กรกฏาคม 2558

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
25
28
29
30
31
 
 
เมืองสีทองแห่งทะเลทราย......Jaisalmer-05

วันที่ 22/12/2012 วันที่เจ็ดของการเดินทาง

เช้าวันนี้เราขึ้นไปหาเจ้าของโรงแรมที่ชั้นดาดฟ้าก่อน เพื่อจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนที่เราจะออกเดินทางไปJohdpurในคืนนี้ แล้วก็ขอหนังสือรับรองของโรงแรมว่าเราพักที่นี่จริงเพื่อประกอบการขอซื้อซิมโทรศัพท์3G



โปรแกรมวันนี้ที่แพลนไว้ ช่วงเช้าเราจะไป MaharajaPalace ซึ่งตั้งอยู่บนป้อมนั่นแหละ ส่วนตอนบ่าย ก็แพลนว่าจะไปคฤหาสถ์เก่าหรือที่เรียกว่า Haveli ทั้งสามแห่งของเมืองนี้





แต่ก่อนจะไปลุยกันมื้อเช้าของวันนี้เราฝากท้องกันที่ร้าน The TrioRestaurant




เมนูวันนี้มี ข้าวหมกไก่หรือที่เรียกว่า ChickenBiryani ,สลัด ,ไก่ทอดกับเฟรนซ์ฟรายด์ ข้าวหมกไก่รสชาติดีใช้ได้(ในแบบอินเดีย)แต่คนละรสกับข้าวหมกไก่แบบไทยที่เราเคยคุ้นเคย ไม่มีน้ำจิ้มหวานๆให้แล้วก็รสชาติไม่ได้อร่อยเวอร์ อย่าคาดหวังมาก5555++++ไก่ทอดก็เฟรนซ์ฟรายด์ก็อร่อยมาตรฐาน ชอบที่สุดและเด็ดที่สุดก็สลัดนี่แหละ เป็นที่เดียวในทริปที่ได้กินสลัดมีน้ำสลัดจริงๆราดในสลัดใส่ แคนตาลูปสด ฝรั่งสด สัปปะรดกระป๋อง เนื้อไก่แล้วก็ชีสแท่งที่ใส่มาให้เยอะและแท่งใหญ่มาก ผลไม้ที่ใส่มาสดใหม่รสชาติดีอยู่แล้วตัดกับชีสเค็มๆมัน ราดด้วยน้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม จานนี้อร่อยมากเสียอย่างเดียวให้ชีสแท่งเยอะไปหน่อย กินเยอะๆแล้วเลี่ยน555+++


ตบท้ายมือนี้ด้วยจัยร้อนๆคนละแก้ว ฟินมากกกก


อันนี้เป็นเม็ดยี่หร่าไว้เคี้ยวพร้อมกับน้ำตาล เพื่อดับกลิ่นปากเค้าจะมาเสริท์ฟหลังเราเรียกเช็คบิล รสชาติแปลกแต่ก็ใช้ได้นะหอมดี


ระหว่างทางต้องเดินผ่านตลาดด้วย



วันนี้ท้องฟ้าใสมากๆบรรยากาศดีสุดๆ





ด้านใน Maharaja Palace ค่าเข้าชมประมาณ 250รูปี มีหูฟังบรรยายประกอบการเข้าชมให้ฟรี ถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียเงินเพิ่มประมาณ 20-50รูปี ก็จะได้ป้ายกระดาษสามเหลี่ยมมาแขวนที่ตัวกล้องให้รู้ว่าเราจ่ายเงินค่าถ่ายรูปแล้ว


บรรลังก์และเครื่องสูงของมหาราชา






ลูกๆของมหาราชากับผู้แทนเจ้าอณานิคมจากอังกฤษ



ศิลปะการแกะสลักหินบนชิ้นส่วนต่างๆแลดูงดงามและปราณีตมาก


วิวเมืองสีทองเมื่อมองลงมาจากพระราชวัง
เหมือนอย่างที่หลายๆคนว่า เมืองนี้และป้อมเหมือนปราสาททรายอันสวยงามที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ เป็นเมืองที่โรแมนติคจริงๆ ชอบเมืองนี้มากที่สุดในทริปอินเดียแล้ว



เดินมาเรื่อยๆยังไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวเท่าไร เจอหนุ่มสองนายนี้มากันสองคน ถ่ายรูปกันสองคนดูน่ารักคิคุกันอยู่สองคน5555+++







มีห้องต่างๆให้เดินดูเยอะพอควร




เดินมาสักพักมาเจอกลุ่มเด็กนักเรียนที่มาทัศนะศึกษากับโรงเรียน แต่ละคนทำหน้าทำตาสนใจนักท่องเทียวไทยอย่างเรามากๆ55555++++


เดินชมกันต่อ



อืมมมนะ รุ้สึกว่าเป็นที่สนใจจริงๆ555++++








เด็กๆโบกมือทักทาย








ขึ้นมาบนดาดฟ้า






แกะสลักหินกันได้เก่งจริงๆ








เหมือนเดินอยู่ในห้องกลซักที่ สีกำแพงตัดกับท้องฟ้าได้สวยจริงๆ




ช่องพอเหมาะเป็นที่ห้องพักน้องนกเลย


จะมีกับดักมั๊ยเนี่ย





อันนี้เป็นประตูของ Maharaja Palace รอยฝ่ามือคิดว่าน่าจะเป็นของหญิงชั้นสูง ที่เข้าประกอบพิธีสตีที่ป้อมนี้



จบจาก Maharaja Palace ก็บ่าย4กว่าๆแล้ว เราก็มาเดินเล่นต่อบน Fort ต่อสักพักก่อนที่จะไปชม Haveli ทั้งสามแห่งของเมืองนี้

ระหว่างทางเด็กๆเยอะมากและหน้าตาก็น่ารัก อย่างกลุ่มนี้มีแววสวยกันแต่เด็กเลย

ตอนแรกอยากไปดูวัดเชนบนป้อม แต่เพราะข้างในเพราะปิดแล้วเลยอดไปตามระเบียบ เลยมุ่งหน้าไป Haveli ทั้งสามแห่งของเมืองนี้



ร้านค้า ระหว่างทางเดินลงป้อม


มาเจอเจ้าของร้าน The Suraya ที่เราไปกินเมื่อวาน เค้าขับมอร์ไซค์เข้ามาทักเลยถ่ายรูปไว้ป็นที่ระลึก เจ้าของคือคนซ้อนนะ




ชอบลายเพ้นที่หน้าบ้านของชาวบ้านมากๆ สวยงามสีสันสดใส รูปที่เพ้นเห็นเป็นรูปพระพิฆเนศวรไม่เห็นรูปอื่นเลย

พอออกมาจากป้อม ก็ต้องเดินลัดตลาดแล้วก็ถามทางชาวบ้านไปเรื่อยๆ




ที่แรกที่ไปคือ Patwon Ki Haveli เป็นคฤหาสถ์ที่ใหญ่โต หรูหราที่สุดในสามที่ที่เรามาในวันนี้ สร้างโดยพ่อค้าผู้ร่ำรวยในยุคนั้นชื่อ GumanChand Patwa




เดินดูกันอยูสักพัก เจอเด็กน้อยคนนี้กำลังเล่นซนแกล้งปาเศษกระดาษใส่นกพิราบแถวนั้น มีคนที่ดูมีตังค์ยื่นตังค์ให้น้องเค้าด้วย น้องเค้าเห็นพวกเรา เลยเข้ามาทำท่าจะคุยด้วยแต่น้องเค้าเป็นใบ้ เลยทำท่าทำทางส่งภาษามือกัน เค้าพยายามอธิบายต็มที่ เราก็พยายามทำความเข้าใจเต็มที่555+++ เราเลยให้รางวัลความพยายามของน้องเค้าเป็นลูกอม 2เม็ด น้องเค้าชอบมากที่นี้ตามติดเลย







ด้านใน



น้องเค้าขอดูรูปในหนังสือว่าเราจะไปไหน เค้าทำท่าชี้มาที่ตัวเองแล้วพยักหน้าเดาว่าเค้าบอกว่า เค้ารู้จัก แล้วทำท่าว่าให้ตามเค้าไป ที่ที่สองน้องเค้าก็พามาถูกจริงๆ


ที่ที่2 Nathmalji Ki Haveli สร้างเพื่อเป็นที่พักให้ท่าน Diwan Mohata Nathmal ที่ขึ้นเป็นนายกแทนท่าน Salim Singh ที่ถูกลอบสังหาร






ตอนถ่ายรูปเสร็จ ไม่รู้น้องเค้าหายไปไหน เราก็เลยตัดสินใจไปกันก่อน เพราะยังไม่ได้ดูที่ที่สามเลย แต่หลังจากเราเดินจากน้องเค้ามาสักพัก ก็เจอน้องเค้าคงกำลังตามหาพวกเราอยู่ แล้วพยายามส่งภาษาว่า จะพาพวกเราไป เราเอารูปให้ดู แต่ดันไปชี้รูปที่ไปมาแล้วที่แรก น้องก็พยายามบอกว่าอันนี้ไปมาแล้วด้วยสีหน้าจริงจัง55 ก็เลยตัดสินใจตามน้องไป คนแถวนั้นเห็นพวกเรากับน้องก็หวังดี พยายามเตือนให้ระวัง อย่าให้น้องถือกล้องหรือของมีค่า ไม่งั้นอาจโดนวิ่งราว แต่เราสองคนรู้สึกว่าน้องไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แถมระหว่างทาง ยังแวะทักทายคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ทั้งเจ้าของร้านขายของ หรือแม้กระทั่งเด็กๆด้วยกันเองที่ดูเป็นลูกคนมีเงิน ทุกคนก็ทักทายกับน้องเป็นอย่างดี

ที่ที่ 3 Salim Singh Ki Haveli เจ้าของเดิมคืออดีตนายกรัฐมนตรี Salim Singh ที่ถูกลอบสังหาร



ดูเสร็จเราก็เดินออกมาพร้อมน้องเค้าแล้วก็แยกกันตรงถนนแถวๆนั้น ตอนแรกน้องเค้าทำหน้าเศร้าๆ เราเลยทำท่ายกแขนสองข้างเอามือมาชนกัน เป็นบ้าน แล้วทำท่านอน น้องเค้าก็เข้าใจเลยให้ลูกอมไปอีกแล้วให้ตังค์พิเศษไป 10รูปี น้องเค้าดีใจใหญ่ กระโดดกอดเลยแล้วก็แยกย้ายกันไป

เดินมาสักพักหันมาเจอร้าน German Bakery เลยลองซะหน่อย


สั่งApple crumble กับ Lemon Cake อย่างละชิ้น


กินเสร็จตอนที่กำลังเดินกลับที่พักเจอ MandirPalace ซึ่งด้านในเป็นโรงแรมและที่พิพิธภัณฑ์ เลยเดินเข้าไปดู




ด้านในตกแต่งได้สวยงาม เห็นมีคนท้องถิ่นเดินเข้าออกเยอะเลยมองตาม ปรากฎว่ามีสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาตั้งอยู่ด้านในด้วย




ถ่ายรูปเพลินๆไปได้สักพัก ก็มีเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาแจ้งว่า ถ้าจะถ่ายรูปต้องเสียเงินด้วย พวกเราก็เลยชวนกันเดินออกมาแบบงงๆ


ก่อนกลับที่พักก็แวะไปซื้อซิมการ์ด 3G แถวๆด้านหน้าที่พัก ซิมการ์ด3Gนี้ใช้ได้ในเฉพาะในราชสถานกับรัฐใกล้เคียงเท่านั้น ขั้นตอนการซื้อก็วุ่นวายมากกกก นอกจากรูปถ่าย พาสปอร์ตแล้ว ยังต้องมีหนังสือรับรองของที่พักที่เขียนให้เราด้วยอีกตะหาก โชคดีที่ที่พักที่นี่ยอมเขียนให้ ก็เลยซื้อได้ ซื้อมาต้องรอให้เจ้าหน้าที่โทรติดต่อมา เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมถึงจะเริ่มใช้ได้ พวกเรารอสักชั่วโมงกว่าๆก็มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาจริงๆ รอสักพักพอขี้้นว่ามีสัญญาณก็ใช้ได้เลย

เราเดินกลับมาถึงห้องพร้อมกับพบว่าไฟดับ ระหว่างรอไฟก็ถ่ายรูปรอ ฝั่งตรงข้ามไม่ดับอะ แต่โชคดีที่น้ำร้อนเป็นระบบต้มเลยอาบน้ำร้อนได้ก่อนที่จะไปหาข้าวเย็นกิน 



มื้อนี้เลยฝากท้องที่เดิมกับเมื่อเช้า แต่ก่อนไปกินข้าว ไปแวะร้านที่ซื้อซิมโทรศัพท์เพื่อถามข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย


มาร้านเดิม The Trio มื้อเย็นนี้เลือกเป็น Chicken tandoori ,แกงอะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้และก็ข้าวเปล่า




พ่อหนุ่มนักดนตรีคนนี้นั่งอยู่ใกล้ๆพวกเรา เค้าถามชื่อเราสองคนเอาไปแต่งใส่เนื้อเพลง แล้วร้องให้พวกเราฟัง ก็เลยให้ทิปก่อนกลับไปอีก 20รูปี



กลับถึงห้องก็รีบเก็บของ เพราะต้องออกเดินทางกันตั้งแต่คืนนี้รถออก 4ทุ่ม สามทุ่มครึ่งเราสองคนก็ลากกระเป๋า2ใบใหญ่ๆ เดินไปรอที่ท่ารถซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่พักมากนัก ใช้เวลาเดินประมาณ 10นาที



Create Date : 24 กรกฎาคม 2558
Last Update : 27 กรกฎาคม 2558 0:25:46 น.
Counter : 491 Pageviews.

3 comments
  
แวะเข้ามาลงชื่อเยี่ยมก่อนค่ะ อยากไป ราชาสถาน ^^
เพิ่งรู้ว่า 3G ต้องให้ที่พักรับรองด้วย เคย(พยายาม)ซื้อแต่
สุดท้ายมันก็ใช้ไม่ได้ เพราะเรื่องที่พักแน่ๆ ตอนนั้นใช้แค่ใบจองเป็นหลักฐาน จากนั้นก็ย้ายไปเมืองอื่นต่อ ...
โดย: กาบริเอล วันที่: 24 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:47:26 น.
  
ยินดีต้อนรับค่ะ คุณบริกาเอล^^

เรื่องซิมการ์ด ต้องมีใบรับรองจากที่พักค่ะ แต่ปัญหาสำคัญก็คือที่พักไม่ค่อยจะยอมรับรองให้ เราพยายามซื้อซิมตอนแรกที่ Bikarner แต่ไม่สำเร็จ เพราะที่พักไม่ยอมรับรองให้ เค้าให้เหตุผลว่า เค้ารับรองให้ไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าเราเอาเบอร์ไปทำอะไรผิดกฎหมาย เค้าจะซวยค่ะ แต่โชคดีที่ที่พักที่นี่ของเรา (Hotel Shiva Palace) รับรองให้ ไม่อิดออดเลย ซึ่งจริงๆมันก็แค่รับรองว่าเราพักอยู่ที่นี่แค่นั้นเอง ไม่รู้จะกลัวไปทำไมค่ะ^^
โดย: gohachimitsu วันที่: 24 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:44:25 น.
  
ขอบคุณค่ะที่เพิ่มเติมให้ :)
สรุปว่าได้ Airtel มาเป็นที่ระลึกแทน โชคดีที่ยังไม่เติมค่า packgage อะไรไป และตอนที่ทดสอบสัญญาณที่ร้านแล้วมันยังใช้ไม่ได้
เห็นทริป Rajastan นี้แล้วน่าสนุกดี อาจคงได้หาโอกาสไปเที่ยวบ้างละ
โดย: กาบริเอล วันที่: 25 กรกฎาคม 2558 เวลา:9:17:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

gohachimitsu
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments