ทัศน์ไทย..บล็อคไทยดีดี
Group Blog
 
All blogs
 

พระอภัยมณี..กับเพลงปี่ทั้งเก้า..ตอนที่ 2


เพลงปี่พระอภัยมณี


ตอนที่ 2


ครั้งที่ 4 สะกดทัพเจ้าละมาน


เป็นเหตุการณ์ภายหลังที่อุศเรนกระอักเลือดตาย ทำให้นางละเวงคิดแค้น เรียกกษัตริย์เมืองต่างๆมาช่วยกันรบแก้แค้นพระอภัยมณี หนึ่งในนั้นมีเจ้าเมืองละมานยกทัพมาล้อมกองทัพพระอภัยมณไว้ ครั้งนี้ได้ใช้เพลงกระบี่ลีลา หน้าทับปรบไก่ เป็นเพลงที่ 3 ของตับนาคบาศ

" เปิดสำเนียงเสียงลิ่วถึงนิ้วเอก

หวานวิเวกวังเวงดังเพลงสวรรค์

ให้ชื่นเฉื่อยเจื้อยแจ้วถึงแก้วกรรณ

เหล่าพวกฟันเสี้ยมฟังสิ้นทั้งทัพ

ยืนไม่ตรงลงนั่งยิ่งวังเวก

เอกเขนกนอนเคียงเรียงลำดับ

เจ้าละมานหวานทรวงง่วงระงับ

ลงล้มหลับลืมกายดังวายปราณ"

เพลงปี่ครั้งนี้หวานแช่มช้าชวนฟัง เหมาะเป็นเพลงกล่อมสะกดทัพมากยิ่งได้ฝีมือขับร้องจากอาจารย์ในกรมศิลปากรยิ่งช่วยเพลงไพเราะขึ้นอีกมากๆ ยิ่งช่วงโต้ตอบระหว่างนางละเวงกับพระอภัยมณียิ่งไพเราะควรไปหาฟั


ครั้งที่ 5 สยบกองทัพทั้งเก้า

ภายหลังจากที่กษัตริย์ทั้งหลายรับสาสน์และรูปนางละเวงก็เกิดหลงรูป ยกทัพมาหวังเอาชนะพระอภัยมณีเพื่อจะได้นางละเวงไปเป็นคู่ พระอภัยมณีจึงครวญเพลงปี่เพื่อสยบทัพทั้งเก้าทัพคราวตีเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาไพเราะกินใจให้คนฟังรู้สึกคิดถึงบ้านที่จากมา จนขาดกำลังใจจะทำศึก โดยการเป่าปี่ของพระอภัยมณีครั้งนี้ใช้เพลง กระเรียนทอง 2 ชั้น ทำนองเดิม บางครั้งใช้เพลง นกจาก โดยมีเนื้อเพลงว่า


" พระโหยหวนครวญเพลงวังเวงจิต

ให้คนคิดถึงถิ่นถวิลหวัง

ว่าจากเรือนเหมือนนกมาจากรัง
 
อยู่ข้างหลังก็จะแลชะแง้คอย

ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้

ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อย

โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย
 
น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร

หนาวอารมณ์ลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยชื่น

ระรวยรื่นรินรินกลิ่นเกสร

แสนสงสารบ้านเรือนเพื่อนที่นอน

จะอาวรณ์อ้างว้างอยู่วังเวง "


 ครั้งที่ 6 กล่อมนางละเวง


ใช้เพลง กล่อมนารี หน้าทับปรบไก่ 4 จังหวะ พระอภัยมณีเกิดจิตรักนางละเวงเมื่อนางยกทัพมาเอง แม้นางเองจะมีใจให้พระอภัยมณีแต่ก็มีความแค้น จึงชักม้าหนี พระอภัยมณีจึงใช้ปี่เรียกนางกลับมา ดังนี้ 


" ต้อยตะริดติ๊ดตี่เจ้าพี่เอ๋ย

จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน

แอ้อี่ออยสร้อยฟ้าสุมาลัย

แม้เด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย

ฉุยฉายชื่นรื่นรวยระทวยทอด

จะกล่อมกอดกว่าจะหลับกับเขนย

หนาวน้ำค้างพร่างพรมลมรำเพย

ใครจะเชยโฉมน้องประคองนวล"



เพลงนี้ไพเราะมากและเนื้อเพลงก็ช่างหวนชวนให้คนฟังหลงใหลจริงๆ มิน่าพระอภัยมณีถึงได้เสน่ห์กระชากใจสาวๆในเรื่องนักหนา









 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 15:00:46 น.
Counter : 837 Pageviews.  

พระอภัยมณี..กับเพลงปี่ทั้งเก้า


เพลงปี่พระอภัยมณี


เป็นที่ทราบดีถึงความงาม ความไพเราะ และจินตนาการเหนือกาลเวลาของท่านสุนทรภู่ที่บรรจงถ่ายทอดฝีมือลงในวรรณคดีเรื่องดังเรื่องนี้ "พระอภัยมณี" เรื่องราวผจญภัยและความรักของกษัตริย์นักดนตรีที่ทั้งรูปงาม นามเพราะ และมีฝีมือในเชิงปี่อย่างหาใครเทียบไม่ได้ และด้วยอาวุธดนตรีนี้เอง ที่ทำให้ท่านแตกต่างจากพระเอกวรรณคดีโบราณทั้งหลาย ที่ล้วนแต่เป็นนักรบ ผู้เข้มแข็งในทางศาสตราอาคมทั้งสิ้น นอกเหนือจากความไพเราะเชิงศิลปินในฝีมือปี่ของพระอภัยมณีแล้ว ปี่เอกนี้ยังมีความสามารถไม่ต่างจากคมดาบ อาจสังหารปีศาจยักษ์ สยบทัพ หรือเล้าดลมนาง เพียงแค่ปลายนิ้วตวัด


ด้วยเหตุนี้ ตลอดทั้งเรื่องพระอภัยมณีจึงมีโอกาสแสดงเพลงปี่อยู่หลายคราว แต่ใครจะทราบบ้างว่าทั้งหมดมีกี่ครั้ง และเป็นเพลงอะไรใช้ในคราวใดบ้าง ตัวผู้เขียนเองทีแรกก็ไม่ทราบเหมือนกัน กระทั่งได้ฟังรายการ "ลำนำสยาม" ในวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ทาง FM 100.5 ช่วงเที่ยงคืน-ตีสอง (กะช่วยเขาโปรโมทหน่อย รายการเขาดีจริงๆ) ได้นำเสนอเรื่องราวของเพลงปี่พระอภัยได้น่าสนใจ จนผู้เขียนใคร่ขอนำมาเสนอต่ออีกทอด


    • เพลงปี่พระอภัยมณี

    ถูกรวบรวมโดย อ. เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละคร) ประจำปี พ.ศ. 2531 ผู้เชี่ยวชาญด้านการสังคีต กรมศิลปากร โดยท่านอาจารย์ได้รวบรวมเอาเฉพาะเพลงปี่ที่ถูกเป่าในช่วงสำคัญของเรื่อง กล่าวคือ มีจุดประสงค์ในการเป่าชัดเจน จึงทำให้ตลอดเรื่อง พระอภัยมณีเป่าปี่ทั้งสิ้น 9 ครั้งด้วยกัน คือ


    1. พบสามพราหณ์

    2. สังหารนางผีเสื้อ

    3. คิดถึงนางสุวรรณมาลีและสินสมุทร

    4. สะกดทัพเจ้าละมาน

    5. สยบกองทัพทั้งเก้า

    6. กล่อมนางละเวง

    7. ปลุกทหาร

    8. กล่อมทัพลังกา

    9. รำพึงรักนางละเวง

    โดยในแต่ะครั้งมีเนื้อเพลง และใช้จังหวะทำนองที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้


    ครั้งที่ 1 พบสามพราหมณ์


    เรียกเพลงปี่ครั้งว่า "เพลงปี่พิศวาส" เป่าด้วยทำนองเพลง พัดชา 2 ชั้น ทำนองเก่า ใช้หน้าทับปรบไก่ โดยมีเนื้อว่า


       “ ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย
    ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
    ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย

    จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย

    พระจันทร์จรสว่างกลางโพยม

    ไม่เทียมโฉมนางงามพี่พราหมณ์เอ๋ย
    แม้นได้แก้วแล้วค่อยประคองเคย
    ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน”


    ครั้งที่ 2 สังหารนางผีเสื้อ


    ครั้งนี้ใช้เพลง "พราหมณ์เก็บหัวแหวน" 2 ชั้น เป็นเพลงแรก ในเพลงชุดนางหงส์ เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองช่า โหยหวน เพราะเพลงนางหงส์นิยมใช้ในงานอวมงคล และการละคร โดยมีเนื้อร้องว่า



    " แล้วทรงเป่าปี่แก้วให้แจ้วเสียง

    สอดสำเนียงนิ้วเอกวิเวกหวาน

    พวกโยคีผีสางทั้งนางมาร

    ให้เสียวซ่านซับซาบวาบหัวใจ

    แต่เพลินฟังนั่งโยกจนโงกหงบ

    ลงหมอบซุกซอนซบสลบไสล

    พอเสียงปี่ที่แหบหายลงไป

    ก็ขาดใจยักษ์ร้ายถึงวายวาง ”


    ครั้งที่ 3 คิดถึงนางสุวรรณมาลีและสินสมุทร


    เป่าด้วยทำนองเพลง การเวก 2 ชั้น ทำนองเก่าสมัยอยุธยา ประกอบด้วย การเวกเล็กและการเวกใหญ่ การเป่าครั้งนี้เกิดหลังสังหารนางผีเสื้อและพลัดพรากกับนางสุวรรณมาลีและสินสมุทรเมื่อครั้งเรือแตก จึงทำให้เกิดความคิดถึงนางและลูกรัก จึงรำพันเป็นเพลงปี่ออกมา ดังเพลงว่า

    “ พระเป่าปี่เปิดเสียงสำเนียงเอก
    เสนาะดังการเวกวิเวกหวาน
    ละห้อยหวนครวญเพลงบรรเลงลาน
    โอ้สงสารสุริย์ฉายจะบ่ายคล้อย

    พี่คลาดแคล้วแก้วตามาว้าเหว่
    ท้องทะเลแลเปล่าให้เศร้าสร้อย
    ป่านนี้น้องสองคนกับลูกน้อย
    จะล่องลอยไปอยู่หนตำบลใด


    (เดี่ยวปี่รับ เพื่อฉายภาพนางสุวรรณมาลีกับสินสมุทร)


    เรื่อยๆเฉื่อยวายุพัดแผ้ว
    เหมือนเสียงแก้วกลอยจิตพิสมัย
    หอมรวยรวยสวยชื่นรื่นฤทัย
    เหมือนใกล้ใกล้เข้ามาแล้วแก้วพี่เอย

    เขาบอกว่ามาในลำเรือกำปั่น
    หรือสุวรรณมาลีเจ้าพี่เอ๋ย
    สินสมุทรไม่มาหาบิดาเลย
    พ่อจะเชยใครเล่าเจ้าพ่ออา"



ครั้งนี้ขอไว้สามเพลงก่อนแล้วจะต่อครั้งหน้านะคะ แต่ฟังเนื้อแต่ละเพลงพร้อมท่วงทำนองแล้ว ช่างน่าสงสารนางผีเสื้ออะไรเช่นนี้ แต่เพลงที่เราว่าเพราะที่สุด น่าเป็นตอนกล่อมนางละเวง กับ รำพึงถึงนางละเวง ซึ่งครั้งหน้าจะเอาเนื้อกับเพลงมาให้ฟังกันด้วย ติดตามกันด้วยนะคะ






 

Create Date : 10 ตุลาคม 2552    
Last Update : 11 ตุลาคม 2552 15:00:24 น.
Counter : 2911 Pageviews.  


Mk-Work
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mk-Work's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.