Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
22 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ความคันที่แก่นของ ADD สมาธิสั้นในผู้ใหญ่

คนส่วนมากคงไม่คิดว่าจะมีสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ และไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไร จริง ๆ แล้วไม่เฉพาะเด็กเท่านั้นที่มีอาการสมาธิสั้น ผู้ใหญ่ก็เป็น ผู้ใหญ่ที่เป็นก็คือเด็กที่เคยสมาธิสั้นนั่นแหละ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราเป็น เพราะเมื่อหลายปีก่อนยังไม่มีโรคนี้ คนรู้จักน้อยมาก

เมื่อเราได้มา พบว่าตัวเองสมาธิสั้น มันมีผลกระทบต่อชีวิตเรามาก เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่ก็มีความเศร้าอยู่ พยายามหาคนรักษาก็ไม่มีการรักษาโดยตรงที่เมืองไทย มีแต่หมอจิเวชเด็ก ทุกวันนี้เรายังคงดิ้นรนที่จะรักษา ทำให้ตัวเองมีสุขมากขึ้น มองสิ่งที่ผ่านมาแล้วยอมรับมัน

เราเชื่อว่า มีคนอีกหลาย ๆ คนที่เป็นสมาธิสั้น แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ไม่รู้ว่ามันมีผลต่อชีวิตเราอย่างไร หวังว่าถ้าได้อ่านบทความนี้ จะำทำให้เข้าใจได้มากขึ้นนะคะ

สามีเราได้เห็นถึงความสำคัญจึงแปล หนังสือบางบท จากหนังสือ Delivered from Distraction เขียนโดย Edward M' Hallowell, M.D., and John J. Ratey, M.D

ความคันที่แก่นของ ADD

เป็นอะไรก็ไม่รู้ ผมต้องทำทุกอย่างเพื่อทำลายความสำเร็จของตัวเอง ผมประหม่า ผมหยุดตัวเองไม่ได้ แล้วยังชอบทำสิ่งโง่ ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นการเมา โวยวายหรือขาดประชุมที่สำคัญ ทำไมหนอ ผมถึงทำอย่างนี้

คนไข้คนที่พูดนี้ ผมได้เริ่มบำบัดเขามาได้หลายปีแล้ว เขามีอาการ ADD เฉพาะอย่างแบบหนึ่ง โดยเป็นแบบที่มีความคันลึกลงไปในจิตใจ เป็นความคันที่มักจะถูกเกาด้วยพฤติกรรมที่อันตราย และในเวลาที่ไม่เหมาะเป็นที่สุด

“ในระหว่างคุยกับใครบางคนที่ผมก็ไม่ได้รู้จักดี บ่อยทีเดียวที่ผมก็นึกอย่ากขึ้นมาที่จะสาดน้ำใส่หน้าคนคนนั้น จริง ๆ ก็แค่ให้สะใจ แค่อยากเห็นว่าเขาจะตอบสนองอย่างไร แต่ก็โชคดีที่ผมได้แค่อยาก ไม่ได้ทำไปจริง ๆ นี่ผมบ้าไปหรือเปล่าครับ”

เขาไม่ได้บ้า แต่เขามีอาการ ADD แบบคันคัน เป็นแบบที่คอยแต่จะสร้างอารมณ์คันที่เกาเข้าไปไม่ได้ แต่ก็เป็นความคันที่สามารถขับดันไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานและความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ และยังอาจไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานและความสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ และยังอาจไปสู่ความน่าอับอายอดสู หรือแม้แต่ความวินาศสันตโรได้ในชีวิตคนเดียวกัน

คนไข้อีกคนก็ว่า “ไม่ว่าชีวิตของฉ้นไปได้ด้วยดีขนาดไหน ฉันจะรู้สึกถึงควมไม่พึงพอใจอยู่ลาง ๆ อยู่เสมอ เหมือนว่าฉันทำอะไรบางอย่างไม่ถูก หรือฉันขาดบางอย่างในตัวไปที่จะทำให้ชีวิตมีความสุข ไม่เคยเลยนะ คุณสามีก็ไม่รู้จะช่วยอะไร ฉันได้ที่ทำให้มันแย่ลงไปอีกคือบางทีเขาก็โทษตัวเองว่าทำให้ฉันรู้สึกอย่างนี้ แต่มันไม่ใช่ความผิดของเขา แต่มันอยู่ที่ฉัน ลึกลงไป มันมีบางอย่างที่ไม่ปกติ ตกลงมันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดเลยหรือ”

ไม่หรอก มันไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอด ผู้หญิงคนนี้เป็น ADD แต่เป็นรูปแบบที่ทำให้เธอรู้สึกอยู่บาง ๆ ตลอดถึง ...... ถึงความไม่พึงพอใจ ถึงความไม่มีความสูง และบางทีถึงกับ ไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก แต่ก็ด้วยปัจจัยที่เธอไม่เข้าใจ จริงแล้วมันไม่มีปัจจัยภายนอกที่จะไปเข้าใจได้ ความเศร้าของเธอมีต้นเหตุมาจากลักษณะการเชื่อมต่อในสมอง สิ่งที่เธอรู้สึกไม่ได้มาจากอาการซึมเศร้า (depression) อาการซึมเศร้าเกิดขึ้นเป็นช่วงเวลา และจะหายไปเป็นเป็นช่วงเวลา ผู้หญิงคนนี้รู้สึกถึงความเศร้า อาจเป็นวัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นชั่วโมง แต่มันก็หายไปได้เร็วเช่นกัน นี่ไม่ใช่อาการซึมเศร้า มันเป็นอาการ ADD แบบคันคัน
“ชีวิตในแต่ละวันมันน่าเบื่อสุด ๆ จริง ๆ สำหรับผม ผมคอยแต่จะรู้สึกว่าต้องทำบางอย่างเพื่อปลุกทุกอย่างให้ตื่นขึ้น ผมจะแซวอย่างนั้น พูดขัดหูอย่างนี้ ผมรู้ว่าผมไม่ควรทำไปอย่างนั้น ก็พยายามจะยั้งใจไว้ แต่ก็ยั้งไว้ไม่ได้ ผมเป็นอะไรเนี่ย
คนไข้คนนี้มีอาการ ADD เฉพาะอย่างแบบหนึ่ง สุดท้ายแล้วเขาจะเจ๋งหรือจะเจ๊งก็ขึ้นอยู่ว่าเขาจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขาอย่งไร

“ฉันหยุดที่จะรักไม่ได้ ฉันรักผู้ชายทุกคน ฉันรักครอบครัวของฉัน งานของฉัน ฉันไม่อยากทำอะไรที่จะทำให้ฉันเสียมันไป แต่ในอีกด้านหนึ่งฉันชอบใกล้ชิดผู้คน และถ้าเป็นผู้ชายแล้ว มันก็ไม่หลุดจากเรื่องบนเตียง ฉันนึกย้อนไม่ออกว่า วันไหนที่ไม่มีการตามจับหนุ่ม ๆ ฉันเคยพบจิตแพทย์ เขาบอกว่าฉันมีอาการบุคคลิกแบบ histrioric แต่ฉันลองอ่านดูแล้ว มันไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงฉาบฉวยไร้สมองอย่างนั้น ฉันหมกมุ่นกับเรื่องบนเตียงมากไปหน่อย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะรู้สึกแย่กับมัน มันเป็นความรู้สึกที่ดีและอบอุ่น แต่ฉันรู้ว่ามันก็เสี่ยง มันเป็นอะไรกันแน่ ฉันเป็ฯคนแย่ไหมเนี่ย”

เธอไม่ได้เป็นคนเลวหรือเป็น histrionic เธอมีอาการ ADD เฉพาะอย่างหนึ่ง เป็นแบบที่ต้องการการเร้าอย่างสูงเป็นประจำเพื่อที่จะรู้สึกอยู่กับร่องกับรอยและสดชื่น มันคือเหตุผลที่เธอรู้สึกดี เมื่อเธอได้รบการตอบสนองด้วยการเร้าอย่างสูง ซึ่งในกรณีนี้คือการเร้าทางเพศ เธอก็จะสดชื่นและรู้สึกดี เมื่อเธอขาดสิ่งนี้ เธอก็รู้สึกแย่

คนที่เป็น ADD มักไม่ชอบความรู้สึกที่อยู่ข้างในตนเอง มันไม่ง่ายที่คนเหล่านี้จะอธิบายว่ามันคืออะไรแน่ ที่เขาไม่ชอบกับความรู้สึกของตัวเอง นอกจากจะบอกได้แค่ว่ารู้เบื่อ เซ็ง ซึมกระทือ หรือเลื่อนลอย

สิ่งที่เริ่มจากความรู้สึกไม่พึงพอใจเพียงอ่อน ๆ สามารถยกระดับขึ้นในทันทีเป็น veritable crisis ทันใด คนที่เป็น ADD ก็รู้สึกว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อสลัดความรู้สึกนี้ในทันใดนั้น เขาก็อยู่ในภาวะที่อยู่นอกเหนือการยับยั้งชั่งใจตามเหตุผล

ในห้วงเวลาเหล่านี้เอง ที่คนเป็น ADD จะเริ่มการตัดสินใจอย่างหุนหันที่จะนำไปสู่ความสูญเสีย เขาอาจเริ่มการเถียงหรือชกต่อย เขาอาจโกรธจนฟิวส์ขาด เขาอาจก่อวิกฤตขึ้นจากไม่มีอะไร เช่นกรอกเหล้าครึ่งขวดเข้าคอในคราวเดียว ลงเงินไปในหุ้นอย่างไม่ยั้งคิด หรือไปนอนกับคนที่เขาควรหลีกเลี่ยงที่จะไปมีเรื่องบนเตียงด้วย

สิ่งที่คนเหล่านี้ไม่เข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่แทบทุกคนในโลกไม่เข้าใจแน่ ๆ ก็คือพฤติกรรมไม่ยั้งคิดเหล่านี้มาจากความต้องการทางชีววิทยาเพื่อปรับสภาวะภายในร่างกายภายใต้ความเจ็บปวดเหล่านั้น คนเป็น ADD รู้สึกถึงแรงขับดันเพื่อหาทางออกในทันที มันจะดีกว่ามากถ้าเขาสามารถพัฒนาเครือข่ายรองรับของหลากวิธีการที่เหมาะและปรับใช้ได้เพื่อปรับสภาวะภายในของเขา

เพื่ออธิบายให้ชัดขึ้นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมอยากให้ท่านผู้อ่านพิจารณาดูว่าคนที่ระบุตามหัวข้อข้างล้างนี้
- พนักงานชั้น 1 ที่ทำงานหนักอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย
- คนจำพวกชอบความท้าทาย เสี่ยงตาย
- คนติดนิยายอีโรติกอย่างงอมแงม
- คนหมกมุ่นเรื่องทางเพศ
- คนติดการพนัน
- คนติดเหล้า ติดบุหรี่
- คนติดยาเสพติด
- คนกินจุอย่างไม่ยั้งคิด
- คนชอบความรุนแรงเป็นชีวิตจิตใจ
- คนที่อธบายตัวเองว่ามีบุคคลิกหมกมุ่น
- คนเป็น ADD

ผมเสนอว่าคนเหล่านี้มีอย่างหนึ่งร่วมกัน พวกเขาล้วนมีความคันลึกลงไปที่พวกเขาไม่มีทางไปเกาได้นั่นเอง ที่พาพวกเขาไปสู่การติดงานหรือการไปเสี่ยงตาย หรือบางทีพวกเขาก็เกาที่คันด้วย (ควมพยายามไปเกา) ยา เหล้า อาหาร เซ็กส์ หรือการพนัน มันมีทั้งวิธีการเกาที่ดีและไม่ดี

โดยทั่วไป ผู้คนมักมองปัญหานี้ผ่านมุมมองของจริยธรรม ซึ่งได้อธิบายไปแล้ว คนที่มีพฤติกรรมต่าง ๆ ดังระบถข้างต้นจึงมักได้รับการตีตราแทนที่จะเป็นการวินิจฉัย อย่างดี คนเลห่านี้ก็ถูกเรียกว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ อย่างเลว คนเหล่านี้ก็ถูกประนาม

แต่ผมก็อยากชักชวนท่านผู้อ่านให้มามองสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสมอง แทนที่มุมมองทางจริยธรรม

เป็นไปได้ไหมว่าผู้คนเหล่านี้ต่างมีปัญหาของสารเคมีในสมองบางอย่าง หรือหากจะละเอียดลงไปอีก เป็นไปได้ไหมว่าด้วยรูปแบบของสารสื่อประสาท erceptor หรือ carrier m..... ที่ตกทอดมาทางพันธุกรรมที่คนเหล่านี้ไม่สามารถเหมือนคนอื่น ๆ ที่จะหาความสุขในรูปแบบปกติอย่างที่คนทั่วไปทำ เป็นไปได้ไหมว่าด้วยความแปลกแยกทางพันธุกรรที่ผู้คนเหล่านี้ต้องแสวงหาวิธีการอันแปลกประหลาดเพื่อความสดชื่นเบิกบาน

ราวทศวรรษที่แล้ว Kenneth Blum ร่วมกับนักวิจัยอีกหลายท่านเสนอลักษณะอาการที่พวกเขาเรียกว่า Reward Deficiency Syndrome หรือ RDS ผู้คนที่เป็น RDS จะไม่สามารถรู้สึกพอใจได้ง่าย ๆ เหมือนคนทั่วไป ยีนที่พวกเขาเสนอว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับอาการนี้คือ A1 allele ของ dopamine D2 receptor คนที่มียีนชุดพิเศษนี้จะรับความรู้สึกพึงพอใจมาก dopamine มักจะทำให้คุณรู้สึกดี การออกกำลังก็ใช่ เช่นเดียวกับเพศสัมพันธ์ เช่นเดียวกับกิจกรรมสร้างสรรค์ใด ๆ ที่ทำให้ความนึกคิดของคุณจดจ่ออยู่ตรงนั้น รวมไปถึงการดื่มเหล้า การพนัน การเสี่ยงตาย การกินไอศครีมหรือคาร์โบไฮเดรต ยาเสพติด บุหรี่ นั่นแหละ ดังที่ได้กล่าวมามีทั้งวิธีที่ดีและวิธีที่ไม่ดีที่จะหลั่ง dopamine

คนที่มีอาการ RDS มีแนวโน้มที่จะไปทั้งทางที่ดีและทางที่ไม่ดีอย่างสุดโต่ง เพราะทางสายกลางนั้นให้ความพึงพอใจที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนทั่วไปได้รับ การจูบลาตอนเช้าและอ้อมกอดตอนออกจากประตูไปทำงานให้ได้ไม่เท่ากับที่สิ่งเหล่านี้ให้กับคนทั่วไป คนที่มีอาการ RDS ต้องการอะไรมากไปกว่านั้นเพื่อจะได้ปริมาณ dopamine เท่า ๆ กันกับคนทั่วไป คนเหล่านี้จึงต้องทำบางอย่างมากขึ้น พวกเขาอาจออกกำลังมากกว่า มีเพศสัมพันธ์มมากกว่า เล่นพนันมากกว่า กินไอศกรีมมากกว่า มีกิจกรรมผาดโผนมากกว่า ทั้งหมดนี้ก็เพราะพวกเขาต้องทำมากกว่า เพียงเพื่อใหรู้สึกดีเทียบเท่ากับคนอื่นที่ทำแต่เพียงน้อย
คำอธิบายนี้ยังอธิบายกลไกการสร้างความพึงพอใจในสมองได้เพียงอย่างง่าย มีกลไกมากไปกว่านั้นที่รวมกันสร้างความรู้สึกเบิกบาน พึงพอใจหรือสุขสุดยอด ไม่ใช่เพียงการหลั่ง dopamine เท่านั้น สิ่งสำคัญ ณ จุดนี้คงไม่ใช่ลักษณะทางกายวิภาค หรือกลไกทางชีวเคมีหนึ่ง ๆ ที่อาจใช้อีหลายสิบปีของการค้นคว้า หากแต่เป็นข้อเท็จจริง ที่ว่า กลไกเหล่านี้แตกต่างกันไปได้ตาแต่ละบุคคลอันมีผลมาจากความแตกต่างทางพันธุกรรม

จึงอาจพูดได้ว่า ผู้คนมีความแตกต่างในการรับรู้ความพึงพอใจต่อสิ่งเร้าหนึ่ง ๆ บางคนรู้สึกพึงพอใจได้ง่ายกว่าคนอื่น และวิธีการที่คุณพบความพึงพอใจในชีวิตนี่เองที่เป็นหนึ่งในปัจจัยบ่งชี้ถึงสุขภาพที่ดีและความสำเร็จในชีวิต

หากคุณชุดข้อมูลทางพันธุกรรมบางรูปแบบ คุณอาจมีโอกาสมากที่จะมีพัฒนาพฤติกรรมหมกมุ่นหรือยึดติดกับอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่เพราะคุณเป็นคนไม่ดี แต่เป็นเพราะว่าการต่อเชื่อมในสมองของคุณไม่สามารถให้ความพึงพอใจจากพฤติกรรมปกติธรรมดาได้เหมือนที่คนอื่นเป็น

ความแตกต่างทางพันธุกรรมนี้มักพบได้ในคนที่เป็น ADD นี้เองคือเหตุผลที่อาการ addiction มักพบได้มากในคนที่เป็น ADD แต่อาการ addiction นี้ก็พบได้บ่อยในคนที่มีความคิดสร้างสรรค์สุดยอดในวงการต่าง ๆ ระหว่างอาการกึ่ง addiction กับความคิดสร้างสรรค์นั้นมีความเกี่ยวเนื่องบางอย่างที่น่าสนใจอยุ่
ในชีวิตของผมหลงใหลนักประพันธ์อยู่หลายคน คนโปรดในวัยเด็ก หนุ่ม(ขบเผาะ)ของผมคือ Dostoyersky และ Shakespear ตอนเรียนมหาวิทยาลัยผมจบเองภาษาอังกฤษ ผมชอบงานเขียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เพื่อนสนิทหลายคนก็ต่างเป็นนักประพันธ์ บรรณาธิการ โรงพิมพ์ นักเขียน หรืออีกหลากหลายหน้าที่ในธุรกิจน้ำหมึก สิ่งหนึ่งที่ผมพิศวง คือลักษระร่วมหนึ่งที่สังเกตได้ในนักประพันธ์ทั้งหลาย พวกคนเหล่านี้มักจะมีความคิดสร้างสรรค์สุดยอด เฉียบคม ประชดประชัน (ironic cynical) นิด ๆ และซึมเศร้าอ่อน ๆ พวกคนเหล่านี้มักจะดื่มคอ่นข้างหนัก หรือไม่เช่นนั้นก็อยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการดื่มหนักมา พวกเขามักพกพาความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สิ้นศรัทธาในการไขว่คว้าความฝันเหล่านั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็ยังมั่นคงทำงานหนักแม้จะไม่มีหวังว่าผลงานของพวกเขาจะออกดอกออกผล

พวกเขาเหล่านี้มีลักษณะร่วมอื่นอีก พวกเขามีหูตาที่เป็นเลิศต่อสิ่งที่เป็นแก่นแท้ พวกเขาสามารถหยิบยกรายละเอียดที่ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน ในขณะที่คนทั่วไปมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะดึงถุงเท้าขึ้นขณะพูดคุยหรือจังหวะเลียริมฝีปากของผู้หญิงคนหนึ่งก่อนจะเอ่ยคำวิจารณหนึ่งออกไป พวกเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องหนึ่ง ๆ เป็นอย่างไรแน่ พวกเขาชอบฟังคำนินทาพวกเขา

ในฐานะนักจิตวิทยา (psychiatrist) ผมก็ได้มามองคนจำพวก liter....ในมุมมองของพันธุกรรม ผมเชื่อว่าพวกเขาตกทอดยีนที่นำไปสู่อาการ RDS ร่วมด้วย ยีนที่นำไปสู่ความฉลาดเฉลียวทางคำพูด ความช่างสังเกตอย่างร้ายกาจ การมี Sense of wa....อย่างล้ำลึก และพร้อมไปด้วยอาการซึมเศร้าอย่างอ่อนด้วยอาการ RDS พวกเขาไม่สามารถเติมเต็มความพึงพอใจได้ด้วยชีวิตปกติธรรมดา พวกเขาจึงต้องไปไขว่คว้าชีวิตทีเหนือธรรมดา ทางออกหนึ่งอาจเป็นงานเขียน พวกเขาตกอยู่ภายใต้อาณัติที่เข้มงวด โดยเพื่อจะเติมเต็มชีวิตพวกเขาต้องสร้างสรรค์ความเป็นระเบียบหรือแม้แต่ความงดงามออกจากความวุ่นวายสับสน นั่นคือภาระที่เหนือธรรมดาเพียงเพื่อได้ความพึงพอใจแบบธรรมดาแบบใคร ๆ ในโลก เมื่อภาระนั้นสิ้นสุด พวกเขาก็ได้การหลั่งสาร dopamine พร้อม endorphin ร่วมกับสารนำพาความพึงพอใจอื่น ๆ ด้วย พวกเขาอาจได้ความพึงพอใจในปริมาณที่น้อยลงบ้างจากกิจกรรมทางภาษาอื่น เช่น จากการถกเถียงทางความคิดกับผู้อื่น หรือโดยอ่านงานเขียนอันโปรดปราน

แต่คนเหล่านี้บ่อยครั้งก็หันไปหาสุราหรือยาเสพติดเพื่อพาพวกเขาไปเหนือชีวิตธรรมดา ดังที่ Ogden Nash ผู้เป็นหนึ่งใน great example.... ของคนจำพวกนี้ เขียนไว้ว่า “ลูกอดก็แค่ช่วยได้ จะให้ไฮต้องกรึ๊บเหล้า” Ogden Nash ไม่ทราบว่าทั้งลูกอมและสุราต่างก็กระตุ้นการหลั่ง dopamine

ผมจึงขายผลจากที่ได้เรียนรู้จากเพื่อน ๆ วงน้ำหมึกไปสู่กลุ่มคนที่สร้างสรรค์ ผมเรียกพวกเขาว่านักฝัน ไม่ว่ายีนชุดใดนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์และการเป็นนักฝัน ยีนชุดเดียวกันนั้นก็มักพบได้ในคนที่ไม่สามารถหาความพึงพอใจในชีวิตปกติธรรมดาได้ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการที่เราเรียกว่า RDS ไม่สามารถ

ตอนนี้ลองรวม ADD เข้ามาพิจารณาด้วย อาการ ADD พบได้ทั่วไปในคนที่มีทั้งยีนช่างฝันและยีนของอาการ RDS ความสอดคล้องนี้ชัดเจนจนชื่อหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ที่เคยตั้งไว้คือ คนช่างฝัน: เรื่องราวของ ADD พวกช่างฝันที่มี RDS ไม่จำเป็นต้องเป็น ADD แต่คนจำพวกนี้ก็จัดว่าเป็นลักษณะอาการเฉพาะหนึ่งใน ADD ที่น่าสนใจ

ผมขออธบายว่าความคันที่เป็นแก่นของ ADD ลักษณะนี้เป็นผลมาจากทั้งชุดยีนช่วยฝันและยีนของอาการ RDS ได้อย่างไร

สำหรับปัจจัยแรก เมื่อคุณไม่สามารถเติมเต็มความพึงพอใจได้ง่ายเหมือนคนทั่วไป สิ่งนี้จะสร้างความคันขึ้นภายในตัวคุณ คุณต้องการเติมเต็มจิตใจแต่ก็ทำไม่ได้ คุณจึงต้องไขว่คว้าหาทางที่ไม่ธรรมดา บางอย่างก็ปรับได้และเติมเต็มคุณ บางอย่างก็ปรับไม่ได้และนำไปสู่ความเจ็บปวด

นอกจากนั้นถ้าคุณเป็นคนสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ คุณก็โตมาด้วยความคันอีกรูปแบบหนึ่ง คุณมักจะค้นคว้าหา expression (การแสดงออก) ใหม่ ๆ ให้แก่ผลงานสร้างสรรค์ของคุณเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพล็อตเรื่องใหม่สำหรับหนังสือ หากคุณเป็นนักประพันธ์ทำนองเพลงใหม่ หากคุณเป็นนักดนตรี เมนูใมห่หากคุณเป็นพ่อครัว แก๊กใหม่หากคุณเป็นนักแสดงตลก บทใหม่หากคุณเป็นนักแต่งกลอน อาชีพอื่นก็เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร เมื่อแวบแรกของความคิดใหม่ๆ ผ่านเข้ามาในความคิดของคุณมันปลุกเร้าความตื่นเต้น แต่ก็ตามมาด้วยความทุกข์ที่น่าแปลก

แรงสองแรงนี้ร่วมกันสร้างความรู้สึกที่ร้องหาทางออก ต่อเมื่อคุณพาแรงบวกทั้งสองมาพบกับยีนของอาการ ADD ซึ่งมีผลจำกัดการควบคุมความหุนหันพลันแล่นและลดความสามารถที่จะคัดกรองสิ่งเร้าที่จะเข้ามา คุณก็จะนึกออกได้ทันทีว่าทำไมผู้ชายที่ได้ถูกกล่าวถึงในช่วงแรกของบทนี้ จู่ ๆ ก็มีความอยากที่จะสาดเครื่องดื่มเข้าหน้าคนที่เขากำลังพูดอยู่ด้วย และทำไมผู้หญิงที่ถูกกล่าวถึงจึงต้องการตามจีบหนุ่ม ๆ เพื่อจะรู้สึกมีชีวิตชีวา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความพยายามที่จะไปเกาความคันที่อยู่ห่าง ๆ แต่ก็หนักหนาและละเลยไม่ได้

ด้วย ADD ลักษณะนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปจะมีช่วงเวลาวิกฤตเกิดขึ้น ช่วงเวลาเหล่านี้คือจังหวะเมื่อคุณเริ่มรู้สึกคัน เมื่อคุณเริ่มรู้สึกคัน ซึ่งในแต่ละวันอาจเกิดขึ้นได้เป็นร้อยครั้ง ให้ระวังให้ดี!

ในจังหวะเวลานั้น คุณอาจไปได้สองทิศทางที่ต่างล้วนอันตรายในทางแรก คุณอาจตกไปอยู่ในภาวะของ depressive b.... ภาวะนี้มักนำไปสู่การหมกมุ่นหรือการติดยา ติดซ็กส์หรือพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ

หรือในอีกทางหนึ่ง คุณอาจกระโจนเข้าไปทำอะไรบางอย่าง คุณอาจสาดเครื่องดื่มใส่ห้าใครไปจริง ๆ หรืออาจทำธุรกรรมที่คุณก็รู้ว่าไม่ควรไปทำ หรือคุณอาจไปขึ้นเตียงกับคนที่จริง ๆ แล้วคุณไม่ต้องการ

ทั้งสองทางนี้ไม่ได้นำไปสู่สิ่งที่คุณปรารถนา

วิธีดีที่สุดที่จะไปเกาความคัน คือการทำกิจกรรมประเภทที่สร้างสรรค์ ลองเล่นดู ชวนคนที่คุณกำลังคุยด้วยไปสู่การสนทนาที่แปลกไป อาจบอกเขาไปว่าคุณเพิ่งมีความคิดที่จะสาดน้ำใส่หน้าเขา ที่สำคัญบอกคนนั้นไปในลักษณะที่ไม่ก้าวร้าว แต่ก็อย่ากดความรู้สึกที่แท้จริงของคุณ การทำเช่นนั้นมีแต่จะทำให้คันมากขึ้น
ไปสัมผัสกับความอึดอัดที่คุณรู้สึกอยู่เจ้าความคันนั้น แล้วพยายามใหมันพาคุณไปในที่ที่คุณสามารถแปรเปลี่ยนมันได้ เกามันได้ ด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์เป็นพรสวรรค์ของคุณ ใช้ประโยชน์จากมัน

ให้ควมอึดอัดนำพาคุณไป โดยสัมผัสมัน แทนที่จะพยายามทดแทนมันด้วยสิ่งอื่น งานสร้างสรรค์ส่วนมากเริ่มต้นจากความเจ็บปวด ให้ความเจ็บปวดนั้นนำพาคุณไปค้นพบปฏิมากรรมที่ซ่อนอยู่ในก้อนหิน หรือเมนูรสเลิศที่ซ่อนอยู่ในส่วนประกอบของอาหาร หรอืการสนทนาอันอกรสระหว่างคนสองคนในงานปาร์ตี้
แนวทางนี้เหมาะกับทุกคน แต่มันยิ่งสำคัญเป็นพิเศษสำหรับคนที่เป็น ADD เพราะในคนเหล่านี้ความคันนั้นช่างรุนแรง และความสามารถในการควบคุม วิธีที่เขาเข้าไปเกาความคันนั้นช่างจำกัดเสียเหลือเกิน

ทั้งพวกเขาและเราต่างต้องวางแผน วางโครงสร้างรูปแบบและพัฒนานิสัยของตนขึ้น สำหรับบรรดาผู้ใหญ่ที่เป็น ADD อย่างเรา สำคัญที่สุดคือต้องแต่งงานกับคนที่เหมาะสมและต้องได้งานที่เหมาะสม หาโอกาสให้ตัวเองไปอยู่ในที่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของเราได้แสดงออกและได้รับการให้ค่า หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เราจะถูกชักพาไปหมกมุ่นหรือติดอยู่กับพฤติกรรมแย่ ๆ หลีกเลี่ยงคนจำพวกที่ฝากความหวาดกลัวผ่านการเยาะเย้ย

และที่สำคัญเหนืออื่นใด ปลูกเพาะช่องทางติดต่อ ที่เราเปิดกว้างความเป็นตัวตนที่ดีที่สุดออกไปได้ ปลูกเพาะช่องทางของหลังสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะกับผู้คน กิจกรรม ดนตรีหรือการทำสมาธิที่พร้อมเปิดกว้างกับเราเสมอ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกคัขึ้นมา เราจะมีทางออกที่ปรับใช้ได้ทันที แทนที่พฤติกรรมที่ใช้ไม่ได้ที่จะทำลายชีวิตเราได้

จากการใช้คำว่าช่องทางติดต่อ หรือคำว่าช่องทางของพลังสร้างสรรค์ ผมหมายถึงวิธีการใด ๆ ที่คุณจะแปรความทุกข์จากความคัน เป็นความพึงพอใจที่ได้เกาในที่ที่คัน ผมไม่ได้กำลังบอกว่าคุณต้องไปเขียนบทกลอนหรือทำงานศิลปะทุกครั้งที่คุณรู้สึกคัน แม้ที่จริงแล้ว บทกลอนและงานศิลป์มากมายล้วนมีต้นตอมาจากความคันที่เรากำลังพูดถึงนี่เอง

ที่ผมหมายถึง คือเมื่อคุณรู้สึกถึงความคัน แทนที่จะเก็บกดเอาไว้ คุณควรยอมรับในความคันที่กำลังเกิดขึ้น แล้วใหความคันนั้นพาคุณไปสู่เขาวงกตของคุณ เขาวงกตนั้นอาจเป็นการพูดคุยกับคนอื่นที่เริ่มต้นจากชั่วขณะที่คุณอยู่ในอารมณ์เบื่อ (....)

แทนที่จะกรอกเหล้าเพื่อผ่านคลายความเชื่อนั้น คุณหันหาใครที่จะคุยด้วยได้ การสนทนาตอบโต้นี้เองที่จะปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ของคุณออกมา การสนทนาที่อาจเริ่มต้นด้วยไม่มีอะไร ก็เป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นการสนทนาที่ออกรส ความันภายในก็กลับกลายเป็นความพึงพอใจ ก็ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ของคุณเองที่ไปเกาความคันนั้นใหหายไปได้

ยังมีวิธีอื่นอีกมากเพื่อคลายความคัน การออกกำลังก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุด แน่นอนว่าการอยู่ดี ๆ ก็ลุกขึ้นมากระโดดตลในงานปาร์ตี้คงไม่ดีแน่ (หรือคุณเคย) แต่หากอยู่คนเดียวในออฟฟิศก็ไม่เลว การทำสมาธิหรือสวดมนต์ก็ให้ผลดีได้มาก

ด้วยการเตรียมการไว้ก่อน คณสามารถมีแผนรองรับที่ทดสอบแล้วว่าใช้งานได้ดีเก็บไว้กับตัวเอง สำหรับคนส่วนใหญ่ที่เป็น ADD ในลักษณะคันเช่นนี้ ช่องทางของพลังสร้างสรรค์หรือช่องทางติดต่อที่เชื่อถือได้เหล่านี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อคลายความคัน กลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงนำพาคุณให้ห่างจากผลร้าย ๆ ของ ADD แต่กลยุทธ์เหล่านี้ยังสามารถนำพาคุณให้ไปสู่สถานที่หรือโอกาสในชีวิตที่คุณจะพบกับความสำเร็จอย่างสูง รวมไปถึงความพึงพอใจในชีวิตได้อีกด้วย



Create Date : 22 มิถุนายน 2553
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 17:15:57 น. 2 comments
Counter : 910 Pageviews.

 
ขอบคุณมากค่ะ เราเองก้อเป็นไฮเปอร์ค่ะ ... ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่...


โดย: ผีกองกอย IP: 210.86.217.199 วันที่: 1 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:20:11 น.  

 
อ่านแล้วก็คันครับ ผมอยากเป็นนักแปลครับ แนะนำที่ให้ผมไปสมัครหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากๆๆๆๆนะครับสำหรับ สิ่งที่แปลมาให้อ่านกัน
เมื่อเราเข้าใจตัวเองเราก็สามารถออกแบบวิธีรับมือกับมันได้ใช่มั๊ยหล่ะ 5555


โดย: อาท IP: 121.219.19.187 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:21:50:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pinkyjung
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add pinkyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.