Group Blog
 
All blogs
 

คนซื้ออารมณ์ไหน.....คนขายก็อารมณ์นั้น

ที่ร้านฉันมีของแต่งบ้านและของใช้ในครัวด้วยนิดหน่อย เป็นสินค้าที่มีขายในห้างดังๆ หลายแห่ง ราคาก็เป็นที่รู้กันว่าของขึ้นห้างราคาก็ย่อมสูงกว่าร้านเล็ก ๆ อย่างฉันแน่นอน

มากันอีกแล้วค่ะ 2 แม่ลูก ลูกค้าที่แสนน่ารักของฉัน คุณแม่อายุประมาณ 50 กว่า ๆ ใส่หมวกปีกกว้าง แว่นกันแดด มาในชุดกระโปรงเข้ารูป แลดูทันสมัยมาก มือคล้องกระเป๋า (น่าจะราคาแพง) กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายเต็มร้าน ส่วนคุณลูกก็น่าจะ 23-25 ปีไม่เกินนี้ มาในชุดเดรสสั้น สวมแว่นกันแดด กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายไม่แพ้กัน

ฉันกล่าวคำสวัสดี และปล่อยให้ลูกค้าเดินชมของในร้านตามสบายเหมือนเคย คุณ 2 แม่ลูก คุยกันอยู่ตรงมุมของใช้ในครัวซึ่งเป็นมุมที่ลดราคาสินคาจากโรงงาน ได้ยินเสียงแว่วเข้าหูประมาณว่าไปดูที่เอ็มโฟเรี่ยมมา งี้ๆ งั้น ๆ จนกระทั่ง มีเสียงเรียกให้ไปต่อรองราคา เขียงราคา 150 บาท คุณแม่ อยากได้ในราคา 100 บาท ฉันได้แต่ชี้แจงว่ามุมนี้ลดราคาแล้ว ไม่สามารถจะลดราคาลงได้อีกแล้ว เพราะเป็นราคาโรงงานแล้ว (ถูกกว่าในห้างประมาณ 2-3 เท่าตัว) คุณแม่ทำเสียงดุว่าทำไมลดไม่ได้ ฉันได้แต่อธิบายด้วยคำพูดเดิม ๆ ที่พูดไปหมดแล้ว เธอยังคงยืนยันว่าอยากได้ของชิ้นนั้นในราคา 100 บาท

จนกระทั่งฉันทนไม่ไหว ฉันจึงชี้ไปที่เขียงราคา 100 บาท พร้อมกับบอกว่า “ถ้าพี่อยากได้ของในราคา 100 บาท พี่จะได้เป็นงานอีกแบบหนึ่งคือแบบนี้ค่ะ” พร้อมกับหยิบสินค้าราคา 100 บาทมาให้เธอ เสียงเธอสูงปริ๊ดขึ้นมาในบัดดลว่า “นี่เธอ อย่ามาบังคับให้ชั้นซื้อของอันที่ชั้นไม่ได้อยากได้นะ ชั้นคิดเองได้ว่าอยากได้อันไหน” ฉันได้แต่ถอนหายใจ (จริง ๆ แล้วทำใจมากกว่า) แล้วก็พูดออกไปว่า “พี่คะ ใจเย็น ๆ ค่ะ หนูแค่บอกพี่นะคะว่าถ้าพี่อยากได้ของราคา 100 บาทก็จะได้ของอีกแบบ แต่ถ้าพี่อยากได้ชิ้นนั้น พี่ก็ต้องจ่ายในราคา 150 บาท แล้วแค่พี่ก็แล้วกันค่ะ ว่าพี่อยากได้ของชิ้นไหน หนูบังคับลูกค้าซื้อหรือไม่ซื้อ ไม่ได้หรอกค่ะ” ว่าแล้วฉันก็เดินจากมานั่งที่โต๊ะทำงานอย่างเงียบ ๆ และทำอารมณ์ให้เย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฉันบ่น(ในใจ)ว่าทำไมกว่าจะได้เงิน 150 บาทจากคุณนาย 2 แม่ลูกเนี่ยมันยากเย็นเข็ญใจอะไรขนาดนี้ แล้วฉันเป็นใครทำไมต้องมารองรับอารมณ์คน(บ้า)แบบนี้ด้วย นั่งดูทีวีไปทำเป็นไม่สนใจอีกต่อไป สักพักคุณลูกก็หยิบเขียงพร้อมกับเงิน 150 บาทมาจ่าย แล้วหิ้วของออกไป พร้อมกับเสียงบ่นงึมงัม ฟังไม่ได้ศัพท์จากผู้เป็นแม่ ฉันได้แต่กล่าวขอบคุณสั้น ๆ ยิ้มให้กับลูกสาวแสนสวย แล้วภาวนาว่าขออย่าได้กลับมาซื้อของร้านเราอีกเลย สาธุ ลูกค้าประเภทนี้ไม่เอาก็ได้นะ...เหนื่อยใจจริง ๆ




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2553    
Last Update : 10 สิงหาคม 2553 21:13:24 น.
Counter : 130 Pageviews.  

เด็กแสนซน กับผู้ใหญ่เย็นชา

เสียงเด็กเจี๊ยวจ๊าวนำหน้ามามาแต่ไกล ตามมาด้วยเสียงคุณพ่อคุณแม่ที่เพลิดเพลินกับการดูของ มาหยุดที่ร้านของฉัน เด็กอายุประมาณ 6-8 ขวบ วิ่งเข้ามาในร้านพร้อมทั้งมีของเล่นไม้ที่เป็นดาบไม้ติดมือเข้ามาในร้านตามมาด้วยคนที่คาดว่าจะเป็นผู้ปกครองของเด็กและลูกค้าผู้ใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง(ที่ไม่น่าจะมาด้วยกัน) ประมาณ 3-4 คน

เด็กคนนี้เดินเข้ามาดึงมู่ลี่ที่ผูกไว้กับฝ้าเพดานอย่างหลวม ๆ ดึงขึ้นดึงลง ดึงขึนดึงลง แหวกเข้าแหวกออกดาบในมือ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานคุณพ่อคุณแม่ก็เดินดูของในร้านกันอย่างมีความสุข โดยไม่สนใจว่าเด็กจะซนแค่ไหน และไม่สนใจความทุกข์ที่เริ่มก่อตัวเงียบ ๆ ในใจของฉัน

เสียงดึงมู่ลี่ขึ้น ๆ ลง ๆ แหวกเข้าแหวกออก ยังมีอย่างต่อเนื่อง ฉันได้แต่แหงนดูบนฝ้าเพดานสลับกับมือเด็กน้อยว่ามันใกล้จะถล่มลงมาหรือยัง ได้แต่มองหาคุณพ่อคุณแม่ว่าจะปรามลูกตัวเองหรือไม่ เพราะฉันเองยังดูไม่ทันว่า คนไหนเป็นผู้ปกครองของเด็ก เงียบ ไม่มีเสียงดุ หรือแม้แต่จะปรายตามาดูลูก

ฉันทนไม่ไหวแล้ว มู่ลี่ของฉันเริ่มห้อยลงมาข้างเดียวจะตกลงมาอยู่แล้ว ฉันต้องตะโกนออกไปดัง ๆ ว่า "ขอโทษนะคะ ลูกหลานใครคะ เล่นของดิฉันอยู่ตรงนี้ รบกวนมาดูแลด้วยนะคะ " ฉันทำได้เพียงเท่านี้จริง ๆ ด้วยความเกรงใจลูกค้าท่านอื่นในร้าน และแล้วก็มีเสียง "ลูกดิฉันเองค่ะ เลิกเล่นเดี๋ยวนี้เลย พี่เค้าดุแล้วเนี่ย" คนพูดทำหน้าเหมือนรู้สึกผิดนิดนึง (ดูจากอาการที่แสดงไม่น่าจะรู้สึกผิดเลยด้วยซ้ำ) เด็กก็เดินตามคุณแม่ไป คุณแม่ว่าแล้วก็เพลิดเพลินดูของต่อ

ผ่านไปไม่ถึง 1 นาที เด็กคนเดิมเอาอีกแล้วค่ะ คงจะตั้งเป้าไว้ว่าต้องทำมูลี่และเพดานในร้านถล่มลงมาให้ได้ มาดึงมู่ลี่ขึ้นลงต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันหันไปมองคุณพ่อคุณแม่ที่คงคิดว่ามาฮันนีมูนกัน 2 คน คงลืมไปว่าคลอดเด็กคนนี้ออกมา เพราะเค้าเฉยมาก จนฉันต้องเดินหน้าเขียวไปใกล้ ตัวเด็ก พร้อมกับจิกตา ทำหน้ายักษ์ กัดฟันกระซิบเบา ๆ ว่า"ถ้าน้องยังไม่เลิกเล่น และของถล่มตกลงมา น้องจะโดนไม่ใช่น้อย เอาสิเล่นเลย เต็มที่เลย" พร้อมกันนั้นฉันก็ทำมือเหมือนจะหยิกท้องเด็ก (แต่ไม่ได้หยิกนะจ๊ะ) แล้วฉันก็หันไปยิ้มเล็ก ๆ ให้กับพ่อแม่เด็กเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ได้ผลแฮะ แผนนางมารร้ายของฉันได้ผล เด็กหยุดดึง ค่อย ๆ เดินตัวลีบ ไปอยู่ใกล้คุณแม่พอจะเดินออกมาฉันก็ถลึงตาใส่ว่าเดินออกมาเล่นอีก (มึง)โดนแน่ จนกระทั่งมีการซื้อขายเสร็จเรียบร้อยลูกค้าทั้งหมดทยอยเดินออกจากร้านไป

ฉันไม่โทษเด็กนะคะ เพราะเด็กคือเด็ก คนที่ควรรับผิดชอบในงานนี้คือผู้ปกครองเต็ม ๆ แต่ดูจากพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่แสดงออกมา ฉันเลยเข้าใจว่าทำไมเด็กถึงเป็นอย่างนี้ เลยอยากจะบอกคนที่มีเด็กในปกครองนะคะ โดยเฉพาะเด็กที่ดื้อและซนเป็นพิเศษ (ขอย้ำ) สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ 1)ไม่ควรพามาร้านขายสินค้าที่ต้องระวังเป็นพิเศษ หรือ 2) ถ้านำเด็กมาด้วยควรดูแลให้อยู่ในสายตาของคุณตลอดเวลา ซึ่งถ้าเป็นขอ 2 คุณก็จะไม่ได้ดูสินค้าใด ๆ เลย ให้ย้อนไปดูข้อ 1 อีกที ก็คิดเอานะคะ ไม่เช่นนั้นคุณจะได้จ่ายเงินให้กับสินค้าที่คุณไม่อยากได้และชำรุดจากการที่เด็กทำเสียหายกลับติดมือไปแน่ ๆ

....แล้วอย่าหาว่าแม่ค้ามารร้ายอย่างฉันไม่เตือนนะคะ....




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2553    
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 21:07:55 น.
Counter : 168 Pageviews.  

ลาออก

ฉันย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้เกือบ 3 ปี จู่ ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบสายฟ้าฟาดขึ้นมาในบริษัทที่ฉันทำงานอยู่ ข่าวแพร่สะพรัดไปทั่วว่ามีการเปลี่ยนผู้บริหารเป็นคนใหม่ (ที่ใช้คำว่าสะพรัดเนื่องจากชั้นทำงานอยู่เชียงใหม่ แต่สำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพ เลยแลดูไกลปืนเที่ยงเล็กน้อย) นโยบายหลาย ๆ อย่าง ในบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีขึ้นต่อพนักงาน ทำให้คนในแผนกแต่ละคนก็เริ่มมีการยื่นไปลาออกด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป ฉันเองตอนแรกก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ก็ได้แต่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

เวลาผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน ฉันก็พบว่าเพื่อนสนิทหลายคน ได้งานใหม่ และลาออกไปจนเกือบหมดแผนก และแล้ว ข่าวที่ฉันไม่อยากได้ยินเลยก็มาถึง จู่ๆ เจ้านายคนใหม่จะเรียกฉันกลับไปทำงานที่กรุงเทพและจะขอยุติการขยายตลาดที่เชียงใหม่ แบบดื้อ ๆ ฉันได้แต่อึ้ง และคิดพิจารณา อย่างรอบคอบ จนได้คำตอบสุดท้ายที่ผู้หญิงสู้ชีวิตอย่างฉันต้องทำคือ “ลาออก” นั่นเอง

ทำอย่างไรได้ เกือบ 3 ปี กับการปรับตัวสิ่งแวดล้อม อากาศ เพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง ทุกอย่างมันลงตัวไปหมด แค่คิดว่าฉันต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฉันก็เป็นไมเกรนซะแล้ว

ฉันเลยได้แปลงร่างมาเป็นแม่ค้ามือใหม่อย่างเสียไม่ได้ เพราะคุณสามีขาดผู้ช่วยอยู่ ร้านของ(สามี)ฉันขายของแต่งบ้านอยู่ในอำเภอที่มีชื่อเสียงเรื่องงานหัตถกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ฉันต้องปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง จากคนที่เคยทำงานประจำมาเป็นเวลาเกือบ 15 ปี ต้องมาขายของ และใช้ชีวิตร่วมกับชาวบ้าน ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ แต่อย่าเพิ่งคิดมากไป มันทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด และมีเรื่องขำ แปลก มัน ฮา มาเล่าให้ฟังเยอะแยะเลย เอาไว้จะเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน วันนี้ขอพักก่อนนะ




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2553    
Last Update : 5 สิงหาคม 2553 22:26:31 น.
Counter : 122 Pageviews.  


จอมจันทร์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คู่สามีภรรยา แต่งงานกันมาหลายปีดีดัก ไม่มีลูกเป็นคน แต่มีลูกเป็นหมาพันธุ์ประหลาด 2 ตัว

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมจ้า ช่วยคอมเม้นท์หน่อยนะ

Hi5 Clocks by zalim-code.com
Friends' blogs
[Add จอมจันทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.