A ........ Z
Group Blog
 
All blogs
 

Mou+Moon = MouMoon (Japanese pop duo) Live Acoustic




ต่อจากเมื่อวาน ที่นำเสนอ PV สตูดิโออัลบัมของดูโอคู่ Moumoon
พอมาครั้งนี้ จะขอนำเสนออีกด้านที่ผู้นำเสนอค่อนข้างชอบ
เผลอๆ ออกจะมากกว่าตัวซิงเกิลเพลงในอัลบัมชุดเสียอีก
เหมือนเป็นสัญญาประชาคมไปเสียแล้ว ที่ทางวงจะให้มี Streaming Live
ผ่านการแสดงสดออนไลน์ในสไตล์ Acoustic Guitar โดยให้แฟนๆ
ทวิสเตอร์ถามตอบแบบ Interactive ซึ่งก็จัดมาหลายวาระโอกาส
ดังนั้นทางผู้จัด จึงคัดมาเสนอเอาที่ตัวเองอยากฟังและเก็บเรียบเรียงเอาไว้
จำนวน 12 Tracks ที่คิดว่าเป็นครั้งที่แสดงได้ดีที่สุด
ส่วนใครที่อยากจะรู้ประวัติของวงนี้ ก็โปรดตามอ่านไป ลิงค์ นี้ละกัน







Flower ซิงเกิลแรกของวง ที่อยู่ในอัลบัมที่เป็นชื่อเดียวกับวง Moumoon
ซึ่งตอนนั้นยังออกจัดจำหน่ายผ่านค่ายอินดี้ Gate Records ในปี 2008







Do you Remember เป็นซิงเกิลที่สองของวง ที่จำหน่ายเดือนธันวา ปี 2007
เข้าใจว่า ยังรวมอยู่ในอัลบัมแรกของวงสมัยที่ยังอยู่ในสังกัดอินดี้เก่า









Hanabi ซิงเกิลที่ 16 ของวง บรรจุรวมอยู่ในอัลบัม Pain Killer
ที่เป็นอัลบัมรวมล่าสุดชุดที่ 4 ของวง เคยถูกนำไปใช้ฉลองเทศกาลดอกไม้ไฟด้วย







Tiny Star ซิงเกิลที่สามของวง ออกจำหน่ายในมิถุนา ปี 2008
ผลงานชิ้นนี้ยังคงอยู่ในช่วงอัลบัมยุคแรกของวง







Chu Chu ซิงเกิลโหลหนึ่งพอดีของทางวง
บรรจุในอัลบัม No Light Land ที่เป็นสตูดิโอที่สามของวง 










Good Night ไม่รู้ว่าอยู่ในอัลบัมชุดไหน
แต่เห็นแสดงสดทีไร มักไม่ค่อยพลาดเพลงนี้เสียทุกคร่า
ปกติก็มักจัดไว้ส่งท้าย ให้ฝันดีกัน











More than Love เป็่นซิงเกิลที่ 4 ที่ออกช่วง
เดือนตุลา ปี 2008 ยังเป็นเพลงในยุคแรกของอัลบัม









Dreamer Dreamer ซิงเกิลล่าสุดของวงในตอนนีั้ (เท่าที่รู้)
ซึ่งเป็นซิงเกิลที่เพิ่งจำหน่ายปลายเดือนธันวา ปีที่แล้วนี้เอง









Butterfly Effect เป็นเพลงในอัลบัมใหม่อีกเช่นกัน Pain Killer
เพลงนี้พิเศษตรงที่ Yuka นักร้องหญิงเธอเล่นกีต้าร์เองด้วย ซึ่งไม่ได้เห็นบ่อย








Love is Everywhere ซิงเกิลที่ 14 ของวง
จำหน่ายช่วงเดือน มีนาคม ปี 2012 รวมอยู่ในอัลบัม Pain Killer ด้วย









Moonlight ซิงเกิลที่ 10 และบรรจุในอัลบัมที่ 2 ของวง 15 Doors






Cinderella ไม่มีข้อมูล ในอัลบั้ม
แต่ชื่อเพลงก็บอกความหมายของเพลงได้เกินครึ่งแล้ว









จบด้วยเพลงซิงเกิลที่สร้างชื่อให้คนส่วนใหญ่รู้จักกับวง
SunShine Girl เพลงที่ทำให้วงมีผลงานในTop Ten Chart
โดยเป็นซิงเกิลที่ 8 จำหน่ายเดือนพฤษภาคม ปี 2010
บรรจุรวมอยู่ในอัลบัม 15 Doors ........








ขอบคุณทาง
Youtube และ Wikipedia ณ ที่นี้ด้วย Smiley









 

Create Date : 14 กันยายน 2556    
Last Update : 14 กันยายน 2556 21:37:04 น.  

Mou+Moon = MouMoon (Japanese pop duo)





Moumoon วงป็อบดูโอคู่จากญี่ปุ่น (Japanese pop duo)
ที่ประกอบด้วยชายหนึ่งและหญิงหนึ่ง รวมกันเป็นสอง
Yuka เธอทำหน้าที่้นักร้องและแต่งเนื้อเพลง (vocalist and lyricist)
ขณะที่ Kosuke Masaki จะแต่งเพลงและเล่นเครื่องดนตรี (Composer)
โดยชื่อวงเป็นการเล่นคำระหว่าง Mou ภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า Soft
กับ Moon ที่เป็นภาษาอังกฤษ รวมกับเป็น SoftMoon




Moumoon - flowers by ซิงเกิลแรก #Flower



Yuka และ Masaki พบกันครั้งแรกในช่วงหน้าร้อนปี 2004
อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งปี 2005 พวกเขาถึงได้มาฟอร์มวงกัน
โดยใช้ชื่อ Moumoon ที่ยังใช้อยู่ตราบจนถึงปัจจุบัน
พอตุลาคม ปีเดียวกันนั้น ทั้งสองก็ได้มีโอกาสได้แสดงสดครั้งแรก
ขึ้นที่ Omotesando FAB




moumoon - Do You Remember by ซิงเกิลที่ 2 #Do You Remember



พอมาปี 2006 พวกเขาก็จรดปากกาเซ็นสัญญาออกเทป
ใหักับค่ายอินดี้ที่ชื่อ Gate Records พร้อมกับปล่อย Debut Single แรก
Flowers/Pride เริ่มต้นในชาร์ทลำดับที่ 106
ก่อนจะมามีมินิอัลบัมแรกที่ชื่อ Flowers ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน
ติดอันดับอัลบั้มขายดีอยู่ที่ 63 ใน Oricon album charts




moumoon - More Than Love by ซิงเกิลที่ 3 #More Than Love




moumoon - EVERGREEN by ซิงเกิลที่ 4 EverGreen



วงมาสร้างชื่อในวงกว้างจริงๆ ในเดือนเมษายน ปี 2010
เมื่อพวกเขาออกซิงเกิลตัวที่ 8 ที่ชื่อ Sunshine Girl
เพลงนี้เข้าสู่ Oricon single charts ครั้งแรกที่เปิดตัวในอันดับที่ 12
ต่อจากนั้นอีกสัปดาห์ ซิงเกิลก็เข้าสู่ในอันดับ Top Ten the single
แล้วเป็นครั้งแรกที่วงมีผลงานเพลงอยู่ในอันดับสูงเช่นนี้
พอเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันวงก็ออกมินิอัลบัมที่ 4 Spark ตามมา
อานิสงส์น่าจะเกิดจากการที่วงย้ายจากค่ายอินดี้ที่ว่า
มาสู่สังกัดจำหน่ายที่ใหญ่ขึ้น อย่าง Avex trax ในเครือของ Avex Group




ซิงเกิลที่ 8 #Sunshine Girl by hoshipi324



(ต่อที่ 2) ความพิเศษของซิงเกิลที่ 8  Sunshine Girl
เพราะส่วนหนึ่ง เพลงนี้ถูกทำเป็น commercial campaign
ให้กับสินค้าเครือ่งสำอาง Anessa ในแบนด์ของ Shiseido
 ซึ่งเป็นครึมกำจัดแดด เพลงนี้มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
ที่ทางวงทำออกมาเป็น EP บรรจุอยู่ในมินิอัลบัม Spark
ที่จำหน่ายในปี 2010 และไม่ได้มีแค่เครือ่งสำอางที่นำเพลงนี้ไปใช้เท่านั้น
ยังรวมถึงสมาร์ทโฟนในแบนด์ Xperia ของทาง Sony Ericsson ด้วย




ซิงเกิลที่ 11 #My Secret Santa by uncleagent0022



Wild Child ซิงเกิลที่ 15 ของวง
มีความพิเศษในแง่การจัดจำหน่าย เพราะทำออกมา 3 Editions
ที่ต้องตาใจสาวกที่สุด เห็นจะเป็น Limited Anime Edition
เพราะเพลงนี้ถูกนำไปประกอบอนิเมะชื่อดัง Yu Gi Oh! Zexa
และยังถูกนำไปใช้เป็นเพลงจบซีรีย์ NHK เรื่อง Aphrodite no Rashinban




moumoon - Wild Child [PV] by Wide Child



รายละเอียดของสตูดิโออัลบัมกันบ้าง
15 Doors ถือเป็นสตูดิโออัลบัมในลำดับที่ 2 ของทางวง Moumoon
จัดจำหน่ายในเดือนมีนาคม ปี 2011 โดยแบ่งออกมาเป็น 3 editions
ทั้งแบบ A ที่เป็น 2 CD+DVD แบบ B ที่จะมาพร้อมด้วย live concert
และแบบปกติธรรมดาทั่วไป ภายในก็จะบรรจุซิงเกิลเพลง อาทิ
Evergreen / On the Right / Aoi Tsuki to Ambivalence na Ai
Sunshine Girl / Moonlight / Sky High / YAY ที่จะเป็นผลงาน
ที่ออกในช่วงปี 2009 - 2010 ซึ่งทุกเพลงอยู่ในคอนเซ็ปต์ที่ทั้งคู่
ร่วมกันแต่งและเรียบเรียงกันเอง และอัลบัมสตูดิโอชุดนี้ทางวง
ก็ย้ายสังกัดในอยู่ค่าย Avex เป็นที่เรียบร้อยแล้ว




Moumoon - Tiny Star live by ซิงเกิลที่ 3 #Tiny Star



No Night Land เป็นอัลบัมสตูดิโอชุดที่ 3
อัลบัมนี้มีเพียงแค่ 2 ซิงเกิลเท่านั้นที่เคยถูกออกวางจำหน่ายก่อน
ที่เหลือกว่านั้นในอัลบัมชุดนี้ ทางวงก็แต่งเพื่อนำมาบรรจุครบอัลบัม
ขอเล่าถึงในส่วนของซิงเกิลที่เคยมีวางจำหน่ายเท่านั้น โดยซิงเกิลแรก
มีชื่อว่า Chu Chu ที่เคยออกวางจำหน่ายเดือนสิงหาคม ปี 2011
โดยเพลงนี้ขึ้นเกือบจะติดอันดับ Top Ten Charts แต่มาหยุดเพียงแค่ที่ 11
ใน Oricon's Weekly chart เพลงนี้ยังถูกนำไปใช้ประกอบโฆษณา
สินค้าที่ชื่อ Maquillage ซึ่งเป็น make-up band ของทาง Shiseido




Moumoon-Chu Chu pv by ซิงเกิลที่ #Chu Chu



ส่วนซิงเกิลที่เคยมีวางจำหน่ายก่อนถูกมารวมในสตูดิโออัลบัม
No Night Land เพลงที่ 2  คือ Uta wo Utaou
เคยออกจำหน่ายในเดือนธันวาคม ปี 2011
อันดับอาจไม่ดีนักเมื่อเทียบกับเพลงแรก เพราะคาชาร์ตอยู่ที่ 27
ใน Oricon's Weekly chart เท่านั้น นอกจากซิงเกิลตัวนี้แล้ว
อัลบัม No Night Land ยังมีอีกหลายเพลงที่ถูกนำไปใช้ทางการตลาด
อาทิ เพลง Yes/No Continue? กลายเป็น theme song ให้กับ
Cartoon Network เรื่อง Amazing World of Gumball in Japan
รวมไปถึงเรื่องJill Stuart ด้วย ส่วนเพลง Tomodachi / Koibito
ประกอบโฆษณาสินค้า Ghana Milk Chocolate ในเครือของ Lotte  
และสุดท้ายเพลง Bon Appetit ก็เป็นเพลงประกอบโฆษณา
สินค้า Fauchon ของทางเครือ Asahi





Moumoon - うたをうたおう(2011.12.14) by Chio_San



(ต่อที่ 3) ซิงเกิล Sunshine Girl ยังสร้างปรากฎการณ์
ให้กับซิงเกิลฮิตของทางญี่ปุ่นอีกมากมาย อาทิ
อยู่ในอันดับ 4 ของ Billboard Japan Hot 100
อันดับที่ 41 สำหรับ Billboard yearly Japan Hot 100
อันดับที่ 10 ใน Oricon weekly singles
อันดับที่ 1 สำหรับ RIAJ - Digital Track Chart weekly top 100
และอันดับที่ 41 ของ RIAJ - Digital Track Chart yearly top 100
ถ้าแยกเป็นจำหน่ายยอดขายอีก ก็จะได้ว่า ...........
500,000 อับขึ้น ใน RIAJ ringtone downloads (2x Platinum)
250,000 ขึ้น (ระดับ Platinum) ใน RIAJ full-length cellphone downloads
และ ประมาณ 36,000 ชุด สำหรับ Oricon physical sales โปรโมตกันขนาดนี้
อัลบัมนี้จึงติดอันดับท้อปเทนใน Billboard Japan Top Albums




moumoon - Love is Everywhere [PV] by ซิงเกิลที่ 14 Love is Everywhere




SWEET HEART - moumoon by Sweet Heart



และสตูดิโออัลบัมล่าสุดของ MouMoon ณ บัดนี้
คือ อัลบัมชุดที่ 4 ที่ชื่อ Pain Killer ออกจำหน่ายเดือนมกราคม ปี 2013
คราวนี้ผลิตออกมาเป็น 4 Editions มีแบบ CD+Blu-ray / CD+2DVD
CD อย่างเดียว และ Fanclub edition โดยมี 4 เพลงในอัลบัมนี้
ที่เคยถูกตัดเป็นซิงเกิลขายล่วงหน้ามาก่อน คือ Love is Everywhere
(ใช้โฆษณาสินค้า IXY TV ของ Canon)  เพลง Hanabi  (ถูกใช้ในงาน
เทศกาลดอกไม้ไฟที่ชื่อ Natsu Matsuri Hanabi Taikai)
เพลง Dreamer Dreamer เป็นเพลงจบให้กับซีรีย์เรื่อง Yuusha Yoshihiko
to Akuryo no Kagi และสุดท้ายเพลง Midori no Michi
ก็ถูกใช้เป็นธีมเพลงประกอบหนังสั้นเรื่อง Heather Love




moumoon - Fireworks by Hanabi




[MV]DREAMER.DREAMER..moumoon by Dreamer Dreamer



ในสตูดิโออัลบัม Pain Killer ยังมีอีก 2 เพลง
ที่ไม่เคยตัดเป็นซิงเกิลจำหน่ายก่อนหน้า แต่ได้รับโอกาส
เพื่อโปรโมทสินค้า คือ เพลง Vanitas เพื่อใช้เป็นธีมเพลงให้กับซีรีย์
ของค่าย Fuji ในเรือ่ง Dolce และเพลง Utsukushii Hito
โดยที่อันนี้จะไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Little Maesutora 





Moumoon - Bon Appetit by Bon Appetit




moumoon _ 青い月とアンビバレンスな愛 -ドラマ Mix ver... by ikko17





moumoon - 15 Doors [PV] by 15 Doors





อ้างอิงข้อมูล  Wikipedia and Dailymotion ........





 

Create Date : 13 กันยายน 2556    
Last Update : 16 กันยายน 2556 22:33:47 น.  

Retrospective about Hirosue Ryoko





กรณีพิเศษจริงๆ สำหรับผู้เขียนที่โดยปกติแล้ว
จะคัดสรรศิลปินในหมวดนักร้อง ที่อิงเส้นเสียงและความสามารถเป็นหลัก
แต่หลักการนีั เป็นต้องงดเว้น @#% ........ เมื่อศิลปินคนต่อไปนี้
ผู้เขียนยึด "หน้าตา" เป็นหลัก ส่วนพรสวรรค์และน้ำเสียงของเธอ
ก็รู้ๆกันว่า บัดนี้..เธอละเส้นทางนี้ เพื่อเอาดีในการเป็นนักแสดงเพียงอย่างเดียว
Smiley














เกร็ดชีวิต ๗ ช่วง ประกอบ ๗ ซิงเกิ้ล ที่บ่งบอกตัวตนของ

HirosueRyoko

















ก) Hirosue Ryoko (広末 涼子) เธอเกิดวันที่ ๑๘ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๘๐
เป็นชาวเมืองโคจิ บนเกาะชิโคคุ เข้าวงการตั้งแต่อายุ ๑๔
โดยเริ่มต้นจากการประกวดนางแบบวัยรุ่นเครื่องสำอาง P&G 
และได้ประกวดร้องเพลงในรายการ TK Music Camp
ก่อนจะได้debutปรากฎตัวในรายการทีวีซีรีย์ตอนอายุ๑๕ เรื่อง Heart ni S
พอสองปีต่อมา เธอก็ได้รางวัลนักแสดงหน้าใหม่ TDAA ครั้งที่ ๑๐
จากซีรีย์คอเมดี้Shota no Sushi แต่มาดังเป็นพลุแตกจริงๆเลย
ก็ต้องเป็น Beach Boys และเรื่องนี้ที่ทำให้เธอได้นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม
ใน TDAA ครั้งที่ ๑๔  และเป็นเวลาไล่เลี่ยที่ได้ซิงเกิลแรกในชีวิตของเธอ
Maji de Koisuru Gobyomae ที่ออกในปี ๑๙๙๗ ซึ่งเป็นปีที่เธอ
เพิ่งจะเอาดีในสายซีรีย์ทีวี เมือ่เห็นว่ามีอนาคตมันก็เลย
เกิดกระบวนTalento ปั่นหนูให้เอาดีมันเสียทุกด้านเลย .... Smiley






















ข) ส่วนหนังเรื่องแรกของเธอ ก็คือเรื่อง
20th Century Nostalgiaของผู้กำกับ มาซาโตะ ฮาระ
ออกฉายในปี ๑๙๙๗ หนังเรื่องนี้ทำให้เธอได้รางวัลนักแสดงหน้าใหม่
มากมายหลายสถาบัน แต่ที่ทรงคุณค่าที่สุดเห็นจะเป็น Japanese Academy
ดังนั้นในสองปีต่อมา คือในปี ๙๙ เธอถูกเสนอชื่อเข้าชิงใน
Japanese Academy Awards ครั้งที่ ๒๓ ถึงสองรางวัลด้วยกัน
คือ นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก Himitsu
และ นักแสดงสมทบยอเยี่ยม จากเรือ่ง Poppoya
.... Smiley















Smiley  Daisuki! (1997)  Smiley











ค) ช่วงหลังสหัสวรรษ เธอขยับก้าวไปอีกขั้น
ด้วยการเล่นหนังโกอินเตอร์ของทีมผู้สร้างและเขียนบท Luc Besson
ผ่านการกำกับโดย Gerard Krawczyk ในชื่อเรื่อง Wasabi
โดยรับบทเป็นวัยรุ่นลูกติดของนายตำรวจปืนเลือดร้อน ที่รับบทโดย
Jean Reno ความที่เธอไม่สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้
เธอจึงพยายามเลียนการออกเสียงให้ดูเหมือนราวกับว่าพูดได้
(ซึ่งก็มีคนหลงเชื่อ) หนังถ่ายทำส่วนมากในกรุงโตเกียว เสียงวิจารณ์
มีทั้งชอบและชัง ทำเงินไปได้ที่วโลกราวๆสิบล้านกว่าเหรียญ...Smiley















Smiley "Wind Prism" (1997)  Smiley










ง) ผู้เขียนพยายามอิงสถาบันทางทีวี
Television Drama Academy Awards เพราะค่อนข้างให้ความเชื่อถือ
และผูกพันเป็นการส่วนตัว พอปี 2000 เธอก็สร้างปรากฎการณ์ทางซีรีย์ทีวี
เพราะเธอดันมาได้รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม สองหนในปีเดียวกัน
จาก Summer Snow (Fuji) ครังที่ ๒๖ และ Oyaji (TBS) ในครั้งที่ ๒๗ .. Smiley














Smiley  "Jeans" (1998) Smiley










จ) ปี ๒๐๐๔ ก็เป็นปีที่เธอทำเรื่องช็อกแฟนคลับ
เมื่อเปิดแถลงข่าวแต่งงานแบบฉับพลันกับนายแบบหนุ่ม Takahiro Okazawa
ซึ่งเหตุผลก็สากลโลกบันเทิง แต่งเดือนมกราลูกมาคลอดเดือนเมษา ปีเดียวกัน
ที่ลงเรียนไว้ ในมหาลัยวาเซดะก็เป็นอันต้องดร็อปเรียนไม่จบกันไป
แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด เตียงมาหักจนต้องทำเรือ่งหย่าในเดือนมีนา ปี ๒๐๐๘
เรียกได้ว่า หลังจากซีรีย์
Moto Kare ปี๒๐๐๓ เธอก็พักงานยาว
มีมาโผล่แว้บสั้นๆในหนังของผกก.ชุนจิ อิวาอิ เรื่อง Hana & Alice
ก่อนจะคืนวงการซีรีย์อีกครั้งจากSlow Dance ของค่ายทีวีลูกรักFuji ปี๒๐๐๕. .Smiley













Smiley "Summer Sunset" (1998)  Smiley










ฉ) หลังปี ๒๐๐๖ เป็นช่วงที่เธอกลับมารับงานบันเทิงแบบเต็มสูบ
ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา หนัง ซีรีย์ เอาแค่ซีรีย์ปีนั้นก็รับงานถึงสามเรื่อง!
และเริ่มโลว์บทบาทการแสดงลง โดยหันมาเล่นเป็นGuest
ให้งานชาวบ้านในซีรีย์นักสืบGalileo รวมถึงบทสมทบที่เป็นสมทบจริงๆ
ในซีรีย์คอเมดี้ Yasuko to Kenji ของปี๒๐๐๘
.... Smiley












Smiley "Tomorrow" (1999)  Smiley









ช) แม้ทั้งชีวิตของเธอ จะมีซิงเกิลเพลงไม่มากนัก
แต่ประทานโทษ! เธอกลับมีพวกประเภทเป็นอัลบั้มรวมฮิตและไลท์คอนเสริต
ไม่น้อยกว่า ๖ อัลบั้ม ไม่นับรวมประเภทโฟโต้บุ๊คอีกกว่า ๑๐ อัลบั้ม
แต่อย่างว่า ทุกอย่างก็สิ้นสุดลง หลังจากการประกาศแต่งงานในครั้งนั้น
(และยกเว้นอัลบั้ืมโฟโต้บุ๊ค ที่ออกมาอีกครั้งในปี ๒๐๐๙)
แต่อย่าเพ้อฝันว่าหย่าแล้วเราจะมีโอกาส เพราะไม่ทันไร
เธอก็ได้วิวาห์รอบที่สองกับศิลปินช่างเทียนในปี ๒๐๑๐
แถมยังได้พยานรักคนที่สอง เป็นเพศชายเสียอีกด้วย
จึงตบท้ายแบบหมดอาลัย ด้วยซิงเกิลสุดท้ายในชีวิตนักร้องของเธอ
 Kajitsu ที่ออกในปี 2000 (หวังว่าคงมีวันที่โลกสวยตามความหมายของเพลง)
Smiley




















Smiley Thanks Smiley

Wikipedia
and all users of youtube




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 4 สิงหาคม 2556 8:53:02 น.  

Top 5 Vocalist Female in Movie&Series of Japan






ทิ้งช่วงคอลัมภ์หมวดนี้ไปนาน ได้กลับมาทำมันอีกครั้ง
เพื่อจะบอกว่า  ...... เรายังไม่ลืม






Top 5 Vocalist Female in Movie&Series of Japan





 5 >> Tokyo Friends (ร้องโดย Otsuka Ai)









บทคัดย่อ : เป็นเรื่องของสาวน้อยบ้านนา "อิวาสึกิ เร" ที่ทวงถามถึงความฝันแรกของคุณได้รึป่าว?
ตั้งแต่ต้นซีรีย์ยันตอนอวสานปิดภาคในฉบับมูฟวี่ เธอออกตามหาความฝันในเมืองหลวง
ดีกว่าการนั่งจมปลักในบ้านเกิด โดยทิ้งจดหมายฝากน้องชาย ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาเป็นเด็กเสิร์ฟ
จนได้มาสนิทกลายเป็นแก็งค์สาวสี่นาง ที่มีรูปแบบทางเดินชีวิตและความรักกันคนละแบบ
แล้วเธอก็ได้มาเป็นนักร้องนำของวงSurvival Company วงที่ชอบมิตติ้งหลังซ้อมกันที่ร้าน
หลังจากนักร้องนำที่เป็นแฟนหนุ่มของเธอ แยกตัวไปจับวงที่ดังกว่าอย่าง Flower Chilzs
เรื่องนี้พิเศษอยู๋ตรงที่ การได้นักร้องจริงมาเล่นOtsuka Ai ดังนั้นเส้นเสียงของเธอจึงดี
เผลอๆดีเกินกว่าการแสดงที่เธอเล่นด้วยซ้ำ เรื่องนี้จึงมีเพลงเป็นจุดขายถึงสามเพลง
ประกอบด้วยเพลง Friend , Haneirai Tamago และ To Me







ผลลัพธ์
: ซีรีย์อาจจะไม่โชคดีเหมือนกับซีรีย์เรื่องอื่นๆ ตรงที่มันไม่ได้ออนแอร์ทีวีนี้สิ

แต่อาศัยการจัดจำหน่ายผ่านเป็นตัวดีวีดี แต่กระนั้นก็ส่งผลให้ Otsuka Ai
ได้ขึ้นชื่อในฐานะนักแสดง
อ และเหลือเชื่อยิ่งกว่า เมื่อปีถัดมามันยังมีภาคเดอะมูฟวี?
แต่ก็ยังอาศัยช่องทางที่เป็นดีวีดีที่ไม่ได้เข้าโรงอยู่ดี
เพลงทั้งหมดในเรื่องนี้
จึงถูกนำไปบรรจุเป็นซิงเกิลลำดับที่หกของเธอในชื่อ Friends: Sabakan Ver.






4 >> Taiyo to Uta (ร้องโดย Kaoru Amane)










บทคัดย่อ
: ขอเลือกในฉบับเวอร์ชั่นซีรีย์เป็นเบื้องต้น ซึ่งถ่ายทำในปีเดียวกันกับภาพยนตร์
ที่กัตจัง หรือ Sawajiri Erika รับบทเป็นสาวน้อยขี้โรค XP (แพ้แสงอาทิตย์)
ดังนั้นชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จึงไม่เหมือนชาวบ้าน เพราะการนอนในช่วงกลางวัน
เพื่อมาเล่นดนตรีข้างถนนในช่วงกลางคืน แล้วเธอก็ได้รักแรกพบกับชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของกีต้าร์
ซึ่งเธอเก็บได้จากถังขยะ โดยเขายังตัดใจไม่ได้กับแฟนสาวที่เลือกตามความฝัน
ด้วยการเป็นนักร้อง ซีรีย์เรือ่งนี้มันดูออกว่าเธอลิปซิงค์แน่ แต่บรรยากาศของการเล่าเรื่อง
ก็ทำให้ละเลยประเด็นนี้ไปได้อย่างสนิทใจ ซึ่งทั้งเพลง Taiyo to Uta และ Stay with Me
ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเอก ที่สร้างชื่อให้นิกเนมKaoru Amane โด่งดังในระยะเวลาสั้นๆ
และคงไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นความสวยใสอะไรเอ่ย จากนักแสดงสาวErikaอีกต่อไปแล้ว







ผลลัพธ์
: ซิงเกิลTaiyou no Uta (A Song to Sun) เป็นซิงเกิลทะยานขึ้นอันดับหนึ่งนานสี่สัปดาห์
ส่งอานิสงส์ให้ซิงเกิลในนามส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวกับละครอย่าง Free ตามขึ้นชาร์ตอันดับหนึ่งไปด้วย
เธอจึงถือเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่เปิดตัวความเป็นนักร้อง ก็มีซิงเกิลขึ้นอันดับหนึ่งถึงสองหนในปีเดียว
จัดเป็นคนแรกในรอบ 39 ปีของวงการอุตสาหกรรมดนตรีในประเทศกระนั้นเชียว





 3 >> Midnight Sun (ร้องโดย YUI)











บทคัดย่อ
: เป็นพล็อกเรื่องเดียวกันกับ Taiyo to Uta แต่มีการเสริมแต่งตามความเหมาะสม
ในแง่ช่องทางการนำเสนอที่ผิดแผกแตกต่างกัน Midnight Sunจะเป็นชื่อที่รู้จักกันดี
ในแวดวงอุตสาหกรรมคนดูหนัง ถึงกระนั้นทั้งสองเรื่องต่างก็มาจากต้นฉบับอันเดียวกัน
โดยรับอิทธิพลมาจากหนังฮ่องกงเรือ่งหนึ่งในปี94 แต่เวอร์ชั่นหนังอาจจะได้ภาษีดีกว่า
ตรงที่ได้Debut Singerสาวน้อยแก้มตุ่ย YUI ที่เป็นการแสดงเรื่องแรกและเรือ่งเดียวในชีวิต
ส่งผลให้ซิงเกิลอย่าง It's Happy Line , Good bye Days และ Skyline ที่เธอแต่งเอง
เล่นสดเอง ร้องเอง กลายเป็นเพลงฮิตโดยไม่ต้องสงสัย และปัจจุบันเธอเอง
ก็กลายเป็นSuperstar ที่มีเพลงฮิตในออริกอนชาร์ตแทบจะทุกครั้ง ยามที่ได้ออกผลงาน







ผลลัพธ์ : Good-bye days เป็นซิงเกิลลำดับที่หก แต่อีกด้านก็จัดเป็นซิงเกิลที่ห้า
หากนับในแง่การสังกัดค่ายเพลง
(เพราะซิงเกิลแรกของเธอจริงๆ คือ เพลงIt's happy line
ที่ออกแบบอินดี้ไร้สังกัด)
แม้จะขึ้นสู่อันดับที่หนึ่งในออริกอนชาร์ตเดลี แต่เป็นก็3ในอันดับวิกลี
และที่36 ในซิงเกิลประจำปี 2006
อยู่คาชาร์ตนานกว่า 44  สัปดาห์






 2 >> Nana (ร้องโดย  Nakashima Mika )









บทคัดย่อ : สาววัยรุ่นที่จำต้องมาเช่าอพาร์ทแมนห้องเดียวกัน
แถมบังเอิญยังมีชื่อเหมือนอีกว่า Nana แต่ทว่ารูปแบบการใช้ชีวิตนี้
เป็นอะไรที่ดูจะคนละขั้ว คนหนึ่งเป็นสาวหวานแหววช่างฝัน
อยากจะแต่งงานมีครอบครัวเล็กๆ อีกคนหนึ่งเป็นสาวร็อคจอมห้าว
ที่ใจอยากจะมีรักแต่กลับไม่กล้าเผยความรู้สึก ถึงแม้ทั้งสองจะมีความแตกต่างกัน
ทั้งรสนิยม ความชอบ และวิถีชีวิต แต่หลายสิ่งหลายสิ่งที่ทั้งสองกำลังเผชิญ
ก็นำพาซึ่งมิตรภาพ เพื่อช่วยกันประคับประคองและเป็นกำลังใจให้กันและกัน
เพื่อฝ่าฟันกับอุปสรรคให้ผ่านพ้นไปได้ งานนี้ได้นักร้องมากประสบการณ์
Nakashima Mika มารับบทเป็นนานะสาวร็อค ซึ่งแม้พื้นฐานเบื้องต้น
เธอจะมีอาชีพนักร้อง แต่ก็ออกไปในสาย Popกึ่งๆJazzเสียมากกว่า
แต่พอให้ต้องมาร้องในน้ำเสียงที่มีพลังแบบคนร็อคใน Glamorous Sky
ตัวเธอก็ทำได้ดี และเพลงนี้เผลอๆจะดีกว่าที่ต้นฉบับการ์ตูนพยายามจะอธิบายไว้






ผลลัพธ์ : Glamorous Sky กลายเป็นซิงเกิลลำดับที่ 16 ของ Nakashima Mika
 โดยได้ Hyde แห่ง L'Arc-en-Ciel มาช่วยเขียนทำนอง ส่วนเพลงก็ขึ้นอันดับหนึ่ง
ในทุกชาร์ตของออริกอนติดต่อกัน 28 สัปดาห์ และติดอันดับ 10 ในยอดชาร์ตสูงสุดประจำปี2005
เปิดตัวสัปดาห์แรก ก็มียอดจำหน่ายกว่าแสนสองหมื่นชุด ถือเป็นซิงเกิลที่ประสบความสำเร็จสูงสุด
อันดับที่สองในอาชีพนักร้องของเธอ รองมาจากซิงเกิลชื่ิอ the star






1 >> Solanin  (ร้องโดย Miyazaki Aoi)










บทคัดย่อ
: หากให้พูดโดยภาพรวม หนังเรื่องนี้สุดแสนจะธรรมดามาก
ที่ว่าด้วยเรื่องของแฟนสาวที่พยายามจะมารับช่วงต่อในการทำวงดนตรี
ซึ่งมีทีท่าอย่างมากว่าจะต้องยุบวงลง หลังจากนักร้องนำได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
แม้ว่าเธอเองจะไม่เคยมีทักษะด้านดนตรีมาก่อน แต่ด้วยแรงผลักดันบางอย่าง
ทำให้เธอขอสานต่อและใช้ตัวซิงเกิลที่แฟนหนุ่มของเธอเป็นผู้แต่งไว้
ซึ่งเนื้อหาสะท้อนความล้มเหลวที่ผ่านมาของชีวิต และยังอาวรณ์ถึงความฝันที่ยังทำไม่สำเร็จ
ความร้ายกาจของเรือ่งนี้ คือ มันประหนึ่งว่าจะเป็นหนังวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กรักโศกฯ
โลกใจร้าย เเฟนชายตายจาก ดังนั้นมันก็เลยถึงเวลาพลัดพรากการทำวง
ชีวิตก็เลยไร้ค่า เพราะทุกเวลาที่เสียเปล่าเขาหมกมุ่นกับการทำเพลง
Solanin จึงเป็นเพลงที่อธิบายสิ่งที่อัดอั้นที่ได้ฟังMiyazaki Aoiร้อง
ก็อดที่จะตื้นตันใจไปไม่ได้ แม้อาจจะไม่เข้าใจความหมายในทุกเม็ด
แต่ก็พอรับรู้ได้ด้วยอารมณ์เพลง ซึ่งหนังอธิบายความพยายามอย่างเป็นขั้นตอน
โดยเริ่มต้นจากการเกากีต้าร์ ฮัมเนื้อเพลง หรือแม้แต่การเข้าห้องซ้อมเพื่อโคเครือ่งดนตรี
เมื่อพอได้ที บทส่งท้ายหนังก็ใช้เพลงเพื่อปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่าง
ปล่อยให้การแสดงสด บอกเล่าในทุกๆเรือ่งราวของอารมณ์ตัวละคร
 ยิ่งได้มาเห็นเบื้องหลังที่ถ่ายทำแบบเทคเดียวผ่าน ยิ่งชวนให้รู้สึกเป็นทึ้ง
ซึ่งแม้จะเป็นลิปซิงค์ก็ต้องถือ่ว่า เป็นการสร้างภาพที่ตบตาได้เเนบเนียมเป็นที่สุด







ผลลัพธ์ : Solanin เป็นซิงเกิลลำดับที่14 ของวงร็อกเจแปน ASIAN KUNG-FU GENERATION
ที่ออกจำหน่ายปลายเดือนมีนาคม ปี2010 เพลงนี้ถูกจัดให้เป็นfirst track
ทั้งในเวอร์ชั่นภาพยนตร์และฉบับการ์ตูน เขียนเนือ้ร้องและทำนองโดยAsono Inio








ขอบคุณสำหรับทุก User ใน youtube และข้อมูลใน Wikipedia ณ ที่นี้ด้วย !!




 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2556    
Last Update : 12 กรกฎาคม 2556 18:32:14 น.  

Retrospective about Mizuki Arisa




หลังจากที่เคยได้รีวิวทริบูท์ซีรีย์ Higashino Keigo Mysteries
แล้วมีตอนหนึ่ง แขกรับเชิญที่มีชื่อว่า "มิซุกิ อลิสะ" ปรากฎตัวขึ้น
สร้างความคลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะได้พอคุ้นหน้ากันมาบ้าง
จนไปสืบค้นข้อมูลดู ถึงมาบางอ้อที่ว่า ครั้งหนึ่ง......
เกือบจะยี่สิบปีได้มั้ง สมัยยังนุ่งกางเกงขาสั้น
แต่งชุดลูกเสือสำรอง ผู้เขียนเคยหัวปักหัวปำกับเธอคนนี้อย่างมาก
ดังนั้นวันนี้จึงขอโอกาส "ชาบู" เพื่อเป็นเกียรติ์ให้หายคิดถึง
ตามประสาคนเคยรู้จักกันมา






 ชื่อ
มิซุกิ อลิสะ /  Alisa Mizuki
 観月 ありさ

ชื่อเล่น
อาริสะ / อลิสเซอร์
 วันเดือนปีเกิด  ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๙ (ค.ศ.๑๙๗๖)
 ถิ่นกำเนิด   เนริมะ ,โตเกียว
 แนวเพลง    ป็อป / แด็นซ์
 อาชีพ นักแสดง , นักร้อง , นางแบบ
 ระยะเวลาผลงาน    ๑๙๘๓ - ปัจจุบัน 
 ส่วนสูง  ๑๗๐ ซม.
 น้ำหนัก   ๔๘ กก.
 ราศี  ธนู
 สังกัดค่ายเพลง    Avex Tune
 สังกัดการแสดง    Vision Factory
 กรุ๊ปเลือด  เอ







เกร็ด ๙ ข้อที่บ่งบอกตัวตนของ มิซุกิ อลิสะ









๑) ถ้าถามว่ามิซุกิ อลิสะ เป็นใคร?
ก็ต้องบอกว่าเธอคือทาเลนโตะสตาร์ที่โด่งดังมาก
ในยุคปี ๙๐ของปท.ญี่ปุ่น เธอมีพ่อเป็นชาวญี่ปุ่น
มีแม่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน บางกระแสบอกว่า
เข้าวงการโดยเริ่มต้นจากการถ่ายแบบนิตยสารตั้งแต่อายุ๔ขวบ!
แต่มาเริ่มต้นปรากฎในทีวีซีรีย์ประมาณปี ๑๙๘๓
จะมีผลงานการแสดงจริงก็ปี ๑๙๙๑
ทางช่องฟูจิทีวีในเรื่อง Mo Dare mo Aisanai (もう誰も愛さない)
เป็นซีรีย์ความยาว๑๒ตอน ออนแอร์ทุกวันพฤหัส สี่ทุ่ม
พูดถึงเรื่องการล้างแค้นเกี่ยวกับเงินๆทองๆภายในธนาคาร
ดาราหลักที่เล่นตอนนั้นก็มี โยชิดะ เออิซากุ
มินาโกะ ทานากะ และยามากูชิ โทโมโกะ













SmileyDensetsu no Shojo (伝説の少女) Debutซิงเกิลแรกของอลิสะ
ที่มีความหมายถึงสาวในตำนาน เปิดตัวในเดือนเมษา ปี๑๙๙๑
และถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มแรกArisa เพลงนี้ถูกนำไปประกอบสินค้าโฆษณา
เครื่องดื่มภายใต้แบนด์ดังKirin ที่อลิสะเป็นนางเอกโฆษณาเองด้วย
ขึ้นชาร์ตออริกอนวีกลีอันดับที่๕ คลิปนี้จะมาพร้อมกับเพลง
Eden no Machi (エデンの都市)
พูดถึงเมืองแห่งอีเดน ซึ่งเป็นซิงเกิลลำดับที่๒

จำหน่ายเดือนสิงหาปีเดียวกัน แต่เพลงนี้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้
เป็น
commercial tie-inใดใด ติดออริกอนวีกลีอันดับที่๕เช่นกัน







๒) ส่วนงานแสดงที่เป็นชิ้นเป็นอันเรื่องแรกของมิซุกิ
ต้องเป็นอีกหนึ่งปีต่อมา เพราะในปี๑๙๙๒ เธอได้รับบทนำ
ซึ่งยังคงเป็นค่ายทีวีฟูจิเหมือนเดิม ในเรือ่งHoukago
(ซึ่งทางช่อง๓ของไทยก็ได้ลิขสิทธิ์มาฉายในช่วงบ่าย
ที่ตั้งชื่อเรื่องว่า"สลับร่างสร้างรัก") เป็นเรือ่งของชายเฮ้วกับหญิงเรียบร้อย
ที่ต้องสลับร่างกันจากอุบัติหลังฝนตก ตอนนั้นเธอรับบทเป็น
อาคิยามา อาซุสะ รองหัวหน้าประธานนักเรียน
ประกบกับดาราวัยรุ่น อิชิดะ อิเซอิ ในบททาคาโมโตะ โคเฮ
กำหนดฉายสั้นๆเพียง๕ ตอน และจากนี้เธอก็มีโอกาสได้ปล่อย
ซิงเกิลเพลงของเธอเองในชื่อ
Shake Your Body for Meเพื่อเป็นเพลงประกอบของเรื่อง












SmileyKaze no Naka de (風の中で) หมายถึงในสายลม
เป็นซิงเกิลลำดับที่๓ รีบจำหน่ายในเดือนพฤศจิกา ปี๙๑
และเป็นซิงเกิลสุดท้ายเพื่อปิดอัลบั้มสตูดิโอตัวแรกในชื่อ Arisa
เพลงนี้ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ
Cho Shojo Reiko
และอนิเมชั่นซีรีย์เรือ่ง Babar ติดชาร์ตวิกลีในอันดับที่๑๐เท่านั้น








๓) แต่งานที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตกจริงๆ
เห็นจะมาจากซีรีย์คอเมดี้เรื่องNurse no Oshigoto ในบท
พยาบาลสาวฝึกหัดจอมป่วนอาซากุระ อิซุมิ
เป็นซีรีย์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของค่ายฟูจิเช่นเคย
ถึงขั้นมีการสร้างภาคต่อต่ออีกถึง๔ภาค
(โดยซีรีย์เริ่มต้นฉายปี๑๙๙๖มาจบบริบูรณ์ในปี๒๐๐๒
รวมทั้งหมดได้๖๑ตอน กับอีก๑ตอนพิเศษ
ส่งผลให้เธอได้รางวัลTDAAในสาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
เข้าใจว่าน่าจะเป็นรางวัลแรกและรางวัลเดียว) ส่งผลให้ตอนนั้น
ซิงเกิลอีกมากมายของเธอถูกทยอยลงเป็นเพลงประกอบซีรีย์เรือ่งนี้
ชนิดไม่ซ้ำแทร็ก อาทิ Promise to Promise,Days,Break All Day
และLove Potion ความดังของซีรีย์เรื่องดังกล่าว
ยังมีการถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ต่อในปี๒๐๐๒
ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งท้ายปิดฉากอิซุมิพยาบาลแสบอวสานไปด้วยดี













SmileyToo Shy Shy Boy! ซิงเกิลเพลงแด็นซ์ลำดับที่๔
ออกเดือนเมษา ปี๙๒ และจะเป็นเพลงแรกในอัลบั้มสตูดิโอชุดที่๒
Shake Your Body For
Me เพลงนี้ยังคงถูกนำไปประกอบโฆษณา
เครื่องดื่มยี่ห้อเดิม และเพลงนี้ก็ถูกไปใช้ในโฆษณาคอนแท็คเลนส์
ยี่ห้อMenicon ในบรรดาซิงเกิลทั้งหลายทั้งปวง เพลงนี้
น่าจะเป็นเพลงที่
ประสบความสำเร็จมาก
ขึ้นชาร์ตวิกลีสูงถึงอันดับที่๔







๔) ถ้าในสายทางด้านภาพยนตร์ ดูตามไลท์แล้ว
เทียบกับนักแสดงสาวทาเลนโตะคนอื่นๆ มิซุกิถือว่า
เป็นคนที่เล่นหนังไม่เยอะ แม้ว่าเริ่มต้นจากหนังเรื่องแรก
Cho Shojo Reiko ในปี๑๙๙๑ เธอรับบทเป็นเรโกะนักล่าฆ่าผี
ของผกก.โอกาวาระ ทากาโอะ เจ้าพ่อหนังก็อตซิลลาแห่งตำนาน
จนได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่จากงานJapan Academy Awardปีนั้น
และทำท่าว่าจะเฉียดใกล้รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
เมื่อเธอเข้าชิงในปี๒๐๐๓ จากเรื่องBokunchi (My House)
ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนของซาอิบาระ เรอิโกะ
(ที่ขึ้นชื่อว่าลายเส้นแสนเงียบง่าย แต่มีความเป็นกบฎภายใน
ซึ่งเรอิโกะจะวาดประจำให้กับนสพ.ไมนิชิ ชินบุน)
แต่น่าเสียดายที่ครั้งนั่น บทที่เธอเล่นเป็นคานาโกะ
ได้เพียงแค่เข้าชิง เพราะต้องพ่ายให้กับมิยาซาวะ ริเอะ
จากThe Twilight Samurai (たそがれ清兵衛)














SmileyKimi ga Suki Dakara (君が好きだから) เพลงรักเลียนๆ
แปลได้ว่า
Because I Love You อันนี้เป็นซิงเกิลเพลงที่๖
ออกจำหน่ายเดือนสิงหา ปี๙๓
จะถูกรวมอยู่ใน
อัลบั้มรวมฮิตชุดแรก Fiore
เพลงนี้ยังอยู่มาตราฐานความฮิตตามปกติ
คือ ไม่พ้นที่๑๐ ตามฐานปกติทั่วไป







๕) วกกลับมาพูดถึงงานเพลง
ที่เธอถือว่าค่อนข้างจะเอาดีจนถึงปัจจุบัน
ย้อนกลับไปปี๑๙๙๑ ซิงเกิลเพลงแรกในชีวิตของเธอ คือ
เพลงที่มีชื่อว่า Densetsu no Shojo (伝説の少女)
ที่ถูกจัดจำหน่ายโดย Nippon Columbia เปิดสู่สาธารณะเดือนเมษา
ความหมายประมาณถึงสาวในตำนาน
และถือเป็นการผูกโยงกับเครื่องดื่มภายใต้แบนด์เครือคิริน
เปิดตัวในออริคอนชาร์ตวีกลีอันดับที่ห้า
อยู่ในชาร์ต๑๖สัปดาห์ ติดอันดบซิงเกิลขายดีประจำ
อันดับที่๖๑ ยอดขายกว่าสองแสนสองหมื่นเจ็ดพันกว่าชุด ในปีเดียวกันนั่น
เธอถูกจัดเป็นนักร้องหน้าใหม่ประจำปีของ Japan Record Award ด้วย













SmileyHappy Wake Up! เป็นซิงเกิลลำดับที่๗
ที่ีถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในชีวิต
เพราะขึ้นอันดับออริกอนวิกลีสูงถึงอันดับ๓ ค้างชาร์ต
ได้นานกว่า๑๖สัปดาห์ เพลงนี้ถูกนำไปประกอบ
โฆษณาสินค้าซุปคัพภายใต้แบนด์ในเครือของอายิโนะโมะโตะ








๖) ข้ามมาปี๑๙๙๗ เกิดการเปลี่ยนแปลง
ที่แม้จะเป็นเรือ่งเล็กแต่ก็พอถือว่าเอาฤกษ์ ทั้งสำหรับการรับรู้ว่าคนฟัง
และการสืบค้นข้อมูล เพราะถือเป็นการเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ
สำหรับชื่อ Arisaที่เคยสะกด ให้มาเป็น Alisa
เสมือนคล้ายๆการรีแบนด์ใหม่ก็ไม่ปาน
(ถ้าศัพท์แสงวิชาการหน่อยก็น่าจะเรียกว่า romanization)
เหตุที่ควรทำอย่างนั่น ก็เพราะเธอได้ย้ายจากNippon Columbia
ที่อยู่กันมาถึง๘ปี สู่การจรดสัญญาฉบับใหม่ให้กับ Avex Group
ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Avex Tuneค่ายยักษ์อีกที













SmileyAnata no Sedai e Kuchizuke o (あなたの世代へくちづけを)
ความหมายประมาณฝัน-หวาน-อาย-จูบ ซิงเกิลตัวที่๘
จำหน่ายเดือนแห่งความรัก ปี๙๕ ถูกนำไปประกอบธีมซีรีย์เรือ่ง
Help!
ของค่ายทีวีฟูจิที่ตัวเธอเล่นเป็นนางเอก ติดอันดับชาร์ตที่๙
เพลงนี้จะถูกไปรวมในอัลบั้มรวมเพลงฮิตในชุดArisa's Favorite:T.K.Songs.








๗) ถ้านับเอาเฉพาะตอนนี้ มิซุกิน่าจะออกซิงเกิล
มาแล้วไม่ต่ำกว่า๒๗ชิ้น เป็นเพลงที่ถูกนำไปประกอบเป็นธีมซีรีย์๑๑ เรื่อง
(เพลงล่าสุดที่ถูกนำไปใช้ คือ เพลงHoshi no Hate จากซีรีย์เรือ่ง
Hanawake no Yon Shimai ของช่องTBS) ส่วนผลงานเพลงก็มี
๖อัลบั้มสตูดิโอกับอีก ๕อัลบั้มรวมฮิต รวมกันยอดขายกว่า๓ล้านก้อปปี้
ผ่านการอยู่ภายใต้สังกัดไม่น้อยกว่า๓แห่ง ประกอบด้วย
Vision Factory , Avex Group และNippon Columbia












SmileyKaze mo Sora mo Kitto...(風も空もきっと) ข้ามมาที่ซิงเกิลที่๑๑
เพลงเนื้อหาด้านสายลมกับท้องฟ้า แต่ทว่าดันถูกไปประกอบอนิเมชั่นมนต์แห่งจันทราสักงั้น
จะเป็นเรือ่งไหนไปไม่ได้ นอกเสียจากการ์ตูนเรื่อง Sailor Moon
ยุคนี้เริ่มเป็นยุคที่อลิสะไม่ค่อยมีเพลงติด๑ใน๑๐ของออริกอนชาร์ตวิกลีแล้
แม้แต่เพลงนี้ก็ขึ้นอันดับอย่างมากได้แค่ที่๒๔ ก่อนจะเริ่มพูดถึง
การย้ายค่าย เพื่อไปสู่การเจาะตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายที่มีวุฒฺภาวะขึ้น









๘) มิซุกิมีสถิติอยู่หนึ่งอย่างที่ถูกบันทึกใน
Guinness World Records
เธอเป็นนักแสดงหญิงในบทนางเอก
ที่มีงานทางหน้าจอทีวีเป็นเวลา๑๙ปีติดต่อกัน
ชนิดยากที่จะหานักแสดงไหนเทียบเคียง
ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการซีรีย์ทีวี
ตามการรายงานของแหล่งข่าวTechinsightJapan
โดยสถิตินี้เริ่มต้นนับจากซีรีย์เรื่อง Jajauma Narashi
ในปี๑๙๙๓ของค่ายฟูจิทีวี เรื่อยมาจนถึงปี๒๐๑๐
จนถึงเรือ่ง Tenshi no Wakemae ของค่ายNHK
(แต่เข้าใจว่าสถิติยังคงดำเนินต่อไป เพราะสถิติที่ว่านี้
ประกาศเอาในช่วงปี๒๐๑๐ ขนาดที่ผลงานที่เหลืออย่าง
Hanawake no Yon Shimaiทางช่องTBS และAnswerทางช่องNTV
ก็ยังคงยกให้เธอเป็นนางเอกอยู่ดี ซึ่งคงต้องบูชาในที่นี้ว่า
หล่อนคือ นางเอกตลอดกาลสองพันปีโดยแท้













SmileyPromise to Promise ซิงเกิลที่๑๒
จำหน่ายเดือนกรกฎา ปี๙๖ เพลงนี้ถูกประกอบซีรีย์ทีวี
ที่ได้ชื่อว่า สร้างชื่อให้กับอลิสะมากที่สุด
Nurse no Oshigoto
ทางค่ายฟูจิเจ้าเดิม ถึงขนาดมีการสร้างต่อถึงสี่ภาคกับ๑ภาพยนตร์
แต่อันดับดีที่สุด ก็ได้อย่างมากแค่ที่๑๗








๙) ในทศวรรษปี๙๐ วงการป็อปของญี่ปุ่น
น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก กลุ่มนักดนตรีที่สื่อให้ฉายานามว่า "3M" 
ซึ่งให้การยอมรับว่าเป็นไอดอลหญิงแถวหน้าตอนนั้น ประกอบด้วย

มิยาซาวะ ริเอะ   (Rie Miyazawa)

มาคิเสะ ริโอะ  (Riho Makise)
มิซุกิ อาริสะ ( Alisa Mizuki) 

ทว่า........2Mที่เอ่ยมาข้างต้น
ดูจะร้างหายหน้าไปจากวงการ อย่างริเอะคนแรก
เผชิญมรสุมชีวิตคู่กับอดีตนักซูโม
และการต่อสู้กับโรคร้ายanorexia nervosa
ส่วนริโอะคนหลังหลังจากประกาศ
แต่งงานกับดีไซเนอร์หนุ่มที่แก่กว่าหนึ่งปีในปี๒๐๐๘
ข่าวคราวอะไรก็แทบจะไม่มีให้ปรากฎ
ทิ้งงานซีรีย์เรื่องสุดท้ายSaisei no Machi ในปี๒๐๐๙
ทางช่องNHK และแสดงหนังเรื่องสุดท้ายHinokio ตั้งแต่ปี๒๐๐๕
ตะนู้นนั่นเชียว จึงไม่มีใครที่จะยืนระยะได้ดีเท่ามิซุกิเธอคนนี้













SmileyForever Love เป็นซิงเกิลที่๑๓ที่เริ่มสู่ยุคการเปลี่ยนแปลง
เพลงนี้จำหน่ายในเมษา ปี๙๗ จะถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มรวมฮิต
Fiore ll
เพลงนี้จะถูกไปใช้ประกอบโฆษณากาแฟกระป่องในเครือของเครือ่งดื่มอาซาฮี
และเป็นซิงเกิลชิ้นสุดท้ายที่เธอทำงานให้กับNippin Columbia
และเริ่มเปลี่ยนจากชื่อ Arisa หันมาใช้เป็น Alisa แทน.......







Smiley  อ้างอิงข้อมูลแปลผ่าน Wikipedia เพียวๆ  Smiley




-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2555 19:22:08 น.  

1  2  3  4  
Mr.Chanpanakrit
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




-Brainyquote-

Chan Krit

Create Your Badge
㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉ ผู้สัญจรที่ส่องมา☺☻ ㊀㊁㊂㊃㊄㊅㊆㊇㊈㊉   ...
Friends' blogs
[Add Mr.Chanpanakrit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.