สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
29
30
31
 
 
jaipur........เมืองเอกสีชมพูแห่งราชสถาน-08

วันที่ 28/12/2012 วันที่สิบสามของการเดินทาง

หลังจากผ่านการเดินทางอันแสนยาวนานและหนาวเหน็บในยามค่ำคืน55 รวมถึงเรื่องราวชวนอารมณ์เสียจากเด็กรถมาแล้ว เราเลยตัดสินใจไปกับลุงคนขับตุ๊กๆที่พูดอังกฤษได้ที่ตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย ก็เพราะว่าไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้แล้วและคนขับคนอื่นก็พูดอังกฤษไม่เป็นเลยสักคน ลุงพาเราไปดูโรงแรมที่เราหมายตาไว้แต่เพราะว่าเราไม่ได้จองโรงแรมล่วงหน้ามา ห้องจึงเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย ลุงก็เลยพาไปดูโรงแรมอื่นอีกหลายโรงแรมจริงๆเค้าก็เหมือนจะดีนะพาไปหาแล้วยังช่วยต่อรองราคาอีก ลุงพาดูอยู่สัก 3-4ที่แล้วถามราคาที่พวกเราโอเค จนในที่สุดก็ได้โรงแรมนี้ชื่อ Hotel Gloden Heritage (จริงๆไม่แนะนำเท่าไร แต่ถ้าหาที่พักไม่ได้ก็พออยู่ได้) ตั้งอยู่ที่ A-3, H2, Sunder Path ,Near Crystal Mall, Bani Park ขณะที่พวกเราต่อรองราคากับเจ้าหน้าที่โรงแรมอยู่ลุงแกก็ตามเข้ามาประกบตลอด ตกลงราคาได้ที่ 800รูปีต่อคืน หลังจากต่อรองราคาเสร็จ (เพราะรู้อยู่แล้วว่าของฟรีไม่มีในโลก55)พวกเราไม่รอช้ารีบหันไปถามลุงว่าคิดค่ารถเท่าไหร่ลุงอิดออดอยู่สักพัก (ทีตอนแรกที่ชวนขึ้นรถ บอกไม่คิดเงินนะลุง) พวกเราจึงให้ราคาที่ 50รูปี ลุงรีบบอกว่าขอเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม พวกเรารู้ทันเลยตอกกลับว่า เดี๋ยวลุงก็ได้ค่านายหน้าเพิ่มนะแต่พวกเจ้าหน้าที่โรงแรมรีบสวนขึ้นมา อย่างกะเตี๊ยมมาก่อน เพื่อที่จะช่วยเหลือพวกเดียวกันรีบบอกว่าที่นี่ไม่ได้ให้ค่านายหน้าลุงนะ แต่เราก็ยืนยันคำเดิมว่าให้เท่านั้นแหละแล้วเพื่อเป็นการตัดปัญหาก็บอกว่าไว้ถ้าตัดสินใจไปไหนก็จะใช้บริการลุง เลยให้ลุงจดเบอร์เอาไว้ให้ (แต่ในใจคิดว่าไม่เอาหรอก ไม่ชอบคนโกหก55) เมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเรารู้ทันเลยไม่ต้องเสียเวลาต่อล้อต่อเถียง ลุงก็เลยรับเงินแล้วจากไปแต่โดยดี

หลังจากเก็บของเสร็จเราก็รีบออกไปเที่ยวต่อทันที โดยโบกแท็กซี่ไปแถวซิตี้พาเลซซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พัก (นั่งแท๊กซี่ใช้เวลาประมาณ 10นาที)แต่เนื่องจากวันนี้มีชุมนุมอะไรสักอย่าง ไม่แน่ใจว่าหาเสียงหรือประท้วงจึงทำให้แท็กซี่เข้าไปไม่ได้เพราะปิดถนน เลยต้องลงเดินต่อกันเอง


พวกเรายังไม่ได้กินอะไรเลยแต่ตั้งเช้าเลยตัดสินใจหาร้านอาหารกินกันก่อน เป็นร้านมังสวีรัติง่ายๆ ตัวร้านอยู่ในตึกแถว ใกล้ๆถนนใหญ่ที่ตรงไปซิตี้พาเลซ



พอเติมพลังเสร็จก็ได้เวลาไปชมซิตี้พาเลซได้แล้วก่อนอื่นเราก็ต้องหาทางเข้าให้ได้ก่อน55 พวกเรารู้สึกว่ายิ่งเมืองที่เรามาเที่ยวเป็นเมืองใหญ่เท่าไรก็ยิ่งหาคนพูดภาษาอังกฤษได้ยากเท่านั้นที่นี่กว่าจะหาคนถามทางได้ก็เหนื่อยเหมือนกัน





ค่าเข้า 300รูปีแต่จำไม่ได้ว่าเสียค่ากล้องรึเปล่า


มุมสวยมีเยอะ แต่ไม่ได้ถ่ายมามาก เพราะขี้เกียจ+เหนื่อย55













ประตู 4ฤดู สวยคุ้มค่าที่ได้มาชมกับตาตัวเองมากๆ













หลังจากเดินเรื่อยๆ ก็เจอร้านอาหาร พวกเราเลยกินมื้อบ่ายกันใน City Palace ซะเลย










หลังจากชมวังเสร็จเราก็เดินไป GovindDevij Temple ซึ่งอยู่ใกล้กับซิตี้พาเลส ซึ่งวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระกฤษณะองค์ดำ ที่เป็นที่นับถือของชาวเมืองมากๆ วิธีไปวัดนี้ของพวกเราก็เหมือนเดิม คือถามทางชาวบ้านเค้าไปเรื่อยๆ

ถ้าอยากได้กำไลข้อมือแขกสวยๆแนะนำร้านตรงทางก่อนที่จะเลี้ยวเข้าวัด ตรงจะมีตลาดขนาดเล็กตั้งอยู่ และมีร้านขายกำไลแขกอยู่ 2-3ร้าน สวยและถูกกว่าตลาดด้านนอกมาก แบบก็มีให้เลือกเยอะ เพราะตรงนี้เป็นร้านขายส่งนั่นเองตอนนี้เราเล็งไว้ก่อนไว้ค่อยกลับมาซื้อวันอื่น




องค์พระกฤษณะถ่ายจากด้านนอกซูมสุดฤทธิ์ แต่กล้องห่วยเลยได้ภาพแบบเบลอๆมา55 พวกเราไม่ได้เข้าไปไหว้ในด้านในเพราะคนเยอะมากๆๆๆๆ

ออกจากวัดเราก็เดินไปถ่ายรูปกันต่อที่ HawaMahal




ถ่ายรูปเสร็จ ก็ตกลงจะไปหาลาสซี่อร่อยๆกินกันที่ร้าน Lassi Walla เลยขอใช้บริการสามล้อถีบที่อยู่แถวนั้นราคา 30รูปีแอบสงสารคนถีบสามล้อ เพราะพวกเราสองคนน่าจะตัวหนักอยู่พอควร เวลาเค้าออกแรงถีบก็ยกตัวเหยียดขาถีบเต็มที่ ดูท่าทางเหนื่อยเอาการอยู่เลยให้เพิ่มอีกตั้ง10รูปี55++

แต่พอเรามาถึงเย็นเกินไป ร้านต้นตำรับเค้าขายหมดแล้ว เลยต้องกิน ลาสซี่วัลลาเจ้าข้างๆแทน ตรงนั้นมีร้านลาสซี่วัลลาอยู่ติดกัน 3-4ร้านเลย

ของจริงต้องร้านนี้แต่มาถึงช้าเลยได้แต่ยืนดูเค้าปั่นลาสซี่เตรียมขายวันพรุ่งนี้แทน55



ถึงจะไม่ใช่เจ้าอร่อยตัวจริงแต่รสชาติแบบนี้ก็ยังต้องบอกว่า อร่อยมากกกก รสชาติจะแตกต่างจากที่จ๊อดปูร์ เพราะมันอร่อยเด่นกันคนละแบบ ที่จ๊อดปูร์จะหวานๆมันๆ เปรี้ยวนิดๆเนื้อเนียนเข้มข้น แต่ของที่นี่จะออกรสชาติเหมือนโยเกิร์ตที่เรากินกัน แต่รสชาติเข้มข้นกว่าและอร่อยกว่ามาก พอกินเข้าไปแล้วจะมีความสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก แนะนำว่าต้องทานทั้งสองที่ทั้งจ๊อดปูร์และจัยปูร์พลาดไม่ได้เด็ดขาด

อันนี้ถ้วยใหญ่ 30รูปีอร่อยมากกก เลยต้องซื้อกลับห้องอีก 1แก้ว


หลังกินลาสซี่เสร็จก็ชวนกันไปกินไก่ย่างร้าน Talk Of The Town เป็นอาหารเย็น เลยโบกสามล้อถีบแถวนั้นให้ไปส่ง เอาภาพร้านอาหารให้ดู ลุงก็ทำท่าเรียกให้ขึ้นรถ ถึงลุงจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่พวกเราก็คิดว่าลุงน่าจะรู้จัก ลุงคิดค่ารถ 10รูปี ปรากฎปั่นไปไม่ถึง 3นาที ก็จอด แล้วให้พวกเราลงบอกว่าถึงแล้วพวกเราก็งงเป็นไก่ตาแตกเลย เฮ้ยถึงเร็วขนาดนี้เลยเหรอปรากฎว่าลุงพามาส่งที่ร้านเคเอฟซีแทน พวกเราก็บอกว่าไม่ใช่ เถียงกันอยู่นานก็เพราะลุงคุยภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทำให้คุยกันไม่รู้เรื่อง จนคนขับตุ๊กๆแถวนั้นเห็นเข้า เลยมาเคลียร์ให้ แต่ก็ให้พวกเราจ่ายลุงไป 10รูปี แอบเซงอะ คิดว่าจะได้กินไก่ย่างอร่อยๆซะหน่อย แล้วตุ๊กๆแถวนั้นก็อาสาจะไปส่ง(แบบคิดเงิน) พี่ต่อเลยบอกเราว่าเคเอฟซีก็ได้ น่าจะดีเหมือนกันเพราะเบื่ออาหารอินเดียเต็มแก่แล้วหลังจากมื้อเย็นที่เคเอฟซี เนื่องจากดึกพอควรพวกเราก็ตัดสินใจเรียกตุ๊กๆที่หน้าเคเอฟซี่ซึ่งก็คือตุ๊กๆกลุ่มที่ช่วยเราเคลียร์กับลุงสามล้อถีบนั่นเองคนขับคุยตีซี้พวกเรามาเรื่อยๆ แต่แล้วก็ได้เรื่องจนได้เพราะว่าพวกเราจำทางกลับที่พักได้ พอตอนใกล้จะถึงโรงแรม เราบอกให้เค้าเลี้ยวขวาเลย แต่เค้าไม่ยอมเลี้ยว บอกว่าเค้ารู้เส้นทางดี ให้ไว้ใจเค้าได้ มายด์เฟรนด์55++ แล้วก็พาเลี้ยวเข้าซอยโน้นออกซอยนี้ซะสนุกมันเลย ส่วนพวกเราก็ต้องนั่งทนหนาวให้ลมโกรกท่ามกลางอากาศประมาณ5องศา นั่งไปเกือบๆครึ่งชั่วโมง ซึ่งเราโมโหจนคนขับสังเกตุได้ถึงรังสีอำมหิต เค้าเลยถามว่าเราโอเคมั๊ย ใครจะไปโอวะไอ้บ้า หนาวขนาดนี้แม่งพามาขับอ้อมอีก ตอนนั้นเราโมโหมากๆเลย พอเห็นท่าไม่ดีเลยขับไปส่งโรงแรมอย่างเร็ว พอตอนจะจ่ายตังค์ก็เป็นไปตามคาด พี่แกบอกว่าที่พักพวกเราอยู่ไกล จะไม่เพิ่มตังค์.....ยังไม่ทันจะพูดจบเราโมโหถึงขีดสุด เอาตังค์มากำแล้วปาใส่คนขับ พร้อมกับสะบัดตูดเดินเข้าโรงแรม ไม่หันไปต่อล้อต่อเถียงให้เสียเวลา พอถึงหน้าฟร้อนท์ เจอพนักงาน ที่รับพวกเราเข้าพักที่โรงแรมเลยบ่นให้เค้าฟังเค้าดันบอกว่าแล้วทำไมไม่ใช้บริการลุงตุ๊กๆ เมื่อเช้าที่มาส่งพวกเราละ ทำให้พวกเราอึ้งไปเหมือนกัน55++




Create Date : 05 สิงหาคม 2558
Last Update : 5 สิงหาคม 2558 15:04:33 น.
Counter : 400 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gohachimitsu
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments