Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
8 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
ไม่ตั้งใจหรือตั้งใจไม่ได้ แก่นแท้ของเรื่องราว สมาธิสั้นในผู้ใหญ่

คนส่วนมากคงไม่คิดว่าจะมีสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ และไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไร จริง ๆ แล้วไม่เฉพาะเด็กเท่านั้นที่มีอาการสมาธิสั้น ผู้ใหญ่ก็เป็น ผู้ใหญ่ที่เป็นก็คือเด็กที่เคยสมาธิสั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราเป็น เพราะเมื่อหลายปีก่อนยังไม่มีโรคนี้ คนรู้จักน้อยมาก

เมื่อเราได้มา พบว่าตัวเองสมาธิสั้น มันมีผลกระทบต่อชีวิตเรามาก เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่ก็มีความเศร้าอยู่ พยายามหาคนรักษาก็ไม่มีการรักษาโดยตรงที่เมืองไทย มีแต่หมอจิเวชเด็ก ทุกวันนี้เรายังคงดิ้นรนที่จะรักษา ทำให้ตัวเองมีสุขมากขึ้น มองสิ่งที่ผ่านมาแล้วยอมรับมัน

เราเชื่อว่า มีคนอีกหลาย ๆ คนที่เป็นสมาธิสั้น แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ไม่รู้ว่ามันมีผลต่อชีวิตเราอย่างไร หวังว่าถ้าได้อ่านบทความนี้ จะำทำให้เข้าใจได้มากขึ้นนะคะ

สามีเราได้เห็นถึงความสำคัญจึงแปล หนังสือบางบท จากหนังสือ Delivered from Distraction เขียนโดย Edward M' Hallowell, M.D., and John J. Ratey, M.D.

ไม่ตั้งใจหรือตั้งใจไม่ได้ แก่นแท้ของเรื่องราว

ตั้งใจได้แล้ว มีคนบางคนบอกคุณเสมอ

แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ล่ะ ถึงแม้จะพยายามเท่าใด มีไหมที่คุณพบว่าใจของคุณก็ไปที่ที่ใจมันอยากจะไป ซึ่งที่นั้นไม่ใช่ที่ที่คุณตั้งใจไว้

เช่นเดียวกัน ก็มีคนหลายคนบอกเสมอว่า “แค่เธอจะพยายามอีกสักนิด เธอก็จะตั้งใจได้” ประโยคนี้ออกมาได้จากทั้งคุณครู พ่อแม่ คู่ครองของเราเอง เพื่อน เจ้านาย หรือใครก็ตามที่พยายามบอกคนอื่นให้ตั้งใจหรือสนใจกับอะไรบางอย่าง ความรู้สึกเบื้องหลังประโยคนี้คือความโกรธขึ้ง เพราะคนที่พูดนั้นคิดเสมอว่า ถ้าคนคนหนึ่งพยายามแล้ว เขาคนนั้นก็ต้องตั้งใจได้

ความเห็นข้างต้นเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก เปรียบได้กับว่าความพยายามใดก็ไม่สามารถทำให้คนสายตาสั้นสามารถบังคับสายตาให้มองได้ชัดขึ้นได้ และความพยายามใดก็ไม่สามารถพาคุณให้หลับได้ยามใจต้องการ และความพยายามใดก็ไม่สามารถพาให้คุณไปตกหลุมรักกับใครบางคนก็ได้ เพื่อที่จะมีสายตาที่มองได้ชัดเจนหรือหลับลงได้หรือมีความรักหรือมีสมาธิ มีสาเหตุปัจจัยมากมายนอกจากความพยายาม และมากไปกว่านั้น ยังมีหลายปัจจัยที่มุ่งแต่จะพาคุณออกนอกเส้นทางที่ตั้งใจไว้

สิ่งที่เราจะสนใจในที่นี้คือ การมีสมาธิ แน่นอนว่า “ความพยายาม” คือหนึ่งในหลายปัจจัยที่นำไปสู่การมีสมาธิ แต่ความพยายามก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยเดียวเท่านั้น ลองคิดถึงสถานการณ์เหล่านี้ หากคุณกำลังตกอยู่ในห้วงปัญหาใหญ่อย่างหนึ่ง มันคงไม่ง่ายที่คุณจะไปใส่ใจเรื่องอื่น ๆ อีก ไม่ว่าคุณจะพยายามสักเท่าไร หรือบางครั้งเมื่อคุณกำลังหิว การจะตั้งใจทำงานก็เป็นเรื่องยากเมื่อเทียบกับยามท้องอิ่ม และถ้าคุณกำลังป่วยหรือมีไข้ คุณก็คงพบว่าใจของคุณมีแต่วนเวียนอยู่กับความป่วยไข้โดยไม่ต้องตั้งใจแต่อย่างใด หรือถ้าตอนนี้มีคนมาขุดถนนอยู่ข้างนอก เสียงก็จะรบกวนจนยากที่จะมีสมาธิทำงานในห้องนี้ หรือหากคุณเพิ่งจะอกหักมา จิตใจก็คงคิดแต่เรื่องอกหักเท่านั้น ถ้าคุณซึมเศร้าหรือฉุนเฉียว จิตใจย่อมเลื่อนลอย ถ้าคุณอยู่ในความเจ็บปวด ความเจ็บปวดก็ดึงความสนใจของคุณไป ถ้าคุณกำลังง่วง คุณก็ย่อมมีสมาธิได้ยาก ปัจจัยเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราทราบ แต่ก็ยังมีอีก(หลายสาเหตุ)มาก

การเป็น ADD เป็นเพียงสภาวะหนึ่งจากหลายสภาวะที่มีผลต่อการมีสมาธิ แม้ว่าโดยแท้แล้ว อาการ ADD คือปัจจัยที่ส่งผลได้มากที่สุด แต่ก็มักถูกมองข้ามไป
นับแต่อดีตนับเป็นพันปี คุณครู พ่อแม่ คู่ครอง เจ้านาย หรือใคร ๆ ล้วนไม่ได้เห็นว่าการมีสมาธินั้นไม่เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราเสมอไป บางครั้งเราควบคุมมันได้ เช่นหากคุณบอกใครให้ตั้งใจฟังคุณ เขาก็จะบังคับตัวเองให้มาฟัง แต่ก็จะได้เพียงไม่กี่วินาที จากนั้น อาจเปรียบได้ว่าผู้คุมขังจิตใจก็จะผละงานไป ปล่อยให้จิตใจของคุณเป็นดั่งภูติผีที่จะล่องลอยไปถึงที่ใจอยากจะไป

ไม่มีใครตั้งท่าบังคับใจของตัวเองได้นาน คุณเองอาจจะลองดูก็ได้ ลองบังคับตัวเองให้จดจ่ออยู่กับบางสิ่งที่น่าเบื่อ โดยอาจเป็นหนังสือวิชาการเล่มหนาหรือการสนทนาในเรื่องที่คุณไม่สนใจ คุณอาจบังคับตัวเองให้ใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น แต่เพียงอึดใจ คุณก็ลืมแล้วว่ากำลังพยายามตั้งใจจดจ่อกับสิ่งนั้น และใจของคุณก็ได้ลอยไปไปตามที่ใจอยากจะไป เพื่อให้ กลับมาสนใจได้ ขั้นแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าในวินาทีนั้นใจได้ลอยไปแล้ว แต่คุณก็ไม่รู้ เพราะตัวและใจของคุณต่างกำลังตกอยู่ภายในความคิดใหม่นั้น จนเมื่อแมลงวันสักตัวบินผ่านมากวนใจ คุณก็อาจนึกขึ้นมาได้และพาตัวและใจกลับมาที่เจ้าหนังสือเล่มเดิม แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ใจก็ลอยไปอีกครั้ง

ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก เพียงไม่ช้าหลังจากที่คุณบังคับตัวเองให้ตั้งใจ คุณจะลืมว่าคุณเพิ่งได้บังคับตัวเองให้ตั้งใจไว้ ไม่ว่าคุณจะต้องการบังคับตัวเองสักเท่าไรให้ตั้งใจ ความเบื่อในอารมณ์นั้นๆจะยอมให้ความอยากรู้อยากเห็นมาคลายล็อค และปล่อยให้ใจล่องลอยไปหาสิ่งที่ใจอยากจะไป
ที่ได้กล่าวมา คือลักษณะพฤติกรรมของการตั้งสมาธิของคนที่ไม่ได้เป็น ADD สำหรับคนที่เป็น ADD ลักษณะของการมีสมาธิก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่รุนแรงขึ้น คนที่เป็น ADD จะตั้งสมาธิได้ไม่สม่ำเสมอเท่าคนที่ไม่เป็น ADD ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็น ADD ไม่ได้พยายามตั้งใจได้อย่างสม่ำเสมอเท่า เพียงแต่เขาทำไม่ได้

เมื่อให้เห็นภาพ ผมขอเล่าเรื่องต่อไปนี้ คนไข้รายแรก ๆ ของผมที่เข้ามารับการบำบัด ADD เป็นนักประพันธ์ที่อาศัยอยู่ในแถบชิคาโก้ บทกวีของเขาได้รับการชื่นชมยอมรับเป็นอย่างสูง แต่ในชีวิตจริง บทประพันธ์ก็ไม่ได้ขายได้ราคาเท่าใดแม้จะเป็นบทกวีชั้นเยี่ยม ดังนั้นคนไข้รายนี้จึงต้องมีอาชีพที่สอง เราเรียกเขาว่าแฮงค์ก็แล้วกัน แฮงค์เป็นคนรักเด็ก เขาจึงมีอาชีพที่สองเป็นคนขับรถโรงเรียน
มาวันหนึ่งแฮงค์เข้ามาปรึกษาว่าเขาเป็นกังวลมากว่าอาจจะถูกไล่ออกจากงานขับรถโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะงานนี้จำเป็นสำหรับปากท้องของเขามากและเขาก็ชอบงานนี้ เมื่อผมถามไถ่ เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันก่อน

เขาเล่าว่า “วันก่อน ผมขับรถโรงเรียนอยู่ในลานจอดรถของโรงเรียน เหมือนที่เคยทำอยู่ทุกวัน” เขาเล่าต่อไป “เด็ก ๆ ก็อัดกันขึ้นรถเหมือนอย่างทุกวัน เมื่อทุกคนได้ที่นั่งหมดแล้ว ผมก็ออกรถ ผมขับไปตามทางเหมือนที่ขับทุกวัน แล้วผมก็ขับรถโรงเรียนกลับไปจอดที่อู่ ก่อนที่จะไปเอารถของผมเหมือนอย่างทุกวัน แต่เมื่อผมดับเครื่องแล้วหันไปมองรอบ ๆ นี่สิ ผมก็เห็นเด็กยังอยู่เต็มรถ ผมไม่ได้หยุดรถส่งเด็กเลยสักป้าย เด็ก ๆ ก็ไม่มีใครว่าอะไร ผมเดาว่าพวกเขาคงคิดว่า วันนี้มีนั่งรถไปเที่ยวนอกสถานที่หรืออย่างไรไม่ทราบ ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไรนะ”

ผมก็ถามว่า “แล้วทำไมคุณไม่หยุดรถส่งนักเรียนล่ะ”

“ก็เพราะตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มนึกแต่งกลอนบทใหม่ในหัว ผมจดจ่อมีสมาธิอยู่กับบทกลอน การขับรถไปตามทางนั่นผมทำได้แบบอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่การหยุดรับส่งนี่สิ มันต้องการสมาธิอยู่ในแต่ละขณะ แต่ใจของผมตอนนั้นมันอยู่แต่กับบทกลอน”

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยความที่แฮงค์เป็นคนที่รักของผู้คน เขาจึงไม่เสียงานที่เขารักไป แต่ทั้งผมและเขามาคิดร่วมกันว่างานขับรถโรงเรียนอาจไม่เหมาะเสียแล้ว เมื่อดูความเสี่ยงที่มีอยู่

ในอาการ ADD คนอาจมีจิตหลงไปในงานใดงานหนึ่ง จนลืมเนื้อลืมตัวไปได้ทั้งหมด ในขณะนั้น คุณไม่ได้ขาดซึ่งสมาธิ แต่คุณมีสมาธิกับสิ่งที่มันล่องลอยไป ใจของคุณไม่ได้ว่างเปล่าไม่มีอะไร เพียงแต่มันไปในที่ที่มันอยากจะไป ดังนั้นอาการที่ระบุว่า Attention Deficit Disorder ซึ่งแปลว่าอาการขาดสมาธิ จึงไม่ตรงประเด็นโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าคนเป็น ADD ไม่มีสมาธิ แต่เป็นว่าความสนใจหรือสมาธิของเราจะไปอยู่ในที่ที่มันอยากจะไปและไม่ใช่ว่าเราจะควบคุมมันได้เสมอไป

แต่อาการแบบนี้ก็ไม่ใช้ไม่มีข้อดี บทกวีที่แฮงค์แต่งขึ้นระหว่างขับรถเลยป้ายส่งนักเรียนนั้นอาจได้รางวัลพูลิตเซอร์ก็ได้ แต่การที่เขาไม่หยุดรถส่งนักเรียนก็เกือบทำเขาตกงาน

เป้าหมายของการบำบัด ADD ไม่ใช่เพื่อป้องกันไม่ให้ใจล่องลอย แต่เป็นเพื่อทำให้จิตใจอยู่ภายใต้การควบคุมบ้าง เราไม่ได้ต้องการกำจัดการใจลอย เพราะในระหว่างที่จิตใจซัดส่ายไปมานี่เอง ที่ความคิดบรรเจิดของเราผุดขึ้นมา ความคิดสร้างสรรค์นั้นแน่นอนว่าไม่ได้เกิดตามตารางเวลาที่กำหนดไว้หรือเกิดตามใจนึกสั่ง เป็นสิ่งที่บอกไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ก็ด้วยลักษณะหุนหันและยุกยิกเป็นหนึ่งในอาการหลักของ ADD จึงดูเป็นเหตุเป็นผลที่คนที่เป็น ADD มักจะมีความคิดสร้างสรรค์ดีกว่าคนที่ไม่เป็น ADD

เป้าหมายของสิ่งที่เรียกว่าเป็นการบำบัดคือเพื่อรักษาข้อดีที่มีได้จากอาการ ADD พร้อมไปกับการจำกัดปัญหาที่มาพร้อมกัน ความพยายามเป็นส่วนหนึ่งได้สำหรับการบำบัด แต่ความพยายามก็ให้ผลดีได้ไม่เท่ากับการมแผนการบำบัดที่ครอบคลุมซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้จากหน้ามือเป็นหลังมือ การจะบอกให้คนที่เป็น ADD พยายามให้มาขึ้น ก็เปรียบได้กับการบอกคนสายตาสั้นให้เพียรเพ่งให้มากขึ้นเพื่อหวังจะมองได้ชัดเจนขึ้น



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2553 16:04:19 น. 1 comments
Counter : 815 Pageviews.

 
ดิฉันกำลังประสบปัญหาอยู่ค่ะ
สามีเป็นโรคสมาธิสั้น แล้วเค้าไม่ยอมรับด้วย
สร้างปัญหาให้ครอบครัวอย่างยิ่ง


โดย: lovebelow IP: 182.53.147.225 วันที่: 9 มกราคม 2555 เวลา:11:12:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkyjung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add pinkyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.