สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ
Group Blog
 
All Blogs
 
คำถามและเวลาที่เหลือ


คำถามและเวลาที่เหลือ


ปีใหม่ปีที่แล้ว ฉันและกลุ่มเพื่อนรวมถึงผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือช่วยกันคนละไม้ละมือลงเงินตามแต่กำลังทรัพย์และแรงศรัทธา จัดพิมพ์หนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ “ชีวิตนี้น้อยนัก” ซึ่งเป็นบทนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราช ที่พูดถึงบาปบุญคุณโทษและกฎแห่งกรรมตามหลักศาสนาพุทธ

รวมเงินกันได้จำนวนหนึ่งก็จัดพิมพ์หนังสือแจกจ่ายเป็นวิทยาทาน

นอกเหนือไปจากเจตนาที่ต้องการทำบุญในโอกาสปีใหม่แล้ว ฉันคิดเองว่า เราต่างต้องการเตือนสติตนเองให้คิดดี ทำดี ในเมื่อยอมรับและเห็นตรงกันว่า ชีวิตคนเรานี้สั้นนัก

ความสั้นยาวของชีวิตในความหมายของพวกเรา ไม่ได้วัดที่ระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ แต่ตัดทอนเหลือแค่ช่วงชีวิตที่ได้มีโอกาสทำดี หรือน้อยที่สุดไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร

การทำดีจะว่าง่ายก็ง่ายจะว่ายากก็ยาก



เมื่อต้นเดือนก่อนฉันและครอบครัวตั้งใจไปบริจาคโลหิตที่สภากาชาดไทย เมื่อตรวจเช็คเลือดและความพร้อมของร่างกายแล้ว ไม่ใช่เราทั้งหมดที่มีโอกาสบริจาคเลือดตามที่ตั้งใจไว้

ถ้านอนไม่พอ หรือถ้าในรอบอาทิตย์นั้น ป่วยไม่สบายต้องกินยาปฏิชีวนะก็ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้

ยังมีข้อห้ามอื่นๆ อีกที่คนที่คิดอยากไปบริจาคเลือดต้องรู้ไว้ เช่น ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 24 ชั่วโมง งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคเพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดีขึ้น

สำหรับคุณผู้หญิงถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือเป็นช่วงวันนั้นของเดือนก็บริจาคไม่ได้เช่นกัน

ทำดีด้วยการบริจาคโลหิตที่คิดเองว่า ง่ายแล้ว ไม่ง่ายเหมือนกัน

คนกลัวเข็ม กลัวเลือดก็คงไม่มีโอกาส เช่นเดียวกับผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี (ฮา)

นอกเหนือจากที่ต้องมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 45 กิโลกรัมแล้ว

เคยถามตัวเองเล่นๆ ว่า คนเราจะมีโอกาสบริจาคโลหิตได้กี่ครั้งกัน เพราะบริจาคได้แค่ 3 เดือนครั้งเท่านั้นเอง

วันก่อนโน้นได้ยินข่าวเกี่ยวกับ “คุณยอดรัก สลักใจ”นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง

คุณยอดรักเพิ่งตรวจพบว่า ป่วยเป็นมะเร็งตับขั้นร้ายแรงแล้ว

คุณหมอบอกว่า อาจมีโอกาสอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณยอดรักทำให้ฉันกลับมาถามตนเองว่า ถ้าเราเหลือเวลาอีกแค่ 6 เดือน เราจะทำยังไง

ฉันตอบในใจว่า คงต้องมานั่งคิดๆ และเขียนรายการสิ่งที่อยากทำ ภายใต้ความเป็นไปได้และข้อจำกัดเรื่องเวลา

ที่สุดแล้วก็คิดว่า สิ่งที่ต้องทำแน่ๆ คือ ลาออกจากงานและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
หันไปถามเพื่อนรุ่นพี่ด้วยคำถามเดียวกัน

“ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด สู้ให้หาย”
คำตอบของเราแต่ละคนคงแตกต่างกันไป

ฟังคำตอบของรุ่นพี่แล้วก็คิดถึงการต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดของ “คุณหมอสงวน
นิตยารัมพงศ์”

คุณหมอพบว่า ตนเองเป็นมะเร็งและต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็งจนมีชีวิตยืนยาวต่อมาได้เกือบ 5 ปี

ทั้งๆ ที่คุณหมอเจ้าของไข้บอกว่า มีเวลาเหลือเพียงไม่กี่เดือน

ตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่ “คุณหมอสงวน”ไม่เพียงทำงานในหน้าที่เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างเต็มที่ สานต่อปณิธานในการปฎิรูประบบสุขภาพ สร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพให้ประชาชนคนไทย

ในช่วงที่ป่วย คุณหมอยังริเริ่มโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน หรือ“จิตอาสา”ให้คนไข้ที่ป่วยและหายแล้วให้กำลังใจช่วยเหลือเพื่อนที่ยังเจ็บป่วยให้หายจากโรคต่างๆ ด้วย
และอื่นๆ อีกมากมาย

ผลงานของคุณหมอที่พวกเรารู้จักกันดี คือโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาท

คนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำแต่ความดีอย่างคุณหมอสงวน น่าจะมีอายุยืนยาวกว่านี้

เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกตายไม่ได้ แต่บางคนมีโอกาสรู้ว่า ตนเองเหลือเวลาอีกเท่าไร จะน้อยจะมากจะสั้นหรือยาว คงไม่สำคัญเท่ากับว่าเวลาที่มีอยู่นั้น เราได้ “ทำ”อะไรบ้าง

“เราอยากให้คนอื่นจดจำเราแบบไหน”
“ถ้าเราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 6 เดือน”

ลองถามตัวเองกันบ้างดีไหม

ชั้น5 ประชาชาติ 25 กุมภาพันธ์ 2551


Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2551 10:41:21 น. 2 comments
Counter : 180 Pageviews.

 
"หากจะตายในอีก 6 เดือน ผมคงดำเนินชีวิตตามปกติของผม ในแบบทุกๆวันนี้..ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะผมรู้ว่า..สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นคือ สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตของผมแล้ว" ใครสักคนกล่าวไว้ จากหนังสือเล่มไหนซักเล่ม..

อ่านแล้วทึ่งค่ะ....จะดีกว่ามั๊ย หากทุกวันๆ ของเราเป็นวันที่มีคุณค่า และมีความสุขที่สุด แม้จะต้องตายก็ไม่เสียใจ

คำตอบ ดูออกแนวอุดมคติ ดี

แต่กับบางอย่าง..แม้จะรู้ว่าความสุขอยู่ตรงไหน.. แต่ก็ยังคว้าไว้ไม่ได้... คงต้องทำใจ แล้วปล่อย..ให้มันตายไปพร้อมๆกัน

เศร้าเนอะ!!


โดย: ... IP: 71.63.23.4 วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:14:01:04 น.  

 
“เราอยากให้คนอื่นจดจำเราแบบไหน”
“ถ้าเราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ 6 เดือน”


ใหม่คงไม่ขอให้ใครจำค่ะ แต่ใหม่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่กับคนที่ใหม่รักให้มากที่สุด แล้วก็เตรียมตัวสำหรับวันสุดท้าย

เศร้าจัง


โดย: - in the deepest mist - วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:17:28:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

cherydnk
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add cherydnk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.