สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
29
30
31
 
 
ส่งท้ายปีเก่า เข้าปีใหม่ใน...........Agra-10

วันที่ 30/12/2012 วันที่สิบห้าของการเดินทาง

พวกเราตื่นกันตั้งแต่ตีสี่ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเก็บของเสร็จแล้วก็กินเคเอฟซีที่ซื้อมาเมื่อคืนรองท้องกันก่อนออกเดินทางกินเสร็จก็ลงมาด้านล่างล็อบบี้ได้เจอกับตุ๊กๆที่ทางโรงแรมติดต่อไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืนเพื่อมารับพวกเราไปยังสถานีรสบัสที่จะพาเราไปยังเมือง Agraในรัฐ Uttar Pradesh อากาศตอนเช้าหนาวมากๆเพราะว่านั่งอยู่ด้านหน้ารถ ถึงแม้จะมีพื้นที่ให้เหยียดขาได้มากกว่าที่นั่งอื่นๆแต่ประตูทางเข้าที่ปิดระหว่างคนขับกับทางเข้าที่นั่งผู้โดยสารมันปิดได้ไม่สนิทเอาซะเลย ลมก็เลยพัดเข้ามาเรื่อยๆหนาวสะท้านจนมือชา พวกเราพยามยามหลับๆไปซะเพราะจะได้ไม่ต้องทนนั่งเบื่อตลอดระยะเวลากว่า 8 ชั่วโมงของการเดินทาง จนกระทั้งเข้าเขตเมืองอักรา พวกเราก็ตื่นขึ้นมา เมื่ิอมองไปด้านนอกรถสิ่งที่เห็นทำให้ตกใจ เพราะจำนวนผู้คนมหาศาลที่กำลังสัญจรไปมาท้องบนถนน แต่พอมองดีๆจริงๆแล้ว ตรงส่วนที่รถของเรากำลังแล่นผ่านมันคือตลาดนั่นเอง ผู้คนจึงได้มากมายขนาดนี้ และที่นี่ก็เป็นที่แรกที่พวกเราได้เห็นรถทัวร์ที่จัดทัวร์ให้ชาวต่างชาติ ซึ่งมากันเป็นคันรถ มีหลายคันมากๆ ส่วนใหญ่ที่เห็นมากับทัวร์ส่วนใหญ่จะเป็นพวกฝรั่ง ทำให้มีความรู้สึกว่า กำลังจะได้เห็นทัชมาฮาลของจริงแล้วสินะ55(จริงๆแล้วตอนนั้นคิดจะลงจากรถอย่างเดียวตะหาก เพราะเบื่อนั่งรถนาน555+++++ )


รถบัสมาส่งพวกเราที่ท่ารถ และพวกเราต้องต่อตุ๊กๆเข้าไปในเขตTaj Ganj กันเอง ใช้เวลาจากท่ารถไปถึงย่าน Taj Ganj ประมาณ15นาทีเราเลือกลงด้าน East Gate ของ Tajmahal ตุ๊กๆส่งได้เพียงด้านหน้าทางเข้าEast Gate แล้วต้องเดินเข้าไปหาโรงแรมกันเอง เพราะว่าตอนนี้เราอยู่ในเขตปลอดมลพิษนั่นเอง แถวนี้โรงแรมมีเยอะแต่เรามีโรงแรมที่เลือกไว้อยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ไม่ได้จองมาล่วงหน้าเท่านั้นได้แต่ภาวนาขอให้มีห้องว่าด้วยเถอะเพี้ยง!!! แล้วคำอธิฐานของก็เป็นจริงโรงแรมที่เราเลือกไว้ในใจก็คือ Hotel Sheela นั่นเองโชคดีที่คนจองล่วงหน้ายกเลิกพอดี แล้วเหลือห้องนี้เป็นห้องสุดท้ายเท่านั้น ได้มาในราคาคืนละ600รูปี สำหรับช่วงเทศกาลอย่างนี้ ได้ห้องพักที่นี่ก็นับว่าโชคดีมากๆ

หลังจากเก็บของในห้องพักเสร็จพวกเราก็เลือกที่จะเดินสำรวจบริเวณรอบTaj Ganj พบว่าคนเข้าแถวรอเข้าชมทัชมาฮาลนั้นล้นทะลักมากๆเราสองคนเลยตกลงกันว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามากๆ จะได้ไม่ต้องต่อแถวคนเยอะอย่างนี้ จากนั้นก็ตัดสินใจไปเดินหาของกินย่านรอบๆทัชมาฮาลกัน มีหลายร้านแต่ดันเลือกร้านมังสวิรัติซะงั้น55




กินกันอิ่มแล้วก็กลับโรงแรมนอนชาร์ตแบต เพื่อรอไปเที่ยวต่อกันวันพรุ่งนี้

วันที่ 31/12/2012 วันที่สิบหกของการเดินทาง

วันนี้อีชั้นตื่นเช้ามากๆ ตื่นตั้งแต่ตี4 แต่เปิดไฟในห้องไม่ติดเลยคิดว่าไฟดับ ไปปลุกพี่ต่อให้ช่วยดูแต่พี่ต่อไม่ยอมตื่น บอกแต่ให้รอแป๊ปเดียวเดี๋ยวไฟก็มา ก็เลยเผลอหลับต่อไปอีก สะดุ้งตื่นอีกที่เกือบๆ6โมง พอตื่นแล้วก็ต้องรีบกันยกใหญ่เพราะกลัวสายปรากฎว่าไฟก็ยังไม่มาอยู่ดี เลยจะให้พี่ต่อไปถามเจ้าหน้าที่โรงแรมให้หน่อย แต่พอออกมาหน้าห้องเท่านั้น พี่ต่อก็เจอต้นเหตุว่าทำไมไฟถึงไม่ติด จริงๆที่ไฟดับเพราะมีคนมาสับสวิทซ์ไฟห้องเราลงนั่นเองเราสันนิฐานว่าเจ้าของโรงแรมน่าจะเป็นคนสับสวิทซ์ไฟหน้าห้องพวกเราลง เพราะเราเปิดไฟห้องน้ำไว้ดวงนึงให้พอมีแสงสว่างเนื่องจากมันมืดมากนั่นเองมันเป็นเรื่องที่ทำให้เราหัวเสียแต่เช้าเลยจริงๆ ถ้าอยากให้ปิดไฟทุกดวงบอกดีๆก็ได้ ทำไม่ไม่เคาะประตูห้องถาม หรือไม่ก็ติดป้ายแจ้งในห้องเลยก็ได้ ทำอย่างนี้ลูกค้าเดือดร้อนนะรู้มั๊ย!!!!!!! ตอนนี้ก็เลยรีบกันสุดชีวิตระหว่างพี่ต่ออาบน้ำเราก็ทำอาหารเช้าง่ายๆรอไปพลางๆ กว่าจะได้ออกจากที่พักก็เจ็ดโมงกว่าๆทั้งๆตอนแรกที่ตกลงกันว่าจะออกสัก 6โมงเช้า เสียเวลาไปฟรีๆเกือบ 2ชั่วโมงเลย

เราออกมาเดินหาทางเข้าทัชมาฮาล ระหว่างทางเจอนักท่องเที่ยวผู้หญิงฝรั่งที่มาคนเดียว เค้าบอกพวกเราว่าข้างในไม่ให้เอากระเป๋าเข้าไปต้องฝากไว้ที่ด้านนอกตรงที่จำหน่ายบัตรแต่พอเห็นสภาพสถานที่ขายบัตรกับที่ฝากกระเป๋าแล้ว ดูไม่ค่อยปลอดภัย เราก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปที่โรงแรมเพื่อเก็บกระเป๋าไว้ที่ห้องพักเอาแต่กล้องถ่ายรูปกับพาสปอร์ตติดตัวเข้าไปด้วยเท่านั้น ที่นี่คนไทยสามารถซื้อตั๋วเข้าชมได้ในราคาถูกกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆเพียงโชว์พาสปอร์ตไทยเท่านั้น ค่าเข้าชมสำหรับคนไทยที่ได้ส่วนลดคือ 510 รูปี และจะได้น้ำดื่มเล็กๆ1ขวด ถุงหุ้มรองท้อง 1คู่ฟรี จ่ายเงินเสร็จก็ต่อแถวเดินเข้าไปเลยโดยจะแยกแถวผู้ชายกับผู้หญิง พวกเราถึงกันเช้าก็เลยไม่ต้องต่อคิวยาวเหยียดแต่ก็มีคนมาเช้ากว่าอยู่หน้าพวกเราเยอะพอสมควร อ้อคนที่นี่ออกเสียงเรียก Tajmahal ว่า "ทาจชมาเฮล" เรียกทัชมาฮาลเค้าทำหน้า งงๆ แล้วทวนด้วยคำว่า "ทาจชมาเฮล"





ประตูทางเข้าด้านหน้าทัชมาฮาล

เดินตรงเข้ามาเห็นทัชมาฮาลมาแต่ไกลสวยงามยิ่งใหญ่กว่าในหนังสือเรียนวิชาสังคมสมัยมัธยมมากๆ55

นี่ขนาดมาเช้านะ คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าทัชมาฮาลเค้ามาถึงกี่โมงกันเนี่ย

เป็นวันส่งท้ายปีเก่ากับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่สวยงามมากๆท้องฟ้าก็แจ่มใส












ด้านในทัชมาฮาลตรงกลางโดมที่ฝังพระศพพระนางมุมตัช มาฮาลจะมีเจ้าหน้าที่คอยห้ามนักท่องเที่ยวไม่ให้ถ่ายรูปแต่ห้องข้างๆถ่ายได้ไม่มีปัญหา









ออกมาเดินสำรวจมัสยิดด้านข้างทัชมาฮาล




มองลอดจากประตูมัดสะยิด






กระรอกน้อยระหว่างทางเดินไป Taj Museum


ด้านใน Taj Museumมีของจัดแสดงให้ดูไม่มากนัก แต่ก็ไม่อนุญาติในถ่ายรูปด้านใน



หลังจากชื่นชมทัชมาฮาลกันจนพอใจเราก็กลับมาเอากระเป๋าใส่ของของเราที่ห้อง แล้วเตรียมตัวไปต่อที่ BabyTaj หรือชื่อจริงคือ Itimad ud Daulah

บรรยากาศรอบๆที่พัก




เริ่มหิวนิดๆ เลยซื้ออะไรกินรองท้องแถวๆนั้นราคา 15รูปี


จากตรงนี้เราตัดสินใจจ้างรถตุ๊กๆแถวนั้นไปในราคา 80 รูปี แต่เพราะกลัวว่าขากลับออกมาจะหารถไม่ได้ประกอบกับวันนี้คิดว่าจะไป Agra Fort และอยากจะหาร้านแลกตังค์ที่ดูหน้าเชื่อถือแถวๆในเมืองลุงคนขับเลยเสนอว่าจะพาไปทุกที่ที่เราจะไปแล้วอยู่รอจนกว่าเราจะเข้าชมสถานที่นั้นๆเสร็จ ตกลงราคาได้ที่ 350รูปีเลยโอเค และลุงก็ขอร้องเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จจากสถานที่ที่เราจะไปชมวันนี้ให้ช่วยไปเข้าชมร้านขายของร้านหนึ่ง ซึ่งลุงจะได้ตังค์เพิ่มจากร้านค้าเราก็ตกลงเพราะคิดว่าช่วยๆกันแค่ร้านเดียวเองจะได้ตัดปัญหาต้องหารถจากสถานที่หนึงไปอีกที่หนึ่งและเราก็ได้ราคาถูกกว่าที่ดูรีวิวคนอื่นตั้ง 150รูปีเชียวนะงกขนาดเราทำไมจะไม่เอา55+++

ที่เบบี้ทัชเสียค่าเข้าชม 10รูปีแต่ต้องโชว์พาสปอร์ตไทยด้วยนะ






ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าชมด้านใน มีคนเดินมาบอกว่าจะดูรองเท้าให้ แต่พอตอนออกมา โดนขอค่าคุ้มครองรองเท้าพวกเราเลยให้ๆไปเสียตังค์อีก 10รูปี

ด้านในสวยงามแต่ก็ดูเหมือนว่าไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าที่ควร













มาที่นี่ลืมเอาขาตั้งมาเลยได้ตากล้องเป็นคุณหมอชาวออสเตรีย ที่มาเที่ยวกับภรรยาช่วยถ่ายรูปคู่ให้ใจดีมากถ่ายให้หลายภาพเลย แต่ภาพใช้ได้แค่ภาพเดียวอะ555+++

ออกมาจากเบบี้ทัช เจอเด็กน้อยมาตื้อขอเงินเราก็ไม่สบตาไม่อะไรทั้งสิ้น ส่วนตาลุงก็ไม่ยอมออกรถสักที รอจนเห็นว่าเราไม่ให้ตังค์เด็กแน่ๆเลยค่อยๆออกรถ แอบอารมณ์เสียกับลุงเหมือนกันทำไมปล่อยให้เค้าตื้อเราอยู่ได้ตั้งนานไม่ช่วยกันเลย

สถานที่ต่อไปก็คือ Agra Fort เสียค่าเข้า 10รูปีด้วยการโชว์พาสปอร์ตเหมือนเดิมสถานที่ที่นี่ค่อนข้างกว้างใหญ่ และมีหลายส่วนใช้เวลาชมประมาณ 2ชั่วโมง




































หลังจากชม Agra Fort จบแล้ว พวกเราก็ออกมาหาร้านแลกตังค์กัน โดยให้ลุงตุ๊กๆเป็นคนพาไป เป็นร้านที่ดูค่อนข้างน่าเชื่อถือ ดูคล้ายๆธนาคาร และไม่ใช่ร้านห้องแถวแบบตั้งโต๊ะเถื่อน ตอนแรกเค้าเปิดราคามาค่อนข้างกดเรท เราก็แย้งเค้าไปว่า พวกเราเคยแลกที่โทมัสคุกในสนามบินเรทดีกว่านี้มาก แล้วก็เอาใบที่เราแลกตังค์ตอนถึงสนามบินอินทีราคานธีให้เค้าดู ก็เลยได้เรทเพิ่มขึ้นมาจนเป็นที่น่าพอใจกว่าเดิมเยอะ อย่าหลงไปแลกกับร้านตึกแถวละแวกทัชมาฮาลซะหล่ะ เพราะกดเรทสุดๆ และไม่มีความน่าเชื่อถือเลย หลังจากแลกตังค์เสร็จ ก็ถึงคราวเราต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลุงคนขับตุ๊กๆ โดยการไปดูร้านขายสินค้าที่ตกลงกันไว้ แต่พวกเราบอกลุงว่า เราไปเดินดูให้ได้นะ แต่เราคงไม่ซื้ออะไรเพราะเป็นแค่นักศึกษาจนๆ55++ ไม่มีปัญญาซื้อของเค้าหรอกนะ ลุงบอกว่าไม่เป็นไรแค่ช่วยเดินดูสินค้าของที่ร้านสักพักก็พอแล้ว พอพวกเราเข้าไปด้านในของร้าน ปรากฎว่าเป็นร้านที่ค่อนข้างหรูหรา มีสินค้ามากมายหลากหลาย สวยงามตระการตาทีเดียวโดยจะมีเจ้าหน้าที่ตามประกบคอยเชียร์ให้เราซื้อของเค้าตลอดเวลา พวกเค้าก็จะพยายามพรีเซ้นต์สินค้าของเค้าเต็มที่ ของของเค้าแน่นอนว่าสวยมากๆ ส่วนราคาก็แรงพอๆกับความงามของสินค้าชิ้นนั้นๆเช่นกัน และแน่นอนว่าพวกเราจะไม่ซื้อเด็ดขาด555

หลังจากเดินดูพักใหญ่ เลยขอตัวกลับออกมา แล้วมาขึ้นรถลุงที่จอดรออยู่ด้านหน้า บอกให้ลุงตรงไปส่งที่โรงแรมเลย แต่ลุงก็ออกอาการลวดลายทันที ไม่ยอมให้พวกเรากลับกันง่ายๆ โดยการบอกว่าพวกเรายังไม่ได้ซื้ออะไรเลย ให้ช่วยไปดูร้านอื่นต่ออีกหน่อย (ทั้งๆที่บอกแต่แรกแล้ว ว่าพวกเราจะไม่ซื้ออะไรทั้งสิ้น) และพวกเรายืนกรานจะกลับท่าเดียว แต่ลุงก็ยื้อจะให้ไปอยู่ได้ จนเรารู้สึกโมโหยื่นคำขาดให้กลับโรงแรมอย่างเดียวเลย จนลุงคงคิดว่าหมดประโยชน์ที่จะเซ้าซี้ต่อ ก็เลยพาไปส่งแต่โดยดี

เพราะว่าตอนนั้นเย็นมากแล้ว และพวกเราก็ไม่ได้กินกลางวันกันแบบอิ่มๆ ก็เลยตกลงกันไปเดินหาของกินอย่างไว แต่ให้ไกลกว่าเดิมจากละแวกทัชมาฮาล เพื่อมีอะไรน่าสนกว่าอาหารมังฯ โดยพวกเราเดินย้อนทางที่นั่งรถตุ๊กๆเข้ามา จึงได้เจอกับร้านอาหารอิสลาม เย็นนี้เลยไม่ต้องกินมังฯกันแล้วเย้5555++++

อาหารมื้อนี้อร่อยมากกกกกกกกกกกก




หลังจากกินอิ่มก็ไปเดินซื้อของในตลาดนิดหน่อย แล้วก็แวะร้านกาแฟเพื่อซื้อเค้กไว้กินกันคืนนี้สำหรับฉลองเข้าวันปีใหม่ และก็ซื้อเผื่อส่วนนึงสำหรับตอนเช้าด้วย เพราะพรุ่งนี้เราจะไป Fatehpur Sikri กันแต่เช้า




Create Date : 24 สิงหาคม 2558
Last Update : 28 สิงหาคม 2558 13:03:09 น.
Counter : 306 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gohachimitsu
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments