แล้ว...ทำไม
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 

การจดเลคเชอร์แบบ Cornell

การจดเลคเชอร์แบบ Cornell
ประสาท มีแต้ม
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

“คุณรู้ไหม คนเราสามารถคิดได้เร็วกว่าที่อาจารย์พูดถึงสี่เท่าตัว
ดังนั้น เราสามารถฟังและจดโน้ตดี ๆ ได้”

1. คำนำ
ในแต่ละปีผมพบว่า นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง (ซึ่งยังสด ๆ และมองชีวิตในมหาวิทยาลัยแบบสด ใสอยู่) จำนวนมากใช้วิธีจดเลคเชอร์ของแต่ ละวิชาลงในสมุดเล่มเดียวกัน เมื่อสอบถามได้ความว่า ค่อยไปลอกและทั้งปรับปรุงแก้ไขลงในสมุดของแต่ละวิชาในภายหลัง
ผมได้ตั้งคำถามเชิงแนะนำนักศึกษา ไปว่า “มันจะเป็นการเสียเวลาเกินความ จำเป็นไปไหม? ทำไมไม่ลองอีกวิธีหนึ่งซึ่งเปิดโอกาสให้เราสามารถปรับปรุงเนื้อหาได้ดีกว่าโดยไม่ต้องลอกใหม่และเสียเวลาน้อยกว่า”
วิธีที่ว่านี้คือ วิธีการจดเลคเชอร์แบบมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell Note Taking Method) ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ของบทความนี้ แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงอย่างชนิด ที่สามารถนำไปปฏิบัติใช้งาน ได้ ผมขออนุญาตชี้ให้เห็นปัญหาของการ จดเล็คเชอร์ของนักศึกษาไทย ก่อน

2. ปัญหาการจดเลคเชอร์
ผมเองเรียนและสอนทางสาขาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีปัญหา ในการจดเลคเชอร์น้อยที่สุดเมื่อ เทียบกับสาขาอื่น ๆ เพราะอาจารย์คณิตศาสตร์ (ทั่วโลก) จะเขียนเกือบทุกตัวอักษรลงบนก ระดานในขณะที่สาขาอื่น ๆ อาจารย์นิยมพูดเป็นส่วนใหญ่
ในการสอนวิชาคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นนิยาม ทฤษฎีบท หากเนื้อหาผิดพลาดไปแม้เพียงคำ เดียวก็จะกลายเป็นความผิดพลาด ที่ไม่อาจยอมรับกันได้ อาจารย์จึงต้องเขียนทุกคำบนกระดาน นอกจากนี้ในระหว่างการ “ทำโจทย์” ยังต้องการแสดงให้เห็นถึงวิธีการคิด วิธีการทำอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ในวิชาที่ผมสอนเอง บางครั้งมีบางเนื้อหาที่ไม่จำเป็นต้องจดลงบนกระดาน เช่น การเปรียบเทียบว่าวิธีที่หนึ่ง ดีกว่าวิธีที่สองอย่างไร นักศึกษาก็จดบันทึกไม่ถูก หรือไม่จดเลย เป็นต้น
ผมถามอาจารย์รุ่นใหม่ว่า “เคยมีการสอนวิธีการจดเลคเชอร์ในช่วงที่คุณเป็นนักศึกษาบ้างไหม” คำตอบที่ได้คือไม่มีครับ หากใครจดเลคเชอร์ได้ดีก็เป็นเพราะ ความสามารถเฉพาะตัว ไม่ใช่เพราะโดยการเรียนการสอนจากสถาบันการศึกษา
ผมเองก็ไม่เคยเรียนเรื่องเทคนิ คการจดเลคเชอร์มาก่อนเช่นเดียว กัน เพิ่งจะได้เรียนรู้ก็ตอนที่โลก เรามีอินเตอร์เนตใช้นี่เอง ขอบคุณอินเตอร์เนตที่เปิดโอกา สให้เราได้ “ท่องโลก” เพื่อการเรียนรู้และนำมาถ่ายทอดต่อในที่นี้
อนึ่ง การที่เราจะจดเลคเชอร์ได้ดีหรือ ไม่ นอกจากจะต้องมีเทคนิควิธีการที่ จะกล่าวถึงแล้ว ยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการฟัง การมีสมาธิและการจับประเด็น ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และใหญ่มาก ๆ สำหรับสังคมนักศึกษาไทยเราในวันนี้ รวมทั้งในสังคมของผู้ใหญ่ด้วย
นักศึกษาบางคนไม่ยอมจดเลคเชอร์ โดยอ้างว่า “ต้องการฟังให้ได้มากที่สุดและทำความเข้าใจเนื้อหาไปเลย แล้วค่อยขอยืมของเพื่อนไปถ่ายเอกสาร”
เรื่องนี้นักการศึกษาบางคนถึงกับ เตือนว่า “การจดเลคเชอร์และการทำโน้ตย่อ ขณะอ่านหนังสือ ไม่ใช่เป็นกิจกรรมที่เราชอบแล้วจึงลงมือทำ แต่เป็นกิจกรรมที่ต้องทำ”
การจดเล็คเชอร์เป็นการบังคับตัว เราเองให้ฟังอย่างตั้งใจ ไม่เผลอหลับเพราะมีการเคลื่อนไหว ทั้งมือและสมอง เมื่อกลับไปเปิดเลคเชอร์โน้ตในภายหลัง เราจะพบว่ามันคือเข็มทิศที่นำเราไปสู่การค้นคว้าเพิ่มเติมจากตำราต่อไป นอกจากนี้ โน้ตของเราจะทำให้จำได้ง่ายกว่า ตำรา
โดยสรุป การจดเลคเชอร์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ นักเรียนและนักศึกษาทุก คน แต่จะทำอย่างไรให้ได้ดี คำตอบคือต้องฝึกหัดเหมือนกับที่เราหัดเดินตอนเป็นทารก การจดเลคเชอร์ที่ดีจะส่งผลให้ก ารเรียนของเราดีและได้เกรด ดีขึ้น ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำที่ยอมรับกัน อย่างกว้างขวางว่าเป็นวิธีที่ ดีที่สุดวิธีหนึ่ง

3. การจดเล็คเชอร์แบบมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์
วิธีนี้ได้คิดค้นโดย Dr. Walter Pauk ผู้ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์และได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์การอ่านและการศึกษา (Cornell University's reading and study center) ของมหาวิทยาลัย เป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในสาขาพัฒนาการศึกษาและทักษะการเรียนรู้ และเป็นผู้เขียนหนังสือชื่อ How To Study In College ซึ่งเป็นหนังสือที่ถูกจัดเป็นประเภทที่ขายดีที่สุด
มหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่และ คิดว่ารวมถึงมหาวิทยาลัยแห่ง อื่นด้วย ไม่มี “ศูนย์” หรือ “สถาบัน” ในลักษณะที่ช่วยพัฒนานักศึกษาเช่นนี้ แต่มีศูนย์ทางด้านธุรกิจและอื่น ๆ มากมาย
วิธีการจดเลคเชอร์ มีหลายวิธี แต่ Wikepedia จัดว่าวิธีที่จะกล่าวถึงนี้เป็นวิธีที่มีการใช้กันแพร่หลายมาก โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 การจัดแบ่งหน้ากระดาษ
ให้แบ่งหน้ากระดาษออกเป็น 2 คอลัมน์ ถ้าเป็นกระดาษขนาด A4 (ขนาด 8.5x11 นิ้ว) คอลัมน์ซ้ายมือกว้าง 2 นิ้วครึ่ง ส่วนที่เหลือเป็นคอลัมน์ขวามือกว้างประมาณ 6 นิ้ว ถ้าเป็นกระดาษสมุดก็ปรับตามความ เหมาะสม แต่คอลัมน์ทางซ้ายมือไม่ควรจะ กว้างน้อยกว่า 2.25 นิ้ว เพราะจะต้องใช้พื้นที่ส่วนนี้เขียนข้อความสำคัญในภายหลัง
เว้นด้านล่างของกระดาษไว้ประมาณ 2 นิ้ว ไว้สำหรับเขียนสรุปหลังจากได้ท บทวนแล้ว ดังรูป



หมายเหตุ คำว่า Cue ในที่นี้ หมายถึง สัญญาณหรือคำที่ช่วยเตือนความจำ ช่วยให้เราทำกิจกรรมอื่นต่อไป ภาพข้างล่างนี้จะช่วยขยายความถึงการใช้หน้ากระดาษ (ซึ่งจะอธิบายต่อไป)




ขั้นที่ 2 คำแนะนำทั่วไป
ถ้าใช้กระดาษขนาด A4 ควรเขียน วันที่ รายวิชา และเลขหน้าไว้บนหัวกระดาษ เพราะเหมาะสำหรับการนำไปรวมกันเป็นแฟ้มของแต่ละวิชาได้สะดวก เช่น 2 มิ.ย. 53 คณิตศาสตร์ 101 หน้า 1
นักศึกษาควรเข้าห้องเรียนก่อนเวลา เล็กน้อย เพราะโดยปกติ ในช่วง 5 นาทีแรกอาจารย์มักจะแนะนำสาระสำคัญของเนื้อหาที่จะบรรยายในคาบนี้ รวมทั้งความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเนื้อหาเดิม การที่เราได้รับทราบแนวของเนื้อ หาก่อนจะทำให้เราสามารถเข้า ใจสิ่งที่จะได้ฟังง่ายขึ้น
ควรอ่านเอกสารล่วงหน้า (ถ้าเป็นไปได้) และควรมีปากกาและดินสอหลายสี หากสามารถพกกล่องปากกาติดตัวได้ก็ยิ่งเป็นการดี นักศึกษาชายใส่ในย่าม นักศึกษาหญิงใส่ที่เดียวกับเครื่องสำอาง(!)

ขั้นที่ 3 การฟังและจดเลคเชอร์
- จดเนื้อหาสำคัญลงในคอลัมน์ขวา มือ (Note Taking Area) ในชั่วโมงบรรยาย
- อย่าจดทุกคำ เลือกเฉพาะที่ประเด็นสำคัญ พร้อมเหตุผลสนับสนุน ถ้าจดละเอียดมากเกินไปจะทำให้เป็น นักฟังแย่ลงและจดไม่ทัน
- อย่าเขียนให้เป็นประโยค ถ้าสามารถใช้วลีได้ และอย่าเขียนเป็นวลี ถ้าสามารถเขียนเป็นคำเดียวโดด ๆ ได้
- พยายามใช้ตัวย่อ สัญลักษณ์ ลูกศร เช่น ใช้ “&” แทน “และ”, "~" แทน "ประมาณ"
- หากจับประเด็นไม่ได้หรือจับไม่ ทัน ควรเว้นกระดาษพร้อมทำเครื่องหมาย ? เพื่อถามเพื่อนหรือค้นเพิ่มเติม ภายหลัง อย่าเสียดายกระดาษ ความรู้มีค่ามากกว่ากระดาษ
- พยายามตั้งใจฟังประโยคสำคัญ ๆ เช่น “เรื่องนี้มีเหตุผล 3 ประการคือ” หรือฟังการย้ำ การเน้นเสียงของอาจารย์

ขั้นที่ 4 การทบทวนและทำให้เลคเชอร์โน้ตกระชับ
- หลังจากจดเลคเชอร์มาแล้ว (เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้) ให้อ่านที่จดมาได้ ไม่ใช่ศึกษาเพื่อทำความเข้าใจ แต่เพื่อตรวจสอบความถูกต้องกับ ตำรา ถ้าพบที่ผิดก็แก้ไข ปรับปรุง
- ทบทวนและทำเนื้อหาให้กระชับและ สั้นลง โดยเขียนประเด็นสำคัญ (Main ideas) คำถาม แผนผัง สัญญาณเตือนความจำลงในคอลัมน์ซ้าย มือ (Cue Column) เขียนเมื่อได้ทบทวนเนื้อหาแล้ว ถ้าสามารถทบทวนได้ภายใน 24 - 48 ชั่วโมงหลังจากการฟังคำบรรยาย เรายังคงจำเนื้อเรื่องได้ถึง 80% ถ้าเลยเวลานี้ไปเราจะลืมไปแล้ว 80% นั่นหมายความว่าเราต้องเสียเวลา เรียนใหม่เกือบทั้งหมด
- เขียนเฉพาะคำสำคัญ หรือวลี เพื่อสรุปประเด็นสำคัญ เขียนคำถามที่คาดว่าน่าจะเป็นข้อ สอบ
ขั้นที่ 5 เขียนสรุปลงในส่วนที่สาม
สรุปเนื้อหาสัก 1- 2 ประโยคด้วยภาษาของเราเองลงในส่วนที่ 3 ของกระดาษ โดยเขียนหลังจากที่เราได้ทบทวน และทำความเข้าใจบทเรียนแล้ว
4. สรุป ข้างล่างนี้คือตัวอย่างหนึ่งที่ ได้ทำครบถ้วนทุกขั้นตอนแล้ว อาจจะช่วยให้เราเข้าใจดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลัมน์แรก อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไม่เริ่มต้นลงมือทำ เราก็ไม่มีวันที่จะเป็น ทุกอย่างต้องมีการฝึกฝนครับ





อ้างอิง : http://www.facebook.com/profile.php?id=558237906#!/note.php?note_id=120014341366983
อาจารย์ ประสาท มีแต้ม: การจดเลคเชอร์แบบ Cornell

(เพื่อนส่งต่อๆกันมา)




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2553
5 comments
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 21:39:56 น.
Counter : 6369 Pageviews.

 

ขอบคุณมากมายคับพี่


อิอิอิ

 

โดย: ผ้าใบเปื้อนฝุ่น IP: 118.172.226.21 29 มิถุนายน 2553 21:42:21 น.  

 

ขอบคุณมากๆค่ะ

 

โดย: thinkcraft 13 กรกฎาคม 2553 9:32:16 น.  

 

เยี่ยม จะนำไปสอนนักศึกษาค่ะ
น.ศ. ไม่ค่อยจดโน้ตค่ะ งงมาก

 

โดย: น่าสนใจมาก IP: 180.183.57.17 17 สิงหาคม 2553 12:35:13 น.  

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน ติวเลขออนไลน์

 

โดย: swkt (tewtor ) 11 เมษายน 2554 23:16:00 น.  

 

เข้าใจมากคับขอบใจคาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบไปละบาย :p

 

โดย: 000... IP: 118.172.158.76 5 มีนาคม 2557 11:19:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


อุนทามะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อุนทามะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.