Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
24 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Food For Fun :: Hot Work Mission#4 ชวนมาชิม "ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน" กันค่ะ



:: ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน ::


สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้องๆ ทุกท่าน ......
วันนี้พิมขอมาส่งการบ้านตามโจทย์ข้อที่ 4 ขอคุณสาว-แม่บ้านครอฟอร์ด นะคะ
ซึ่งวันนี้พิมขออนุญาติคุณสาวทำผิดกติกานิดนึง คือคุณสาวขอให้รีวิวการบ้านในวันที่ 1 - 10 -20 หรือ 30 มิถุนายน 2554
แต่พิมไม่สามารถทำได้อ่ะค่ะ เพราะว่าช่วงวันที่ 10 - 20 และวันที่ 30 นี่ พิมไม่ได้อยู่บ้านเลยสักวัน ไปต่างจังหวัดตลอด
จึงไม่สะดวกในการส่งการบ้านในวันนั้น เลยต้องขอมาส่งในวันนี้แทน หวังว่าคุณสาวจะไม่ว่าอะไรนะคะ

สำหรับโจทย์ของคุณสาวในเดือนนี้ ... ก็มีรายละเอียดตามนี้ค่ะ

"อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทำอาหารประจำท้องถิ่น ที่นิยมทำกันวันสำคัญ หรืออาหารประเพณีของแต่ละท้องถิ่น"

1. อาหารที่จะทำ จะเป็นอาหารคาว - หวานก็ได้ค่ะ
2. อาหารที่นิยมทำทานกันใน เทศกาล , ประเพณี ของ บ้านเกิดตัวเอง
3. หรือ อาหารท้องถิ่นอื่นที่ท้องที่นั้นๆ นิยมทำกันในเทศกาล หรือเป็นประเพณี ที่เพือนๆ ได้ไปเที่ยวมา แล้วได้ชิม เกิดความประทับใจ อยากจะทำเพื่อเอามาแบ่งปัน กับเพื่อนๆชาวบล๊อค
4. หรือจะเป็นอาหารใน ท้องที่ ที่เพือนๆอาศัยอยู่ในปัจจุบัน นิยมทำทานกันใน เทศกาล ประเพณี เพื่อนๆที่อยู่ต่างประเทศ สามารถทำอาหารต่างชาติก็ได้ค่ะ โดยบอกด้วยค่ะว่าเป็นอาหารของท้องถิ่นที่ไหน ประเพณีอะไร ชาติอะไร

ซึ่งอาหาร/ขนมที่พิมจะทำมาส่งการบ้านในโจทย์นี้ก็คือ "ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน" นั่นเองค่ะ

................................................

พูดถึง "ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน" ในสมัยตอนพิมยังเด็กมากๆ พิมและพี่น้องไม่เคยจะได้กินทุเรียนแบบเม็ด ๆ กันหรอกค่ะ เพราะว่าสมัยนั้นแม่พิมยังไม่ได้ทำสวนทุเรียน และทุเรียนก็มีราคาแพงเกินกว่าจะซื้อหามากินเล่นแบบสมัยนี้ได้ ... ดังนั้นพอถึงหน้าทุเรียนทีไร แม่พิมก็เลยมักจะซื้อทุเรียนลูกเล็ก ๆ มา 1 ลูก แล้วเอามาทำเป็นน้ำกะทิทุเรียน เพื่อที่จะให้สามารถกินได้หลาย ๆ คนน่ะค่ะ

แล้วสมัยนั้น ... ชาวบ้านแถวบ้านพิม (แถบพระราม 9 ในปัจจุบัน) ก็ไม่นิยมกินน้ำกะทิทุเรียนกับข้าวเหนียวมูนหรอกค่ะ เพราะมันจะเป็นแบบหวานเจอหวาน คือ หวานทั้งสองอย่าง ... กินแล้วจะเลี่ยนเอียนอะไรทำนองนั้น ดังนั้นเวลามีงานบุญงานบวช หรืองานขึ้นบ้านใหม่ทั้งหลาย ก็เลยมักจะเห็นชาวบ้านเค้าเอาน้ำกะทิทุเรียนมากินกับข้าวตอกมากกว่า (ข้าวเหนียวมูน) ... ซึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นข้าวตอก ......... "ข้าวตอก" ก็จะมีหน้าตาแบบในภาพด้านล่างนี้นะคะ



มื่อเอ่ยถึง "ข้าวตอก" พิมเชื่อว่าจะต้องมีหลายคนงงแน่ ๆ ค่ะ ... ประมาณว่ามันคืออะไรกันเนี่ย เป็นข้าวพันธุ์ใหม่หรือเปล่าหรือยังไง ??

ก่อนที่เราจะมาลงมือทำน้ำกะทิทุเรียนกัน พิมก็เลยอยากจะขออธิบายเกี่ยวกับที่มาที่ไปของข้าวตอกนิดนึงอ่ะค่ะ

"ข้าวตอก" เกิดจากการนำข้าวเปลือกข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าก็ได้ค่ะ (แต่แม่พิมชอบใช้ข้าวเหนียว) ไปแช่น้ำสัก 2 ชม. แล้วนำไปตากให้แห้ง จากนั้นก็นำมาคั่วด้วยไฟแรง จนข้าวด้านในปะทุออกจากเมล็ด และพองจนกลายเป็นข้าวตอก (ลักษณะคล้ายป๊อปคอร์น) สุดท้ายก็นำไปคัดเอาเปลือกออก ก็เป็นอันได้ข้าวตอกสำหรับมากินกับน้ำกะทิแล้วค่ะ (แต่จริง ๆ เอาข้าวตอกไปทำขนมอย่างอื่นได้อีกหลายอย่างเลยค่ะ ไว้วันหลังจะมาทำให้ดูนะคะ)

แล้วก็นี่ค่ะ ....... หน้าตา "ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน" แบบที่บ้านพิม



ดูหน้าตากันไปแล้ว .. ที่นี้เราก็มาดูส่วนผสมกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง

ถ้าไม่นับข้าวตอก ... เอาเฉพาะวิธีทำน้ำกะทิทุเรียน ส่วนผสมก็จะมี

:: ส่วนผสมน้ำกะทิทุเรียน ::

1. น้ำกะทิ 5 1/2 ถ้วย (คั้นด้วยน้ำอุ่น จากมะพร้าวขูด 7 ขีด)
2. น้ำตาลปี๊บอย่างดี 400-500 กรัม
3. เกลือป่นนิดหน่อย
4. เนื้อทุเรียนงอมๆ ปริมาณตามชอบ ...... (แนะนำเป็นทุเรียนพันธุ์ชะนี)
5. ใบเตย 3-5 ใบ

มาดูส่วนผสมอย่างแรกกันเลยนะคะ ... ก็คือ "น้ำกะทิ" ... พิมใช้มะพร้าวขูดธรรมดานี่แหละ (ไม่ต้องใช้มะพร้าวขูดขาวก็ได้ แต่สมัยเด็ก ๆ จะต้องใช้แบบขูดขาวเสมอ ไม่งั้นจะโดนดุ -*-) .. ราวๆ 700 กรัมค่ะ แล้วก็ใส่น้ำต้มสุกอุ่นไปทางร้อนลงไปประมาณ 4 ถ้วยกว่าๆ ค่ะ ... แล้วก็คั้นออกมาเป็นน้ำกะทิราว ๆ 5 1/2 ถ้วย

ถ้าใครไม่สะดวกจะมาคั้นกะทิสดเอง จะให้ทางร้านขูดมะพร้าวเค้าขูดมาให้เลยก็ได้ค่ะ (แต่ระวังนิด มักมีปัญหา น้ำกะทิบูดไว) หรือว่าถ้าใครหากะทิสดไม่ได้เลยจริงๆ จะใช้แบบกล่องหรือแบบถุง ก็พอแก้ขัดได้นะคะ

ป.ล. การคั้นกะทิให้ดี ควรคั้นหลาย ๆ ครั้ง ๆ นึงใส่น้ำอย่าเยอะ เพื่อให้มันกะทิออกมามากที่สุด / เติมเกลือลงไปในมะพร้าวขูดสักหน่อย น้ำกะทิจะได้มีรสชาติขึ้นมานิดนึง แล้วก็ทำให้ไม่เสียง่ายด้วยค่ะ



ต่อมาก็เป็นน้ำตาลนะคะ ... พิมเห็นบางคนเค้าจะชอบใช้น้ำตาลทรายในการทำน้ำกะทิทุเรียน แต่ที่บ้านพิมจะชอบใช้น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลมะพร้าว) มากกว่าค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันมีความหอมมันมากกว่า และรสชาติก็เข้มข้นกว่า

น้ำตาลปี๊บเนี่ย ... ให้เลือกน้ำตาลดี ๆ หน่อยนะคะ ตามตลาดสดทั่วไป เค้าจะมีน้ำตาลปี๊บหลายเกรด .... พิมเคยถามร้านขายของชำ เค้าบอกว่า มีเกรดทั่วไป ไว้ใช้ทำอาหารทั่วไป กับเกรดดีหน่อยไว้ทำขนม ... แถวบ้านพิมเกรดทั่วไป โลละประมาณ 26 บาท และเกรดดีหน่อย จะโลละประมาณ 32-35-38-45 บาทอ่ะค่ะ

แล้วน้ำตาลปี๊บเนี่ย ก็มีทั้งแบบนิ่ม ๆ เหลว ๆ กับแบบแข็งนะคะ ... ถ้าเราได้แบบแข็งมา เราก็เอามันไปตากแดดซะหน่อย เพื่อให้มันเหลว ๆ แต่ถ้าไม่มีเวลาเอาไปตากแดด ก็เอามีดบางอันเล็ก ๆ มาสไลด์น้ำตาลให้เป็นแผ่นบาง ๆ แบบนี้ก็ได้ค่ะ เวลาบี้น้ำตาลกับกะทิ... จะได้บี้ให้เข้ากับกะทิได้ง่าย (แต่ส่วนใหญ่น้ำตาลปี๊บที่แข็งมากๆ เค้าจะผสมน้ำตาลทรายด้วยนะคะ จะเป็นน้ำตาลปี๊บที่ไม่ค่อยแท้อ่ะค่ะ / ซึ่งวันนี้พิมหาได้แต่น้ำตาลปี๊บแบบนี้อ่ะค่ะ)



แล้วเพื่อให้ขยำน้ำตาลเข้ากับกะทิได้ง่าย ๆ พิมก็เลยจะใช้ใบเตยมาเป็นตัวช่วยค่ะ .. ใช้สัก 3-5 ใบก็พอ ล้างให้สะอาด แล้วตัดเป็นท่อนสั้น ๆ



สุดท้ายที่เราจะขาดไม่ได้ซะ ก็คือ เนื้อทุเรียนค่ะ ... พิมเลือกใช้ทุเรียนพันธุ์ชะนี เพราะมีกลิ่นแรง และรสหวานเข้มข้น ... ซึ่งที่เห็นในภาพอาจจะดูไม่ค่อยงามแล้ว เพราะพิมแช่แข็งทุเรียนในกล่องใบนี้เอาไว้ตั้งแต่ตอนทุเรียนพันธุ์ชะนีออกมาใหม่ ๆ ตอนต้นฤดูอ่ะค่ะ ... ก็ราว ๆ 2 เดือนได้แล้ว ^^"



สำหรับทุเรียนเนี่ย ... เลือกใช้แบบงอม ๆ จะทำให้น้ำกะทิทุเรียนของเราหอมมากมายเลยค่ะ ... แล้วพอได้มา ก็ให้เราฉีกเฉพาะเนื้อเอาไว้ก่อนได้เลยนะคะ ..... ตามในภาพนี้เลย



จากนั้นก็หันมาลงมือทำน้ำกะทิทุเรียนกันเลยค่ะ (โปรดล้างมือให้สะอาดก่อนลงมือทำ)

เริ่มแรกก็ ... เอาน้ำตาลใส่ลงไปในหม้อน้ำกะทิค่ะ ใส่ไปสักประมาณ 350 กรัมก่อน (ถ้าไม่หวาน ค่อยใส่เพิ่ม)



ล้างมือให้สะอาด แล้วก็หยิบใบเตยใส่หม้อลงไป... จากนั้นก็ขยำ ๆ น้ำตาลในหม้อให้ละลายเข้ากับน้ำกะทิให้หมดค่ะ



พอน้ำตาลละลายหมด ... ก็ลองชิมดูว่าความหวานโอเคไหม (แต่จะต้องเผื่อความหวานจากทุเรียนอีกด้วยนะคะ) ถ้าหวานน้อยไป ก็ิเติมน้ำตาลลงไปอีกค่ะ แล้วก็ขยำ ๆ เหมือนเดิมจนน้ำตาลละลาย ... แล้วก็ชิมอีกที ถ้าไม่พอใจอีก ก็เติมได้ค่ะ แต่หากหวานไป ก็ให้เติมน้ำกะทิแทนนะคะ .... ซึ่งพอน้ำกะทิหวานได้ที่ ก็ให้เราหยิบใบเตยออก แล้วทำการกรองซะ 1 ครั้ง จะด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนก็ตามสะดวก เพื่อเอาน้ำตาลที่ละลายไม่หมดออกไป และกรองเอากากใบเตยส่วนที่หลุด ๆ ทิ้งไปด้วยค่ะ



แล้วเราก็จะทำได้น้ำกะทิผสมน้ำตาลออกมาหน้าตาประมาณนี้ (สีของน้ำกะทิขึ้นอยู่กับสีของน้ำตาลที่เราเลือกใช้)



เสร็จแล้วก็เอาไปตั้งไฟต่อแป๊บนึง พอให้ร้อนจัด แต่ไม่ต้องเดือด ก็ยกลงค่ะ (ป.ล. ดันเอาทัพพีเลอะทุเรียนไปคนน้ำกะทิ เลยมีเนื้อทุเรียนหลุดไปอยู่ในหม้อเลย -*-)



จากนั้นรอให้น้ำกะทิอุ่นๆ หน่อยก็เอาเนื้อทุเรียนที่เราฉีกไว้ตั้งแต่ตอนแรก ... ใส่ลงไป (ถ้าเป็นสมัยโบราณ มักจะเอาทุเรียนทั้งเม็ดลงไปขยำในหม้อน้ำกะทิเลยค่ะ) แล้วก็คน ๆ ให้เข้ากัน ^^



ก็จะได้ "น้ำกะทิทุเรียน" ออกมาหน้าตาประมาณนี้เลยค่ะ ... พอมาถึงขั้นตอนนี้ก็ลองชิมดู ว่ารสชาติโอเคไหม ถ้าหวานน้อยไปเติมน้ำตาลทรายลงไปได้ค่ะ (เพื่อให้ละลายง่าย) แต่ถ้ามันหวาน แต่ยังหวานแบบธรรมดา ไม่โดดเด่น ไม่เข้มข้น (ไม่ได้หมายถึงหวานจัด) ก็ให้เติมเกลือลงไปนิดนึง เพื่อดึงรสหวานออกมาให้มากกว่าเดิม ... แต่ถ้าหวานมากไป ให้เติมน้ำสุกอุ่นค่ะ เติมพอประมาณ ให้ได้ความหวานตามต้องการ ก็ใช้ได้ค่ะ (อย่าเติมน้ำอุ่นเยอะ เดี๋ยวจะไม่หลงเหลือความมันของกะทินะคะ)



แล้วพอเวลาจะกิน ... ก็ให้เราเอาข้าวตอกใส่ชามค่ะ ปริมาณก็ประมาณสัก 1 ถ้วย ต่อ 1 คน ..... อ้อ ๆ ก่อนจะเอาข้าวตอกใส่ถ้วย อย่าลืมเก็บเปลือกข้าวเปลือก (หรือที่เรียกว่า กาก) ทิ้งไปด้วยนะคะ



นี่ค่ะ ... ใส่ถ้วยประมาณนี้ (อย่าใส่เยอะนะคะ เพราะหากใส่มากเกินไป มันเหมือนเวลากินก๋วยเตี๋ยวแล้วเราใส่เส้นเยอะ ๆ มันจะอืด ๆ ไม่อร่อยอ่ะค่ะ)



แล้วก็ตักน้ำกะทิทุเรียนที่เราทำเอาไว้ .......ราดลงไป พร้อมเนื้อทุเรียนด้วยนะคะ (ดูแล้ว น้ำลายไหลเอง -*-)



จริงๆ เมื่อทำถึงขั้นตอนข้างบน ก็เป็นอันว่าพร้อมกินได้แล้วค่ะ ^___^ แต่ถ้าจะกินแบบแม่พิม แบบพิม หรือกินแบบสมัยโบราณ เค้าจะต้องคลุก ๆ ข้าวตอกให้เข้ากับน้ำกะทิแบบนี้ก่อนค่ะ แล้วค่อยตักเข้าปาก.... ถึงจะกินแล้วอร่อยสุด ๆ ^^



ว่าแล้ว ... พิมก็ขอตักให้เพื่อน ๆ ที่เข้ามาชมเมนูนี้ทุกคนเลยนะคะ ... และแอบหวังเล็ก ๆ ว่า จะมีคนชอบเมนูนี้มาก ๆ เหมือนพิม ^^ .. บายค่ะ



ป.ล. เมนูนี้ไม่มี Presenter เหมือนเมนูปลานึ่งเต้าเจี้ยวนะคะ เพราะคุณ Presenter ส่วนตัวของพิมเค้าไม่กินทุเรียนค่ะ

*** พรุ่งนี้เช้าพิมจะต้องเดินทางไปชัยภูมิ จะกลับมาทักทายเพื่อน ๆ พี่ๆ น้อง ๆ ได้อีกทีก็วันอาทิตย์เย็น ๆ นะคะ แล้วเจอกันค่า ***


Create Date : 24 มิถุนายน 2554
Last Update : 25 มิถุนายน 2554 1:46:04 น. 20 comments
Counter : Pageviews.

 
เจิมค่า


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:0:40:45 น.  

 
ไม่เคยเห็นขายที่ไหนมาก่อนเลยค่ะคุณพิม
ข้าวตอกแบบนี้ที่บ้านหนึ่งเรียกข้าวตอกแตกค่ะ :)

เห็นแล้วอยากชิม


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:0:41:48 น.  

 
ปาดไม่ทัน คิคิ

ยังเหลือแน่ๆใช่ป่าวคะคุณพิม น่ากินจังอ่ะ

อยากกินทุเรียนชะนีค่ะ


โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:1:23:20 น.  

 
ตามมาดูเมนูส่งการบ้าน 3F ค่ะ
ข้าวตอก น้ำกะทิทุเรียนของคุณพิมน่าทานจัง
น่าสนใจมากๆ ดูอร่อย
ทุเรียนชะนีกลิ่นหอมเข้มข้น อยากกินจังเลยค่ะ


โดย: diamondsky วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:2:38:11 น.  

 
มาเป็นคนที่ 4 คงจะยังไม่หมดใช่ใหมคะคุณพิมพ์

ข้าวตอก น้ำกะทิทุเรียนนนน ทุเรียนเพิ่งเคยเห็นที่ ครัวบ้านพิมเป็นครั้งแรกค่ะ

หืมมม ทุเรียนเนื้อๆเน้่นๆ น้ำกะทิข้นๆ หอมกลิ่นใบเตยยย ข้าวตอกกรอบๆ หอมๆ

ทานด้วยกันคงอร่อยมากกๆๆ (ได้แต่นึกภาพ ไปด้วย คิๆ)

เรืองวันส่งการบ้่านน มีอีกเมลที่สาวบอกเพือนๆว่าแล้วแต่เพือนๆสะดวกส่งวันใหนก็ได้ภายในเดือน

ง้่านนคุณพิมก็ไม่ผิดกติกาจ้าาาา แถมทำขนมอร่อยรีวิวละเอียดยิบเลยค่ะ

เก่งจริงๆค่ะ


โดย: แม่บ้านครอว์ฟอร์ด วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:4:12:06 น.  

 
เมนูนี้อยากกินแต่น้ำกะทิเปล่าๆกะข้าวตอก อิอิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:5:16:41 น.  

 
ทานเผื่อเยอะๆ นะคะคุณพิม ขอ 4 ถ้วยละกัน


โดย: Japanese Maple IP: 99.170.152.245 วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:7:52:10 น.  

 
ชาลีเคยกินลอดช่องน้ำกะทิใส่ข้าวตอกน่ะค่ะ
แบบนี้ยังไม่เคยกินเลย เห็นแล้วอยากกินทุเรียนนนนนนนนจัง อิๆ


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:13:10:15 น.  

 
น่ากินที่สุดค่ะ พิมชอบมากกับข้าวเหนียวทุเรียน แต่คราวนี้มีข้าวตอกแทนข้าวเหนียวยิ่งน่ากินเข้าไปอีกค่ะ ไม่ขอสักถ้วยต่อจะขอสักหม้อได้ไหมค่ะ


โดย: นับหนึ่งด้วยกันไหม วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:14:27:35 น.  

 
มาชิมด้วยคนค่ะน้องพิม
คราวนี้เป็นทุเรียนจากสวนตัวเองด้วยหรือเปล่าคะเนี่ย
พี่เคยทานข้าวตอกน้ำกระทิค่ะ แต่ไม่เคยทานกับน้ำกะทิทุเรียน
ส่วนน้ำกะทิทุเรียน ที่บ้านพี่จะไม่ทานแบบสุกเละค่ะ กลิ่นมันแรงแล้วก็หวานจัดเกินไป
ก็ชอบกันคนละแบบเนอะ


โดย: พี่โอ ไม่ได้ล็อคอินจ้ะ IP: 182.53.59.235 วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:20:53:48 น.  

 
น่าทานมากกกกก เปลี่ยนจากข้าวเหนียวมาเป็นข้าวตอกก็ดีนะคะ


โดย: vekalover วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:23:28:31 น.  

 
ไม่เคยทานแบบนี้เลยค่ะ แต่ท่าทางจะลดความอ้วนลงได้นิดหน่อยเพราะไม่มีข้าวเหนียวหวานๆ มาช่วย


โดย: pim&jae วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:10:36:35 น.  

 
เจ๊หลีแวะมาชิมฝีมือคุณพิมคนเก่งด้วยคนนะคะ


โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:19:11:28 น.  

 
น่ากินจังค่ะคุณพิมพ์


โดย: น้ำ (jena_naam ) วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:19:44:24 น.  

 
ข้าวตอก-น้ำกะทิ นี่เหมือนหายไปจากความทรงจำเลยก็ว่าได้ ไม่ได้ทานขนมชนิดนี้มานานเหลือเกิน พอมาเห็นของคุณพิมทำนึกถึงตอนเด็กเลยว่าเคยช่วยคุณแม่ทำด้วยเมนูนี้


โดย: sun_ice วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:10:56:59 น.  

 
แอบหงอย เพราะไม่หม่ำน้ำกะทิทุเรียน


โดย: Tick Juntavaro วันที่: 27 มิถุนายน 2554 เวลา:16:29:51 น.  

 
ข้าวตอก-น้ำกะทิทุเรียน หากินไม่ได้ง่าย ๆเลยนะนี่
คุณพิมทำได้น่าอร่อยมาก ๆ...

ทุเรียนไม่ว่าเอามาทำอะไร ชอบกินทั้งหมด ชอบกินมากมาย

คุณพิมทำเอาพี่คิดถึงตอนสมัยเป็นเด็ก ๆเลยล่ะค่ะ ...


โดย: นางฟ้าของชาลี วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:0:45:45 น.  

 
มาเยี่ยมช้ามากเลยนัท แต่อยากบอกว่าโดนมั๊กๆ น้ำกะทิทุเรียน กรี๊ด ๆ น่าทานมากคะคุณพิม ทุเรียนเนี้ย เฮียเขาสู้กลิ่นไม่ไหวคะ แต่เขาเคยลองทานที่เมืองไทยนะคะ แกบอกรสชาติโอเค แต่กลิ่นต้องขอบาย 555 ของโปรดนัทเลยอะ


โดย: We Are FroM BeLGiUM วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 เวลา:5:38:56 น.  

 
คุณพิม ขอบคุณที่แวะมาดูเมนู 3F ค่ะ
ไว้จะรอชมการบ้านของคุณพิมเช่นกันนะคะ


โดย: diamondsky วันที่: 4 สิงหาคม 2554 เวลา:4:37:14 น.  

 
ปีนี้พิมยังไม่ได้กินทุเรียนเลยค่ะ ยังไงมาขอเหมาจากบ้านนี้เลยหล่ะกันค่ะ ขอหมดหม้อเลยนะค่ะ (แต่ว่ายังเหลือเหรอ อิอิ)


โดย: นับหนึ่งด้วยกันไหม วันที่: 5 สิงหาคม 2554 เวลา:13:10:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
@ - ENYA - @
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






เป็นผู้หญิงคนนึงทีมีครอบครัวที่ดี มีแต่เพื่อนที่ดี และมีสามีที่ดีค่ะ .... ขอบคุณทุกคนบนโลกใบนี้ ที่ทำให้พิมเจอแต่สิ่งดี ๆ นะคะ
Friends' blogs
[Add @ - ENYA - @'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.