ความทุกข์ทั้งมวลของมนุษย์มาจากสิ่ง ๆ เดียว
“ความทุกข์ทั้งมวลของมนุษย์มาจากสิ่ง ๆ เดียว นั่นก็คือการไม่รู้จักนั่งอย่างสงบอยู่ในห้อง” (เบลส ปาสคาล)

ผมเคยผ่านชีวิตที่ต้องดิ้นรนไปหาความสุข แบบแปลกๆ
เช่นออกไปกินเหล้าทุกคืน ไปเที่ยวตามผับ บาร์ ร้านอาหาร
หรือแม้กระทั่งขับรถไปไกลๆ เพื่อไปหาอาหารอร่อยๆ แปลกๆ กิน
ตื่นขึ้นมาตอนเช้าปวดหัวตุ๊บๆ ควักดูในกระเป๋าตังค์ก็พบว่ามันแบน แบ๊น แบน
แล้วผมก็รู้สึกเศร้า ไม่น่าไปเล้ยย .... เรา

บางครั้งผมก็ตั้งความหวังไว้กับคนบางคนเสียสูง
คาดหวังว่าเขาจะรักเราตอบ เพราะเราดีกับเธอเสียขนาดนี้
แต่มันก็เป็นแค่ธรรมชาติ เราจะไปบังคับใครให้รักเราอย่างสุดซึ้งนั้นมันยาก
เมื่อกาลเวลามาถึง ทุกคนก็มีทางเดินของตัวเอง

ใจของคนเรานั้นมันยากที่จะเปลี่ยน
การที่จะทำให้คนเปลี่ยน มันยากยังกะสร้างเขื่อนกั้นน้ำตกนั่นเลยทีเดียวครับ
บางครั้งคนเราก็ทะเลาะกันด้วยความเชื่อที่ไม่ตรงกัน
การมองโลกที่ไม่เหมือนกัน กระบวนการคิดที่ไม่เหมือนกัน
แล้วคนก็พยายามทำให้มันเป็นปัญหามากขึ้นก็คือ
เราพยายามจะยัดเยียด สิ่งที่เราคิดว่าถูกในสมองเราให้กับคนรอบๆตัว

นี่ละมังที่เขาว่ามนุษย์เราชอบหาเรื่องทุกข์มาใส่หัวสมอง

ตอนนี้ผมคิดว่าความเรียบง่ายและการอยากได้อะไรๆ น้อยๆ ทำให้ผมมีความสุข
หิวก็กิน ง่วงก็นอน ทำงานด้วยความอยากทำงาน
หาความสุขด้วยสิ่งง่ายๆ ไม่แพง
วางแผนชีวิตอย่างรอบคอบ
ช่วยทุกคนที่ช่วยได้
ไม่คาดหวังอะไรกับใคร แต่ก็รักและปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิม

เอ.....แนวคิดนี้ น่าจะดีนะ :)



Create Date : 15 กันยายน 2550
Last Update : 15 กันยายน 2550 18:37:31 น.
Counter : 154 Pageviews.

1 comment
ข้อคิดกรณีที่เราสูญเสียของมีค่าไป
หลายๆคนคงเคยทำของหาย บางคนก็ลงทุนแล้วเจ๊ง กระเป๋าสตางค์หาย โทรศัพท์มือถือหา กันมาบ้างล่ะนะครับ
เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมก็ทำของหาย ราคาตั้ง 50,000 บาทได้มั้ง

ผมนั่งนับๆดู เราทำอะไรหายไปบ้างนะ ในช่วง 2 ปีมานี้
1.เล่นหุ้นเสียไปประมาณ 400,000 บาทจากความโลภ หวังรวยจากหุ้นเก็งกำไร (ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน)
2.ทำข้อมูลในโทรศัพท์มือถือหาย โดยไม่ได้ทำการ backup ไว้เลย (ประมาท ไม่รู้จักเตรียมแผนสำรอง)
3.ทำนาฬิกา tudor ราคา 50,000 ที่ได้เป็นของขวัญหาย (เพราะกินเหล้าเมาขาดสติ ถอดลืมไว้ในห้องน้ำ)

ผมเสียใจนะ

แต่จะทำอย่างไรได้
จะมามัวซึมเศร้าคงไม่เกิดประโยชน์อะไรหรอก
อย่างไรซะ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียง สิ่งของภายนอก เป็นสิ่งสมมติทั้งสิ้น

นั่นเรื่องเงินทอง

มีอีกหลายเรื่องที่ทำหายไป สิ่งเหล่านั้นก็คือความทรงจำ
- เคยดื่มเหล้ามากจนจำอะไรไม่ได้เลย พอตอนเช้าตื่นมาก็เลยตกใจว่าไปทำอะไรมาเมื่อคืน
- เพื่อนในสมัยเด็กๆ ที่เคยเรียนด้วยกันมา ตอนนี้ก็ลืมเกือบหมดแล้ว
- เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญๆ ที่บันทึกไว้

เรื่องที่เราทำหายไป มันมีมากเหมือนกันนะ
ญาติสนิทที่ตายไป คนเคยรู้จักที่มาด่วนตายไป

แสดงว่าชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนเลย

ไม่ควรไปยึดเลย

ตอนนี้ผมคิดอย่างนี้ครับ "สิ่งใดทั้งปวงที่ไม่ให้ออกไป ก็คือความสูญเปล่า"
(แหมถ้าตอนนั้นเราให้นาฬิกาออกไป คงไม่เสียใจเลย)



Create Date : 16 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 16:10:11 น.
Counter : 199 Pageviews.

0 comment
หลายคนตายไปพร้อมกับบทเพลงที่ยังไม่ทันได้บรรเลง
เป็นความจริงที่ว่า หลายคนตายไปพร้อมกับบทเพลงที่ยังไม่ได้บรรเลง
ผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจของชีวิต มีอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมติดใจ ก็คือที่ว่าคนเรามักจะตายไปโดยยังไม่ได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งผมมานั่งนึกๆดูก็เป็นอย่างนั้นจริงๆซะด้วยแฮะ

ผมคิดว่าคนทุกคนต่างก็มีจุดเด่นอะไรของตัวเองสักอย่างเสมอล่ะ
บางคนทำอาหารเก่ง บางคนมีจินตนาการสูง บางคนมีความสามารถทางศิลปะ
บางคนเป็นนักสู้ ร่างกายแข็งแรง บางคนถนัดในการเป็นผู้นำ ฯลฯ

แต่เราไม่ค่อยได้เห็นเขาได้บรรเลงบทเพลงนั้นใน scale ขนาดใหญ่ๆซะที
(บางคนร้องเพลงเพราะมาก แต่ก็ได้แต่ร้องอยู่ในห้องน้ำเท่านั้น)
เราถูกกระแสสังคมและเศรษฐกิจพัดพาไป ให้ทำงาน(ที่ไม่ถนัด)เพื่อเลี้ยงปากท้อง

ปากท้องตัวเอง
ปากท้องลูกเมีย

ถ้าเราสามารถได้ทำงานในสิ่งที่เป็นความถนัดของเราก็น่าจะดี

ผมเชื่อว่าวันหนึ่ง คนเราก็ต้องตาย
เหลือแต่ดวงจิต จะทำอะไรก็ไม่สนุกเหมือนมีเลือดมีเนื้อแบบมนุษย์
เพราะฉะนั้น ต้องคว้ามันไว้ก่อนล่ะ
เจ้าชีวิตปัจจุบันนี่

ผมต้องบรรเลงเพลงของผมก่อน ถึงจะยอมตาย



Create Date : 16 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 16:02:34 น.
Counter : 131 Pageviews.

0 comment
สวรรค์มี นรกมี ทำดีไว้ปลอดภัยกว่า
ผมเคยคิดเมื่อสมัยก่อนว่า
ศาสนาเป็นเพียงเรื่องที่นักปราชญ์สมัยโบราณสร้างขึ้น
เพื่อควบคุมสังคมให้อยู่ในความสงบสุข

ผมเคยคิดว่า
เราสร้างเรื่องนรกสวรรค์ขึ้นมา เพื่อให้คนทำความดี ละเว้นความชั่ว
โดยต้องแต่งเรื่องให้มันดูน่ากลัว-สำหรับนรก (คนจะได้ไม่ทำชั่ว)
และดูน่ามีความหวัง-สำหรับสวรรค์ (คนจะได้ไม่หมดกำลังใจทำความดี)

แต่ยิ่งโตมากขึ้น ความคิดเดิมๆนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป
บางที สวรรค์-นรก โลกหน้า ภพหน้า อาจมีจริงก็ได้

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เริ่มมีการตีพิมพ์ออกมาเพื่อพิสูจน์ในเรื่องสำคัญๆ
- มีการทำวิจัยเรื่อง "การระลึกชาติ" จาก 500 กว่า case
มีถึงประมาณ 20 case ที่ท่านผู้วิจัยสรุปเอาว่า "มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องจริง"
- ปรากฏการณ์ทางจิตแบบแปลกๆ เช่น "ภาพแสงสีที่ผู้ป่วยโคม่าเห็น" "การส่งโทรจิตระหว่างบุคคล" "การสะกดจิตต่างๆ" ฯลฯ
- ทฤษฎีการเกิดดับของจักรวาล ที่มีการขยายตัวและยุบตัวอยู่ตลอดเวลา
- ทฤษฎีสัมพันธ์ภาพ ที่ว่าสสาร ซึ่งรวมถึงร่างกายของคนเรา เกิดจากพลังงานที่ควบแน่นตัวกลายเป็นสสาร

สิ่งเหล่านี้ ถ้ายิ่งศึกษา เราจะพบว่ามีสัญญาณที่บอกเราว่า
มีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกมาก

ณ ขณะนี้ผมมีความเชื่อเรื่อง ชาติหน้า ภพหน้า การเวียนว่ายตายเกิด และยังเชื่อกฏแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

"ถ้าคนทำดีในชาตินี้ หากสวรรค์มีจริงเมื่อเขาตายก็จักได้เสพสุขจากความดีที่ทำนั้นอย่างเต็มที่
ถ้าคนทำดีในชาตินี้ แม้สวรรค์ไม่มีจริง เขาก็สามารถยืนได้อย่างสง่าผ่าเผยในโลก และเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์"







Create Date : 16 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 14:41:18 น.
Counter : 127 Pageviews.

1 comment

DrStop
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความฝันของผมก็คือ ผมอยากเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบระบบสังคม
ผมจะสร้างสังคมในอุดมคติขึ้นมา สังคมที่มีโอกาส สังคมที่ยุติธรรม สังคมที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆด้าน ทั้งทรัพย์สินเงินตรา ความรู้ความสามารถ ความคิดและจิตวิญญาณที่ดี
Website Counter