LovelyTrip เที่ยวทุกที่ที่ใจอยากไป
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 สิงหาคม 2559
 
All Blogs
 
เที่ยว “เมืองย็อกยาการ์ต้า”ชม “บูโรพุทธโธ” วิหารบนภูเขา






การเดินทางหนนี้ได้รับเชิญจาก คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร  Director– Enterprise Brand Management office เอสซีจี ให้ร่วมเดินทางไปกับทริป  SCG Sharing the Dream เพื่อไปร่วมงานมอบทุนการศึกษาของ SCGให้เยาวชนชาวอินโดนีเซียรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม  ทำให้มีโอกาสได้เข้าร่วมเปิดประสบการณ์ในสถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่ซึ่งพลาดไม่ได้มาแล้วต้องไปเที่ยวเลยคือ พุทธสถานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก มหาสถูป“บูโรพุทธโธ”และ “ปรัมบะนัน” @เมืองยอกยาการ์ต้า  เมืองหลวงเดิมของประเทศอินโดนีเซีย




ทริปของพวกเราได้เดินทางจากสนามบินดอนเมืองประมาณ 6  โมงครึ่ง ไปถึงสนามบินงูราฮ์ไร เมืองเดนปาซ่าร์  เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ราว 11 โมงกว่านิดๆ  



จากนั้นรอเปลี่ยนเครื่องเพื่อบินไปลงที่สนามบินยอกยาการ์ต้า(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าบาหลี 1 ชั่วโมง และเท่ากับเวลาที่ประเทศไทย) ถึงที่นี่ก็ประมาณ 15.40 น. ทุกคนจัดการสัมภาระและรายละเอียดการเข้าประเทศของตัวเองเรียบร้อยก็ได้เวลาเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดปารังตรีตีส ( Parangtritis ) พอดี




“ปารังตรีตีส”เป็นชายหาดมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองยอกยาการ์ต้า หาดทรายแห่งนี้เป็นสีดำ ซึ่งเกิดจากเถ้าถ่านของ “ภูเขาไฟเมอราปี”ไหลลงสู่ทะเล  ภูเขาไฟเมอราปีลูกนี้อยู่ห่างออกไปทางทิศใต้ของเมืองยอกยาการ์ต้าราว27 กิโลเมตร




พูดถึงชายหาดแห่งนี้มีการเล่าขานสืบทอดต่อๆกันมาว่า มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับตำนานของ Ratu Kidul หรือราชินีแห่งทิศใต้ ซึ่งคนชวาเชื่อว่า ชายหาดปารังตรีตีส เป็นประตูแห่งอาณาจักรที่มีมนต์ขลังของ“ราชินีแห่งทิศใต้” เป็นผู้ควบคุมทะเลทางทิศใต้




ทุกคนแม้เดินทางมาไม่ทันแสงสุดท้ายที่ชายหาดแห่งนี้แต่ก็สนุกและ

ฟินที่ได้เก็บภาพในหลายมุมมาแชะ แช็ต แชร์กันอย่างสนุกสนาน




ชื่นชมความงามของธรรมชาติที่อัศจรรย์กันแล้วได้เวลาอาหารเย็นในแบบพื้นเมืองซึ่งอร่อยมาก  ทั้ง 2 คืนที่พักอยู่ในเมืองนี้ที่ โรงแรม HorizonUltima Riss Hotel  ต้องบอกว่า อาหารส่วนใหญ่มีรสเค็มปานกลางขึ้นไป   แต่อยากแนะนำอาหารพื้นเมืองให้ลองกินกัน คือ Nasi หรือข้าวหุงของที่นี่ จะนาซีอะไรก็ว่าไป ว่าแต่เรากิน Nasi ทั้ง 2 มื้อ



 มื้อกลางวันเรากิน  Nasi Campur  อ่านว่า  นาซีแคมเปอร์คนไทยที่นี่อธิบายให้ฟังว่าคือข้าวหุงที่มีเครื่องเคียงหลายอย่างรวมกันในจานเดียวกัน เวลากินจะหยิบกินทีละอย่างใส่ปาก   แต่เราชอบนำมาคลุกรวมกันแล้วค่อยกินอร่อยดี  

 จะเรียกว่าเป็นอาหารพื้นเมืองที่มาฟิวส์ชั่นกัน ก็ไม่ผิดนักนาซีหรือข้าวหุงมื้ออร่อยที่ชอบคือ   ข้าวหุง แบบหุงใส่กระทิ มีใส่เกลือให้รสชาติออกเค็มพอประแล่มๆ อร่อยกำลังดี  




ที่พลาดไม่ได้สำหรับผลไม้ขึ้นชื่อที่นี่คือ "สละ" หรือ คนอินโดนีเซีย เรียกว่า snake skin fruit เนื่องจากสละมีลายผิวผลไม้คล้ายผิวงูผู้คนเลยเรียกชื่อนี้กันเนื้อข้างในเป็นเหมือนสละบ้านเราต่างกันที่เป็นสีขาวเหมือนนม และกรอบอมหวาน




เช้าวันแรก ทริป  SCG Sharing the Dream ได้เดินทางไปชมมรดกโลก มหาสถูป“บูโรพุทธโธ” (Borobudur) กัน  เป็นเมืองสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศอินโดนีเซียที่ได้ถูกบันทึกเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อปีค.ศ.1991    




ชื่อ “Borobudur” มาจากการผสมคำระหว่าง“Boro” ที่มาจากคำว่า Byara ในภาษาสันสกฤตแปลว่า วัดหรือศาลเจ้าหรือวิหาร และ “Budur” ที่มาจากคำว่า Beduhur ในภาษาบาหลีหมายถึง ภูเขา




ดังนั้น บูโรพุทโธจึงมีความหมายโดยรวมว่า วัดหรือวิหารที่สร้างบนภูเขา




เป็นศิลปะแบบอินเดียและอินโดนีเซียที่ผสมผสานเข้าด้วยกัน สร้างจากหินภูเขาไฟ มีรูปทรงแบบขั้นบันไดที่เป็นทรงพีระมิดบนฐานสี่เหลี่ยม




เมื่อเดินเข้าไปในบริเวณ มหาสถูปบูโรพุทโธแล้วสิ่งแรกที่มองเห็นเลยคือ องค์เจดีย์มีลักษณะเป็นรูปทรงดอกบัว 




รอบเจดีย์เต็มไปด้วยภาพแกะสลักนูนต่ำ ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันไป โดยแต่ละชั้นได้แสดงถึงคติธรรมทางพุทธศาสนามากมาย




ชั้นแรก เรียกว่า ชั้น“กามธาตุ”   หมายถึงมนุษย์ที่ยังเกาะเกี่ยวอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิด และวนเวียนอยู่กับกิเลส ตัณหากามราคะ มีภาพสลักที่น่าสนใจ 160 ภาพ แต่ละภาพล้วนสื่อเรื่อง “กฎแห่งกรรม”  คือบาป บุญ คุณ โทษ

ชั้นที่สอง เรียกว่า “รูปธาตุ” มีลักษณะเป็นขั้นบันไดรูปกลมฐาน 6 ขั้น สูงกว่าชั้นกามธาตุเล็กน้อยแสดงถึงการที่มนุษย์หลุดพ้นจากกิเลสทางโลกได้บ้างแต่ก็ยังมีส่วนที่ยึดติดกับทางโลกอยู่

และชั้นสุดท้าย คือ “อรูปธาตุ” เป็นชั้นของการปฏิบัติขั้นสูงหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา ทั้งภวตัณหาและวิภวตัณหาชั้นอรูปธาตุนี้มีรูปสลักนูนต่ำที่แสดงถึงพุทธประวัติถึงเกือบ  1,400  ภาพ 




นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของ มหาสถูปบูโรพุทโธ ก็คือ เจดีย์ทรงระฆังโปร่งฉลุเป็นช่องสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด เรียงรายอยู่โดยรอบในเจดีย์จะมีองค์พระพุทธรูปอยู่ข้างใน




เชื่อกันว่าใครยื่นมือไปสัมผัสพระพุทธรูปในนั้นได้คนนั้นจะ สมหวัง โชคดี มีความเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต 




ส่วนใหญ่ผู้ชายจะยื่นมือไปสัมผัสพระหัตถ์ขององค์พระพุทธรูปส่วนผู้หญิงจะยื่นมือไปสัมผัสฝ่าพระบาทขององค์พระพุทธรูปที่ยื่นมือแตะแบบนี้ด้วยเพราะผู้หญิงมีแขนที่สั้นกว่าผู้ชายไม่ได้มีนัยยะใด




 จากนั้นได้ไปเที่ยวชม จันทิเมนดุต (Candi Mendut) โบราณสถานขนาดเล็กอยู่ห่างจาก  บูโรพุทโธ ราว 3 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นในแบบศิลปะชวาภาคกลางตอนกลาง





โดยราชวงศ์ไศเลนทร์ในพุทธศตวรรษที่14 สร้างขึ้นในพุทธศาสนานิกายมหายาน ถูกสร้างขึ้นในระยะเวลาเดียวกันกับบูโรพุทโธและที่ตั้งของจันทิเมนดุตก็ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบูโรพุทโธและจันทิปะวน



ตรงบริเวณทางเข้ามีภาพแกะสลักรูปนางหาริตี หรือ ยักษิณีผู้พิทักษ์เด็กในพุทธศาสนาเป็นสตรีที่ล้อมรอบด้วยเด็กจำนวนมากอีกนัยหนึ่งนางก็เป็นผู้ประทานบุตรให้กับผู้ศรัทธาด้วย


       ส่วนด้านในครรภคฤหะจะมีประติมากรรมสำคัญ 3 องค์  คือพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรทางด้านขวา และพระโพธิสัตว์วัชรปาณีทางด้านซ้าย




ตกเย็นไปเดินชม จันทิปรัมบะนัน (Prambanan)หรือจันทิโลโลจงกรังมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก ที่ถือว่า  เป็นจันทิในศาสนาฮินดูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในศิลปะชวาภาคกลางตอนปลาย ถูกสร้างขึ้นในราชวงศ์สัญชัย




จันทิปรัมบะนันประกอบด้วย เทวาลัยจำนวน 8 หลัง เทวาลัยตรงกลาง 3 หลัง สร้างอุทิศให้กับตรีมูรติได้แก่ เทวาลัยหลัง กลางอุทิศให้กับพระศิวะ เทวาลัยหลังทิศเหนืออุทิศให้กับพระวิษณุและเทวาลัยหลังทิศใต้อุทิศให้กับพระพรหม




ส่วนเทวาลัยด้านหน้าอีก3หลังนั้นเป็นเทวาลัยสำหรับพาหนะของเทพเจ้าทั้งสาม ได้แก่ โคนนทิ ครุฑ และหงส์ตามลำดับ 

นอกจากนั้นยังมีเทวาลัยอีก 2 หลังเล็กขนาบทั้งสองด้าน คงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระอาทิตย์และพระจันทร์




วันรุ่งขึ้นทุกคนในทริป SCG Sharing the Dream ได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศอินโดนีเซียก่อนบินไปที่เมืองจาการ์ต้าเมืองหลวงของอินโดนีเซีย 




นั่นคือ การได้เข้าไปชม พระราชวังกราตน (Graton Palace) ของสุลต่านฮาเม็งกูบาวาโน่ที่10   ปัจจุบันพระองค์ยังคงใช้เป็นที่ประทับอยู่พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2298  โดยสุลต่านองค์แรกของเมืองย็อกยาการ์ต้าและใช้เวลาก่อสร้างถึง  40  ปี




ภายในท้องพระโรงนอกภายในจัดแสดงเครื่องดนตรีชวาทำจากทองเหลืองมากมาย 




มีรถสำหรับขบวนแห่ในพิธีงานแต่งงานที่ได้ถูกใช้งานมานานหลายยุคสุลต่าน  




ที่นี่เต็มไปด้วยเด็กๆและเยาวชนที่มาเที่ยวและศึกษาเรื่องราวในพระราชวังของสุลต่านมากมายแต่ละคนให้ความสนใจรายละเอียดแทบจะทุกอย่างที่ได้จัดแสดงสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชมด้วยความใส่ใจและสนุกสนานพร้อมที่จะเรียนรู้




จากนั้นไปชม พระราชวังน้ำ( Water Palace ) สถานที่พักผ่อนของสุลต่าน   ภายในมีสระน้ำขนาดใหญ่ ให้นางธารกำนัลได้เล่นน้ำ อาบน้ำ



โดยมีพลับพลาที่ประทับของสุลต่านอยู่ใกล้ๆในบริเวณเดียวกัน  มีส่วนสระน้ำของมเหสีและพระธิดาแยกออกไปอีก รอบๆ จะเป็นสวนขนาดใหญ่ที่ยังคงความสวยงาม




            ดื่มด่ำกับความตระการตาของพระราชวังน้ำแล้ว  ได้เวลามื้อกลางวันกับไก่ทอด"ซูฮาตี้" ( AYUM GORENG SUHARTI) เป็นร้านไก่ทอดขึ้นชื่อของที่นี่ คนยอกยาการ์ต้านิยมกินกัน



ที่ร้านนี้ใช้ไก่บ้านทอดตัวไม่ใหญ่มาก กรอบนอกนุ่มใน เนื้อร่อนแกะกินง่าย จิ้มน้ำจิ้มอร่อยเลยทีเดียว  ชาวอินโดฯบอกว่า เป็นต้นตำรับที่อร่อยที่สุดและอร่อยกว่าไก่ทอด KFC และร้านนี้ก็มีที่มาน่าสนใจด้วย  




ชาวอินโดฯ เล่าที่มาให้ฟังว่า เจ้าของร้าน คุณซูฮาตี้   แต่เดิมก่อนจะมีกิจการที่รุ่งเรืองมากมายขนาดนี้ได้นั้น  เส้นทางชีวิตก็ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคนานัปการเธอเริ่มจากการทำงานเป็นลูกจ้างร้านไก่ทอดมาก่อน




ต่อมาได้แยกมาเปิดร้านเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อร้านว่า "มาดามซูฮาตี้" ชาวอินโดฯที่มากินมักติดใจในรสชาติกันมากจากปากต่อปากกลายเป็นทำให้ผู้คนแห่มากินกันมากมากจนกิจการของมาดามรุ่งเรืองสุดๆ




ผ่านไปไม่นาน"มาดามซูฮาตี้"  ได้แต่งงานและมีสามีมาช่วยทำกิจการร้านอาหารยิ่งทำให้กิจการใญ่โต รุ่งเรืองขึ้นไปอีก 

แต่ทำไประยะหนึ่งเธอได้ได้แยกทางกับสามี และแบ่งสมบัติกัน โดยสามีได้ชื่อร้าน "มาดามซูฮาตี้" ไป  ส่วนเธอไปเปิดร้านใหม่ชื่อ ไก่ทอด "ซูฮาตี้"ใน ยอกยาร์การ์ต้า ใช้ชื่อว่า        AYUM  GORENG SUHARTI




ปรากฏว่าผู้คนต่างเห็นอกเห็นใจมาดามก็แห่แหนกันมาอุดหนุนกันเยอะแยะมากมาย จนปัจจุบันร้านของเธอกลายเป็นที่นิยมกันมาก  และมากกว่าร้านของอดีตสามีเธอเสียอีก 




กินไปฟังเรื่องราวของเธอไปจนเพลิน ได้เวลาเดินทางไปกรุงจาการ์ต้า  เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ถึง สนามบินจาการ์ต้า  ได้เวลาอาหารค่ำ(อีกแล้ว)ทางคณะ SCGSharing the Dream อาสาพาไปอิ่มอร่อยกันที่ย่าน BATAVIA 




บริเวณนี้มีพื้นที่ลานกว้างคล้ายสนามหลวงบ้านเรา   




ยามค่ำคืนจะมีกลุ่มวัยรุ่น  วัยทำงานนัดกัน นั่งจับกลุ่มๆแช็ต  แชะ  กินดื่มกัน แบบสนุกสนาน  




พอประมาณ 4 ทุ่มเจ้าหน้าที่หรือทางการก็จะส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บกวาดลานส่วนกลุ่มวัยรุ่นก็จะทยอยกลับบ้านกัน  




เช้าวันรุ่งขึ้นได้ไปร่วมงานมอบทุนของโครงการ SCGSharing the Dream




ทำให้เห็นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาอินโดนีเซียต้องประสบกับปัญหาการขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อประเทศ 



 คุณนันทพงษ์ จันทร์ตระกูล SCGIndonesia Country Director เล่าให้ฟังว่า เอสซีจีได้เน้นการดำเนินงานตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างความสมดุลย์ของทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม




 ในด้านสังคมนั้น เอสซีจี จัดทำโครงการมอบทุนการศึกษา “SCGSharing the Dream” ในประเทศอินโดนีเซีย 




และอีก 6 ประเทศในภูมิภาคอาเซียนให้กับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีมีความกตัญญูและใส่ใจในสิ่งแวดล้อม 




และเพื่อปลูกจิตสำนึกให้เด็กๆ เหล่านี้เป็นผู้นำทางด้านการตัญญู  และใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมในประเทศของตัวเองให้เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศได้อย่างมีคุณภาพ




ในงานนี้ท่านภาสกรศิริยะพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาร์กาต้า มาเป็นสักขีพยาน และร่วมมอบทุนด้วย





เสร็จภาระกิจก็ได้เดินทางสู่สนามบินจาการ์ต้าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ ถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพราว ๆ  2  ทุ่ม  พบกันทริปต่อไป มีอะไรดีๆ ก็จะนำมาแชร์และแบ่งปันกันใหม่ค่ะ.


ขอบคุณทริปสนุกๆจาก SCG ค่ะ




Create Date : 12 สิงหาคม 2559
Last Update : 12 สิงหาคม 2559 18:15:05 น. 4 comments
Counter : 718 Pageviews.

 
ดูภาพลงมาเรื่อย ๆ น่าไปเที่ยว... อาหารน่ากินเหมือนกัน
ครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 12 สิงหาคม 2559 เวลา:18:50:12 น.  

 
สวยงามครับ



โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 12 สิงหาคม 2559 เวลา:23:59:46 น.  

 
แวะมาทักทายจ้าา


โดย: สมาชิกหมายเลข 3392476 วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:4:22:43 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: peepoobakub วันที่: 15 มีนาคม 2560 เวลา:16:01:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Raveetawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]




เที่ยว+กิน+ช้อปแล้วนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกัน
New Comments
Friends' blogs
[Add Raveetawan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.