Let's Diving and Take Photo
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
16 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
คำถามจากน้องรหัสคนล่าสุด (ตอนที่ 5)

"แล้วพี่ว่า เรียนหมอผิวหนังดีไหมครับ" คำถามต่อไปของน้องรหัสคนล่าสุด
"ดีในแง่ไหนล่ะ" แหม..ก็ต้องระบุหน่อยสิ ว่าจะให้มองมุมไหน
"ก็ทั่วๆไปน่ะครับ"
"น้องรู้รึเปล่าว่า หมอผิวหนังรับปีละกี่คน" ขอย้อนถามนิดหนึ่ง
"..."
"ศิริราชรับเยอะสุด ปีละ 4 คน เท่ากับที่สถาบันโรคผิวหนัง ก็ปีละ 4 คน ส่วนที่อื่นน้อยกว่านี้ แต่ก็จำรายละเีอียดไม่ได้แล้ว นี่พูดถึงเฉพาะ board skin ที่เรียน 4 ปีนะ ไม่นับหลักสูตรย่อยๆอื่นๆนะ"
"เรียน 4 ปีเชียวหรอครับ" น้องเขาตกใจเล็กน้อย กับระยะเวลาที่เรียนถึง 4 ปี (เทียบเ่ท่ากับเรียนปริญญาตรีอีกสาขาหนึ่งเลยนะนี่)
"ใช่ เรียนอายุรศาสตร์ 1 ปี แล้วก็เรียนเฉพาะทางทางด้านผิวหนังอีก 3 ปี
การเรียน board skin น่ะ ไม่ใช่จบมารักษาแค่สิว ฝ้า กระ นะ"
"..." น้องอึ้งไปอีกเล็กน้อย

"น้องเคยเห็นคนไข้โรคเรื้อนไหม
น้องเคยเห็นคนไข้ที่เป็นเชื้อราทั้งตัวไหม
น้องเคยเห็นคนไข้แพ้ยาขั้นรุนแรง มีแผลพุพองตามตัวไหม
น้องเคยเห็นคนไข้เอดส์ที่มีผื่นผิวหนังเต็มตัวไหม
คนไข้เหล่านี้แหละ ที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังจะเป็นคนดูแล
การักษาสิวฝ้ากระ ที่เห็นทั่วไปตามคลินิก ถือเป็นงานเล็กน้อยมากๆ สำหรับเรื่องโรคผิวหนัง
แล้วก็มีหมออีกส่วนหนึ่งที่อยู่ตามคลินิกเหล่านี้ และไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคผิวหนัง แต่ก็สามารถรักษาสิวผ้ากระ หรือด้านความสวยความงามเหล่านี้ได้ และทำได้ดีด้วย บางครั้งก็ไม่ต่างกับผู้เชี่ยวชาญที่จบ board skin 4 ปีมาสักเท่าไรด้วย
น้องเคยรู้ไหมว่างานของหมอผิวหนัง มันกว้างกว่าที่เห็นมากมายนัก"
"..." งานนี้น้องเขาได้แต่อึ้งกันไปครับ กับความจริงใหม่ ที่ชีวิตนี้เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน
"แล้วรู้หนทางที่จะเดินทางมาเพื่อได้เรียน board skin อันแสนจะมีน้อยนักไหม มันไม่ใช่ทำข้อสอบ O-net, A-net เหมือนสมัยม.ปลายนะ แต่มันมีรายละเอียด ขั้นตอน การแข่งขัน ในรูปแบบที่ต่างกับที่น้องเคยรู้จักโดยสิ้นเชิง

พี่เคยได้ยินน้องปี 1 หลายคน หลายรุ่นแล้วล่ะ ว่าอยากเรียนผิวหนัง ถามไปถามมาก็ได้เหตุผลว่า น่าจะเป็นงานที่สบาย รายได้ดี มันก็จริงในส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่จริงในหลายๆส่วน
ถ้าน้องเห็นงานที่คลินิกสิวฝ้ากระ ความสวยความงามที่มีมากมาย เป็น model ในการเป็นหมอผิวหนัง ก็ขอให้สร้าง model ของหมอผิวหนังใหม่ ว่าพวกเขาไม่ได้มีงานเพียงแค่นั้น และงานเพียงแค่นั้น ให้ใครมาอบรมซะหน่อย ก็สามารถทำได้ ไม่ต้องมาเรียนเพิ่มอีกตั้ง 4 ปีก็ได้ และความต้องการหมอผิวหนังในเมืองไทย ถือว่ามีความต้องการน้อยมาก เมื่อเทียบกับความขาดแคลนในหมอสาขาอื่น หรือแม้แต่หมอทั่วๆไป ที่ไม่ได้เรียนเฉพาะทาง ก็ยังขาดแคลนอยู่อีกมากนัก
ดังนั้นการคิดจะมาเรียนหมอ เพื่อมาเป็นหมอผิวหนัง ก็ออกจะเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของการผลิตหมอของรัฐบาล หรือของโรงเรียนแพทย์ไปพอสมควร"

"..." ขอจบคำถามของน้องรหัสคนล่าสุด ด้วยความอึ้งของน้องเขาแล้วกันนะครับ


Create Date : 16 กันยายน 2550
Last Update : 16 กันยายน 2550 1:30:18 น. 3 comments
Counter : 414 Pageviews.

 


*** สวัสดีจ้า แวะมาเยี่ยมในวันหยุด happy weekend นะคะ ***




โดย: หน่อยอิง วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:10:01:06 น.  

 
พี่ก็น่าจะรู้ ว่าน้องเค้าหมายถึงหมอสิว

หมอสิว ไม่จำเป็นต้องต่อเฉพาะทาง แค่ไปเข้าอบรมกับพวกคลีนิก หรือ บริษัท ต่างๆก็ได้

จบมาก็ทำคลินิก รักษาสิว รายได้เดือนหนึ่งก็ 1-2 แสนแล้ว

อ่านมา 5 คำถาม ดูเหมือนพี่จะตอบไม่ค่อยตรงประเด็นเลย

โดยเฉพาะเรื่องรายได้ อยากรู้ว่า พี่

ไม่รู้ ไม่อยากรู้ หรือแกล้งไม่รู้ ไม่อยากบอกกันแน่


โดย: เกรียนเทพ IP: 58.8.75.4 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:18:39:36 น.  

 
พี่ jeafish คะ
พอดีกำลังหาบทความไปลงในหนังสือค่ายหมอที่มช.
อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าโดนใจดี
ขออนุญาติเอาไปลงให้น้องๆม.ปลายอ่านได้มั๊ยคะ


โดย: air IP: 117.47.227.230 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:15:36:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeafish
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's Diving and Funning with Photography
Friends' blogs
[Add jeafish's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.