..A new day, an old life..............
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
"ฮาร์ท" กับ "เฮด"

นิยายรักสมัยเก่าที่ผมอ่านตอนยังเป็นเด็กนั้น มักมีเรื่องของผู้ชายที่ลาจากคนรักไปเรียนต่อในต่างแดน แรกๆ คนรักก็ได้รับจดหมายจากเขาเป็นประจำ แล้วจดหมายก็ค่อยๆ ลดจำนวนลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่มีจดหมายจากเขามาอีกเลย



เช่นเดียวกัน เพลงลูกทุ่งลูกกรุงที่มีเนื้อหาทำนองนี้มีนับพันๆ เพลง สาวไปทำงานในเมืองกรุงแล้วลืมหนุ่มบ้านนา ลืมกลิ่นฟางข้าวและสาบควาย หลงระเริงไปกับแสงสีและคนรักใหม่ หนุ่มจากคนรักไปทำงานหากินในต่างแดนแล้วไม่กลับบ้าน ฯลฯ เพลงเหล่านี้ล้วนคร่ำครวญพิษจากอาการอกหัก โหยหาอดีตในห้วงเวลาที่ความรักยังดูดดื่ม โทษอีกฝ่ายที่ตัดรอนไมตรี หรือประนามอีกฝ่ายว่า หลายใจ



มาถึงสมัยที่การคมนาคมและสื่อสารง่ายดาย สิ่งเร้าจากภายนอกทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ใครคนหนึ่งเกิดอาการเปลี่ยนใจนั้นเป็นไปได้ง่ายกว่าสมัยก่อนหลายเท่า เห็นง่ายๆ จากการที่เพลงเกี่ยวกับอาการอกหักไม่มีวี่แววว่าจะลดลง ละครโทรทัศน์ที่ผู้หญิงสามคนตบตีกันแย่งชายคนเดียว หรือชายห้าคนหมายปองสตรีคนเดียว จึงไม่เคยตกยุค การอกหักเป็นองค์ประกอบที่ขายได้ หนังยิ่งเศร้า หลั่งน้ำตาเป็นถังๆ คนดูยิ่งชอบ ราวกับว่าเป็นพวกซาดิสท์ ชอบดูคนอื่นบาดเจ็บทางใจ



หนังสือ เพลง และละครสะท้อนให้เห็นว่า มนุษย์เราไม่มีวันหนีพ้นจากการอกหัก เพราะเมื่อใดที่อุปสงค์กับอุปทานไม่เท่ากัน ก็ต้องมีคนพลาดหวัง



ในสังคมสัตว์ป่า ตัวผู้ร้อยละร้อยต้องแข่งขันกันเพื่อชนะใจ (หรือกาย?) ตัวเมีย และการแข่งขันที่ชัดเจนเห็นง่ายที่สุดก็คือการประลองกำลังกัน ตั้งแต่การขวิดเขา ประสานงา ไปจนถึงการรำแพนให้ตัวเมียชม ในท้ายที่สุดจึงต้องมีสัตว์บางตัวที่ไม่มีคู่ตลอดฤดูกาลนั้น หรือตลอดไป



จึงไม่แปลกที่ขณะที่ใครคนหนึ่งมีความสุขที่สมหวังในรัก อีกคนหนึ่งก็อาจทุกข์ระทมจากการผิดหวังในรักนั้น อาการผิดหวังนี้คือการล้มทั้งยืน โลกแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ดวงอาทิตย์มืดหม่น



ความจริงการเปรียบเทียบว่าโลกแตกร้าวเป็นชิ้นๆ นั้นมิได้เกินเลย เพราะการอกหักเป็นความรู้สึกที่ทรมานสิ้นดี เนื่องจากมันเป็นส่วนผสมของความผิดหวัง ความเสียดาย ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ความรู้สึกว่าถูกทรยศ ถูกขโมย ถูกปล้น และความรู้สึกทางเพศที่ถูกตัดตอน



อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูให้ดีจะเห็นว่า สื่อและศิลปะสายละครหรือวรรณกรรมมักนิยมสะท้อนมุมของ ผู้ถูกกระทำ มากกว่า ผู้กระทำ



หลายครั้งมีคนมาปรับทุกข์กับผมว่า ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลิกกับแฟนดีหรือไม่ เงินเดือนของเขาน้อย อนาคตไม่สดใสเท่าคนรักใหม่ ไม่อยากเลิก แต่ก็พอมองออกว่า แต่งงานไปไม่นานก็คงมีปัญหา



การตราใครสักคนว่า หลายใจ เป็นการมองแบบเด็กๆ เพราะเรื่องอารมณ์ไม่มีถูกหรือผิด คุณไปซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ก่อนไปที่ร้านคุณรู้แล้วว่าจะซื้อยี่ห้อใด รุ่นไหน แต่เมื่อไปถึงร้าน พบว่ามีรุ่นอื่นๆ ที่ดีกว่า ราคาแพงกว่านิดหน่อย คุณก็เริ่มเขว



ว่าก็ว่าเถอะ ความรักเป็นเรื่องหนึ่ง การแต่งงานสร้างครอบครัวเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การตัดสินใจของแต่ละคนขึ้นอยู่กับว่าเข็มทิศชีวิตเป็นหัวใจหรือหัว (heart or head)



พูดง่ายๆ คือ ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ (หัวใจ) ขณะที่การสร้างครอบครัวเป็นเรื่องของการใช้เหตุผล (สมอง)



คนที่มองการณ์ไกล (โดยเฉพาะผู้ใหญ่) จึงมักเลือกคู่ครองที่สร้างความอุ่นใจได้ว่าแต่งงานไปแล้วจะไม่ลำบาก เพราะไม่มีอะไรทำให้รักจางเร็วเท่าหนทางที่ขรุขระ



นี่เป็นสัญชาตญาณธรรมดาของมนุษย์



แน่ละ แต่ละคนมองเรื่องนี้ต่างกัน คนที่ใช้หัวใจนำทางยอมกัดเกลือกินด้วยกันกับคนที่รัก คนที่ใช้สมองนำก็มักเลือกคนที่ให้ความปลอดภัยมากกว่า



ในสังคมมนุษย์ การต่อสู้กันทางกายเพื่อเอาชนะใจสตรีเป็นเรื่องสมัยยุคหินไปแล้ว มาตรวัดใหม่ก็คือความสามารถที่จะทำให้สตรีอยู่สบายกว่า เครื่องวัดที่ชัดเจนที่สุดก็คือเงิน หรือศักยภาพที่จะรับประกันท้องอิ่มได้ จนมีคนเอาไปเขียนเป็นเรื่องขบขันว่า ผู้หญิงชอบผู้ชายเลว รักผู้ชายที่ดี แต่แต่งงานกับผู้ชายที่รวย (ความจริงผู้ชายก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน)



เมื่อเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ คนที่ผิดหวังในรักก็จะมองว่าการอกหักเป็นหลักอุปสงค์กับอุปทานธรรมดา เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เข้าใจและให้เกียรติการตัดสินใจของคนรัก



ใช้หัวใจรักคนอื่น แต่เมื่ออกหัก ใช้สมองเข้าใจคนที่เรารัก



วินทร์ เลียววาริณ
http://www.winbookclub.com
15 กันยายน 2550








Create Date : 18 ตุลาคม 2550
Last Update : 18 ตุลาคม 2550 23:42:31 น. 6 comments
Counter : 283 Pageviews.

 
มาเยี่ยมค่ะ


โดย: Mooky Miracle Mom วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:0:02:12 น.  

 
เข้ามาทักทาย สองพี


โดย: nuinuinaka (nuinuinaka ) วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:18:29:18 น.  

 
อุ๊ยโย๋ !~ หลงทางเข้ามาอ่ะ อิอิ หวัดดีน้องปุ๊ย


โดย: null (CupidKiss ) วันที่: 25 ตุลาคม 2550 เวลา:8:20:05 น.  

 

...เข้ามาทักทายกันจ้า....


โดย: เพลินพิศ คิดถึงคุณ วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:13:22:08 น.  

 

...เข้ามาทักทายกันจ้า....


โดย: เพลินพิศ คิดถึงคุณ วันที่: 27 ตุลาคม 2550 เวลา:13:22:16 น.  

 
ดีดี


โดย: .....BaNzZa..... IP: 124.120.119.126 วันที่: 13 มีนาคม 2551 เวลา:3:49:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

PPalone
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ดีกับหนทางของใจ
เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ตัวว่าไม่ดีเหมือนใคร
เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ดีกับหนทางของใจ
เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ตัวว่าไม่ดีเหมือนใคร
อยู่กับความเป็นจริงกับสิ่งที่เป็นไป

เป็นแค่คน...ที่ขาดความอบอุ่น เป็นแค่คน...ชอบสร้างเรื่องวุ่นๆ ให้เธอเท่านั้น เป็นแค่คน...เซ่อซ่า - บ้าบอ..ไปวันๆ เป็นแค่คน...ช่างฝันเฟื่องแต่เรื่องเธอ - - เป็นแค่คน...ที่ห่วงใยเธอที่สุด เป็นแค่จุด...เล็กๆ ที่เธอมองไม่เห็น เป็นแค่คน...ที่ตรงไปหน่อยไม่ซ่อนเร้น เป็นแค่คน...ที่อยากให้เธอเห็นว่ารักกัน - - - เป็นแค่คน...ที่แคร์เธอกว่าใครๆ เป็นแค่สิ่ง...อื่นใดที่ไม่เคยจะหวังผล เป็นแค่คน...ข้างๆ ใจของใครบางคน เป็นได้แค่...คน..หนึ่งคน...ที่รักเธอ

Google
ฟังวิทยุออนไลน์ผ่านเน็ต !
Friends' blogs
[Add PPalone's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.