ชีวิตนี้เป็นของตัวเอง ขอใช้มันให้มีความสุขและคุ้มค่าที่สุด...........
Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
3 มกราคม 2549
 
All Blogs
 

อาบลมห่มหนาว... ที่ม่อนจอง

สวัสดีคืนวันที่ 3 มกราคมของปี 2006 ครับ ( ถ้าอวยพรให้เพื่อนๆจะช้าไปไหนเนี่ย อิอิ)
ช่วงหยุดปีใหม่ที่ผ่านมาเพื่อนๆคงได้ไปเที่ยว ไปเคาท์ดาวน์ในสถานที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะฉลองกับครอบครัว คนรู้ใจ บางคนอาจจะฉลองแบบเหงาๆกับตัวเอง
แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้มีความสุขต้อนรับปีใหม่กันถ้วนหน้านะครับ

สำหรับผมแล้ว ปีใหม่ปีไหนๆก็เหมือนเดิม ผมยังคงฉลองกับเพื่อนๆ แบบว่าปีใหม่แล้วก็ยังไม่รู้จะไปไหนดี เลยนัดเพื่อนๆกลุ่มชายโฉดไปฉลองด้วยกัน

ออกจากเรื่องปีใหม่ ก็กลับเข้าสู่เรื่องเดิมๆของบล็อก เนื่องจากวันหยุดที่ผ่านมามีเวลาว่างเหลือเฟือ เลยเอารูปที่ถ่ายไว้มาลง ( หลังจากดองฟิล์มไว้พักใหญ่ๆ เพราะเจ้าของบล็อกเลี้ยงฉลองทุกวัน ^ ^" )


เอาละ ตามไปเที่ยวดอยม่อนจองกับผมกันครับ

*************

ทริปนี้เป็นทริปที่เดินไม่ไกลแต่เหนื่อยนิดหน่อย งงละสิว่าทำไม เหอๆๆ

ก็ทริปนี้เป็นทริปที่เกิดaccidentหลายอย่างมาก ออกเดินทางจากเชียงใหม่สายกว่ากำหนด เนื่องจากยังมีน้องๆหลายคนติดงานคลินิก กว่าล้อจะหมุนออกจากเชียงใหม่ก็ 5โมงเย็นกว่าๆ
ตามกำหนดการณ์น่าจะใช้เวลาเดินทางถึงเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าประมาณ5-6ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าขับอยู่ในเขตป่าอมก๋อยอยู่ดีๆ รถคันที่ผมนั่งมาก็เสียกะทันหัน...

ตอนนั้นเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ พวกผมพยายามโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพราะเราติดต่อเขาไว้ว่าจะไปถึงบ้านพักตอน5ทุ่ม แต่ถนนกลางป่าไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย เหอๆๆ
หลังจากมั่นใจว่าถนนว่างเปล่าและมืดสนิทไม่มีรถผ่านไปมาแน่ๆ พวกผมเลยต้องนั่งรอตามยถากรรมริมถนน อากาศบนดอยก็เย็นจัดจนต้องเข้าไปเก็บไม้ในป่าข้างทางมาก่อไฟให้ความอบอุ่น

พวกผมนอนรอริมถนนจนถึงตี 4 ในที่สุดก็มีรถกะบะของทางเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่ามาช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่บอกว่าสงสัยว่าทำไมพวกเรายังไปไม่ถึงเลยขับรถออกมาดู แล้วก็มาเจอพวกเราพอดี พวกผมเลยขนสัมภาระขึ้นกะบะรถเจ้าหน้าที่ โต้ลมหนาวตอนเช้ามืดจนถึงบ้านพัก

เจ้าหน้าที่ศูนย์นางนอนใจดีมากๆ พอพวกเราไปถึงรีบเสริฟข้าวต้มร้อนๆและเครื่องดื่มอุ่นๆ ต่อชีวิตพวกเราไปได้อีกวัน
คืนแรกเข้านอนตอนตี 5 ครับ


**************


เช้าวันที่24 ผมตื่นตอน 7 โมงเช้า ปลุกเพื่อนๆให้ลุกขึ้นมาเตรียมตัว เพื่อไปกินข้าวเช้าที่ทางแม่ครัวจัดให้
ช่วงเช้านี้เองที่ผมเพิ่งได้สังเกตบ้านพัก
ที่นี่บ้านพักสวยดีครับ บรรยากาศดีด้วย เป็นบ้านไม้อยู่ริมแม่น้ำ เช้าๆได้ยินเสียงน้ำและเสียงนกร้อง ตัวบ้านอยู่ห่างจากศูนย์หลายร้อยเมตร แต่ถ้าจะพักใกล้ๆศูนย์จะเป็นบ้านพักบนเนิน
เช้านี้มีข้าวร้อนๆ ปลาทับทิมทอดกรอบ ผัดบล็อกโคลี่ ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ฯลฯ แถมมีผลไม้ให้เลือกอีกสารพัด บริการดีมากๆจนนึกว่าอยู่รีสอร์ทเลยครับ

นี่เป็นรูปวิวใกล้ๆศูนย์ที่ผมไปพัก ผมชอบมากๆ ได้บรรยากาศชนบทดี



หลังจากกินข้าวเสร็จพี่เจ้าหน้าที่ก็พาพวกเราไปที่ศูนย์เลี้ยงกวางผา เพราะระหว่างทางเชื่อว่าไม่มีโอกาสเจอแน่ๆ กวางผาที่นี่เป็นตัวที่ได้จากการจับกุมพวกค้าสัตว์ป่าและได้จากชาวบ้านกะเหรี่ยงนำมาให้ กวางตัวขนาดย่อม สีเทาหม่นๆ แต่ปราดเปรียวว่องไวมาก
หลังจากดูกวางเสร็จพวกเราก็ขนสัมภาระขึ้นรถ4WD เพื่อไปยังตีนดอยม่อนจอง ระหว่างทางผ่านหมู่บ้านกะเหรี่ยงเพื่อรับลูกหาบ ก่อนจะนั่งกะบะทางโหดเล็กน้อย แค่โยกจนกระเพาะพันกับลำไส้อีก2ชั่วโมง ถึงจุดเริ่มเดินตอน11.00น. ที่นี่เรากินมื้อกลางวันเติมพลังก่อนเริ่มเดินเท้าเข้าสู่ป่าม่อนจอง



ป่าม่อนจองเป็นพื้นที่สีเขียวที่ยังคงความสมบูรณ์ มีนกมากมายหลายชนิดจนเรียกว่ามินิอินทนนท์ ผมเองก็ได้เห็นนกหลายชนิด เช่นนกพญาไฟสีแดง นกแซงแซวหางปลา เหยี่ยวภูเขาเป็นต้น


เส้นทางในป่าม่อนจองเดินง่ายๆสบายๆ เดินประมาณ2กิโลเมตรก็พ้นเขตป่า ตรงจุดนี้จะเห็นหุบเขามองลงไปเบื้องล่างจะเห็นทางลูกรังคดเคี้ยวไปมา เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่าเป็นทางช้างเดิน เดินไปที่ไหนก็ราบไปถึงนั่น เป็นการสร้างเส้นทางในป่าแบบธรรมชาติ



และเราก็มาถึงจุดชมวิวจุดแรกที่เรียกว่าภูหินช่อ
เป็นหินก้อนใหญ่อยู่ริมหน้าผา ปีนขึ้นไปนั่งเล่นบนนั้นได้

เจ้าพวกนี้ชอบ เล่นของสูง ครับ อิอิ



จากภูหินช่อเดินเข้าป่าต่อไปอีกพักใหญ่ๆ จนถึงจุดกางเต๊นท์ของนักท่องเที่ยว
ลานกางเต๊นท์เป็นลานแคบๆ มีนักท่องเที่ยวพักแรมอยู่ก่อนแล้วประมาณสิบคน แต่คืนนี้พวกผมไม่ได้พักจุดนี้ครับ เราต้องเดินต่อข้ามเนินอีก1ลูกเพื่อไปยังสนามกอล์ฟช้าง ทางเดินช่วงหลังๆมีแต่ขึ้นเนินลงเนิน:)

สนามกอล์ฟช้าง เป็นลานหญ้ากว้างๆ มีหลุมขนาดใหญ่เหมือนช้างมาเล่นกอล์ฟ ถึงจุดนี้เรามองไปเบื้องหน้าจะเห็นยอดหัวสิงห์อยู่ลิบๆ พอหันกลับไปเบื้องหลัง เห็นทิวเขาที่เพิ่งเดินผ่านมา แดดอ่อนๆยามเย็นทำให้ทุ่งหญ้าสีทองสวยไปอีกแบบ



จากสนามกอล์ฟช้าง จุดกางเต๊นท์ของผมอยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งต้องเดินเข้าไปในป่าอีกหลายร้อยเมตร ใกล้ๆเต๊นท์มีลำธารเล็กๆด้วยครับ แต่ไม่ค่อยมีน้ำเพราะเป็นหน้าแล้ง

อันนี้รูปเต๊นท์ของพวกผมครับ


จากสนามกอล์ฟช้าง ต้องเดินอีกประมาณ1ชั่วโมงเพื่อไปยอดดอยหัวสิงห์ พวกเราตกลงกันว่าเดินลัดเลาะตามเขาไปเรื่อยๆ ถ้าพระอาทิตย์ตกเมื่อไหร่ก็กางขาตั้งกล้องตรงนั้น
เดินไปได้ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็ต้องรีบเปิดกระเป๋าคว้ากล้อง วันนี้พระอาทิตย์ตกเร็วแถมมีเมฆบัง





หลังจากได้รูปพระอาทิตย์ตกที่ไม่สวยงามเท่าไหร่มาสองสามรูป พวกผมก็เดินทางกลับ ฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว ดาวดวงน้อยๆเริ่มโชว์ตัว ยอดดอยยามค่ำคืนลมแรงมากครับ ต้องคอยดูแลทรัพย์สินดีๆ อย่างผมมัวแต่ถ่ายรูปรู้ตัวอีกที ถุงมือกับหมวกปลิวหายไปไหนไม่รู้

สนามกอล์ฟช้างเป็นจุดถ่ายรูปดาวที่ดีมาก ฟ้ามืดสนิทไม่มีแสงรบกวนจากในเมืองเลย ถ้าใครมีสายลั่นชัตเตอร์มาตั้งกล้องถ่ายดาวได้เลยครับ (แต่คืนนี้ผมไม่เอาด้วยละ หนาว...)

วันที่สองนี้ มีมื้อเย็นเป็นไก่ทอดแข็งโป๊ก ที่เรียกกันเล่นๆว่าไก่เจ็บjoint กับหมูย่างชิ้นโต เรียกเล่นๆว่าหมูทรมานdisc แบบว่าขี้เกียจอุ่นไฟน่ะครับเลยกินมันทั้งอย่างนั้น ( เคี้ยวแล้วเจ็บข้อต่อขากรรไกรเจงๆๆ )
นอกจากนั้นก็มีโกโก้อุ่นๆ สมนาคุณโดยน้องบิ๊กผู้ชอบก่อไฟ แต่ก็ชงได้อุ่นอร่อยจริงๆ ยกนิ้วให้

คืนนี้โชคดีกว่าเดิม ได้ซุกถุงนอนอุ่นๆ นอนหลับตอน 5 ทุ่มกว่าๆ... คืนนี้วันคริตสมาสด้วย Merry Christmas และ goodnight ครับ:)

*************

เช้าวันรุ่งขึ้น เรานัดกันตอนตี4ครึ่ง เพื่อเดินไปยอดดอยหัวสิงห์
ผมตื่นตอนตี4เพราะเสียงน้องๆ (ไอ้ฮาร์ทกับไอ้บิ๊ก) ที่พยายามช่วยกันต้มมาม่า หลังจากจัดการมื้อเช้าในความมืดเรียบร้อย ก็ออกเดินทางปีนป่ายจากจุดกางเต๊นท์ไปสนามกอล์ฟช้าง อากาศเช้ามืดวันนี้เย็นจัดมากๆ ลมแรงจนแสบตาไปหมด ผมเองไม่มีถุงมือไม่มีหมวก จำต้องสละเสื้อยืดมาโพกหัวเหมือนนักร้องเพลงเพื่อชีวิต -_-"
พวกเราส่องไฟฉายเดินคลำทางตามไหล่เขาในความมืดประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงยอดดอยหัวสิงห์ เพียงแค่ถึงบนยอดดอยก็ได้พบกับฟ้าที่เริ่มสว่าง พระอาทิตย์กำลังยิ้มทักทายอยู่พอดี

ฟ้าวันนี้เป็นสีส้ม.. มีเมฆบังเล็กน้อย



ฟ้าค่อยๆสว่างทีละนิด เพื่อให้ไออุ่นแก่ตากล้องที่หนาวสั่น
หมอกสีขาวจับที่เลนส์จนกลายเป็นฝ้ามัวๆ...


บางคนเลือกที่จะสัมผัสอากาสหนาวเป็นคู่ ในขณะที่บางคนเลือกที่จะเก็บภาพความประทับใจเพียงลำพัง :)


ที่ยอดดอยหัวสิงห์มีดงกุหลาบพันปีอยู่ที่ด้านหลังหัวสิงห์ บางคนปีนลงไปเก็บรูปดอกไม้ แต่ผมเลือกที่จะอยู่บริเวณจุดสูงสุดซึ่งจุดที่ชมวิวได้รอบ 360 องศา แม้ลมแรงมากจนมือสั่นแต่ผมชอบวิวที่มีแต่หุบเขาเวิ้งว้าง


หลังจากอยู่บนจุดชมวิวจนถึง 8 นาฬิกา พวกเราก็เริ่มเดินเท้ากลับที่พัก วันนี้ไม่มีแดด วิวข้างทางมีแต่หมอก พอกลับถึงเต๊นท์ก็แยกย้ายกันเก็บสัมภาระ ขยะพวกกระดาษและพลาสติกนำมากองรวมกันแล้วเผา ส่วนที่เป็นโลหะเช่นกระป๋องอาหารทั้งหลายที่น้องๆขนมากินก็นำใส่ถุงแบกลงไปทิ้งข้างล่าง

ข้อแนะนำอย่างหนึ่งสำหรับการเดินทางคือถ้าไปเที่ยวไม่นาน อาหารกระป๋องอาจไม่จำเป็น
ถ้าเป็นผมจะเลือกอาหารใส่ถุงพลาสติก อากาศเย็นๆอยู่ได้หลายวัน ถ้ากลัวเสียก็เอาออกมารวนหรืออุ่นไฟ พวกปลากระป๋อง หอยลายกระป๋อง แยมทาขนมปังที่เป็นขวดแก้ว ผมไม่แบกไปให้หนักหรอกครับ ถ้าอยากกินจริงๆเปิดกระป๋องเทใส่ถุงเลย ไม่มีขยะเป็นภาระ

หลังจากเก็บของเสร็จก็เดินทางกลับ แดดสายๆสีเหลืองทอง ช่วยให้อุ่นขึ้นเยอะ
ขากลับผมใช้เวลาไม่นาน แต่เทียบแล้วก็สู้าน้องๆลูกหาบไม่ได้ วิ่งลงเขาพร้อมๆเข่งใส่ของหนักเป็นสิบๆโล (ย้ำว่าวิ่ง...)

ผมสังเกตว่าลูกหาบของแต่ละสถานที่มีวิธีการแบกของไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นดอยหลวงเชียงดาวจะเอาของใส่กระสอบผูกเชือกปากถุงแล้วสะพายหลังเหมือนเป้ ถ้าเป็นภูกระดึงจะใช้ท่อนไม้ไผ่เป็นคานแบก ถ้าเป็นภูสอยดาวจะใส่กระสอบแล้วแบกขึ้นบ่า ถ้าเป็นดอยม่อนจองจะเอาของใส่เข่ง ใช้เชือกคล้องกับตัว (บางคนคล้องที่ไหล่ บางคนคล้องที่หัว )

นับว่าเป็นชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจจริงๆ



ตอนขากลับก็คล้ายๆกับตอนมา คือนั่งกะบะ4WDออกจากเขตป่า กลับไปกินข้าวกลางวันที่ศูนย์ป่าไม้ และกลับจากอมก๋อยถึงตัวเมืองเชียงใหม่ตอน3ทุ่มกว่าๆ


แล้วก็หมดไปอีกทริปครับ กับช่วงเวลาสั้นๆที่แสนประทับใจ ทริปนี้ผมได้เห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยเห็น เช่นเหยี่ยวภูเขาที่บินวนอยู่ในระยะใกล้ ผมได้รับน้ำใจจากหลายๆคน ทั้งพี่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่อาสาช่วยแบกขาตั้งกล้องหนัก2กิโล ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ และน้องลูกหาบที่เก็บถุงมือได้แล้วเอามาคืน^^
เพื่อนร่วมเดินทางทุกคนทำให้ผมรักการเดินทางมากขึ้น และอยากไปเที่ยวในอีกหลายแห่งที่ไม่เคยไป

ทริปหน้าผมยังไม่รู้จะไปที่ไหน แต่ผมเชื่อว่า..

มิตรภาพมันมาพร้อมกับการเดินทาง

จากประสบการณ์ตรงของผมครับ:)




********




 

Create Date : 03 มกราคม 2549
46 comments
Last Update : 5 มกราคม 2549 19:42:42 น.
Counter : 1615 Pageviews.

 

ข้อมูลนิดหน่อยสำหรับคนที่สนใจ

- การเดินทางต้องติดต่อขออนุญาติทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน
- ถ้าจะนอนที่บ้านพักติดต่อทางเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าด้วยครับ ค่าใช้จ่ายแล้วแต่จะตกลงกันว่ารวมค่าอาหารหรือไม่
-ค่ารถ 4WD ไปส่งที่จุดเริ่มเดินเท้า 3000 บาท/เที่ยว
-ค่าจ้างลูกหาบ 300 บาท/คน/วัน
-การเดินทางต้องมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมนำทางเสมอ
-เส้นทางเดิน ชิวๆครับ ไม่โหด แต่วิวสวยมาก
-ไปกับทัวร์ก็ได้ครับ ผมเห็นอยู่หลายเวปเลย

คืนนี้ goodnight ครับ :)

 

โดย: Carlziess Lens 3 มกราคม 2549 22:51:46 น.  

 

รูปสวยมากๆเลยค่ะ อยากไปด้วยจัง

 

โดย: mungkood 3 มกราคม 2549 22:58:26 น.  

 

อ่านแล้วสนุกดีครับ

 

โดย: ป้อจาย 3 มกราคม 2549 23:24:43 น.  

 

อยากไปด้วยคนค่ะ อ้อ เห็นใช้ชื่อ CarlZiess Lens นี่แปลว่าใช้กล้องของ Sony รึป่าวเอ่ย ถ้าใช่ ใช้รุ่นไหนอยู่ค๊ะ

 

โดย: lady aeh IP: 221.128.99.73 3 มกราคม 2549 23:50:39 น.  

 

สวยจังง่าาาา

 

โดย: simple things 6 มกราคม 2549 5:05:01 น.  

 

ยอดเยี่ยมมากครับอาจารย์.... สวยงามมาก ๆ อยากไปจริง ๆ เลยครับผม

 

โดย: POL_US 6 มกราคม 2549 7:32:19 น.  

 

ชอบมากๆ ครับ ;)

 

โดย: BAYROCKU 6 มกราคม 2549 8:44:09 น.  

 

น้องBAYROCKU --->สวัสดีครับ ลงรูปให้ตามที่คุยกันแล้วนะ แต่รูปพวกนี้สแกนมาจากฟิลม์แถมต้องย่อไฟล์ด้วย ภาพไม่ค่อยชัดเลย ไม่เป็นไรเนอะ แหะๆ^_^"

ท่านPOL_US ---> สวัสดีครับท่าน รีบๆเรียน รีบกลับเมืองไทยซีครับ จะได้มีเวลาเที่ยว (ฟิตร่างกายดีๆเน้อ)

simple things ---> ขอบคุณครับผม

คุณlady aeh ---> แหะๆ ชอบมีคนเข้าใจผิดว่าผมเป็นสาวกโซหนี้เรื่อยเลย
ตอนนี้ผมยังใช้กล้องฟิล์มอยู่เลยครับ เป็นCanonรุ่นเก่า
ผมใช้ชื่อนี้เพราะผมเคยใช้และชอบเลนส์Carl Zeiss ซึ่งเป็นเลนส์ชื่อดังสมัยหลายสิบปีที่แล้ว (บริษัทที่เยอรมันขายTradenameนี้ให้โซหนี้ญี่ปุ่นเมื่อ2-3ปีก่อน แต่ผมใช้ชื่อนี้มาเป็นสิบปีแล้วครับ
เพราะงั้นผมเลยกับโซหนี้เลยไม่ได้กิ๊กกันนะครับ )

คุณป้อจาย ---> สวัสดีครับ ว่างๆแวะมาอีกนะ ถ้ามีเวลาผมจะพยายามเอารูปไปเที่ยวที่ดองไว้มาลงอีกครับ

คุณmungkood ---> ขอบคุณมากครับ เรื่องถ่ายรูปผมยังมือใหม่อยู่เลย แหะๆ
ทริปม่อนจองไปกับทัวร์ก็ได้ครับ เดินชิวๆไม่ลำบากแต่วิวสวย

ปล. สวัสดีทุกๆคนที่แวะมาเข้ามาเยี่ยมด้วยละกันครับ

 

โดย: Carlziess Lens 7 มกราคม 2549 13:54:42 น.  

 

เห็นภาพแล้วอยากไปเที่ยวจังเลยค่ะ

แต่กลัวเดินไม่ไหว

 

โดย: Batgirl 2001 7 มกราคม 2549 14:35:37 น.  

 

รูปสวยสุดยอดเลยครับ ยอดเบี่ยมมากๆ

กวางผาที่เจ้าหน้าที่เลี้ยงไว้ มันเชื่องกับคนไหมครับ?

 

โดย: นายเบียร์ 8 มกราคม 2549 2:21:17 น.  

 

แวะมาสวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ (ย้อนนานไม่หน่อยมะว่ากันนะคะ)

แนเรื่องราวของคุณจขบ.แล้ว....อยากแบกเป้ขึ้นไหล่ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกครั้งจัง โอเคว่าถึงจะลำบากแต่ไหงไม่รู้...เราชอบแฮะ

 

โดย: Peachy Punch 8 มกราคม 2549 9:28:23 น.  

 

ได้นั่งดูจันทร์บนดอยม่อนจองคงจะดี

 

โดย: BAYROCKU 8 มกราคม 2549 16:06:30 น.  

 

เราชอบภาพผิงไฟจัง
เราไม่เคยไป camping แบบนี้

ภาพชวนให้มองนาน ๆ น่ะ

เสียดายว่าหนาวปีนี้เราอดไปไหน ๆ อย่างเคย
พอดีช่วงที่ผ่านมาโหมงานมากเกินตัว
ตอนนี้เลยต้องพักยาว จนกว่าสุขภาพจะดี ๆ
อดล่องแก่ง อดขี่ม้า อดไปถ่ายรูปไหน ๆ

อีกภาพที่เราชอบ
คือภาพที่ต่ำลงมาจากคำบรรยาย
ว่าพระอาทิตย์บัง

ภาพที่มีคนเหมือนกำลังจะหยิบกล้องล่ะมั้ง
(ดูไม่ชัด)

เห็นแล้ว รู้สึกว่าสวย
บวกกะทำให้นึกถึงตัวเอง
ถ้าได้มีโอกาสไป
แสงสวย ๆ ก็คงส่องเราให้สวยอย่างงี้เหมือนกัน

 

โดย: แ ม ง ป อ 8 มกราคม 2549 17:16:19 น.  

 

ภาพสวยมากๆครับ ชอบหลายๆภาพเลย


ช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก เลยไม่ค่อยได้เข้าบล็อกครับ ขออภัยด้วย ไว้เคลียร์งานเสร็จ จะเข้ามาเยี่ยมใหม่ครับ

 

โดย: พ่อหมาโจ IP: 203.156.66.76 8 มกราคม 2549 21:07:20 น.  

 

สวัสดีปีใหม่เหมือนกันนะครับ
ขอให้มีความสุขมากๆเช่นกันครับ

ดูเเค่ภาพถ่ายก็ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเเล้วครับ
พอมาอ่านเรื่องก็สมบูรณ์เข้าไปอีก ภาพสวยมากครับ

 

โดย: Dark Secret 8 มกราคม 2549 23:57:51 น.  

 

รูปสวยเหมือนเคยเลยนะครับ



อีก 2 อาทิตย์จะแว่บไปภูหลวง ภูเรือ

จะแอบจำมุมภาพถ่าย ไปถ่ายมั่งครับ

อาจสวยสู้ไม่ได้

แต่คนถ่ายตั้งใจเต็มร้อยคร้าบ

 

โดย: Marvellous Boy 9 มกราคม 2549 14:07:51 น.  

 

ตามมาเที่ยวค่ะ
ได้บรรยากาศธรรมชาติดีจริงๆ เลยค่ะ
ภาพสวยมากๆ ^^



...

 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) 9 มกราคม 2549 16:53:39 น.  

 

รูปสวยมากมาย

อยากไปมั่งจังเลยอะค่ะ

 

โดย: นมัสเต 9 มกราคม 2549 20:56:49 น.  

 

มาทักทายค่า

 

โดย: Batgirl 2001 9 มกราคม 2549 21:51:53 น.  

 

มีเพื่อนจะไปเที่ยวดอยม่อนจองเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนกันครับ แล้วก็ชวนๆผมอยู่ด้วยเหมือนกัน แต่เห็นบอกว่า ทริปคนน้อยเกินไป เค้าก็เลยไม่จัดครับ

เลยได้มาเห็นภาพสวยๆที่นี่เองครับ ปกติแล้วไม่ได้เที่ยวป่าเที่ยวดอยแนวๆนี้เท่าไหร่ครับ ดูท่าทางจะต้องเดินทางเหนื่อยเหมือนกันนะครับ แต่ภาพบรรยากาศสวยๆที่ไปเที่ยวและวิว สวยคุ้มเชียวนะครับ

ปีใหม่ไม่ได้ไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ที่ไหนครับ เสียดายมากๆ เพราะต้องไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัดกับที่บ้าน เสียดายจริง อดไปเคาท์ดาวน์กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ๆ เสาร์ที่ผ่านมาเลยถือโอกาสไปฉลองกับเพื่อนทดแทนครับ

 

โดย: Tempting Heart 10 มกราคม 2549 6:06:54 น.  

 

อ้อ ถ่ายภาพฝีมือคุณ Carlziess Lens สวยมากๆครับผม

 

โดย: Tempting Heart 10 มกราคม 2549 6:15:13 น.  

 

:)

อ่านแล้วรู้สึกดีจัง ชักอยากไปล่ะสิ

 

โดย: -S n o w G i r l- 12 มกราคม 2549 8:34:48 น.  

 

รูปสวยจังเลยนะคะ
เห็นบรรยากาศแล้วน่าไปเที่ยวจัง

 

โดย: hypnotizer 12 มกราคม 2549 23:48:00 น.  

 

ดอยม่อนจอง จะแปลว่าอะไรก็แล้วแต๊ สวยชะมัด
คงเพราะผู้นำทางเก่ง ทั้งเล่าเรื่องและถ่ายภาพ
ยังงี้ เขียนลงนิตยสารท่องเที่ยวตามแผงยังได้เรยยยยคับ
ขอบคุณที่ชวนไปเที่ยวด้วยBlog

 

โดย: yyswim 13 มกราคม 2549 15:47:35 น.  

 

อะ
เอาปลาร้อน ๆ มาฝากแล้วนะ

 

โดย: แ ม ง ป อ 14 มกราคม 2549 0:16:22 น.  

 

สวยจังค่ะ แต่ ถ้าสาวสวยเนื้อหวานอย่างอิฉันต้องไปแอ้งแม้งอยู่ข้าทางละก็ สงสัย เสือคาบไปกินแน่เลยค่ะ
เป็นการเดินทางที่ทรหด แต่คุ้มค่ามากจังเลยนะคะ

 

โดย: นางกอแบกเป้ 14 มกราคม 2549 11:33:16 น.  

 

เป็นอีกที่ ที่อยากไปตั้งแต่สมัยยังโบกรถเที่ยว
จนบัดนี้ทำงานมาเกือบ 10 ปีแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้ไปซะที

 

โดย: winter love song 15 มกราคม 2549 10:49:10 น.  

 

เข้ามาอิจฉา

เหอๆๆๆ
อยากไปบ้างงง..

 

โดย: นายกาเมศ 15 มกราคม 2549 13:08:05 น.  

 

ป๋มอยากไปเที่ยววววววววววววววววววววว

 

โดย: สตอเบอร์รี่นมเขย่า IP: 202.44.135.35 16 มกราคม 2549 11:21:33 น.  

 

สตอเบอร์รี่นมเขย่า--->สบายดีขึ้นหรือยังน้องมิ้ว เข้าไปอ่านบล้อกแล้วเป้นห่วง ดูแลตัวเองให้แข็งแรงไว้ ยังหนุ่มยังแน่น รับรองได้มีโอกาสไปเที่ยวแน่ๆ

นายกาเมศ--> มาเที่ยวสิครับ มาเชียงใหม่หลายครั้งแล้วนิ เปลี่ยนสไตล์การเที่ยวเป็นแนวนี้บ้างสิครับ อิอิ


คุณwinter love song ---> ผมเองก็ได้ยินชื่อ ได้เห็นภาพในหนังสือมานาน ก็เพิ่งได้มีโอกาสไปนี่ละครับ

นางกอแบกเป้---> สวัสดีครับ จริงๆก็ไม่ได้ทรหดมากหรอกครับ ทริปนี้หนุ่มเนื้อหวานเพียบแต่ก็รอดมาได้ เชื่อว่าเป็นทริปชิวๆสำหรับคุณแน่ๆ

แมงปอ---> ขอบคุณสำหรับของน่ากิน ถ้ามีโอกาสอยากพาตัวเองไปชิมฝีมือ หวังว่าคุณเมคงยอมทำของทอดให้กินนะครับ

yyswim ---> ขอบคุณมากครับ ชมจนผมลอยเลย แหะๆ

คุณhypnotizer ---> ขอบคุณคร้าบ

-S n o w G i r l- ---> ขอบคุณหลายๆ:

คุณTempting Heart ---> น่าเสียดายนะครับที่ทริปล่มไปเสียก่อน แต่เชื่อว่าเดี๋ยวก็มีโอกาสอีกครับ:

 

โดย: Carlziess Lens 16 มกราคม 2549 18:53:52 น.  

 

ภาพสวยนะคะ

เพื่อนจุมันบอกว่า เสน่ห์ของขุนเขา อยู่ที่ภาพถ่าย เห็นทีจะจริงตามนั้น

 

โดย: ju (กระจ้อน ) 16 มกราคม 2549 20:24:17 น.  

 

#4747

สวัสดีตอนดึกๆ ครับ หายหน้าไปจากวงการเลยนะครับ ;)

 

โดย: BAYROCKU 16 มกราคม 2549 22:30:32 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคร้าบบบบ ผมเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ ไม่รุรอบนี้จะป่วยอีกมั้ยเนี่ย

 

โดย: พ่อน้องโจ 17 มกราคม 2549 21:18:12 น.  

 

เป็นอะไรที่บรรยายน่าติดตาม ภาพก็งามธรรมชาติดีจัง
สงสัยต้องมาดู update บ่อยๆ ซะแล้ว

 

โดย: หมอเจ๋ง (D.K.H.N. ) 20 มกราคม 2549 19:15:04 น.  

 

สวัสดีค่ะเล่าได้สนุกมากค่ะภาพสวยมากๆเลยเมื่อไหร่จะมีโอกาศไปมั่งก็ม่ายรู้ค่ะอิจฉาจังเลยนะคะอยากไปมั่งอ่ะคะ

 

โดย: oryzaja 21 มกราคม 2549 10:48:42 น.  

 

พี่ อัพเดท เหอะ ...

 

โดย: POL_US 21 มกราคม 2549 15:34:06 น.  

 

สงสัยพี่หลงดอย หาทางกลับไม่ถูก ;)

 

โดย: BAYROCKU 22 มกราคม 2549 11:00:31 น.  

 

รูปถ่ายสวยมากครับ

 

โดย: สำเภางาม 6 กุมภาพันธ์ 2549 1:40:19 น.  

 

ภาพสวยจังเลยค่ะ..ดูแล้วอยากไปบ้างจัง

 

โดย: ก่าแป๊ง 18 ตุลาคม 2549 20:51:18 น.  

 

สวยจัง..เยย..อยากไปเที่ยวจัง

 

โดย: นู๋นิด IP: 222.123.231.63 13 กรกฎาคม 2550 17:01:31 น.  

 

เห็นแล้วอยากไปเที่ยวมาก

 

โดย: Mr.Submarine 2 สิงหาคม 2550 13:59:35 น.  

 

ยังไม่เคยไปเที่ยวเลย น่าอิจฉามากๆอยากไปเที่ยวมากๆเลย

 

โดย: คนม่อนจอง IP: 202.143.130.82 22 สิงหาคม 2550 11:46:20 น.  

 

สวยจังเลยน่ะครับ เห็นแล้วอยากจักลับบ้านจัง เฮ่อ.....ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้านเลยอ่ะ เที่ยวเผื่อด้วยน่ะครับ

 

โดย: นพ IP: 61.7.147.172 11 กันยายน 2550 19:09:31 น.  

 

เห็นแล้วคิดถึงบ้านจังน้อ...

งามแต้......

 

โดย: แปงแก้ว 21 กุมภาพันธ์ 2551 17:18:08 น.  

 

ดูจนครบแล้วค่ะ..สาเหตุที่เข้ามาดูเพราะหาสถานที่ท่องเที่ยวอ.เชียงคาน แล้วมันกะมาที่บล็อคของคุณ ก็เลยดูซะทุกทริปเลยค่ะ ... สรุป สั้น สั้น สุดยอดค่ะ ใช้ชีวิตคุ้มค่าจริง..จริง (อิจฉาด้วยงะ..อิอิ)

 

โดย: kuk IP: 124.120.164.34 3 ตุลาคม 2553 13:56:36 น.  

 

คิดถึงแม่จังไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว....
คิดถึงบ้าน..
คิดถึงกับข้าว..
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: karen IP: 180.183.123.108 14 กันยายน 2555 5:14:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Carlziess Lens
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"a man is not where he lives,bus where he loves.. ...."

Friends' blogs
[Add Carlziess Lens's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.