี่ยอยู่ที่ราคาประมาณ 32,000– 85,000 กีบก็ตกราวๆ 160 -350 บาท บวกลบนิดหน่อย

ช็อปเสร็จได้รองเท้ามา1 คู่สำหรับเตรียมใส่กับผ้าถุงเข้าชุดกับผ้าเบี่ยง เพื่อตักบาตรข้าวพระสงฆ์ที่วัดหายโสกวัดองค์ตื้อ พระสงฆ์ที่นี่ตื่นบิณฑบาตรแต่ตีห้า 







ไกด์บอกว่าในตัวเมืองย่านนี้มีวัดประมาณ6-7 วัด พระจะค่อนข้างเยอะมากและเวลาหยิบข้าวเหนียวจากกระติ๊บใส่บาตรพระห้ามปั้นเป็นก้อนให้หยิบแล้วใส่ลงบาตรเลยไม่อย่างนั้นข้าวจะแข็งและจะพระฉันไม่ได้

พอใส่บาตรพระสงฆ์และกรวดน้ำเสร็จแล้ว พระสงฆ์จะให้พรเหมือนพระบ้านเรา

มีอย่างนึงที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ชาวลาวมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าเวลาใส่บาตรให้เหลือข้าวเหนียวติดก้นกระติ๊บหน่อยนึง แล้วปั้นข้าวเหนียวออกเป็น 4ก้อน โดย 3 ก้อนให้เอาไปวางปะกับต้นไม้หรือกำแพงก็ได้ ส่วนที่เหลือให้ไว้ในกระติ๊บข้าวจะได้เหลือกินเหลือใช้ถึงลูกหลาน งานนี้เลยจัดไปตามที่ไกด์แนะนำ รู้สึกขอบคุณที่ทำให้การทำบุญเช้านี้มีความสุขมากกก











หลังอาหารมื้อเช้าที่โรงแรมก็ไปเยี่ยมชมความงามของวัดศรีษะเกษอยู่ฝั่งตรงข้ามทำเนียบประธานประเทศ ไกด์บอกว่า เป็นสถานที่ที่ทางการมีไว้รองรับแขกบ้านแขกเมือง

จากนั้นไปเที่ยวชมประตูชัยของลาวที่ดูจากภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ใครไม่เคยไปฝรั่งเศส ให้ดูประตูนี้จะเหมือนกันทุกอย่างแม้แต่ชื่อเรียก แต่ก็สวยมากค่ะ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับ "ห้องว่าการรัฐบาล"  ถ้าบ้านเราจะเรียก “ห้องว่าการรัฐบาล” ว่า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก็สวยงามเหมือนกันค่ะ








แต่ถ้ามาถึงนครหลวงเวียงจันทน์แล้วไม่ไปกราบพระธาตุหลวงเวียงจันทน์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของ สปป.ลาวก็เท่ากับว่ามาไม่ถึงที่วัดแห่งนี้สวยงามมากเช่นกันเป็นสีทองเหลืองอร่าม

แหล่งท่องเที่ยวสุดท้ายไม่ไปก็เสียดายแย่ คือ เขื่อนน้ำงึม เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของสปป.ลาวอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร ถนนหนทางที่นี่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างอาจทำให้เดินทางช้าถ้าจะเดินทางไปเที่ยวต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย
















นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมล่องเรือและรับประทานอาหารกลางวันบนเรือเพื่อชมบรรยากาศในทะเลสาบสวยงามมาก

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าทะเลสาบที่นี่ใช่ที่สปป.ลาวจริงหรือไม่เพราะสวยจริงๆค่ะ มาเที่ยวแล้วทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้มาเที่ยวจริงๆค่ะ.




Create Date : 14 ธันวาคม 2558
Last Update : 15 ธันวาคม 2558 6:36:02 น. 2 comments
Counter : 915 Pageviews.

 
น่าสนุกจังเลยค่ะ บุ๊งยังไม่เคยไปลาวเลยค่า


โดย: Close To Heaven วันที่: 15 ธันวาคม 2558 เวลา:9:20:34 น.  

 
ขอบคุณค่า....มีวันว่างลองไปเที่ยวดูนะคะ


โดย: Raveetawan IP: 27.55.235.122 วันที่: 15 ธันวาคม 2558 เวลา:13:20:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.