Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
ฉายเดี่ยวสวิส....... (2)



ความเดิม

ตอนที่ 1

Day I : 29/10/05

เมื่อตอนอยู่บนเครื่องนอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็ไม่ทรมานอย่างที่คิด แป๊บเดียวก็มานั่งรอต่อเครื่องที่เวียนนาแล้ว สงสัยเป็นเพราะคุณแอร์สวย หุ่นนางแบบทุกคน ผอม สูง บลอนด์...โอ้...อาหารก็อร่อย มี personal tv แต่เลือกช่องเองตามใจชอบไม่ได้ เสียดายที่นั่งแคบไปนิด...อ้าวจะกลายเป็นการรีวิวสายการบินไปซะแล้ว

ออกจากเวียนนาด้วยเครื่องบินเล็ก (ใบพัด! โคตรกลัวเลย) มาถึงเจนีวาประมาณ 9 โมงเช้า ก็ได้เวลาเริ่มผจญภัย..นี่ขนาดหาข้อมูลไว้หมดแล้ว คิดว่าหมูๆ ก็คือต้องเอากระเป๋าใหญ่ไปใส่ล็อกเกอร์ จากนั้นก็เอาตั๋วรถไฟ swiss pass ไป activate ที่เคาเตอร์ จับรถไฟไปมองเทรอซ์ (Montreux) ให้เวลาตัวเอง 2 ชั่วโมงที่นั่น จากนั้นก็มุ่งหน้าไปเบรียนซ์ (Brienz) เมืองเล็กๆริมทะเลสาบที่เราจองโรงแรมไว้ เนื่องจากวันต่อไปเตรียมจะขึ้นเขาจากอินเทอร์ลาเก้น(Interlaken) ซึ่งห่างจากเบรียนซ์ 20 นาที

แต่ว่า....แผนที่เตรียมมามีข้อบกพร่องจนได้!

เริ่มตั้งแต่ฝากกระเป๋า กระเป๋าใหญ่เกินไปง่ะ.. ยัดไม่เข้า เหอๆๆๆ นิดเดียวเอง ตอนวัดไซส์กระเป๋าลืมเผื่อล้อ คิดว่าเข้าได้ชัวร์

ดูรูปล็อกเกอร์


เอาล่ะสิ...เหงื่อตก แผนพังเลยนะนั่นเพราะจะหอบกระเป๋าใหญ่ยักษ์ไปด้วยได้งายย เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่แถวนั้น เค้าบอกว่าสามารถไปฝากที่เคาเตอร์ได้เหมือนกัน ชิ้นละ 7 ฟรังค์ต่อวัน เออ..ราคาเท่าล็อกเกอร์เลย

สรุปว่ารอดตายเรื่องกระเป๋า ต่อไปก็หาเคาเตอร์ขายตั๋วเพื่อ activate swiss pass มีปัญหาอีกแล้ววว อ่านป้ายไม่ออก มีแต่ภาษาไรไม่รู้คิดว่าเป็นฝรั่งเศสนะ ก็เห็นเคาเตอร์นึงคนเยอะๆ คิดว่าใช่แน่ เลยไปต่อคิวกะเค้ามั่ง สรุปว่าไม่พลาด ได้ประทับตราตั๋วมาเรียบร้อย

ต่อไปก็หารถไฟ ซึ่งตอนนี้ปวดหัวสุด วิธีการดูรถไฟที่นี่คือ หาป้ายที่มีตัว i ให้เจอ กระดานที่บอกตารางรถเข้า-ออกจะอยู่ที่นั่น เราจะเห็นว่ารถที่เราจะไปจะออกที่ชานชลาไหน ก็ไปรอที่ชานชลานั้น ซึ่งถ้าเป็นสถานีใหญ่ๆอาจจะมีถึง 8 ชานชลา โดยวิธีการไปชาลาต่างๆต้องลงทางลอดหรือทางข้าม ไม่มีการเดินตัดรางรถไฟเหมือนเมืองไทยนะเออ ซึ่งกว่าจะจับทางได้ว่าต้องทำแบบนี้ก็ทำเอาตกรถไปครั้งนึง เพราะตอนหาข้อมูลจดมาอย่างดีว่ารถขบวนที่เท่าไหร่ ไปไหน ต้องเปลี่ยนรถที่ไหน แต่ไม่ได้จดเลขชานชลามา เชยอะ..นึกว่าเหมือนเมืองไทย คือยืนๆรอมันตรงราง เดี๋ยวมันก็มาทุกขบวนแหละ แล้วเวลาในการเปลี่ยนรถไฟของเราแต่ละครั้งจะกระชั้นมาก บางทีมีเวลา 5 นาที ครั้งแรกที่ต้องเปลี่ยนรถที่โลซานน์ต่อไปเบิร์นก็เลยตกรถซะ เพราะหาป้ายบอกไม่เจอว่ารถไฟไปเบิร์นออกที่ชานชลาไหน เลยได้เดินเล่นอยุ่แถวสถานีโลซานน์ซะครึ่ง ชม.

ป้ายบอกทาง..โปรดสังเกตุตัว i


เส้นทางมุ่งหน้าไปเบรียนซ์สำหรับเราเป็นอย่างนี้

เจนีวา-มองเทรอซ์-โลซานน์-เบิร์น-อินเทอร์ลาเก้น-เบรียนซ์

ต่อรถไฟ 4 ครั้ง!! พลาดไปครั้งนึงแต่ก็ได้เรียนรู้วิธีเดินทางที่ดี...คุ้ม...เพราะหลังจากนั้นเชี่ยวม๊ากก

รูปนี้ถ่ายตอนรอเปลี่ยนรถไฟที่มองเทรอซ์ เป็นการสัมผัสสวิสเต็มๆตาครั้งแรก....ทึ่งในความสวยจริงๆ





ขอพูดถึงเมืองอินเทอร์ลาเก้นหน่อย เมืองนี้เป็นชุมทางของการท่องเที่ยวที่ใหญ่ จึงมีนักท่องเที่ยวมาก (ทำให้เราไม่พักที่นี่) ชื่อเมือง interlaken มาจากคำว่า inter lake คืออยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 อันคือ ทะเลสาบทูน และ ทะเลสาบเบรียนซ์ เพราะฉะนั้นเดินทางจากเบิร์นก็จะถึงมืองทูนก่อน (Thun-เมืองที่มีทีมบอลไปแข่งแชมเปี้ยนลีกส์นั่นเอง) รถไฟจะเลียนทะเลสาบทูนไปจนถึงอินเทอร์ลาเก้น จากนั้นก็เลียบทะเลสาบเบรียนซ์ไปจนถึงเมืองเบรียนซ์

ทำไมเราถึงเลือกพักที่เบรียนซ์ ไม่ใช่ทูน ทั้งๆที่จุดหมายในวันรุ่งขึ้นอยู่ที่อินเทอร์ลาเก้น ซึ่งต้องย้อนกลับมาจากเบรียนซ์ประมาณ 20 นาที?

คำตอบคือเพราะเราดูจากเวบแล้วหลงรักเบรียนซ์ เป็นเมืองเล็กๆน่ารัก โรงแรม+สถานีรถไฟอยู่เลียบทะเลสาบหมด และน้ำในทะเลสาบเบรียนซ์จะเป้นสีออกเขียวๆ ไม่เหมือนทูนที่เป็นสีน้ำใสๆธรรมดา

มาถึงเมืองเบรียนซ์ประมาณ 4 โมงครึ่ง เดินจากสถานีรถไฟไปโรงแรม เลียบทะเลสาบมาเรื่อยๆ อ่านจากในเน็ตบอกว่าประมาณกิโลนึง

ทางเดินเลียบทะเลสาบ


ความเขียวของทะเลสาบเบรียนซ์


แล้วก็มาถึงโรงแรม


ห้องเล็กแต่น่ารักดี คืนละ 90 ฟรังค์ ก็ไม่แพงมาก (ฟรังค์ละ 32 บาท ลองคูณดู)


ถ่ายจากหน้าต่างห้องนอน


เช็คอินเรียบร้อย ก็เลยออกมาเดินเล่นริมทะเลสาบ รอดูพระอาทิตย์ตกด้วย 6 โมงแล้วก็ยังไม่ตกซะที ระหว่างนั่งก็ดูนักท่องเที่ยวอื่นๆไปด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งมาเป็นครอบครัว ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก และหมา คิดว่าเป็นคนสวิสเองซะเยอะเหมือนกัน เพราะเมืองเบรียนซ์นี้อยู่ห่างจากเมืองใหญ่อย่างเบิร์นแค่ 1 ชม. และห่างจากลูเซิร์น ประมาณชั่วโมงครึ่ง น่าอิจฉาจริงๆ ถ้าเป็นเราจะมาทุกอาทิตย์เลย มีที่เที่ยวสวยๆใกล้แบบนี้

เดินเล่นริมทะเลสาบ


เหงาจัง...มีคนเตือนแล้วเชียวว่ามาเที่ยวคนเดียวน่ะคล่อง มันส์ แต่เหงาชิบ...ถ้ามีเพื่อนมาด้วยอีกซักคนก็คงดี ไว้ช่วยกันชม แชร์ความรู้สึก และแชร์ค่าโรงแรม 555

พระอาทิตย์ตกแล้ว


กลับโรงแรมอย่างหงอยๆ room service แจ้งว่าพรุ่งนี้ไม่มีรถไปส่งที่สถานีรถไฟแล้ว..อ้าว..ปกติยั๊วะนะเนี่ย แต่คราวนี้ไม่เป็นไร เดินเลียบทะเลสาบไปก็ได้ ชอบๆ ก็กะว่าจะเช็คเอาท์ประมาณ 7 โมง เพื่อจะได้ไปถึงอินเทอร์ลาเก้นตอน 7โมงครึ่ง เตรียมตัวขึ้นเขา คิดว่าต้องสวยมากๆเลย น่าจะเป็น highlight ของทริปนี้เลยทีเดียวเชียว..




Create Date : 17 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2550 16:20:10 น. 8 comments
Counter : 300 Pageviews.

 
ปีหน้าจะไปสวิสอีกครั้งครับ ขอบคุณที่นำเที่ยวครับ


โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:38:58 น.  

 
เที่ยวคนเดียว เหงาแต่อิสระดี
เที่ยวหลายคนไม่เหงา แต่อาจไม่อิสระ
แต่ข้อดี คือ มีคนแชร์ ค่าห้อง
ค่าเดินทาง
ได้รสชาติแตกต่างกันไปค่ะ
เที่ยวคนเดียว
เที่ยวกับเพื่อน
เที่ยวกับแฟน
อิอิ


โดย: grappa วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:59:02 น.  

 
อิจฉา วุ้ยยยยยยยยยยยยย

สวยจัง....อยากไปมั้ง อะ

เด๋วเก็บตังค์ก่อน.......

แต่...ไม่กล้าไปคนเดียว แบบว่ากลัวหลง ยิ่งเอ๋อๆอยู่ 5 5 5


โดย: fan_man_u วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:12:56 น.  

 
รถไฟสวิสขึ้นง่ายจะตายค่ะ

เห็นมั้ยล่ะ เชี่ยวแล้ว


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:52:49 น.  

 
ไปคนเดียวเหรอ เก่งจังเลยค่ะ


โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 18 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:17:32 น.  

 
สวิส เป็นประเทศนึงที่อยากไปมากก เลยค่ะ ถ้าจะไปคงต้องเก็บตังค์เหะๆ ไปคนเดียวด้วยเก่งจังค่ะ ......รูปสวยดีค่า

...harry ไปดูมาแล้วค่า สนุกมากกก เลยค่ะ สำหรับเรานะคะ ทำได้ดีกว่าภาค 3 หมายถึงตัวหนัง การเดินเรื่อง effect อ่าค่ะ...

...เรื่องโช ช่ายค่ะ โชน่ารัก แต่ในหนังสือควรจะต้องสวยมากๆๆ จน harry หลงไหล...

...เชดริก หล่อ มากกกกกก จริงๆค่ะ ดูแล้วต้องหาหนังเรื่องอื่นที่เคยแสดงมาดูต่อ 5555 ...

...หนังมีการเปลี่ยนแปลงบางตอนช่ายๆค่ะ (เอาที่จำได้นะคะ เล่ม 4 ยังไม่ได้อ่านซ้ำเลยอ่าค่ะ) ...ตัวไนเจล ไม่รู้ว่าเพิ่มเพราะอะไรนะค่ะ ....เรื่องบาตี้ เคร๊าซ์ อยู่ๆก็ตายโดยไม่มีคำอธิบาย ....ริต้า สกีตเตอร์ไม่มีการพูดถึงว่าเป็น อนิเมต ทั้งๆที่ เล่ม 5 จะต้องมีเนื้อเรื่องต่อว่าทำไมถึงต้องกลัวเฮอร์อ่าค่ะ.....วิงกี้ หายไป....เฮอร์ทำไมต้องร้องไห้ในงานเต้นรำ...

...แต่โดยรวมแล้ว ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอยอ่าค่ะ


โดย: วัฌชา วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:12:53 น.  

 
สักวันนึงผมต้องไปสวิสบ้างให้ได้เลย


โดย: maezono IP: 58.10.250.198 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:42:20 น.  

 


โดย: ปูเป็น วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:5:26:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

cirE
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











Always Forgive but Never Forget

Friends' blogs
[Add cirE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.