Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เนื่องด้วย "รัก..."

ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด…เนื่องด้วย “รัก”

ช่วงนี้อึดอัดใจ อยากระบาย ทำงานทำการ(ที่ควรจะต้องทำ)ไม่ได้ เลยคิดเอาว่าถ้าได้ระบายออกโดยการเขียน น่าจะทำให้คลายทุกข์ลงได้บ้าง ตั้งหัวข้อไว้ว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ทางเทคนิคหรือวิชาการที่ได้เรียนมา และมีผลผลิตออกมาในรูปปริญญานะครับ แต่มันคือ ความรู้ที่ได้มาจากการอ่าน จากประสบการณ์ตรงส่วนตัวในอดีต จากการได้ยินได้ฟังเรื่องชีวิตของผู้อื่น รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในเรื่องเกี่ยวกับความรักให้กับคนรอบข้าง… แต่พอมาประสบเอง(อีกหน) ความรู้เหล่านี้ยังช่วยตัวเองไม่ได้ จึงต้องทุกข์

ผม “เข้าใจ” กฎไตรลักษณ์ เช่น เข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไป ถ้ายึดติดเอามาเป็นของเรา ตัวเรา ก็จะมีทุกข์ ผม “เข้าใจ” ว่าความรักที่แท้จริงที่ไม่ก่อให้เกิดทุกข์คือ ความรักที่ไม่เอาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ไม่คาดหวัง และไม่ผูกติด แต่เป็นรักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี แผ่เมตตา อยากให้คนที่เรารักเป็นสุข และพยายามเป็นมิตรที่ดีกับเขา เมื่อนอกเหนือจากความควบคุมของเรา ถ้าเขาจะแปรเป็นอื่น (หรือเป็นของคนอื่น) ก็ต้องวางอุเบกขา ผมเข้าใจว่าเราต้องตามจิตให้ทัน เข้าใจเราต้องมีสติและอยู่กับปัจจุบันขณะ (ยืมคำของแม่ชีศันศนีย์) ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ใช่ว่า อยู่กับคนรักในปัจจุบัน แต่ว่าไประแวงว่าเค้าจะเปลี่ยนไปจากเราในอนาคต

ถึงแม้ผมมีความเข้าใจ และมีความรู้ท่วมหัวขนาดนี้ แต่อนิจจา ณ ปัจจุบัน ผมทุกข์เหลือเกินครับ

ย้อนไปสองปีก่อน ผมเคยมี “รัก” แบบเห็นแก่ตัว ซึ่งยาวนานมากประมาณสิบปี เป็นความรัักที่อยากให้เค้ามาเป็นของเรา หึงหวง ตามเช็ค ตามโทรตาม กลัวว่าเขาจะไม่รักเรา ทำให้มีความทุกข์มากกว่าความสุขตลอดชีวิตรัก คือ มันสุขนะ แต่สุขแบบลุ่มๆดอนๆ ทะเลาะกัน คืนดีและรักกันใจหาย แล้วมาทะเลาะกันเรื่องเดิม…(เช่น โทรศัพท์ไม่ตรงเวลา ทำไมให้เวลากับเพื่อนมากกว่า ฯลฯ) สุดท้ายเมื่อถึงวันๆนึงที่มันเต็มกลืน เราก็ fade ตัวออกจากเค้า ออกห่างมา แต่ไม่ได้ร้องไห้ หรือเสียใจเลยนะ เพราะว่าช่วงนั้นยุ่งมากๆ (ทำดิสเซอร์เทชัน ช่วงเทอมสุดท้ายก่อนจบปริญญาเอก ซึ่งต้องทำให้จบให้ได้) ใจมันไปมีสมาธิกับสิ่งอื่น กอปรกับมันเต็มกลืนกับชีวิตรักแบบเดิมๆด้วยกระมังครับ เลยผ่านมาได้ด้วยดี

หลังจากความรักครั้งนั้น ผมสบายตัวขึ้นมาก มีชีวิตเป็นของตัวเองอย่างเต็มที่ ไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา ชอปปิ้ง อ่านหนังสือ ทำงานวิชาการ ไม่ต้องรอโทรศัพท์ ตามเช็คอีเมลล์แฟน ตามหึงหวง มีเวลาทำทุกอย่างที่อยากทำ อยู่กับครอบครัว กับเพื่อนฝูง แต่ผมก็ไม่ปิดโอกาสที่จะมีรักใหม่นะ แต่มันยังไม่มีเข้ามาเท่านั้นเอง ประมาณเกือบสองปี…

ตลอดระยะเวลาสองปี ได้อ่านหนังสือมากขึ้น ได้เปิดใจให้กว้างขึ้น ได้ศึกษาเกี่ยวกับชีวิตมากขึ้น และที่สำคัญคือ ได้ออกมายืนตรงจุดที่เราไม่ได้ยืนมาก่อน (เมื่อก่อนยืนตรงจุดเป็นแฟน แต่หลังจากเลิกกันได้ออกมายืนและมองตัวเองที่เคยยืนที่จุดนั้น) เลยมีโอกาสได้พิจารณาตัวเราในอดีต และสิ่งที่เราทำในอดีตว่าตัวเรานี่แย่จัง รักแบบผิดๆ ทำให้คนที่เรา(เคย)รักทุกข์กับเรา และต้องขอบคุณและขอโทษเขาที่อดทนมาได้ถึงสิบปี...พร้อมทั้งสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก..

วันดีคืนดี ได้มีโอกาสพบคนๆนึงตัวเป็นๆตอนกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย (ที่จริง ผมรู้เกี่ยวกับเค้า (know of) มาระยะนึงแล้ว แต่ไม่ได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวมากนัก) พอได้พบเจอตัวจริง ก็รู้สึกว่ายิ่งถูกชะตาขึ้นไปอีก เค้ามีอะไรที่ผมไม่มี (ในเรื่องมุมมองชีวิตนะครับ) มองอะไรที่ผมมองไม่เห็นหรือมองข้ามไป และผมรู้สึกว่าตัวจริงของเค้าก็ไม่ได้ต่างจากส่ิงที่ผมเคยรู้เกี่ยวกับเค้ามา แต่เนื่องด้วยเวลานั้นเจอกันได้ครั้งเดียว เพราะสองวันถัดมาผมก็ต้องบินกลับเมกา ทำให้รู้สึกว่าเสียดายจริงๆ น่าจะมาเจอกันตั้งนานแล้ว ครั้งนั้น ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเอง แต่ก็คิดว่าเค้าน่าจะชอบๆผมอยู่บ้าง…

เมื่อกลับถึงเมกา ก็ได้ติดต่อกันตลอด (ทางเอ็มเอสเอ็น อีเมลล์ หรือโทรคุยกัน) ทำให้ผมยิ่งเคารพยิ่งรู้สึกดีๆขึ้นไปอีก... แต่ตลอดสามเดือนกว่าๆที่ผมอยู่ที่เมกา มันโหยหา มันอยากกลับมาเห็นหน้า จริงๆมันมีความสุขมากนะ ถึงแม้จะปนทุกข์เพราะว่าต้องรอคอย แต่ก็เป็นความรู้สึกที่ดี ผมเคยบอกกับเค้าว่าเค้าทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรให้คอย (something to look forward to, to hope for, to long for) มีความฝันว่าจะกลับมาหา มีความหวังว่าจะมาสัมผัส มากอด ซึ่งรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ และคิดถึงเค้าทุกวัน แต่ทุกวันผมก็ยังมีสติว่า จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด และไม่คิดมากกับอนาคต เพราะว่าถึงอย่างไรสำหรับผมกับเค้า อนาคตร่วมกัน (ตัดสินจากปัจจุบัน) คงยากเต็มที เค้ามีหน้าที่การงานที่มั่นคงที่เมืองไทย ส่วนผมก็อยู่ที่เมกา วันนึงจะกลับมา แต่อย่างน้อยๆอีกสักสามสี่ปี ดังนั้นจึงพยายามโฟกัสอยู่ที่ปัจจุบัน

นั่งนับวันรอคอยจนสามเดือนผ่านไป ได้กลับมาสมใจอยาก ก็ได้เจอกัน แต่เค้าก็ยุ่งกับงาน (และผมคงว่างเกินไปด้วย) และมีเรื่องชีวิตส่วนตัวบางเรื่องทั้งของผมและของเค้าที่เป็นข้อจำกัด เลยทำให้เจอกันได้ไม่บ่อยเท่าที่ตัวผมอยากเจอ (อันนี้ ผมไม่กล้าพูดแทนเค้าว่าเค้าอยากเจอผมบ่อยแค่ไหน)

ปัญหาของความทุกข์คือ สมมติผมได้เจอเค้าวันนี้ ตอนที่แยกจากกันผมเริ่มรู้สึก “เหงา” ขึ้นมาจับใจแล้วครับ มันเหมือนเค้าเดินจากไป เหลือเราอยู่คนเดียว อยากมีเค้าอยู่ข้างๆเรา “ตลอดไป” (ทั้งๆที่รู้ดีว่า ตลอดไป มันไม่มีจริง และรู้ว่ามีพบ ก็ต้องมีจากสักวัน…เร็วหรือช้า) แต่พอต้องกล่าวคำอำลา ความว่างเปล่าในใจมันก็เข้ามาทุกที เค้าจะรู้หรือเปล่าว่าผมคิดถึง ผมอยากมีเค้าข้างๆ รู้ไหม…

ณ ตอนที่เขียนข้อความนี้เป็นอาทิตย์ที่สองที่ผมอยู่กทม ผมมีเวลาอีกสามอาทิตย์ที่เหลือ แต่จะบอกว่า ณ ปัจจุบัน แทบไม่มีความสุขเลย (ความสุขที่ได้เจอ ได้คิดถึงมันน้อยนักถ้าเทียบกับเวลาที่ต้องทุกข์เพราะความไม่สมปรารถนา) คอยว่าเมื่อไรเค้าจะโทรมา คอยว่าเมื่อไรเค้าจะว่าง กังวลเสียแล้วว่า ครั้งหน้าจะได้เจออีกเมื่อไร และถ้าผมต้องกลับเมกาไปอีกสี่ห้าเดือน มันจะรู้สึกอย่างไรหนอ และถ้าทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง สี่ห้าเดือนนั้น มันจะเปลี่ยนแปลงไปทางใด…

ทำไมผมสลัดความทุกข์นี้ไม่ได้สักที ทำไมหนอ ทั้งๆที่เข้าใจหลักการ เข้าใจโลก (แต่ทำไมมันทำไม่ได้) ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร ยกธรรมะบทไหนมาอ้าง ผมก็เข้าใจ แต่ทำไม่ได้ ทำยังไงให้ใจมันปล่อยวาง ทำอย่างไรเล่า…

สารภาพว่าผมติดในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส แต่ก็ไม่ใช่่ว่าผมไม่ได้รักเค้าในความรักที่เหนือกว่า นั่นคือ อยากให้เค้ามีความสุข และจะยินดีที่เค้ามีความสุข และพยายามไม่จำกัดเค้าภายใต้กรอบที่ผมอยากให้เป็น

แต่ ณ. ตอนนี้ผมอยากจะทำให้ได้แบบที่ผมเข้าใจ… จึงได้แต่หวังว่าหลังจากระบายมันออกมาด้วยการเขียน จิตใจผมจะสงบลงได้บ้าง

Merry Christmas ครับ



Create Date : 25 ธันวาคม 2551
Last Update : 25 ธันวาคม 2551 18:12:17 น. 6 comments
Counter : 597 Pageviews.

 
http://wbj.bloggang.com บล๊อกสำหรับการทำธุรกิจ การพัฒนาตนเอง การบริหาร และ การจัดการ

บล๊อกสำหรับการทำธุรกิจ การพัฒนาตนเอง การบริหาร และ การจัดการ





โดย: wbj วันที่: 25 ธันวาคม 2551 เวลา:18:26:56 น.  

 
You know what you want.... and that really matters.

If these two sentences are true, why wait or feel reluctant or hesitate? :)

Merry Christmas and Happy New Year krub.

Best wishes,
A.T.


โดย: amatuer translator วันที่: 25 ธันวาคม 2551 เวลา:18:35:33 น.  

 
วิชานี้ "ยาก" จริง ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: Paulo วันที่: 25 ธันวาคม 2551 เวลา:19:06:28 น.  

 
เข้ามาทักทายค่ะ และอยากบอกว่า เมื่ออ่านข้อความของคุณแล้วทำให้ิดิฉันยิ้มเลย ไม่ได้ยิ้มเยาะนะคะ แต่ยิ้มเพราะคิดถึงตัวเองในเวลาสี่ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ทีมี distance relationship

ในปีแรกๆ ทุกครั้งที่เจอกัน แค่วันแรก ดิฉันก็ร้องไห้เพราะคิดถึงวันที่ต้องจากกันแล้ว ความคิด ความกังวลที่คุณมี ดิฉันเคยรู้สึกมาแล้วทั้งสิ้นค่ะ แต่ๆๆ ดิฉันก็ผ่านมาได้ค่ะ (โดยที่ยังไม่ได้เลิกกันด้วย)

ไม่ต้องกังวลไปว่า เหตุใด เรารู้แล้วว่าเราควรทำเช่นไร จึงจะไม่ทุกข์ แต่ทำไมยังทำไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดทุกข์ค่ะ มันต้องอาศัยเวลา และการฝึกฝน ตราบใดที่เรายังเป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่เช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ที่ยังทุกข์อยู่ ดิฉันมองในแง่ดีซะอีกค่ะ ว่าอย่างน้อย คุณก็รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะทุกข์น้อยลง เพียงแต่ยังทำไม่สำเร็จเท่านั้น หลายคนนะคะ ที่ไม่รู้เท่าทันตรงนี้

คำแนะนำคือ หาอะไรทำค่ะ อย่าให้จิตไปจดจ่อกับเรื่องนี้ บอกตัวเองว่าอย่าอยู่เฉยๆ เมื่อไรรู้ตัวว่ากำลังกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด ให้รีบเบียงความสนใจไปที่เรื่องอื่นๆ ค่ะ แล้วมันจะดีขึ้นเอง

ปีหลังๆ ดิฉันไม่ทุกข์มากเหมือนปีแรกๆ แล้ว เพราะว่า หนึ่ง เรารู้แล้ว ว่าเรา handle ได้ เดี๋ยวเราก็พบกันอีก และสอง ดิฉันงานยุ่งมากๆ ค่ะ เลยไม่ค่อยมีเวลาคิดหรือกังวลเท่าไหร่

คิดบวกไว้ค่ะ que sera sera...whatever will be will be...

Merry Christmas ค่ะ


โดย: dextrocardia (DexTroCadiA ) วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:1:21:27 น.  

 
เข้ามาอ่าน เข้าใจค่ะและจะบอกว่า มันเป็นธรรมดา เพราะเราเป็นปุถุชน มีรัก โลภ โกรธ หลง ยังไม่ถึงหลุดพ้นวัฐฏสงสารนี้แต่อย่างไรก็ตาม คู่กันแล้วคงไม่แคล้วกันค่ะ คิดในทางดีไว้
หรือคิดว่ายังไงมีกรรมร่วมกันมา ต้องได้มาใช้กรรมร่วมกันแน่
รักเถิดค่ะ ถึงจะมีทุกข์บ้างมันก็ทำให้เรารู้ว่าสุขเป็นไร ยังไง
สุขมันก็คู่มากับทุกข์อยู่แล้ว เอาใจช่วยให้ สมปรารถนาค่ะ
มีความสุข รับปีใหม่ที่จะถึงนะคะ แต่บางคราว อาจารย์ คงต้องยอม ติด ร วิชาลืม บ้างล่ะ


โดย: พิพพ์ วันที่: 26 ธันวาคม 2551 เวลา:7:58:22 น.  

 
เริ่มรักโดยไม่รู้ตัวเเล้วค่ะ
เดินหน้าตลอด ทำในสิ่งที่ต้องการ อย่าเสียเวลาค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:1:15:03 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

krisdauw
Location :
Washington, Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Friends' blogs
[Add krisdauw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.