thank you for flying with the wing of HANG~
Group Blog
 
All blogs
 

Oman day 1

The day in Oman

บินมามัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน โดนอยู่ที่นี่ 2 วันครึ่ง อยู่แบบเต็มเหนี่ยว เป็นไฟล์ทที่สจ๊วตและแอร์วาย จะได้อยู่นานท่สุด (ไม่นับชาร์เตทอร์ไฟล์ทอื่นๆ)

ผู้โดยสารเต็มเหนี่ยว ทั้งล์ทและกลับ ล้นกันชนิดที่ไม่มีรูว่างให้หายใจ แต่พอมาจริงๆ ก็จะมีหายไปบ้าง ไม่เกิน 5 หัว ที่หายไปนี่โดยมากจะเป็นพวก Connection Flight แล้วไม่ทัน แล้วก็ถ้าพลาดไฟล์ทนี้ไป นั้นหมายความว่าต้องรออีกอย่างน้อยๆ ก็ 3 วัน ถึงจะมีไฟล์ทต่อไป ที่จะบินมามัสกัต รอกับจนเงิบไปข้างนึง

วันนี้เป็น Steward Senior Y นั้นหมายความว่าจะได้ทำงาน Low Rank เป็น แอร์ อย่างน้อยๆก็ 1 ขา และถ้าโชคดี ก็จะได้เป็น แอร์ ทั้ง 2 ขา...อย่างในกรณีนี้

น่าจะได้เป็น แอร์ ทั้ง 2 ขา

แต่ในบางไฟล์ท การ Low Rank เป็น แอร์ ในเครื่อง Airbus 330-300 นั้นเหนื่อยเหลือเกิน เพราะต้องทำงานเป็นตัว Multifunction ทั้ง แอร์ และสจ๊วต ในกรณีที่ สจ๊วต Junior ที่ทำงานด้วย ด้อย และอ่อนแรง

ดังที่เคยปรากฎแล้ว ในประวัติศสตร์ โดนเรียกไป Shanghai, turn around ไฟล์ทนี้ ธรรมดาก็เหนื่อยอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลคือ ผู้โดยสารจะเต็ม และไฟล์ทไทม์ก็ค่อนข้างยาว

วันนั้น Stand by แล้วก็โดนเสียงสวรรค์ เรียกให้ไปบิน เป็น แอร์ ดีใจจัง

ไฟล์ท Shanghai ถึงจะเหนื่อย แต่เงินคิ่นข้างดี คุ้มอยุ่ที่จะออกจากบ้าน แต่...พอไปถึเครื่อง แทบอยากจะขอ เพอร์เซอร์เปลี่ยนำแหน่งเป็น สจ๊วตแทน...เจอสจ๊วตที่บินมายังไม่ถึง 1 เดือน

นั้นเป็น Sign ที่จะบอกได้เลยว่า...กู...ฌหนื่อย...ตายห่า

และแล้วก็เป็นจริง น้องทำงานไม่คล่องอย่างแรง ไม่พอ ไม่ใส่ใจกับเหตุการ์ณที่จะเกิดขึ้น ใครอยากได้อะไร หาไม่เจอ หรือไม่มี ก็เรียกแต่ กู เรียกแต่ กู ทั้งนั้น สรุป Multifunction ของแท้ แต่ก็ยังดี ไฟล์ทนั้น มี IMV ขึ้นมา Evaluate ด้วย เลยได้ 5 ไป 2-3 ตัว ด้วยเห็นว่าทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด

งานตัวเอง งานสจ๊วต งานหาของ สาระพัด

กลับมาเรื่อง ไฟล์ทไปมัสกัตดีกว่า...

เป็นแอร์ ครัวหน้า ทำงานคู่สจ๊วตบินมากว่า 6 เดือน...โล่งครับ งานนี้ ไม่ต้อง Multifunction แน่นอน อาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่น่าค่อยเหนื่อย

เรื่อยๆ ไฟล์ทนี้ โหดเรื่อยๆ

ตามแบบฉบับผู้โดยสารตะวันออกกลาง กินเยอะ ขอเยอะ พูดไม่รุ้เรื่อง แล้วก็เหม็น...แต่เคสนี้จะเป็น...เหม็นน้ำหอมแทน น้ำหอมแบบกลิ่นที่เหมือนกันทั้งลำ กลิ่นจะคล้าย Bvgari Omnia แต่แรงกว่า 10000 เท่าเห็นจะได้ ทั้งแต่เริ่มทำงาน แล้วได้กลิ่นนี้ ทำให้ผม เลิกใช้ Bvgari Omnia ไปเลย ใช้แล้วมันฝังใจ ยังไงไม่รู้

ทำงานเป็นแอร์ ครัวหน้า คู่กับพี่แอร์ ที่บินเจอกับบ่อย เข้าขากันได้ดีทีเดียว สบายแฮไปแล้วกู

เดิน Drink รอบแรก กินกันไม่เยอะ ก็แค่น้ำส้มฝั่งผมหมดไป 6 กล่อง น้ำแอปเปิ้ล 3 กล่อง น้ำเปล่า 2 เหยือก กับอีก 1 ขวดลิตร โค้ก, เป็ปซี่ และ สไปร์ท หมดไปอย่างละประมาณ เกือบๆ 10 กระป๋อง (นี่ไม่ได้คำนวณถึงฝั่งพี่แอร์ ที่ทำงานคู่กัน)

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเดิน Drink ในไฟล์ท อินเดีย, ตะวันออกกลาง, จีนแผ่นดินใหญ่ ผมจะให้น้ำอัดลมทั้งกระป๋อง หรือจะขออะไรก็ตาม ผมจะให้แบบเต็มเหนี่ยว เพราะผู้โดยสารพวกนี้ เมื่อได้ทานอิ่ม และเต็มที่อย่างที่ต้องการแล้วนั้น จะไม่กวนครับ...ก็แค่...กินอิ่ม...นอนหลับ...พอ

แล้วก็ไม่เข้าใจแอร์เหมือนกัน ว่าทำไมถึงไม่ให้ทั้งกระป๋อง ชอบกั๊กไว้ แล้วก็มาเททิ้งที่เหลือในครัว เสียดายกว่าให้ผู้โดยสารกินเยอะๆอีก

ผมนะ ให้แทบไม่คิดชีวิตเลย ให้ทั้งกระป๋อง ให้ไปเลย จะได้จบ แล้วก็จบจริงๆครับ เดิน Drink with meal ผู้โดยสารขอน้อยลง ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นมากมาย

ผู้โดยสาร โอมานี่ นี่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ และจะเป็นมุสลิม เกือบทั้งหมด เวลาขายข้าว (ซ฿งวันนี้เป็น ไก่ กับ กุ้ง) พอบอก Shrimp or Chicken แน่นอน ผู้โดยสารก็จะต้องเลือก ไก่ เพราะไม่ร็ว่า Shrimp คืออะไร บางครั้งเราก็เลยต้องตุกติกบ้าง ถามว่า Muslim Meal? Halal Meal? แล้วก็วาง กุ้ง เพราะไม่งั้นมีปัญหาแน่ๆ แต่แล้วปัญหาก็บังเกิดครับ ผู้โดยสารท่านนึง ไปห้องน้ำขณะแจกข้าว ก็เลยเป็นผลให้ Skip ไป มาทราบอีกทีตอน Choice หมดแล้ว ขอโทษไป แล้วก็บอกว่า มีแต่ Chicken เอาละซิฮะ ปัญหาบังเกิด ตอนแรกน้องสจ๊วตที่ทำงานคู่กัน เป็นคนไป เจรจา ปรากฎว่าแพ้ภัยฮะ เลยต้องเข้าไปช่วยในฐานะเป็น Senior ที่ดี หารู้ไม่ หาอูฐใส่หัวจริงๆเลยกู

…I’m so sorry sir, The Chicken with Masala Rice is out, just only Shrimp Thai Curry with Rice, available…

…No, I want Chicken…Why only me have to eat something that you force me to eat…

…I’m sorry, sir. It’s out I try my best to find them all the aircraft but it’s not available…

…That’s so why…Why…Why, you have to skip me to serve the other before service me…

…โอ...แม่เจ้า ตอนนี้ผมแบบอารมณ์พุ่งปรี๊ดเลยครับ อยากจะบอกว่า...แล้วมึงเสือกไปเข้าห้องน้ำตอนกูเดินข้าวทำไมวะ...วิ๊บๆ...ผมเลยตอบไปอย่างแย่ๆว่า…And so why so don’t call us to serve you or let us know that you didn’t get the meal tray…Why you stay still?

…And why you don’t serve me? สัตว์...ย้ำคิดย้ำทำนะมึง...

...ผมแผดเสียงมั้ง เพราะมันเริ่มขึ้นเสียง...OK, that not my fully fault, I’ll try my best to find another for you…

...มายืนตัวสั่นในครัว โกรธๆ มารื้อ Crew Meal เจอปลาผัดพริก ที่ไม่อร่อย เลยจัดการแปลงโฉม ใส่ข้าวลงไป แล้วเอาไปเสริ์ฟ...ทำไปก็ตัวสั่น มือสั่น โกรธๆ...

…Sir, I’ve Spicy Stir Fried Fish with Rice, that’s the last choice, that I try my best to find them for you, would you care?...

...ยิ้ม...Fish? That’s find, what every you have, that’s not CHICKEN!!..

...แม่เจ้า...ประโยคนี้ทำให้ผมโกรธเท่าทวีคูณ...ผมเลยบอกมันไปว่า...Thanks god that you enjoy this situation, anyway all of us would love to serve all passenger as they need, but sometimes, due to the short of service in the aircraft, we can’t offer all the needs…

ก็รู้ตัวว่าผมผิด แต่...ทำไมต้องทำกันอย่างน้ด้วย ไม่เข้าใจ อย่าแกล้งกันเลย แค่ออกรบกับผู้โดยสารที่ไม่หาเรื่อง ในไฟล์ทแถบนี้ ก็จะตายห่าอยุ่แล้ว

คิดและสงสัยอยุ๋คนเดียวว่า ไอ้คนนี้มันต้องอะไรสักอย่างแน่ๆ มาแบบลองเชิงแบนี้ น่าจะเป็น Airlines Staff หรืออะไรที่เกียวกับ แวดวงการบิน, การท่องเที่ยวอะไรสักอย่าง...แต่ก็นะ...

ไม่ใช่แค่นั้นนะ...มันยังกัดผมไม่เลิก...ตอนเดิน Drink มาถึง...เขาก็ขอน้ำ แล้วก็บอกว่า ขอ 2 แก้ว...เพราะว่ากลัวว่าจะลืม แล้วก็ข้ามเขาไปอีก...เออนะ...เอาซิกัดไม่เลิก...

เรียบร้อยกับการบริการผู้มีพระคุณ ถึงเวลาหุงหาอาหารให้ตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน ควัก...Spare Food ส่วนตัวขึ้นมา เติมพลังด้วยความเอร็ดอร่อย แม้มันจะเป็นแค่อาหารธรรมดา แต่อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ Crew Meal...เท่านั้นพอ...

แด๋วข้าว เติมพลังเสร็จ ก็เดินไปคุยกับครัวหลัง เม้าท์นู้น เม้าท์นี่ไปเรื่อย สักพัก...เซ็งใจ ผู้โดยฯท่านนั้น เดินมาหาเรื่อง ลองเชิง กับลูกเรือครัวหลังบ้างคราวนี้ แต่พอเห็นผมยืนก็ก็ยิ้มฟันขาวให้ผม แถมมีหน้ามาพูดอีกว่า

The fish…very delicious…

ขอบคุณนะ...ขอบคุณมากกกกกกกกกกก

ท่านนั้นเดินมาหาเรื่องกับลูกเรือครัวหลัง โดยยกคำถามว่า “ทำไมถึงไม่ให้ใช้ Flight Mode บนเครื่อง ทั้งๆที่สายการบินอื่น ให้ใช้ทั้งหมด

ผมถอยเลยครับ ไม่ใช่ตอบไม่ได้ แต่ผมเดาทางออกเลยว่า เขาจะเถียงๆ ในทางของเขาจนสุดกู่แบบที่เขาทำกับผมมาแล้วครั้งนึงแน่ๆ และแล้วก็เป็นจริง ลูกเรือทั้งหลายก็ตอบไปตามที่คิด และที่โดนครู EM สั่งเสียมา มันก็ยังไม่ทำให้เขาไม่พอใจ

จนน้องสจ๊วต ที่ทำงานคู่ผม มาตอบด้วยศํพท์เทคนิค ให้เขาฟัง เขาถึงยอมฟังและเออออไป

แอบงง...ทำไมหล่อนรู้...มาแถลงไขทีหลังว่า...หล่อนได้รับการคัดเลือกจาก Emirates Airlines แล้วไปเทรนอยุ๋ประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วก็ทนไม่ได้ หนีกลับมาทำมาหากินแถวๆ พัฒน์พงศ์ และ ซอย 2 ตามเดิม...เพราะทนคิดถึง...ไม่ไหว...

แต่เฮียนั้นก็ยังไม่ลด ละ เลิก ครับ...ผมทนไม่ได้เลยขอออกหมัดแย่บหน่อย...Sometimes the rule has no reason…That’s the rule, that’s the procedure; they create them and need the other to follow... มันคงเป็นอะไรที่ดีที่สุด ที่สมองปลาทองอย่างผมจะตอบได้...

สุดท้าย...เฮียถึงเผยฮะว่า...เฮียเป็น Flight Safety of Oman Air ซึ่งจะเริ่มบินมาเมืองไทย ในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้านี่ มา Set up งาน แล้วก็บินกลับ...เฮ้อ...เห็นมา กูว่าแล้ว มาลองเชิงอย่างนี้...

อยากจะบอกจังเลย...แต่ละสายการบิน ก็มีอะไรที่ไม่เหมือนกัน..มีกฎ และระเบียบ ที่ไม่เหมือนกัน...อย่าเอามาเปรียบกันเลย...

ที่สำคัญ...ลองไปทำแบบที่มึง...ทำกับกู และเพื่อนกู ในเครื่อง Oman Air ของมึงซิ...แล้วมึงจะได้ผลอย่างไรบ้าง...มาบอกกูหน่อยนะ...

มาถึงมัสกัต ด้วยความเหนื่อยล้า แต่ยังมีแรงคึกอยู่บ้าง

ตามถนน ระหว่างทางจาก แอร์พอร์ท ไปโรงแรม มีการประดับประดา ไฟหลากสีสรรพ์ คล้ายๆกับจะมีงานอะไร ลุงกัปตันบอก...สงสัยเขาจะประดับรับลอยกระทง

ได้เรื่องครับผมเลยอำต่อ...เนี้ยะ...วันลอยกระทง จะมีงานประกวดนางนพมาศของ Thai Community ที่ Lulu Mall จะประกวดไม๊? (หันไปถามน้องสจ๊วต แมนดี้ ที่ทำงานคู่ผม) ได้เรื่องเลยครับ ฮือฮาทั้งไฟล์ท อย่างนั้นอย่างนี้ กับไปเรื่อย...กูละขำ อำสำเร็จ

ใส่ชุดไทยคนนั้น เดี๋ยวแต่งหน้าอย่างนั้นอย่างนี้ แว็กซ์ขนจักกะแร้หน่อย กันคิ้วนิด ทำผมทรงหมอพรทิพย์ โอ้ว...แม่เจ้า เป็นเรื่อง

จวบจนวันนี้ (24 Nov 07) ก็ยังเชื่อกันอยู๋ว่า งานประกวดนางนพมาศมีจริง (ผมอำไว้ตั้งแต่วันที่มาถึง มัสกัต คือ 22 Nov 07) จะบอกความจริงเขาดีมะนะ ไม่เพียงแต่ลูกเรือนะที่ฮือฮา พี่เพอร์เซอร์ก็เอากับเขาด้วย

ปกติแล้ว โรงแรมที่มัสกัต ไม่มีอาหารเช้าให้ แต่คงอาจจะระแคะระคายว่าเรามีโปรแกรมจะย้ายโรงแรม ก็เลยแถมอาหารเช้าให้ แต่ก็ยังไม่ Confirm 100% ว่าฟรี แต่...ทุกคนลงมาทาน

อาหารเช้าดูละลานตามาก แต่...ไม่อ่อยเลย ที่จะอร่อยก็จะเป็นพวกผลิตภัณต์ คาร์โบฯ เท่านั้น พวกโปรตีนทั้งหลาย...ไส้กรอก, แฮม, ไข่...ไม่ได้เรื่อง...เสียแรงที่ตื่นมากิน...แต่ก็นะ...กินซะเต็มคราบเลยทีเดียว




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 1:24:02 น.
Counter : 341 Pageviews.  

Crazy COLD and fake first snow in Seoul (actually Inchoen)

มาอีกแล้ว...โซล...เป็นไฟล์ท International ที่บินบ่อยที่สุด

Overtime ที่ได้มาทุกเดือนๆ ก็เพราะ ไฟล์ทนี้แหละ

บินมันเข้าไป เดือนนึง ไม่ต่ำกว่า 4 รอบ

บินมันจนเป็น สจ๊วตเกาหลี (ASK = Air Steward Korea) ไปแล้ว

ก็มันชอบนี่หว่า

อาหาร, อากาศ, ผู้คน, ไทม์มิ่ง และ อื่นๆอีกมากมาย...

คราวนี้มา ไฟล์ทแวะ "ฮ่องกง"

ดูๆแล้ว แพทเทิร์นนี้ น่าจะสบายกว่า แวะ "ไทเป"

เนื่องด้วย แวะแค่ขาออกจากกรุงเทพฯ ขาเดียว ส่วนขาเข้า กรุงเทพฯ จะบินตรง

แต่...ความจริงนั้น...ไม่เลย

เหนื่อยสุดใจ...Full Service ทั้งขาเข้า ฮ่องกง แฃะขาเข้า โซล

ผิดกับ ไฟล์ทแวะ ไทเป เสริ์ฟเซ็ทเล็ก ทั้ง 2 เซ็คเตอร์


เริ่มด้วย Check in เกือบสาย เพราะดูเวลาผิด จดลงมาก็ถูกอะนะ แต่ว่าไปจำเวลาผิด อีกแค่ 2 นาทีก็จะถือว่า Check in late!!

ตอนแตะบัตร แอบงง...เฮ้ย...ทำไมวะ

พอมานั่งนึก...เออใช่ จำเวลาผิดเอง ฉิวเฉียดมากๆ

เข้าห้อง Brief ด้วยจิตใจว้าวุ่น เพราะนั่งคิดเสียวสันหลังเรื่อง Check in เกือบ late ไม่ได้สนใจเลย ว่าใครอยู๋ในห้องบ้าง

จริงๆมีเพื่อนนางแอร์ไปบินด้วย She แลกเข้า เพื่อจะไปบินกับน้องสาวนาง ซึ่งมีหนังหน้าเหมือนกันมากๆ เหมือนขนาดที่ว่า เคนเห็นครั้งนึงที่ Training Center ตอนนั้นไปเรียน Sevice Brush up fpr Y Class แล้วเห็นนางน้อง เรียน Basic Course อยู่ ก็นึกว่า...นางนี้ทำไมหน้าคุ้นแท้ หน้าเหมือนใครหว่า เคยเห็นที่ไหนหว่า?

สุดท้าย มาแถลงไขเมื่อ รอ Crew bus ไปส่งที่เครื่อง เห็นนางเพื่อนนั่งรออยู่ เลยถาม

...ไปไหนอะ...
...ไปกับมึงนะแหละ...
...อ้าว...หรอ...ทำไมกูไม่เห็นวะ 555...


แล้วขณะนั้น นางน้อง ก็นั่งอยุ๋กับนางเพื่อน ไม่ต้องถาม และไม่ต้องบอก...เพราะว่ารูแล้ว หนังกน้าเหมือนกันขนาดนี้

2 ศรีพี่น้องคู่นี้ ไม่สวยนะ แต่ว่าดูดี ด้วยความเก๋ไก๋สไลเดอร์ของหน้าตา นางน้องจะดูดีกว่านางพี่เสียด้วย เป็นนางแบบได้สบายๆ ทั้งเพื่อนผม และนางน้อง ติดว่าตัวเล็กไปหน่อย

เตรียมตัวออกรบฮะ...

ถึงเครื่อง เดินมุ่งหน้าไปสู่ บ้านหลัง ประจำการที่นั้น...คู่กับนางเพื่อน และนางเพื่อนอีกนาง แล้วก็ป้าเกา...อายุ 40 แล้ว แต่หน้าเด็กมาก...แดกอะไรเข้าไปหว่า...อยากรู็จัง

ร้อนมาก บนเครื่องร้อน เตรียมงานไปเหงื่อแตกไป ไม่พอปวดคิมฯมาก...แต่งานมันยังติดพัน ไม่สามารถละตำแหน่ง และหน้าที่ไปทำสิ่งที่ธรรมชาติเรียกร้องได้เลย

จิตใจไม่อยุ๋กับเนื้อกับตัว...

เช็คอาหาร...จริงๆแล้ว...บ้านหลังถ้าผู้โดยสารเต็ม (ซึ่งวันนี้เกือบเต็ม) จะมีอาหารแค่ 127 ที่เท่านั้น...

แต่...บ้าไปแล้ว...นับอาหารได้ยังไงไม่รู้ตั้ง 212 ที่...เพี้ยนสุดใจ

Foreman ตกใจ...
...พี่...มันมีได้แค่ 127 ที่ เต็มที่นะ...
...(กู...เรียกสติ คืนมา...เออจริงหวะ) เด๋วนะ...เอาใหม่...
...ครับๆ 121 ที่ ผม...นับไปได้ไงเนี้ยะ...
...ขำแตกทั้งคู่...

จริงๆ เต็ม เพราะอาหารมาเพื่อที่บ้านหน้า แต่ตัดผู้โดยสารทิ้งไป 8 คน ด้วย Short Connection แล้วมาไม่ทัน รวมสิริเวลาที่ Offload กระเป๋า และแก้ไขเอกสาร Delay ไป 20 นาทีได้มั้ง...

เฮ้อ...ตลอดเวลา...

เสิร์ฟๆ....

ขนมปังข้างหน้ามีแค่ 120 แต่อาหารมีเกือบๆ 140 ที่...นั้นหมายความว่า ขนมปังขาดไปประมาณ 20 เม็ด...แต่ สจ๊วต บ้านหน้า ไม่รู็สึก ไม่ครณา แม้จะมีใครต่อใครพูด รวมถึงผมเองก็ตาม...เฮียได้แต่...ครับ...ครับ

จนสุดท้าย...ต้องส่งใส่ตะกร้าขึ้นไปให้...

เอาน่า...น้องเขายังใหม่อยู่...ไม่ว่ากัน

บินเข้าฮ่องกง Full Service บวกรวมด้วยต้องเสิร์ฟ "ชาจีน" ซึ่งจะมีเพิ่มขึ้นมาในไฟล์ท ที่บินเข้า และออก เมืองจีนทั้งหมด

เซ็กเตอร์นี้จะเป็นอะไรที่พอดี๊ พอดี กล่าวคือ เสิร์ฟเสร็จ เก็บของ ก็ Sign on พอดี

Procedure ใหม่ Seat Belt Sign On ปุ๊บ ลูกเรือต้องนั่ง ปั๊บ คือ...หยุดทุกอย่าง...ดังนั้น เราต้องทำทุกอย่างให้เสร็จก่อน โดยกัปตันจะบอกให้รุ้ด้วยการ ประกาศเตรียมลดระดับ

เหนื่อยลิ้นห้อย...เป็นหมาหอบแดดไปตามๆกัน

ออกรบรอบ 2...

อย่างที่รู้ Catering ที่ฮ่องกง เป็นอีกที่ ที่มั่วได้ใจมาก อาหารพิเศษ และถาด มักจะมาไม่ค่อยตรงกัน

หรือ ไม่ก็ให้ Information ที่ผิดเสมอ สจ๊วตจะต้องมานั่งตรวจ และดู และไม่ให้ Catering Foremanไปไหนได้ จนกว่าจะเช็ค และตรวจตา เพื่อให้มันแสดงความรับผิดชอบกับการกระทำที่มั่วซั่วของมัน เพราะไม่เยี่ยงนั้น มันจะหายไปเร็วมาก และเรียก...ไม่กลับมาอีกเลย...เรียกง่ายๆ ทำงานยิ่งกว่า สตง. ซะอีก

ถุงที่ใส่ขนมปังจาก Catering ทั่วโลก จะมี 2 แบบ คือ
1. Oven Bag คือ ถุงที่สามารถเอาเข้าไปอุ่นในเตาได้ ไม่ละลาย (โดยเท่าที่สังเกตุดู จะมีใช้ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เช่น ไทย, อินโดนีเซีย ฯลฯ เป็นต้น)

2. Normal Bag คือ ถุงพลาสติดธรรมดา ไม่สามารถเอาใส่เตาได้ นั้นหมายความว่า สจ๊วตจะต้องเอาใส่ตะแกรง หรือ อื่นๆ ตามแต่กรรมวิธีของตนเอง (โดยเท่าที่สังเกตุดู จะมีใช้ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ และรวมถึง ฮ่องกง นี้ด้วย)

Normal Bag นี้ จะเป็นเหตุของการเกิดเรื่องขึ้น...

น้องสจ๊วต Junior (บินมาไม่เกิน 5 เดือน) นี้ ยังไมสามารถแยกเยอะออกได้ ว่าถุงไหนคือ Oven Bag และอันไหนคือ Normal Bag (แต่จริงๆแล้วสังเกตุง่ายมาก Oven Bag จะเป็นพลาสติกที่กรอบๆ ฉีกขาดง่าย...ไม่เหมาะกับการใช้แทน "ถุงยาง อนามัย" อิอิอิ ไม่เกียวกัน...ได้ข่าว ส่วน Normal Bag ก็เป็นอย่างชื่อ ถือเป็นถุงร้อน ธรรมดาๆ)

น้องก็เอาเลยครับ ยังถุงขนมปังนั้นเข้าเตา แล้วบิดทันที ผ่านไปไม่นาน...เตาอันนั้น ก็กลายสภาพเป็น รังของเอเลี่ยน ทันที!! นึกภาพรังเอเลี่ยน ที่เป็นเหนียวๆ ยืดๆ นะแหละครับ สภาพไม่ต่างกับเท่าไหร่นัก อย่างนั้นเลย

ด้วยความเกือบซวย ฮ่องกง จะโหลดขนมปัง Extra มาให้นิดหน่อย (นี่ถ้าเป็น ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ก็ซวยเต็มๆ เพราะว่า จะโหลดมาพอดีกับจำนวนอาหาร) และบวกรวมกับ บ้านผมมีขนมปังหลือจาก เซ็กเตอร์ที่แล้ว ประมาณ 20 กว่าเม็ด

เอาครับ...ผิดเป็นครู...ผมมั่นใจว่า น้อง...จะจำจนวันตาย แล้วก็จะสามาถ แยกแยะ Oven กับ Normal Bag ได้อย่างเด็ดขาด

เกาหลี...หนาวเป็ดแล้ว ตามพยากรณ์อากาศ บอกว่า หิมะตก (Fisrt Snow) แต่ พอมาถึงความจริง หิมะ ก็ กลายสภาพเป็น "ฝน" และ "ลม" ที่แรงสุดขั้วหัวใจ

หนาว...ใจจะขาด

มันแย่ตรง "ลม และ ฝน" นะแหละครับ

ลมแรงมาก คงเป็นเพราะ แถวๆโรงแรม (โรงแรมอยุ๋ในบริเวณ แอร์พอร์ทครับ หรือที่เรียกว่า Incheon City ก็คล้ายๆ บริเวณสุวรรณภูมิของเรา แต่ของเขาดูดีกว่า เมืองเมืองพิเศษที่แยกออกมาเลย มีโรงแรมน้อยใหญ่มากมาย มีร้านค้า และแหล่งชุมชน ที่อยุ๋ในบริเวณ Incheon ไม่ใช่มีแค่หน่วยงานเมือง สุวรรณภูมิของบ้านเรา) เป็นที่โล่ง เป็นนาๆ บ้านนอกๆ

ลมแรงขนาด...ที่กั้นถนนปลิวอะฮะ น่ากลัวมากกกกกกกกก...หนาวมากกกกกกก...เสื้อผ้าก็เตรียมมาไม่พอ

ผมรุสึกว่า หนาวกว่าปีที่แล้วซะอีก...

ที่นั่งพิมพ์อยู่นี่ก็นั่งทำใจไปด้วย จะออกไปหาอะไรกิน แต่หนาวเหลือเกิน...ลมก็ยังแรงอยู่ แต่...ไม่เท่าเมื่อคืนแล้วฮะ

เดี๋ยวจะมาต่อเรื่องไฟล์ทขากลับนะครับ...ดูว่า "น้อง" ที่แสนจะน่ารัก...ฝากวีระกรรมอะไรไว้ให้ผมอีกมั้งเปล่า




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2550 13:05:44 น.
Counter : 196 Pageviews.  

ไทเป โซล...ใครๆก็ไม่รัก และเรียน EM

จริๆตั้งใจไว้ว่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ว่า...ขี้เกียจ...แสน
ล่าสุดไปไฟล์ทโปรดมา...ไทเป –โซล
ไฟล์ทนี้หลายคนเกลียด เนื่องด้วยเวลาเช็คอินที่เช้าเหลือคณานับ 0525 นั้นหมายความว่าจะต้องตื่นอย่างช้าที่สุดคือ...ตี4...
แต่...ถ้...าบ้านไกล มีหวัง...ตี3...ไม่พอ ยังบิน 4 แลนด์ดิ้งใน 2 วันต่างหาก
ได้เพอร์เดี้ยมเท่ากับบินไดเร็คท์ หรือแวะแค่ขาเดียว
กล่าวคือ...ถ้านับจริงๆ ไฟล์ทนี้..ขาดทุน

แต่สำหรับผมนั้น....โปรดปรานที่สุด
ด้วยความที่ตื่นเช้าวันแรกวันเดียว และเซอร์วิสก็แสนจะง่อย

ข้อดีของไฟล์ทนี้ คือ
Breakfast ใน First Sector

Drink with me (meal) ใน Sector ที่ 2 และ 3

Dinner (Full service) ใน Sector สุดท้าย...เท่านั้น

มากกว่านั้นคือผู้โดยสารในไฟล์ทนี้นั้น้ไม่เรื่องมาก แสนจะง่ายดาย จะมีมากก้แค่อาหารมังสวิรัติ หรือVegetarian เท่านั้น

ถึงโซลเย็นๆ (ประมาณ 4 โมงเย็นบ้านโซล หรือ บ่าย 2 บ้าน กทม.)

วันกลับ ออกจากโซลช่วงเย็นๆ ทำให้ไม่ต้องตื่นเช้า (แด๋วเบียร์ได้อย่างสบายใจแฮ)

แลกเข้าง่าย เพราะใครๆก็ไม่ค่อยชอบ แลกง่ายกว่า Delhi, Bombay ซะอีก

สรุป ง่ายทุกอย่าง...ตื่นเช้าอย่างเดียว


เมืองแทบนั้นเริ่มหนาวแล้ว

อุณหภูมิเลขตัวเดียว ลมแรงและแห้งอีกต่างหาก

เกาหลีนี่แปลก เวลาร้อน...ก็ชื้นซะเหนียวไข่ แต่พอหนาว ก้ล่อซะไข่แห้งเชียว...เขาบอกกันมาว่า เป็นเพราะใต้ดิน เกาหลีมี “แร่เหล็ก” เยอะ เลยทำให้มันเป็นอย่างนี้ ไม่รู้จริงรึเปล่า...ใครรู้...บอกหน่อย

จากที่ไป ปักกิ่ง, อุซเบิร์ก (UTH), โอซาก้า และ โซล มาติดๆกัน ด้วยเหตุหนาว แห้ง และแดดมะหึมานั้น ส่งผมให้หนังหน้า...ที่เยินอยู่แล้ว ไปกันใหญ่เลยทีนี่ จมูกแห้ง ลอก และแตก...ย้ำ...แตกแบบคล้ายๆส้นเท้าแตก (กุ...ช่างยกสิ่งมาเปรียบเปรยได้เหมาะสมมาก) จากที่อุบาทว์อยุ่แล้ว เข้าไปใหญ่เลยคราวนี้

จมูกลอก และแตกเป็นยังไงหรอ

เคยดมป๊อปเปอร์ไม๊? อารมณ์มันก็คล้ายๆโดนป๊อปเปอร์หกใส่ แล้วมันกัดผิว...อย่างนั้นแหละ...แต่เอ...กูรู้เรื่องป๊อปเปอร์กัด...ได้ยังไง

(กระซิบ โหมด อุซเบิร์ก = อุดรธานี ถ้าเป็น อุบลราชานี ก็ “อุพเบิร์ก” ส่วน พิษณุโลก จะเป็น “พิซเบิร์ก” ดูดีมีสกุลมะ?)


บินคราวนี้ ก็ไม่มีอะไรมากมาย เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องจาก 777-300 มาเป้น 777-200 แทน โดยตัดลูกเรือออกไป 3 คน ดดยเป้น 1 นาง 2 นาย และจริงๆ ตรงๆแล้ว...1 ใน 2 นายนั้นจะต้องเป็น “กู” แต่ด้วยชะตาฟ้า OD คงรู้ และเห้นใจ ว่าไปแลกชาวบ้านเขามา เลยคงสถานะผมไว้ กับสจีวตอีกคน ที่ซีเนียร์แล้ว แต่ไม่ยอมขยับไปไหน กะว่ากุจะเป็นซุปเปอร์ซีเนียร์ Y แข่งกับ เจ๊หน่อง...นั้นแอร์ซุปเปอร์อัครมหาโคตร
ซีเนียร์ Y ผิดกับตรงที่...เจ๊หน่อง...น่าคบค้า...แต่...มัน...ไม่...

ผุ้โดยสารผิดคาดมากๆ ปกติจะพอดีๆ แน่นบ้าง ไม่ถึงกับเต้มทุกเซ็คเตอรื แต่ครานี้ 100 นิดๆทั้งหมดทั้งสิ้น...สบายดิอะ...ให้ลูกเรือมาเต็มสูตร แต่...ผู้โดยฯแค่นี้...แม่เจ้า สบายยิ่งกว่าอะไรวะอีก...แต่...ง่วงเช็ค น้ำลายยืดเลยเหอะ...

ทีมนี้ขำดี ทำงานสบายๆ แม้ว่า ซีเนียร์จะเยอะไปหน่อย...เด็กสุดฮะ ไฟล์ทนี้ จูเนียร์สุด...


กลับมา หยุด 1 วัน เรียน EM ฮะ ครบรอบแล้วเร็วจัง คล้ายๆว่าเพิ่งเรียนไปไม่นานมานี้เอง ทำไม 1 ปี ผ่านไป ไวเหมือนได้โล่ห์

EM นี่จะเรียน กันใหม่ทุก 1 ปี (บางสายการบินทุก 6 เดือน) ก็แล้วแต่ละ ว่าใครจะยังไง แต่อย่างที่รู้...ที่นี่ เน้น Safety แต่ เน้น...Service...มากกว่า...555

การเรียนหนังสือ เป็นอะไรที่สบายที่สุด แต่...น่าเบื่อที่สุด

เบื่อเพราะมันง่วงนอนนี่แหละ ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เรื่อง Emergency Procedure เนี้ยะชอบ สนุกดี ได้รู้อะไรที่บางครั้งเป้นเรื่องพื้นๆแต่เราไม่รู้ บางครั้งก็รุ้อะไรที่มันน่าอัศจรรย์ใจ...Miracle

คราวนี้เน้นเรื่อง CRM กับ Dangerous Goods

เรื่องแรกที่เรียนนี่ จริงๆแล้วเพิ่งโดนจิกไปเรียนมาเมื่อ Jul เอง ด้วยเหตุที่ว่ามีเพื่อนร่วมรุ่น (ไม่รู้จักหรอกว่าใคร รู้แค่ว่าเป็นรุ่นเดียวกัน) โดน เจ้าหน้าที่ของ ข.อ. (ขนส่งทางอากาศ หรือ การบินพลเรือน เดิม) มาถาม แล้วเฮีย ดันตอบว่าไม่รู้...ไม่เคนเรียน...โดนซะ เรียกมาเรียนใหม่ทั้งรุ่น...ซวยไป

จริงๆเรื่องนี้ เรียนล้ว ตอนเริ่ม Training เลย โดยเรียนกับหมอที่ สถาบันเวชศาสตร์การบิน เรียนพร้อม First Aid นะแหละ

แต่ก้ไม่เป็นไร เรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก เรียนไป ฟังนั้นฟังนี่ นั่งง่วงน้ำลายยืดไป ดูสารคดีการบินไปเรื่อยๆ ก็มันดี

ส่วนเรื่องที่ 2 ก็เป็นเรื่องพื้นๆ ที่เคยเรียนมา แต่ก็ลืมๆกันไปแล้ว เพราะเราจะไม่ค่อยเจอเท่าไร่นัก เพราะของพวกนี้ จะโดนสกัดจับตั้งแต่ช่วง X-Ray ใน Terminal มาแล้ว ก็เรียนเพื่อรู้ ประดับติ่งในสมองไว้ เดียวก้ลืม...อาศัยว่ารู้ๆมาบ้างตอนทำ Cargo เลยพอระลึกชาติได้

ซวย...มาเรียนตอนวันที่เขากำลังมีซ้อมอพยพหนีไป เลยต้องร่วมไปกับเขา

เขาให้วิ่งลงมา แล้วก็ไปลชื่อ แล้วก็กลับไปทำทุกอย่างได้เหมือนเดิม บางหน่วยงานจะต้องซ้อมปฐมพยาบาล ซ้อมดับไฟไปตามเรื่องตามราว...แต่...เราไม่เกียว

วิ่งลงมา วิ่งไปลงชื่อ วิ่งกลับไปสอบ จบ

ขำตรงที่ กลับขึ้นไปสอบ แต่เขายังวิ่งออกจากตึกยังไม่หมดกันเลย...

วิ่งกลับไปสอบ สวนกับคนที่กังวิ่งหนีไปลงมาจากตึก

ต้องรีบทำเวลา เดี๋ยวเสร็จช้า รถติดอีก วันศุกร์ต่างหาก

ภาพนี้...น่าดู


ไปกินข้าวเย้นกับหม่อมมา

ครั้งที่แล้ว อยากลองไปกิน อาหารญี่ปุ่นที่ ร้าน Takumi ที่ Swissotel Le Concord มาก แต่ด้วยโทรฯไปเช้ค ปรากฎคิวเต้ม เลยต้องไปกินที่ Daiichi, The Emerald แทน

แต่ครานี้สบเหมาะ ได้กินซะที...ไม่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

เป็นบุฟเฟ่ต์ หัวละ 500 กว่าๆ สั่งตามเมนู ซึ่งมีไม่มากนัก

อาหารดูดี รสชาติใช้ได้ ความสดเข้าที แต่...มันไม่ดีขนาดที่คิวต้องเต็มเลยอะ

ถ้าถามนะ...ประทับใจ Daiichi มากกว่า แม้ว่า Daiichi จะดูไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่หนัก แต่.งงของแด๋วมากหลาย

ประทับใจ Takumi ตรง milk Cheese Pudding กับCaramel Ice cream เท่านั้น

แต่ก้เหอะ...พุงกาง แต่ไม่ทรมานเท่ากิน Daiichi คราที่แล้ว


วันจันทร์ไป โวลอีกแล้ว กลับมาวันพุธ ต่อด้วย มัสกัต 2 ขีด กลับมาวันจันทร์ ต่อด้วย ขอนแก่น อุดร บินดุเหนื่อยเนอะ...

ใจจริงอยากแลก ขอนก่น อุดรเป็น ไทเป โซล จัง แต่...เริ่มขี้เกียจ และอยากจะไปกินเนื้อย่างที่อุดรฯ เลยต้องทน...อืม...ออ...จะเอาพาสสปอร์ท ไปทำวีซ่าา ตุรกี กับญี่ปุ่นด้วย

ไปด้วยกันมะ




เฮ้อ...ลืม เครื่งมือทำมาหากิน (Steward Kit) ไว้บนเครื่อง ขาเข้า โซล ไม่รู้มีใครใจดี เก็บไว้ให้ไม๊...ให้เดานะ...ท่าทางจะไม่มี

ทำไมนะ...เวลาเจอขอชาวบ้านเขา...เก้บให้เขาทุกที แถมพยายามเอาไปคืนให้สุดพลังความสามารถในการตามหา แต่...ทำไม ไม่เคยได้ผลบุญนั้นเลยเหอะ




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2550 13:06:06 น.
Counter : 262 Pageviews.  

Domestic with 734...LIFE

กลับมาแล้ว...ไม่ได้เข้ามาซะนาน

หลังจากเสีย Self นิดหน่อย

มีคนมาอ่าน Blog แล้วบอกว่า...ทำไมขี้บ่นจัง

เลยแอบเสีย Self เฝ้านั่งถามว่า...จริงหรอ...กรูขี้บ่นหรอ

มาพบทางสว่างเมื่อ...

เพื่อนหลายคนเล่า (บ่น) ให้คนอื่นฟัง

แต่ผมใช้วิธีเขียน...ให้คนอื่น..อ่านแทน...

นั้นก็น่าจะหมายความว่า...ในทางของผม...ผมทำได้ดีกว่ากว่าชาวบ้าน

กล่าวคือ...ไม่ได้ยัดเยียดให้ใคร...แต่คนท่เข้ามาอ่าน

นั้นหมายความว่า...

เขาอยากรุ้เอง...ต่างหาก...

เดือน พฤศจิกายน นี้ (เขียนชื่อเดือนถูกเปล่าหว่า...จำได้ เดือนนี้ และเดือน พ.ค. เป็นเดือนท่มีปัญญาในการเขยน มาตั้งแต่เริ่มเขียนหนังสือได้...ออ...อีกคำ...กษัตริย์...เขียนผิดๆ ถูกๆ เขียนเล้าน้ำตามานานนม)

เดือนนี้ Sched' ดูดี...แต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว...สำหรับผมคนเดียว

เพราะเต็มไปด้วยไฟล์ทที่ไม่ชอบ...ไม่ว่าจะเป็น

Narita, Triple of Domestic 3 days 2 nights, Muscat 2 keeds.

พยายามแลกออก...แต่ยังไงก็ตาม...มันก็ไม่ได้หมดอยุ๋ดี...ก็ต้องชดใช้กรรมตนเองไป...เฮ้อ..

วันนี้...เพิ่งกลับมาจาก ไปนอนอุดรฯมา นอนไม่หลับ (สงสัยจะ Jetlag)...เลยมาเขียนขำ ที่เจอมาไว้ที่นี่ดีกว่า...

Pattern นี้...จะเป็น 3 landind

landing แรก ดอนเมือง - หาดใหญ่
landing ที่ 2 หาดใหญ่ - ดอนเมือง
landing ที่ 3 ดอนเมือง - อุดรธานี

อย่าที่จะทราบกันดี...ผู้โดยสารหาดใหญ่ จะเป็นชาวมุสลิมค่อนข้างเยอะ ดังนั้นบริษัท จึงจะจัดอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของ "หมู" ในอาหาร ที่มุ่งหน้าสู่ภาคใต้ (รวมถึงมาเลเซีย, อินโดนีเซีย และ บรูไน) ซึ่งวันนั้นได้รับแจ้งจาก Catering Foreman ว่าอาหารสำหรับขาไปจะเป็น พายเห็ด และขากลับเป็น เค้กลูกเกด

ถึงเวลาเซิ้ง...ก็เซิ้งกันไปด้วยความเมามัน ยังไม่รีบเท่าไหร่ เพราะ ไฟล์ทหาดใหญ่ เป็นไฟล์ทภายในประเทศที่มีชั่วโมงบินนานที่สุด (ประมาณ 1.15 ชั่วโมง) แต่ด้วย Demand & Supply ทำให้เราต้องรีบพอตัว ในการบริการ

ผม : ของว่างครับ (ยื่นกล่องให้ผู้โดยฯ)
ผู้โดยฯ : (รับกล่อง มองหน้าผม) ของว่าง...ในกล่องก็ไม่มีอะไรนะซิ
ผม : (มองหน้าผู้โดยฯ ทำตาปริบๆ) .... (ในใจอยากพูด...ไม่ขำครับ)


ผู้โดยฯ : น้องๆ ข้างในเป็นอะไร
ผม : พายเห็ด ครับ
ผู้โดยฯ : ใส่หมูรึเปล่า
ผม : ออ...ไม่ใส่ครับ อาหารทั้งหมด ที่เสิร์ฟในเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ จะไม่มีผลิตภัณฑ์จากหมูครับ
ผู้โดยฯ : กระพริบตา แล้วทำหน้าแอ๊บแบ๊ว...สงสัย...ฮาลาล รึเปล่า?
ผม : อาหารที่ออกจากครัวการบินทั้งหมด ผ่านพิธี ฮาลาล แล้ว แล้วครัวการบินของเรา ได้รับการรับรองจาก สำนักจุฬาราชมนตรี แล้วครับ (ผมตอบให้ยาว เพื่อเป็นการให้ข้อมูลผู้โดยฯให้มากที่สุด เพื่อที่ผู้โดยฯ จะได้เข้าใจ...และที่สำคัญ...ไม่สงสัยอีก)
ผม : (กำลังจะเสิร์ฟต่อ)
ผู้โดยฯ : น้องๆ...เพื่อนพี่บอกมาว่า มีชาเขียว พี่ขอชาเขียวขวดนึงได้ไม๊คะ?
ผม : (ในใจคิด...พี่ครับ นี่ไม่ใช่ โออิชิครับ) เออ...ต้องขอโทษด้วยนะครับ เที่ยวบินภายในประเทศ...ไม่มีชาเขียวเสิร์ฟครับ มีแต่ชาลิปตัน, กาแฟ ครับ...ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ (เฮ้อ...กูโล่ง)
ผู้โดยฯ : ค่ะ
ผม : (อยากจะถามจริงๆ...เมื่อไหร่พี่จะถือศีลอดครับ?)


ระหว่างที่ผม เจรจากับผู้โดยสารท่านนั้น นางแอร์ที่ทำงานคู่กันก็แจกกล่องเรียบร้อย ถึงคราวที่เราจะต้องเซิ้งชา และกาแฟ...แอบแปลกใจตัวเอง...ทำไมผมถึงไม่รู้สึกหงุดหงิดกับผู้โดนฯ ที่มีปัญหากับอาหาร และชาเขียวนั้นเลย
ทั้งๆที่ตามปกติ...ผมจะแอบวิบอยุ๋บ่อยๆ เวลาเจออะไรแบบนี้...แปลกๆ...ให้คำตาบไม่ได้...แม้กระทั่งตัวเอง

เดินกาแฟอยู่...

ผู้โดยฯ : เออ...ผมขอ "สารให้ความหวาน ที่ไม่ให้พลังงาน" หน่อยครับ...(ฟังครั้งแรก อึ้งครับ...ลุงมามุขไหน วั๊บแรกที่ผมฟัง ผมไม่ได้นึกถึง "อิควล" เลย แต่ดันไปนึกถึงอะไรไม่รู้ แต่แอบขำใจขาด)
ผม : สักครุ่ครับ
(เดินกลับไปเอาในครัว พร้อมเล่าให้นางแอร์ฟัง นางแอร์ตอบผมว่า...ผู้โดยฯ จะเอา นมข้นหวานหรอ? ชิบหายแล้วครับ..นางแอร์ผม...เป็นหนักกว่าผู้โดยอีก พูดอะไรไม่ออกครับ หยิบ "อิควล" ให้ลุง แล้วรีบเดินเอาไปให้ดีกว่า อยุ๋กับนางแอร์นานๆ ไม่เวิร์ค)

ทุกอย่างจบลงด้วยดีครับ มีเรื่องให้ขำๆพอใจชื้น...มีแรงทำงาน

----------------------------------------------------------------

มานั่งนึกได้ทีหลัง ทำไมผมไม่หงุดหงิดกับอะไรๆ ใน ไฟล์ทนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

น่าจะเป็นเพราะ...ผมตั้งใจ และเตรียมใจรับมันไว้แล้ว ก่อนบินมั้ง...

อีกอย่าง...น่าจะเป็นเพราะว่า...ผมตั้งใจอย่างมากที่จะไปกิน "เนื้อโพนยางคำย่าง" ที่อุดรฯ คิดถึงทีไร ก็อารมณ์ดี ก็เลย...

-----------------------------------------------------------------

ถึงอุดร...

ถึงโรงแรม...

รีบนัดแนะกับทีม...ไปมะ ไปมะ...ผมเชียร์อั๊พ ตั้งแต่บินไป เซ็กเตอร์เดียว...อันนู้นอร่อย อันนี้ออร่อย...คล้อยตามกันทั้งไฟล์ทฮะ

ไม่พอ...ได้ทัพเสิรมจากกัปตัน

สกายแล็ป...มุ่งหน้าสู่ ระเบียงพัชนี...ด่วน

เนื้อโพนฯย่าง 3 ตามด้วย อาหารอีกนานาชนิด

ชนิดที่ว่าพอลงโต๊ะ แล้วงง...กินหมดไม๊วะ?

แต่...สุดท้าย...เรียบเป็นหน้ากลอง

ผู้ร่วมทีมประกอบด้วย

ผม
แอร์ข้างหลัง
แอร์ข้างหน้า
พี่เพอร์ฯ
พี่โค
และ...ขาดไม่ได้...ลุงกัปตัน

คำแรกที่เนื้อเข้าปาก...พี่โค และพี่เพอร์ฯ อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด

แน่ซิฮะ...สุดยอดแน่ๆ...

ผม...ซัดคนเดียวจานครึ่งเฉพาะเนื้อ
พี่โค...จานเดียว...ล่อคนเดียว
พี่เพอร์...จานเดียว...ล่อคนเดียว...เช่นกัน
ลุงกัปตัน...ครึ่งจาน...อีกครึ่งส่งมาให้ผม...ให้ผมละเกรงใจ...แต่ก็นะ...ปฏิเสธได้อย่างไร

ส่วนนางแอร์...
ไม่ต้องพูดถึงครับ นางทั้ง 2 ไม่กินเนื้อ และนางยังพูดก่อนมาด้วยว่า...นางจะไม่ทานอะไรมาก แต่ไปขำๆ
หารู้ไม่ฮะ...นางล่อปลาช่อนตัวเขื่องไป 1 ตัว 2 คน ไม่พอต่อด้วย ส้มตำอีก 2 ครก...ไม่แค่นั้นครับ ยังมีปลาลวก น้ำพริกปลาร้า ไข่ต้ม, ปลาทูทอด และมะเขือชุบไข่...อีก
นางไม่กินข้าว
นางกินไม่เยอะ
แต่...นางแดกดุ...ฮะ

ทำไมชะนีชอบเป็นอย่างนี้...ปากพูด "กินไม่เยอะ...เด๋ยวอ้วน"

พูดเพื่อให้ตัวเองดูสวยขึ้นหรอ?


เนื้อย่าง...กับเบียร์เย็นๆ อากาศสบายๆ นี่มันช่างเข้ากันเสียนี่กระไร

กินเสร็จ...กลับโรงแรม

ตายห่าแล้ว...ปกติหน้าร้านจะมี สกายแล็ป จอดเป็นตับ วันน้ไม่มีเลย

สุดท้าย...ได้รถกิตติมศักดิ์

ทางร้านเอารถร้านไปส่งให้ครับ

เป็นกระบะ 4 ประตู แต่มากัน 6 ชีวิต...แน่นอน อิ่มๆขนาดนี้ยังเข้าไปในรถทั้งหมด คงมีอ้วกแน่

เสียสละ...นั่งหลังก็ได้วะ...หนาวชิบ

มีผู้เสียสละ 3 ท่านฮะ ผม...พี่โค...พี่เพอร์...

ส่วนลุงกัปตัน...แกแก่แล้วฮะ ปล่อยแกเหอะ...ให้มาปีนขึ้นปีนลงกระบะ เด๋วข้อเสื่อม

แวะส่งลุงกัปตันที่ โรงแรมบ้านเชียง ก่อน คราวที่แล้วแกลืมเอาแผ่นเพลงไว้...ไปตามคืน

ไม่รู้ตามแผ่นเพลง หรือแผ่นอนามัยกันแน่...



เป็นความโชคดี ที่แพไม่แตก...ปกติไฟล์ท 734 นี่ คนยิ่งน้อยๆ แพดันแตกอีก นี่เซ็งเลยครับ

กินคนเดียว
เที่ยวคนเดียว

แต่...ถ้าพูดจริงๆแล้ว ไฟล์ทคืนเดียวอย่างนี้ แพแตกไม่เท่าไหร่

ถ้าไอ้ 2 คืนแล้วแพแตกนี่...เซ็งเปรตครับ

คราวนี้มาลุ้นกันว่า มัสกัต 2 ขีดของผมนั้น...แพจะแตกรึเปล่า




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2550 2:11:39 น.
Counter : 166 Pageviews.  

KL Quickturn...ทำไมยาวขนาดนี้ก็ไม่รู้

เขียนแล้วก็มันไปเรื่อย

ไม่ได้ขยันหรอกครับ แต่แบบว่าพอเขียนๆไป พิมพ์ไป ก็มีเรื่องอยากระบายเรื่อยๆ

เมื่อวาน หลังจากอั๊พฯบล็อกแล้ว ก็ออกไปเอารถที่ล้างไว้...โอ...แม่เจ้า แทบจำรถตัวเองไม่ได้

หลังจากปล่อยให้เขรอะ เกรอะกรังมานานนับสัปดาห์ ได้ฤกษ์ซะที

เห็นอย่างนี้แล้วอยากเปิดร้าน ล้างรถจังเลย ทำไมไม่รู้อยากเปิดๆ ผมว่า...คนสมัยนี้ล้างรถเองน้อยลง ก็อาจจะเป้นเพราะว่า บ้านเล็กลง ไม่มีเนื้อที่ และที่สำคัญที่สุดไม่มีเวลา

อยากเปิดร้านล้างรถที่มีร้านกาแฟ แบะเบเกอรี่อยุ่ด้วย พร้อมบริการ รับ - ส่ง รถถึงบ้าน และที่ทำงาน โดยเพิ่มค่าบริการตามระยะทางเข้าไป น่าจะเข้าท่าเนอะ

ว่ามะ...

แต่ปัญหาเรื่องทำเลนี่...ยิ่งใหญ่ทีเดียว...ยิ่งใหญ่กว่าเงินทุนซะอีก

ทำเลดี มีชัยไปกว่าครึ่ง...แม้จะใช้สบู่นกแก้วล้างรถก็ตาม

ออกไปเอารถเสร็จ ก็เลยคัน อยากตัดผม...จริงๆอยากตัดผมตั้งแต่ก่อนกลับบ้านแล้ว...ก่อนออกจากอพาร์ทเม้นท์ ก็โทรไปเช็คที่ร้านตัดผมเจ้าประจำที่ Iseton มีตั้ง 3 คิว แล้วกว่าผมจะไปถึง ก็คงกลายเป็น 5 - 6 คิว...ก็คงรอต่ำๆก็...3 ชั่วโมงขึ้นไป ขอบายดีกว่า ไว้ค่อยไปตัดวันจันทร์ก็ได้...คิดอย่างนั้น

แต่พอเอาเข้าจริง...คันจัง...ทำไมไม่รุ้...เสี่ยงเป็นเสี่ยง...ลองตัดร้านใหม่ๆดูมั้ง

จริงๆผมเป็นคนไม่ค่อยอยากเสี่ยง เรื่องตัดผมเท่าไหร่ เพราะมักจะไม่พอใจเสมอ และเป็นคนจุกจิกมากในการตัดผม...

เมื่อก่อน...ตัดอยู่แถวบ้าน เป็นร้าน บาร์เบอร์ ธรรมดานี่แหละ แต่ตัดกับช่างคนนี้มาตั้งแต่เรียนประถม...ถูกใจ และรู้ใจ เลยตัดเรื่อยมา

แต่...ปรากฎว่าทุกวันนี้ ช่างตัดผมประจำของผมนั้น...ติดใจการเป็นสิงห์ตุ๊กๆไปซะแล้ว ไม่ค่อยมานั่งตัดผมซะแล้ว...เซ็ง

แล้วก็ไปเจอร้านดีมาได้สักพักแล้ว...แฟนเก่า ตัดร้านนี้แล้วผมไปเห็นก็เลยชอบสไตล์ตัดผมเขาดี ก็เลยลองไปดูบ้าง...ปรากฎ...ถูกใจอย่างแรง...หน้าตาช่างตัดผม บ้านๆ และดูป้าๆ แต่...พี่สา แห่ง Moga Iseton ไม่ได้มีสไตล์การตัดผมที่ป้าตามลุคชีเลย...เปรี้ยว เยี่ยว ราด จริงๆ

เข้าเรื่อง...ก็ตัดสินใจไปตัดผมที่ร้าน...ชื่ออะไรไม่รุที่เซ็นทรัล ทาว์น รัตนาธิเบศถ์ (ไม่ต้องงง...แถวบ้าน) จริงๆไม่รุ้หรอกว่ามีร้านนี้อยุ่ด้วย ใจไปคิดถึงอีกร้านนึง แต่พอเดินผ่านไปดู...ร้านร้างผู้คนมาก ไม่น่เสี่ยงยังไงไม่รุ้...ตอนแรกก็จะกลับแล้ว...แต่ใจอะ..ลองเดินขึ้นไปดู ดู

พอเห็นหน้ารเน ก็ว่าจะไม่ไปตัดแล้ว แต่ไปถูกใจผมแสนเปรี้ยวของช่างตัดผมคนนึงเข้า...ก็เลย...ฌอาวะ...ลองดู

ประทับใจตั้งแต่เหยียบร้าน...คนเยอะชิบหาย...แต่...ทั้งหมดมา สระ ไดร์...หามีตัดผมไม่...

สระผม...นางที่สระผมให้ผมนั้น...มีลุคคล้ายสาวญี่ปุ่น ตามหนัง เอวี ยังไงอย่างนั้น...หน้าตาจิ้มลิ้ม โกรกผมสีทอง ยาว สลวยสวยเก๋ (ใช้ยาย้อมผมออด๊าซรึเปล่า..ไม่แน่ใจ) มัดผม 2 ข้าง แต่งตัวญี่ปุ่นจ๋า...แต่แม่ง...นางเกากบาลแรงชิบหาย...สักพัก นางคงนึกได้ ถามว่า...เจะไม่คะ เท่านั้นแหละ...ผมขำแทบตาย...สุดท้ายชีเป็นเพื่อนพี่บี (สาวเมาะตะมะ ที่บ้าน) ผมเลยตอบไป...เจะเหมือนกะ เบาๆโหน่ยก็ดะ เท่านั้นแหละครับ...หัวเราฮือกันทั้งร้าน

ตัดผม...ตอนแรกไม่ได้ดั่งใจเลย...ในใจคิด...ฌอาอีกแล้วกู รนหาเรื่องเสียตังค์ 2 รอบอีกแล้ว

เลยตัดสินใจ สั่งการไปเลย อยากไดยังไง แอบขอโทษเขาก่อน...พี่..ขอโทษ นะครับ ขอแอบเรื่องมาก...ตัดไปตัดมา...แม่เจ้าสุดยอด...โดนใจ...แต่ชีไม่พอใจ บอกมันไม่เท่ากัน ขอเล็มอีกหน่อย
ผมก็นั่งอ่าน คลีโอ ไปเรื่อย ชิบหายละมึง โงหัวขึ้นมาอีกที สั้นชิบ อย่างกับเป้นนักเรยนนายร้อย...กู...ไม่น่าเลย แต่ก็เอาเถอะ...ยังมีแววโมฮ็อคมาหน่อยๆ เอาวะ...คิดในใจ ประหยัดไปอีกนาน แว็กซ์ก็ไม่ต้องใส่ สบายกบาลดี...จ่ายค่าเสียหายไปชนิดที่ว่า ถ้าตัด Moga ตัดร้านนี้ได้อีก 3 ครั้ง...

วันนี้ ( 23 ก.ย.) วันเกิดน้องสาว

มีบิน กัวลาฯ ควิกเทิร์น

ซึ่งมันเป็น Pack Paring อยุ่กับ Narita แต่...ผมแลกออก เปลี่ยนไปบิน Seoul แทน...ซะใจจริงๆ

กัวลาฯ ควิกเทิร์นเป็นอะไรที่เหนื่อยจิตหลุด และเงินน้อย น้อยชนิดที่ว่าเป็นไฟล์ทที่ไม่คุ้มที่สุดในปฐพี (น้อยขนาดที่ว่า ได้ Perdium น้อยกว่าบิน Domestic ไม่ถึงร้อย)
- อาหาร 2 Choice
- ผู้โดยเกือบเต็ม...ตลอด
- ไฟล์ทไทม์ สั้นมาก
- ยังดีที่เป็น SElection on Tray

เอาน่า...สู้ๆ เลือกไม่ได้นี่หว่า
มีน้องที่รุ้จัก โดนเรียกไปเป็นแอร์ไฟล์ทนี้...ภาวนาว่าทำด้วยกัน

ปรากฎ ได้ใจมาก...แยกครัวอย่างสิ้นเชิง

แรงและ เหนื่อยได้ใจมาก

อยู่ข้างหลังฮะ (ตามที่คิดไว้นะแหละ) แต่ในห้องบริฟ ก็ยังใจชื้น IM assign พี่สจ๊วต เนียร์ฯมาให้ช่วยด้วย 777-200 ถ้าให้ครัวหลังมีสจ๊วตคนเดียว อาจตายได้ครับ เพราะอาหารเยอะมาก และต้องทำอุปกรณ์เตรียมเสิร์ฟถึง 2 ฝั่งด้วยกัน กล่วคือ...ทำทุกอย่างแบบ Double!!

แต่...ชีวิตจริงไม่เป็นอย่างนั้นเลย

เฮียไม่โผล่หน้ามาเลย ผมเลยสอยอาหารทั้งหมด ขาไป...167 คนเดียว ทำไปทำมาเริ่มมึน พี่แอร์ทั้ง 4 (น่าอิจฉามะ ครอบครองแอร์ถึง 4 นางด้วยกัน...แต่...ผมไม่นะ) สงสาร และเห็นใจ บรรเลงเลยครับ ช่วยกันคนละไม่คนละมือ ยัด Cocotte

มาเห็นภาพ ทุกคนคงขำ...แอร์ไทย ถลกผ้าซิ่น (ชุดไทย) นั่งยัด 'cotte เหยงๆ น่ารักจริง แอร์ผม

ทำงานจนเสร็จ เตรียมงานทั้งแต่ถึงเครื่อง จนบอร์ดผู้โดยสารเสร็จ จวบจนได้เวลา Take Off นะแหละครับ...เฮียสจ๊วตเนียร์ผมถึงมา...มีหน้ามาถามอีก...ตรงนี้สจ๊วตกี่คน...เฮ้อ...เฮีย ก็เห็นใครมั้งละ...

มาตอนงานเสร็จ...ไม่รุ้จงใจรึเปล่า...แต่คงไม่...เพราะเห็นว่าแกไปมีน้ำใจช่วย BC อยู่

ออกรบ...เรี่อยมาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู...ในใจหวังครับ

แต่ความจริงไม่เลย

- เวลาน้อย
- ผู้โดยเต็ม

เหนื่อยแต่ไม่มีเวลาคิดว่าเหนื่อย...สุดท้าย...เสร็จทันเวลา ไม่พอ...มีเวลาแด๋วข้าวก่อนลงด้วย...สวยงามมะละ

ขากลับ...เฮียคงรู้ตัว...มาช่วยยัด 'cotte ครับ...แต่ 166 ที่ เบาะๆ

แต่คราวนี้...เฮียยัดเสร็จ เฮียไปเลยครับ...บอกจะไปช่วยข้างหน้า...ไอ้ผมก็ไม่มีเวลาจะคิดอะไร เท่าไหร่นัก...งง...แต่...หลังจากนั้น...ผมไม่เห็นหน้าเฮียจน Landing ครับ

เรื่องนี้ไม่เคืองเท่า...ครัวหน้า มีอาหารแค่ 66 ที่ ในขณะที่โซนหน้ามีผู้โดยสารในมือ 115 คน...ผมก็นึกในใจว่า เด๋วเขาเสิร์ฟ 66 ที่นั้นเสร็จ คงลงมาช่วยผม...แต่หารู้ไม่...ที่ผมคาดการ์ณนั้นผิดถนัดครับ...ไม่มีแม้แต่เงาของใครทั้งสิ้น

มน้องที่รุ้จักกันเท่านั้น มาช่วยเดิน ไวน์ ให้...ก็ยังดีวะ

เหนื่อย และว้าวุ่นมาก เพราะผู้โดยสาร 90% เป็นเจ้าของสายการบินครับ (คนไทยนั้นเอง) และจ้องจะแด๋วแต่เบียร์ลูกเดียว เดินผ่านเป็นต้องมีบอก...น้องๆ ขอเบียร์หน่อย...น้องๆ ไฮเนฯ ป๋องนึง...อยากจะตะโกนหรอกหู "มึงเห้นมะ...ว่ากูวุ่นแค่ไหน"

พี่แอร์ 4 นาง ก็ฟ้อนอาหารไป ฝั่งละ 2 นาง...ส่วนผม...ไม่ต้องห่วง ฟ้อนน้ำครับ 160 กว่าแก้ว ฟ้อนไปคนเดียวเลย เฮ้อเหนื่อย...แอบเคืองข้างหน้า...แอบเคืองเฮียผม

แต่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก คิดได้แค่ว่ากูต้องชนะในสงครามนี้

ใจจะขาด...เงยหน้าไปมองครัวหน้า แต่ละคนยิ้มแย้ม หน้ไม่มีเหงื่อสักกะหยด...กำลังเดินกาแฟอยุ่...ในขณะที่โซนผม...อาหารยังไม่เสร็จ...น้ำก็ยังไม่เสร็จ...เฮ้อ...ไม่คิดจะช่วยเลยใช่ไม๊...

สุดท้าย...รบอย่างเมามัน เลือดสาด มันกระจาย...ชนะครับ...ลูกเรือครัวหลังชนะ

แต่ก่อนหน้าที่จะชนะ...ทีมผม พอเดินเข้าครัว ก็ขอแอบด่าผู้โดยฯนิดหน่อย พอเป็นกระสัยครับ...ว่าแล้วก็เทน้ำหวานเข้าปากกันคนละแก้ว สองแก้ว...เติมระดับน้ำตาลในเลือดก่อน จะได้มีแรงรบ

หลังจากทำงานเสร็จ...เช็คครับ เก็บของ Check Stock, Lock Seal, Steal ของ เรียบร้อยแล้ว...เฮียโผล่มาครับ...ด้วยความปากไว...ผมหันไปถาม...พี่มาทำไมเนี๊ยะ...มาทำไม...แกขำครับ...ไมรุ้ไม่เข้าใจเหรอ ว่าผมกัดเต็มขา...

เสร็จงาน...ขอกรวดน้ำ 1 ยก

ผู้โดยสารไม่ผิดครับงานนี้...เขาไม่รู้...ว่าเขาควรจะทำตัวยังไงมากกว่า...ไม่รุ้ คือไม่ผิด...แต่...อยากรุว่าพี่ไปขึ้นสายการบินอื่น พี่จะเป็นอย่างนี้ไม๊...แค่นั้น

ผู้โดยสารน่ารักตรงที่...บอกให้รอ...ก็เข้าใจว่ารอ แต่ใครเดินผ่านท่านเล่นขอซะทุกคนเลย...

ลงจากไฟล์ท...รีบบอกน้องว่าขอคุยด้วยหน่อย

ไม่ใช่จะด่าครับ...ไม่ด่าหรอก เพราะน้องไม่ผิด...อย่างที่บอก...ไม่รู้ คือ ไม่ผิด...แต่ถ้าไม่รุบ่อยๆ ไปไถนาดีกว่า

บอกนน้องว่า...ถึงแม้ว่าอาหารครัวหน้าจะมีแค่ 66 ที่ แล้วผู้โดยสารโซนเรามีกี่คน มีแค่ 66 รึเปล่า ถ้าใช่ พูดแบบเห็นแก่ตัวก็ไดว่า "ไม่ต้องช่วย" แต่พูดในทางการทำงาน ควรจะมาช่วย เพราะรู้อยุ่แล้วว่า โซนหลังผู้โดยเยอะกว่ามาก

แต่ในเคสนี้...ยังไงก็ต้องลงมาช่วย เพราะจำนวนผู้โดยสารในโซนหน้านั้น มีมากกวาอาหารเยอะมากๆๆๆๆๆ มันเห็นแก่ตัว และทุเรศมากเกินไปที่จะให้โซนหลังทำให้เรามากขนาดนั้น

แล้วลองดูสภาพในเคบินดู...ขณะที่โซนหน้า เดินกาแฟแล้ว...แต่ข้างหลังยังออกอาหารไม่เสร็จ...สมควรไม๊ที่จะมาช่วยเขา

คิดให้เยอะๆ คิดเพื่อคนอื่นด้วย...ใครจะเห็นแก่ตัวช่างเขา แต่ถ้ารูจักผม...อย่าเห็นแก่ตัว...ขอร้อง...ฌหนื่อยเพื่อนคนอื่นอีกนิดไม่ตาย...แม้บางครั้งเราจะไม่ได้อะไรจากการที่เราเหนื่อยนั้นเลยก็ตาม...แต่อย่างน้อยที่สุด...เราก็จะไม่เป็นขี้ปากเขา

อืม...ลืมบอก...น้องที่รู้กกันไม่ได้ทำงานคนเดียว เป็นลูกมืองของ สจ๊วตเนียร์ฯ กลางๆอีกที...

...สรุป...สจ๊วตที่เนียร์ฯกว่ากู...ฌป็นอะไรกันไปหมด...


กลับมาถึง ล้าแท้...ไม่อยากทำอะไร

นั่งพุงกอง...จิบเบียร์เย็นเจี๊ยบ ฟังเพลงของ Eric Clabton




 

Create Date : 24 กันยายน 2550    
Last Update : 24 กันยายน 2550 0:55:15 น.
Counter : 554 Pageviews.  

1  2  3  4  

Sold-ouT
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Sold-ouT's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.