ทัศน์ไทย..บล็อคไทยดีดี
Group Blog
 
All blogs
 

จักรพรรดินี..ลักษณาวดี

จักรพรรดินี


งานเขียนอีกชิ้นของ ลักษณวดี เจ้าของผลงานเลื่องชื่อ อย่างดั่งดวงหฤทัย รัศมีจันทร์ และ มหารานี แม้งานชิ้นนี้จะเผนแพร่มานานแล้ว และเราเองก็อ่านมานานแล้วเช่นกัน แต่เมื่อได้กลับมาอ่ายอีกครั้ง ก็ยังรู้สึกสนุกไปกับเรื่องราว และซาบซึ้งไปกับสำนวนภาษาของผู้เขียนไม่เปลี่ยนแปลง จึงนับว่าเป็นนวนิยายที่ดีอีกเรื่อง ที่ควรค่าแก่การแนะนำ


            จักรพรรดินี กล่าวถึงแคว้นทั้งสามได้แก่ เอาเชนี อวันดี และพิหารี โดยเอาเชนีเป็นเมืองหลักที่อาณาเขตยิ่งใหญ่ที่สุด ปกครองโดยพระจักรพรรดีนีผู้ชาญฉลาด เสียสละ และงดงามด้วยจริยวัตรของผู้นำ ขณะที่เกมส์การเมืองจากแคว้นโดยรอบโดยเฉพาะอวันตี กำลังเข้ามาคุกคามความสงบร่มเย็นของเอาเชนี ทำให้พระจักรพรรดีนีและเจ้าหญิงรัชทายาท 'อินทุอรวรลักขณา' ต้องร่วมกันหาทางออก โดยมี 'สวธารบดี' เจ้าชายเล็กๆจากเมืองเล็กๆอย่างพิหารีเข้ามาช่วยเหลือ จากกลุ่มผู้ต้องการล้มล้างอำนาจแห่งองค์จักรพรรดีนี


            งานเขียนชิ้นนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นงานเล็กๆชิ้นหนึ่ง แต่ความซาบซึ้งมหาศาล ส่วนตัวเราชอบกลวิธีการใส่รายละเอียดเรื่องราวระหว่างพระจักรพรรดินี หญิงเก่งและแกร่งของเอาเชนีกับ พระจักรพรรดิ สวามีผู้เป็นช้างเท้าหลัง เสมือนจะปราศจากความสำคัญ เพราะเป็นเพียงเจ้าชายเล็กๆจากแคว้นเล็กๆอย่างพิหารี แต่แท้จริง พระจักรพรรดิมีความหมายอย่างยิ่ง ต่อการทรงอำนาจของจักรพรรดีนีเอาเชนี ยิ่งอ่านก็ยิ่งซาบซึ้งและพลอยให้เสียน้ำตาSmiley


            ขณะที่เรื่องราวการแย่งชิงอำนาจ และความรักในรุ่นลูกก็น่าสนใจไม่เบา มีจุดชวนให้สะเทือนใจหลายตอน หากใครได้จับจองหนังสือเล่มนี้ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้อ่าน ก็ขอแนะนำว่าอย่ารอช้า ส่วนใครที่อยู่บ้าน เบื่อๆจากการเมืองไทย ก็ลองหามาอ่านได้ รับรองว่าเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองเรา แต่สนุกซาบซึ้ง และจบสวยงามแน่นอน แล้วอย่าลืมเข้ามาเม้าธ์กันได้ที่นี่นะ Smiley





 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 15:06:26 น.
Counter : 3582 Pageviews.  

เล่หรักลวงใจ..แซนดร้า บราวน์


ชื่อ Sandra Brown กับงานเขียนแนวสืบสวนสอบสวนแบบพิศวาสฆาตกรรม เป็นที่ยอมรับในฝีมือและความสนุกจากผู้อ่านแทบทั่วโลกที่งานเขียนเธอถูกแปลและตีพิมพ์ เรื่อง เล่ห์รัก..ลวงใจ นี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะเป็นเครื่องที่คาดเดาเนื้อหาได้ยากจริงๆ ถึงเรื่องจะยาวมาก แต่ไม่มีความน่าเบื่อ หรือชวนให้เปืดข้ามเลยสักตอน เพราะทุกตอนล้วนมีความสำคัญต่อการสืบสวนคดี พร้อมๆกับสอดแทรกอารมณ์ของตัวละครได้ลึกซึ้งหมดจดSmiley



Smiley เรื่องย่อ Smiley



แฮมมอนด์ ครอสส์ ผู้ช่วยอัยการหนุ่มผู้กำลังได้รับเลือกเป็นผู้ว่าอัยการเขตคนใหม่ ต้องมาพัวพันคดีฆาตกรรม ลุต เพ็ตติจอห์น นายทุนหน้าเลือดที่เสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดสมองแตก และโดนยิงจากด้านหลัง 2 นัดอย่างโหดร้าย (ในมุมมองฝรั่ง การยิงจากข้างหลังดูโหดมาก ..แต่ตัวเราอ่านแล้วเฉยๆ ไม่เห็นจะโหดมากมายขนาดนั้น) โดยมีผู้ต้องสงสัย คือ อเล็กซ์ แลดด์ หญิงสาวที่เข้าพบเข้าที่งานแฟร์ และมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยในคืนที่เกิดฆาตกรรม และเขาตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้นSmiley


ความยุ่งยากในการสืบสวนเริ่มตั้งแต่ผู้ร่วมงานที่ทุกคนน่าสงสัยได้หมด ทั้งสมิโลว์ คู่ปรับของเขา หรือ สเตฟฟี มันเดล อัยการสาวอดีตคู่ขาผู้ทะเยอทะยาน รวมถึง เดวี เพ็ตติจอห์น ภรรยาม่ายของผู้ตาย และเป็นเพื่อนของแฮมมอนด์ และโดยเฉพาะอเล็กซ์ ที่เป็นหญิงสาวลึกลับเต็มไปด้วยปมลับในอดีต ที่ชวนให้ผู้อ่านติดตามอยากรู้


โดยรวมเรื่องนี้สนุกมากทีเดียว มีหลายปมให้คิด ถ้าใครชอบแนวสืบสวนก็ไม่น่าพลาด รวมถึงช่วงความรักที่แม้จะดูขัดอกขัดใจอยู่บ้าง แต่ก็สอดแทรกได้ดีพอตัวเลยสำหรับสายตาเรานะ ชอบตัวละคร เดวี เป็นผู้หญิงที่มุมลึกซึ้ง และน่าสงสารอย่างมาก แอบอยากให้เธอสมหวังตอนจบจัง รวมถึงประเด็นบางอย่างที่คาดไม่ถึงของสมิโรว์ และ สเตฟฟี ขณะที่นางเอกอย่างอเล็กซ์ ก็ฉลาด และดูภูมิฐานดีมาก ด้านภาษาอ่านได้เรื่อยๆไม่สะดุดตรงไหน อยากแนะนำให้ไปหาอ่านกันนะคะSmiley







Free TextEditor




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2552    
Last Update : 15 ตุลาคม 2552 13:08:42 น.
Counter : 290 Pageviews.  

มฤตยูเขียว..จินตวีร์ วิวัธน์

มฤตยูเขียว


ถ้าพูดชื่อจินตนา ภักดีชายแดน คงมีหลายคนที่ไม่คุ้นเคยหรืออาจจะไม่รู้จัก แต่หากเอ่ยนามปากกา จินตวีร์ วิวัธน์ แล้วละก็ คงมีคนร้องอ๋อกันสนั่นทีเดียว เพราะนะกเขียนท่านนี้ได้ฝากฝีไม้ลายมือในการประพันธ์นิยายมากมาย โดยเฉพาะในแนวลึกลับ สยองขวัญ ยิ่งเป็นที่ขึ้นชื่อ อย่างเช่น อมฤตาลัย, คุ้มพญาคำ ฯลฯ รวมถึง มฤตยูเขียวที่หลายคนกล่าวถึงว่าเป็นงานมาสเตอร์พีซของท่านเลยทีเดียว


สำหรับมฤตยูเขียวเป็นเรื่องราวของนักพฤกษศาสตร์รูปงามนามว่า พิฌาน ที่มีความเก่งกาจเชี่ยวชาญด้านพืชพรรณประหลาดจากป่าอเมซอนเป็นอย่างมาก โดยเขาได้กลับมากรุงเทพเพื่อแก้แค้นให้กับบิดาที่ล่วงลับ (อันนี้เปิดเผยได้ เพราะทันทีที่อ่านก็รู้ตัวคนร้ายทันที) ผ่านพืชสายพันธุ์ประหลาดทั้งหลาย ที่ทั้งสยอดสยอง ทารุณ และชวนขนหัวลุก โดยบรรยากาศทั้งหมดทุกฉาก ผู้เขียนถ่ายทอดผ่านภาษาเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ และทีน่าทึ่งที่สุดคือ ภูมิความรูอันมากมายของผู้แต่ง ทั้งด้านพฤกษศาสตร์, ภาษาศาสตร์, มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยมีการเชื่อมโยงเรื่องราววิทยาศาสตร์กับเรื่องหิมพานต์ได้อย่างน่าสนใจปนสยอง รวมถึงเรื่องราววิวัฒนาการของมนุษย์ได้อย่าล้ำสมัย เพราะคาดว่าเรื่องน้แต่งมากไม่ต่ำกว่า 10 ปีแน่นอน แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมาก


การเดินเรื่องรวดเร็ว ทันใจมากในครึ่งแรก ชวนติดตามจนวางไม่ลง แต่ในช่วงท้ายอาจยืดยาวนิดหน่อย เพราะลงรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานชิ้นโบว์แดงของดร.รูปงามคนนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งมีเหตุที่สมควรเพราะผลงานชิ้นนี้จะถูกนำไปถ่ายทอดเป็นเล่มต่อที่ชื่อว่า "มนุษย์ชิ้นส่วน" ซึ่งจะสนุกสนาน สยองขวัญแค่ไหน ต้องลองไปหาอ่านกันดู เราเองก็ยังไม่ได้อ่าน ส่วนเรื่อวความรัก..เฮ้อ น้อยนิดมากๆ แต่ดีนะไม่เอียนดี แต่ออกจะรำคาญแม่ผู้หญิงทั้งหลายรอบตัวดร.พิฌานเสียเหลือเกิน วุ่นวายมากๆ น่าให้เจ้ากรีนเน็ตต้าฆ่าให้หมด..อ้าวไหงติดเชื้อมฤตยูเขียวมาได้เนี่ย!!


สรุปแล้วใครที่เป็นแฟนคุณจินตวีร์ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ แต่ถ้าใครหลงใหลฝีมือประพันธ์ในรูปแบบย้อนอดีต คายเกี่ยวเรื่องราวประวัติศาสตร์เรื่องนี้อาจทำให้ผิดหวัง เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย (ตอนแรกเราก็คาดแบบนั้น) แต่ถ้าเปิดใจรับแนวนิยายใหม่ ลองอ่านดูจะรู้ว่า นิยายเชิงวิทยาศาสตร์ก็สนุกไม่แพ้แนวอื่นๆ แล้วข้อคิดของเรื่องนี้ก็มีมากมาย โดยเฉพาะการเตือนใจถึงการสร้างสรรค์วิทยาการต่างๆในปัจจุบัน ที่อาจมีการก้าวล้ำเส้นศีลธรรมความดีงาม และอ้างความถูกต้องชอบธรรมที่ว่า เพื่อพัฒนาชีวิตมนุษยชาติ เพื่อให้การทดลองสร้างสรรค์นั้นถูกต้อง โดยไม่ย้อนคิดว่า สิ่งต่างๆเหล่านั้นย่อมเป็นดาบสองคม การพึ่งพาเทคโนโลยีที่มากเกินไปจนเกินกว่าจะควบคุมอาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี และแท้จริงแล้ว มนุษย์ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีส่วนเกินนั้นเลย






 

Create Date : 12 สิงหาคม 2552    
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 8:46:24 น.
Counter : 752 Pageviews.  

ศิวาราตรี..เพชรอีกเม็ดของพนมเทียน

ศิวาราตรี


โดย พนมเทียน


จัดป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานและมีผลงานเป็นที่รู้จักของเหล่านักอ่านจำนวนมาก ดังเช่น เพชรพระอุมา ผลงานสุดยอดของผู้แต่งและของแวดวงวรรณกรรมไทย, เล็บครุฑ, รัตติกาลยอดรัก รวมถึง ศิวาราตรี มหายุทธการระหว่างสองชนเผ่า อารยัน..และมิลักขะ ที่แม้จะไม่ใช่งานชิ้นโบว์แดงที่สุด แต่ก็นับได้ว่าเป็นวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องของพนมเทียน หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ


ตัวเองมีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้เมื่อปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่าสนุกและติดมาก อ่านจบเล่มหนึ่งก็ต้องรีบไปยืมอีกเล่มต่อทันที เพราะเนื้อหาทุกตอนน่าติดตาม คาดเดาได้ยาก และภาษาก็สวยงาม เหมือนอ่านร่ายที่ไม่ได้ร้อยกรองอย่างจงใจตลอดทั้งเรื่อง นอกจากนี้เรื่องราวยังมีความเข้มข้นทั้งแง่การยุทธและในแง่ของความรัก พระเอกทั้งสามก็ต่างมีบุคลิกที่แตกต่างและโดดเด่น ชวนให้รักทั้งสามคน อย่างเราตอนแรกก็รักทัสสยุ อ่านๆไปเริ่มปลื้มทุษยันต์ และจนท้ายเรื่องกลับรักเวชยันต์ไปซะอย่างนั้น เรียกว่าเป็นหนังสือที่ทำให้คนอ่านหลายใจจริงๆSmiley


เอาเป็นว่าไม่อยากโฆษณามากแต่ขอให้ลองไปอ่านกันดูเองดีกว่า รับรองได้ว่าสนุกแน่นอน แม้ว่าเรื่องจะยาวมาก อย่างตอนนี้ที่ ณ บ้านวรรณกรรมตีพิมพ์อยู่มีทั้งหมด 8 เล่ม แบ่งเป็น 2 ตอน 4 เล่มแรกคือตอนยุพดีขวัญฟ้า และ 4 ตอนหลังคือ มหายุทธการ รวมทั้งสองตอนก็สนนราคาไม่มากประมาณ 1,200 บาท (ราคาไม่มากแต่ขนหน้าแข้งและน้ำตาร่วงทีเดียว SmileySmiley) แต่ทว่าคุ้มค่าจริงๆ คอหนังสืออย่าได้พลาด รวมถึงใครที่อ่านแล้ว อย่าลืมมาแชร์กันหน่อย ชอบเรื่องนี้มาก อยากเม้าท์ๆๆๆSmileySmileySmiley ว่าแล้วก็เอาเรื่องย่อไปอ่านเรียกน้ำย่อยสักหน่อยแล้วกันนะ


เรื่องย่อ


เริ่มต้นด้วยการยกทัพมาของชนเผ่าอารยัน(คนขาว) นำโดยพิษณุมหาราช ที่สามารถเอาชนะปราบดินแดนต่างๆได้อย่างกว้างขวางจนสามารถเอาชนะชนเผ่ามิลักขะ(คนดำ)ได้อย่างราบคาบ แล้วขึ้นปกครองเป็นกษัตริย์แทนกษัตริย์องค์ก่อนที่เสียชีวิตขณะกำลังหลบหนีศัตรู โดยพระโอรสฝาแฝดทั้งสามคือ ทุษยันต์ เวชยันต์ และทัสสยุได้ถูกคนสนิทช่วยกันลักลอบพาหนี โดยทัสสยุถูกนักมายากลฝีมือดีนำไปเลี้ยง ขณะที่เวชยันต์เกือบตายด้วยหอกแห่งพิษณุมหาราชแต่บังเอิญตกไปในน้ำที่กำลังกระทำพิธีลอยบาปบูชาเทพกันอยู่ และถูกนางสิงห์อัวรานำไปเลี้ยงที่ผาสิงห์คำรน โดยมีนายโจรนกุลาคอยเลี้ยงดู และจะเกิดวิปลาสคลุ้มคลั่งทุกวันที่พระจันทร์เต็มดวง ขณะที่ทุษยันต์พี่คนโต ถูกนักบุญสุภัททะนำไปเลี้ยงดู ดังนั้นทั้งสามคนจึงเติบโตมาโดยไม่รู้จักกัน และมีนิสัยที่ต่างกัน มีเพียงรอยสักพระนามและตราราชวงศ์เท่าแผ่นหลังเท่านั้นที่เหมือนกัน ด้านนางเอก ยามาระตี เป็นธิดาของพิษณุมหาราช แต่เกลียดชังความโหดร้ายทารุณ และเห็นใจชาวมิลักขะ ต้องการให้เกิดแต่ความสันติสุขระหว่างสองเผ่าพันธุ์ แต่ความสมานฉันท์ย่อมไม่สามารถบังเกิดได้ขึ้นง่ายๆ เมื่อฝ่ายหนึ่งจะเต็มไปด้วยความแค้น ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ต้องการสูญเสียอำนาจ (คล้ายๆบ้านเราตอนนี้ไงไม่รู้) จึงนำไปสู่มหายุทธครั้งใหญ่ และกลศึกมากมายระหว่างสองเผ่า ทั้งมีตัวละครอื่นๆเข้ามามีบทบาทเสริมความสนุกและความซาบซึ้งให้กับเรื่องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขุนโจรนกุลา, แม่มดวาชิกา, อัสกรรณฑ์กษัตริย์ใจโฉด, ชนเผ่าทมิฬ, ดุสิตาสาวงามนักฆ่าแห่งมิลักขะ, สินธุพ่อค้าลูกสัตว์, ขุนพลวัชระ องครักษ์ผู้ภักดีต่อราชวงศ์มิลักขะ และอีกมากมายที่ชวนให้เราไปติตตามอ่าน



Free TextEditor




 

Create Date : 23 เมษายน 2552    
Last Update : 27 เมษายน 2552 19:54:49 น.
Counter : 3809 Pageviews.  

มาลัยลายคราม..แปดดอกไม้งาม กับแปดชีวิต

Smiley มาลัยลายคราม Smiley


เรื่องนี้จริงๆอ่านจบไปนานแล้วนะ ตั้งแต่ก่อนปีใหม่เห็นจะได้ แต่เพิ่งมีโอกาสเอามาลงบล็อค Smiley ซึ่งมาลัยลายครามนี้เป็นผลงานเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องของของอ.วินิตา ที่พิมพ์กับสำนักพิมพ์แพรว ถ้าใครกำลังลังเลว่าอ่านดีไม่อ่านดี จะซื้อดีไม่ซื้อดี แนะนำเลยว่า อ่านเถอะค่ะ ซื้อเถอะค่ะ ของอาจารย์เขาดีจริงๆSmileySmiley



มาลัยลายคราม เป็นเรื่องราวชีวิตของหญิงวัยเกษียณ 8 คนที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถม โดยมีศรีอัมพร หนึ่งในแปดคนเคยสาวเป็นผู้เล่าและถ่ายทอดความรู้สึก ด้วยศรีอัมพรเป็นเสมือนตัวกลางคอยเชื่อมความสัมพันธ์ของเพื่อนทุกคนเอาไว้ สำหรับเรื่องนี้ในเชิงคุณค่าถือว่าดีมาก เพราะได้ถ่ายทอดความคิด ชีวิต ความรู้สึกของผู้ที่ผ่านโลกมาแล้วกว่าหกสิบปีได้อย่างกินใจ แต่ละเรื่องราวของแต่ละคน ล้วนมีมุมมอง และแง่คิดให้ได้ตระหนักแตกต่างกัน เช่นบางคนภายนอกดูลำบากยากแค้น แต่รายละเอียดข้างในชีวิตกลับทำให้เรารู้สึกเป็นสุข ตรงกันข้าม ชีวิตของคนที่ภายนอกดูสุขสบาย แท้จริงก็มักจะมีเรื่องให้ชวนประหลาดใจ และสังเวชใจอยู่เสมอ เสมือนจะบอกว่า ไม่มีชีวิตของใครที่ไม่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ทุกคนล้วนต้องเผชิญกับความทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น ต่างกันเพียงแค่ความทุกข์จะเข้ามาในรูปแบบใด แ ละใครจะมีวิธีรับมือกับทุกข์เหล่านั้นอย่างไร


โดยส่วนตัวชอบเรื่องนี้มาก อ่านแล้วเหมือนมีไกด์ให้ชีวิต ทำให้คิดถึงวันข้างหน้า คิดไปว่าอีกสี่สิบห้าสิบปีเราจะเป็นอย่างไร เพราะทุกสิ่งล้วนมีที่มาที่ไป การกระทำในวันนี้ย่อมส่งผลถึงวันข้างหน้า อีกทั้งด้านสำนวนภาษา รางวัลศิลปินแห่งชาติของอาจารย์ย่อมการันตีความไพเราะและสุนทรียรสได้อย่างดีเยี่ยมจนไม่ต้องกล่าวชมอะไรอีก อ่านลื่น สะเทือนอารมณ์


Smiley มาถึงชีวิตของเพื่อนทั้งแปด (SPOIL นะ) ที่แม้จะมีจุดเริ่มต้นคล้ายคลึงกัน แต่ชีวิตก็เล่นตลกให้แต่ละคนมีชีวิตผกผันกันไป (บางคนต้องเรียกว่าต่างกันฟ้ากับเหวทีเดียว) เรื่องนี้คิดว่าถึงอ่านเรื่องย่อแล้วไปอ่านของจริงก็ไม่เสียอรรถรส มันไม่ใช่เรื่องต้องลุ้น มันดราม่า ความมันส์ ความสนุกอยู่ที่ความสะเทือนใจที่เรารู้สึกกับชีวิตต่างๆในเรื่องมากกว่า


คนแรก..ศรีอัมพร คนเดินเรื่อง เป็นคนที่มีชีวิตที่สุขสบายที่สุดเลย เพราะความรู้จักปลง รู้จักใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุขและมีคุณค่า โดยศรีอัมพรนี้ไม่มีครอบครัว ทั้งที่สมัยสาวๆ ทั้งสวย ทั้งรวย ทั้งเก่ง และมีคนมาจีบมากมาย แต่เธอกลับไปมีความรักต้องห้าม และหักห้ามใจได้ จึงครองตัวเป็นโสดมาจนถึงปัจจุบัน และคอยเป็นที่ปรึกษาให้กับเพื่อนๆ จนกระทั่งถึงลูกหลานได้อย่างดี เพราะเป็นคนไม่ดูถูกใคร ไม่ริษยาใคร และเข้าใจผู้อื่น


คนที่สอง..อรุณ คนนี้เป็นทั้งเพื่อนและพี่สะใภ้ของศรีอัมพร ชีวิตเป็นทุกข์เพราะครอบครัว สามีเจ้าชู้ ลูกๆเองที่อรุณเคยมีความหวังอยากให้มาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันให้เธออบอุ่นใจ ก็ค่อยๆแยกย้ายจากกันไป ซ้ำยังมีเรื่องของลูกสาวให้คอยปวดหัวใจอยู่เสมอ


คนที่สาม..สายสมร เป็นคนขี้เหร่ เจ้ายศเจ้าอย่าง ขี้เหนียวด้วย แต่ลูกชายรักแม่มาก เพราะเห็นแม่ลำบากมาเสมอเพื่อลูก จนแม้กระทั่งจะเอาลูกเอาเมียเข้าบ้านก็ไม่กล้า เพราะสายสมรไม่ยอมรับ และคอยจะเล่นละครเรียกร้องความสนใจจากลูกอยู่เสมอๆ


คนที่สี่..ฉัตรกนก เป็นคุณหญิง ร่ำรวยใหญ่โต แต่หาความสุขไม่ได้ วันๆเอาแต่ออกงาน รับหน้ากับสังคม แต่กลับบ้านแล้วโดดเดี่ยว อ้างว้าง (โรคคนรวย) อ่านแล้วรู้สึกว่า เงินไม่ช่วยอะไรเลย...


คนที่ห้า..ประพิณ ชีวิตตรงข้ามกับคุณหญิงฉัตรกนกอย่างสิ้นเชิง บ้านอยู่สลัม ยากจน สามีเป็นคนดี แต่ก็เจ็บป่วย ลูกสาวก็พิการ ชีวิตระหกระเหินมาก แต่สุดท้ายก็ได้อยู่สุขสบายขึ้นเพราะลูก อ่านแล้วอารมณืวงเวียนชีวิตช่องสามมากๆ (ชีวิตของคนนี้ทำเอาเราร้องไห้เลย มันสงสารจับหัวใจ ไปพร้อมๆกับยินดีไปกับความสุขทางใจของตัวละครไปพร้อมๆกัน)


คนที่หก..(จำชื่อไม่ได้ แต่อะไรจิตๆนี่หล่ะ) คนนี้นี่ชีวิตคาดไม่ถึง เรื่องมันหักมุมเล็กๆ ทั้งลูกสาว..ต้องตาที่ไปเป็นพยาบาลอยู่เมืองนอก แล้วบอกจะมารับแม่ไปเยี่ยมแต่ก็ไม่มาสักที แล้วก็เรื่องชีวิตคู่ที่เหมือนๆจะดีก็ไม่ดี จะแย่ก็ไม่แย่ แต่คนแบบนี้ก็พบเห็นได้ทั่วๆไป อยากให้ลองอ่าน ว่าทำอะไรควรจะคิดหน้าคิดหลัง


คนที่เจ็ด...(จำชื่อไม่ได้จริงๆ) คนนี้เป็นหลานครูในโรงเรียนประถมที่เรียนมาด้วยกัน ชีวิตที่กลางๆไม่สูงไม่ต่ำทำให้เธอพลาดคู่ครองดีๆไปหลายครั้ง แต่ละครั้งผู้ชายเหล่านั้นก็มักจะไปได้ดิบได้ดี จนทำให้เธอหดหู่ใจเสมอ จนเธอตัดสินใจแต่งงานกับชาวสวนทุเรียนขี้เหนียวคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอต้องทุกข์หนักมากขึ้นไปอีก แต่สุดท้ายฟ้าก็ยังใจดีกับชีวิตของเธอ ที่ทำให้จุดจบยามชราของเธอ เริ่มเข้าใจชีวิต และเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้


คนที่แปด..ผุดผาด ผุดผาดสมชื่อ เป็นคนสวย เรียกว่าคุณย่ายังสาวก็ว่าได้ เพราะผู้เขียนบรรยายไว้ว่า สาวกว่าลูกสาวลูกชายเสียอีก ชีวิตที่แปดนี้ทำเราร้องไห้ยกใหญ่เลย ไม่ใช่เพียงเพราะตอนจบ(ที่ไม่ควรเล่า) แต่มันทำให้เราคิดย้อนไปถึงเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้า แล้วย้อนมาถามตัวเรา ว่าชีวิตของเราได้ทำอะไรที่มีความสุขรึยัง?? เป็นคำถามที่สะเทือนใจมาก และคิดว่าหลายๆคนคงเคยถามตัวเองมาแล้ว


สรุปแล้วชอบทุกตัวละครเลย แต่เล่าได้ไม่ละเอียดเพราะอ่านนานมากแล้ว จำไม่ค่อยได้ แต่ที่จำได้ดีคือความรูสึก และอรรถรสของเรื่องขณะอ่าน อยากแนะนำคอนิยาย โดยเฉพาะแนวดราม่า และคนที่ชอบนิยายให้ข้อคิดได้ลองอ่าน มันสอนอะไรเราได้จริงๆ โดยไม่รู้สึกว่าหนักเกินไปจนบีบคั้น



 


Smiley ถ้าอยากให้ลงเรื่องอะไรก็โพสไว้ได้นะคะ ถ้ามีหนังสือหรือเคยอ่านแล้วจะได้เอามาลงไว้ อยากให้ทุกคนที่ชอบอ่านิยายเหมือนกันมาคุย มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันเยอะๆค่ะ ขอบคุณนะคะ Smiley



Free TextEditor




 

Create Date : 17 เมษายน 2552    
Last Update : 27 เมษายน 2552 19:57:37 น.
Counter : 1625 Pageviews.  

1  2  

Mk-Work
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mk-Work's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.