Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
15 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
ตะลุยเมืองจีน (3)



ความเดิมตอนที่ 1

ความเดิมตอนที่ 2

DAY V : ปักกิ่ง

กลับมาที่ปักกิ่ง วันที่ 5 นี้เรามีโปรแกรมอยู่ที่ปักกิ่งทั้งวัน และเป็นครั้งแรกที่จะได้สัมผัสปักกิ่งจริงๆจังๆ ตอนเช้าถึงบ่ายมีโปรแกรมไปสัมภาษณ์ที่สถานฑูต หลังจากนั้นมีเวลาว่างก็เลยขับรถชมเมือง และได้ไปดูมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หรือ "เป่ยจิงต้าเสียว์" เป่ยจิงก็คือปักกิ่ง ต้าเสียว์ (จริงๆเขียนเป็นเสียงภาษาไทยไม่ค่อยถูก) แปลว่ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป่ยจิงต้าเสียว์นี้มีชื่อเรียกสั้นๆว่า "เป่ยต้า" เหมือนกับมหาวิทยาลัยที่หยุนหนาน (ยุนนาน) ก็จะเรียกว่า "หยุนต้า"



เป่ยต้าเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยไม่แพ้มหาวิทยาลัยในยุโรปหรืออเมริกา มีพื้นที่กว้างขวาง และมีต้นไม้และบึงสวยๆเยอะ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เรียนยาก เข้ายาก มีคนไทยเรียนอยู่พอสมควร

พอผ่านตึกๆหนึ่ง คนขับรถชี้ให้ดูว่าเป็นหอพักที่สมเด็จพระเทพฯเคยมาประทับอยู่ เมื่อครั้งที่มาเรียนภาษาจีนที่เป่ยต้า พูดถึงคนขับคนนี้แล้วก็ทึ่ง เพราะเค้าช่างความรู้รอบตัวดีมาก รู้เรื่องเมืองไทยก็เยอะ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีการชุมนุมต่อต้านทักษิณ แกก็ชวนคุยเรื่องทักษิณ รู้ว่าบรรพบุรุษของทักษิณมาจากส่วนไหนของจีนอีกด้วยแน่ะ เค้าบอกว่าที่เค้ารู้เรื่องต่างๆนั้นเพราะว่าชอบอ่านหนังสือ ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะเวลาเราไปไหนๆกัน กลับมาที่รถจะเห็นเค้าอ่านหนังสือรออยู่เสมอ แล้วเค้าก็บอกว่าคนจีนชอบอ่านหนังสือกันทั้งนั้นแหละ...ไม่เหมือนคนไทยแฮะ ปริมาณการบริโภคกระดาษน้อยกว่าประเทศที่มีระดับการพัฒนาไกล้เคียงกันอย่างมาเลเซียตั้งครึ่งต่อครึ่ง




DAY VI : ปักกิ่ง-ชิงเต่า

ถึงเวลาได้เดินทางกันอีกครั้ง วันนี้มีเวลาว่างตอนเช้า ก็เดินเล่นแถวๆโรงแรม แล้วตอนบ่ายก็ออกเดินทางไปที่เมืองชิงเต่าในมณฑลซานตง ซึ่งอยู่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเหมือนกันแต่ถัดลงไปทางใต้จากปักกิ่ง ใช้เวลาทั้งหมด 3 ชั่วโมง

เป้าหมายในการไปเมืองชิงเต่าในครั้งนี้ เพื่อจะไปสำรวจท่าเรือ เนื่องจากท่าเรือชิงเต่าเป็นท่าเรือหนึ่งที่สำคัญ และเป็นศูนย์กลางของมณฑลซานตง ซึ่งเป็นมณฑลที่ทำการค้ากับไทยมากเป็นอันดับสี่ รองจากกว่างตง (กวางตุ้ง) เจียงซู และซ่างไห่ (เซี่ยงไฮ้) และนัดสัมภาษณ์กับบริษัทลอจิสติกส์ของไทยที่ไปลงทุนที่นั่นด้วย




DAY VII : ชิงเต่า

ชิงเต่าเป็นเมืองที่เราชอบมากที่สุดในทริปนี้ รูปลักษณ์ของเมืองจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนเมืองใหม่ ที่เป็นตึกระฟ้าเหมือนเมืองใหญ่ๆทั่วไป และส่วนที่เป็นเมืองเก่า ที่บ้านเรือนจะออกสไตล์ยุโรปเพราะเคยเป็นเมืองเช่าของเยอรมัน (ต้องย้ำว่าเมืองเช่าไม่ใช่เมืองขึ้น ถ้าพูดว่าเมืองขึ้นคนจีนจะโกรธเอา) ซึ่งส่วนเมืองเก่าบวกกับชายหาดสวยๆ ทำให้ชิงเต่าเป็นเมืองที่น่ารักมากๆ



ที่เห็นเป็นรูปเกลียวพายุสีแดง คืออนุสาวรีย์สำหรับชัยชนะในการขับไล่ญี่ปุน


ด้วยความที่เคยเป็นเมืองของเยอรมัน ทำให้มีเบียร์ยี่ห้อดังคือเบียร์ชิงเต่าหรือคนไทยเรียง "สิงเทา" ซึ่งเป็นโรงงานของเยอรมันและได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับจีนจนกลายมาเป็นสินค้าประจำเมือง





แล้วเราก็ทำงาน...


เมื่อเสร็จงาน เพื่อนร่วมทางทุกคนก็ใจตรงกันว่าอยากสัมผัสยุโรปในเมืองจีนให้เยอะที่สุด เลยไปทัวร์ปราสาทต่างๆกันในเมืองเก่า

รูปนี้เป็น governer house คือที่พักของฝรั่งเยอรมันที่มาปกครองเมือง เค้าเปิดให้เข้าไปข้างในด้วย ก็ค่อนข้างธรรมดาๆ แต่ข้างนอกน่ารักเหมือนบ้านตุ๊กตา


จากนั้นก็ไปที่ปราสาทรัสเซีย เป็นปราสาทที่มีหอคอยสูง มองลงมาจะเห็นวิวทะเลของเมือง ตอนปีนบันไดขึ้นไปหนาวมากๆ





กว่าจะกลับออกมาจากปราสาทก็พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ทุกคนต่างก็เสียดายที่ต้องลาชิงเต่ากันเพียงเท่านี้ เพราะวันรุ่งขึ้นก็ต้องเดินทางกลับไปที่ปักกิ่งแต่เช้า









Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2550 15:30:28 น. 1 comments
Counter : 1768 Pageviews.

 
สวยดีนะครับ น่าไปเที่ยวจัง


โดย: sak (psak28 ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:53:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

cirE
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











Always Forgive but Never Forget

Friends' blogs
[Add cirE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.