การพนันถ้าไม่โกงอย่าไปเล่นเลยดีกว่า เมื่อยเปล่าๆ
 ผมได้ตรวจคนไข้คนหนึ่งซึ่งเขาเป็นคนที่มีหัวคิดดี ผมชอบเขามาก ทุกๆครั้งก็จะมีเรื่องน่าคิดมาเล่าให้ฟังเสมอ วันนึงคุยกันเรื่องหวย แซวเด็กหน้าร้านว่าเล่นหวยแล้วไม่เคยถูกเลย ผมจึงสำทับไปว่า อย่าว่าแต่หวยเลยโอกาสถูกแค่ 1 ใน 100 แค่หุ้นเนี่ย มีแค่ขึ้นกับลง มันยังแทงกันไม่ถูกเลย

พี่คนไข้เขาก็บอกว่า แม่เขาเป็นนักพนัน แม่เขาสอนว่า "ถ้าเล่นพนัน แล้วไม่โกง อาศัยแต่โชคอย่างเดียว อย่าไปเล่นเลยมันเมื่อยเปล่า"

ผมย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องหุ้นขึ้นมาทันทีเลย เพราะคิดว่าหุ้นนี่มันก็เป็นตลาดพนัน อย่างหนึ่งไหมนะ
คนรู้จักของผมคนนึงเขาบอกว่าเขาไม่เล่นหุ้นเลย เพราะมันเป็นการพนัน ใครเล่นพวกนี้ก็จะวิบัติ

ผมเองก็สังเกตุนะครับ ว่าถ้าหากเมื่อไรผมเล่นหุ้นเพื่อเป็นการเก็งกำไร มักจะโดนตอบแทนมาด้วยการเป็นเก็งขาดทุนอยู่เสมอ เป็นไปได้ว่า ผมไม่ควรหวัง easy money จากตลาดหุ้น เพราะมันไม่ใช่การประกอบการของบริษัท แต่มันเป็นเกมกินเงินของรายย่อยคนอื่นๆมากกว่า

ถ้าหากจะนับถือศีลข้อสองให้มั่นคงแล้วไซร้ อาจจะต้องพิจารณาวิธีการลงทุนในหุ้นเสียใหม่

จริงๆตลาดหุ้นก็ไม่ใช่บ่อนการพนันซะทีเดียว แต่เป็นเพราะเรามาเล่นเกมที่คาดหวังผลระยะสั้นกัน มันเลยกลายเป็นบ่อนการพนันไปเสีย การลงทุนที่ถูกต้องต้องอิงตามผลประกอบการ เงินปันผล และอัตราส่วน pe เป็นสำคัญ หากเรายอมรับที่หุ้น pe สูง นั่นหมายความว่าเราไปยืนใกล้ขอบเขตของการพนันที่มีความโลภสูงเข้าให้แล้ว

การลงทุนในหุ้นที่มี pe ต่ำ ราคาถูก (เมื่อเราวิเคราะห์เป็น) อันนั้นต่างหากเป็นการลงทุนที่แท้จริง ไม่ใช่การพนันแต่อย่างไร วันหนึ่งถ้าราคาหุ้นขึ้นสูงไปเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน เราควรขายเขาออกไปตามอัตราส่วน จริงไหมครับ

การฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือ พันธบัตรรัฐบาล เป็นทางเลือกที่ดีของเงิน



Create Date : 10 กรกฎาคม 2556
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 18:57:25 น.
Counter : 344 Pageviews.

0 comment
การลงทุนก็เหมือนการขับรถ
ผมขับรถกลับมาจาก รพ.ตำรวจเนื่องจากต้องไปเฝ้าไข้น้าแหม่ม
วันนี้ตอนเช้ารถค่อนข้างติด และตอนกลับก็ค่อนข้างติดอีกเช่นเดียวกัน
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีการชุมนุม
ผมคิดโทษตัวเองเรื่องการไม่รู้กาละ
ถ้าหากเป็นพิชัยสงคราม เราไม่ควรเดินทางผ่านมาในละแวกนี้เลย

การขับรถเหมือนกับการลงทุน ตรงที่เราต้องมีจุดหมายปลายทาง
แล้วเราก็เิดินทางไปให้ถึงจุดหมายนั้นๆ
ไม่ว่าจะขับเบี่ยงซ้ายป่ายขวา หรือขับแบบตรงๆทื่อๆ (แบบซื้อหุ้นแล้วถือยาว)
นั่นก็ทำให้ไปถึงจุดเหมายได้เหมือนกัน
การขับฉวัดเฉวียน อาจทำให้ถึงได้เร็วกว่าคนอื่นอีกนิด
(แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ต้องไปเคลมประกัน ทำให้ยิ่งช้า

บางครั้งเราอาจจะเลือกเดินทางในอีกเส้นทางหนึ่งไปเลย
ทางนั้นอาจจะราบเรียบกว่า และถึงที่หมายเร็วกว่าก็ได้

บางครั้งก็อาจจะขึ้นทางด่วน ยอมเสียค่าธรรมเนียมนิดๆหน่อยๆ
เพื่อให้ถึงเป้าหมายได้เร็วและสะดวกขึ้น

ระหว่างขับรถ เราอาจจะโมโห เพราะว่าคันอื่นๆขับรถแบบเห็นแก่ตัว
เพราะเราเลือกเลนผิด เพราะเราขับได้ช้ากว่าคันอื่นๆเขา
แต่เราเลือกที่จะเปิดเพลงฟังเบาๆไปด้วยก็ได้
หรืออาจจะนั่งหลับ ให้คนขับเขาขับไป
ไม่เสียสุขภาพจิต
สุดท้ายก็ถึงที่หมายเหมือนกัน
ช้าบ้างเร็วบ้าง

นี่เหมือนการลงทุนเลยนะครับ



Create Date : 12 มีนาคม 2554
Last Update : 12 มีนาคม 2554 16:33:31 น.
Counter : 100 Pageviews.

0 comment
The Intelligent Investor
ไม่ได้มาอัพเดต บล็อก ซะนานเลย...
เนื่องจากความเบื่อ (หรือที่เรียกว่าจิตตกไปนั่นเอง)
ทำให้เขียนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ค่อยจะออก

แต่ตอนนี้ฟื้นแล้วครับ
และก็มีสิ่งดีๆมาบอกต่อกับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่านด้วย
นั่นก็คือเรื่องการทำอย่างไรให้เงินของเรามันงอกเงยขึ้นมา
ใครว่าเงินทองไม่สำคัญครับ

“เงินทองเป็นสิ่งที่ดี มันเป็นตัวแทนของสุขภาพ ความมั่งมี ความมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
แต่ความกระหายในเงินทองที่เกินพอดีสิ มันคือความป่วยไข้ ความขาดแคลน ความอัปยศ ของผู้อยากนั้น”

ผมเริ่มเล่นหุ้นตั้งแต่เรียนอยู่ ปี 3 (อายุ 20 ปี)
ลองผิดลองถูกมาเยอะ
ด้วยความที่มีเงินออมค่อนข้างมาก ตอนได้กำไรก็ได้ถึงขนาดที่ว่าซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กได้เลย
แต่เวลาขาดทุนก็น่ากลัวเหมือนกันทีละเกือบแสน
เริ่มเล่นตั้งแต่หุ้นกระจอกสุด เป็นหุ้นเก็งกำไร อันตรายมาก (แต่ก็รอดมาได้ และจะไม่กลับไปเล่นอีก)
เคยซื้อหุ้นตามข่าวลือที่เขาปล่อย แล้วก็ขาดทุนอย่างรุนแรง
ถัดมาก็มาเน้นลงทุนในหุ้นชั้นดี (Blue chip) ได้เงินปันผลทีละเป็นหมื่นๆ (ค่อยยังชั่ว)
แต่ก็พลาดท่ากับจังหวะตลาด เพราะไปซื้อหุ้นซะราคาสูง ตอนขายดันไปขายซะราคาต่ำ
(พอขายเสร็จราคาหุ้นก็กลับไปสูงใหม่ในวันเดียว)

ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามีกรรมทางด้านนี้จริงๆ สวรรค์กลั่นแกล้ง

แต่ผมก็ยังมีศรัทธาในการลงทุนอยู่เสมอ
และยังศึกษาวิธีการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนที่ดี
ไม่ว่าจะเป็นการประกอบกิจการ, การมีอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า หรือ การลงทุนในพวกตราสารต่างๆ

จะขอพูดด้วยความถ่อมตัวถึงเรื่องสินทรัพย์พวกตราสารแล้วกันนะครับ (เพราะไหนๆผมก็เล่นหุ้นมาตั้ง 7 ปีแล้ว)

สินทรัพย์พวกตราสาร นี่ก็ได้แก่ พันธบัตร, หุ้นกู้, หุ้นสามัญ
หลังจากที่เล่นหุ้นมาสักพัก พบว่ามันไม่ใช่ทางออกของรายย่อยอย่างผม
รายย่อย ที่ไม่มีเวลาและกำลังสมองมากพอที่จะไปวิเคราะห์หลักทรัพย์อย่างละเอียด
รายย่อย ที่ไม่รู้จักหวะ เวลา และข้อมูลวงในของตลาด

ผมพยายามค้นหาสูตรเฉพาะของการลงทุน
จนในที่สุดก็ได้มาพบกับหนังสือเล่มหนึ่ง
“The Intelligent Investor” Benjamin Graham
ในหนังสือที่ค่อนข้างหนาประมาณ 800 หน้า ได้กล่าวถึงการลงทุนไว้อย่างน่าสนใจ

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเลือกแผนการลงทุนขึ้นมาได้สำหรับตัวผม
ผมเป็นนักลงทุนประเภทตั้งรับ ไม่มีหัวทางด้านวิเคราะห์อะไรยากๆเท่าไร
แผนการก็คือ

“กองทุนรวมดัชนี” + “Dollar cost average (วิธีการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนลงเท่ากันทุกๆเดือน)”

ข้อดี
- กองทุนรวมเป็นแบบกองทุนเปิด เราสามารถถอนการลงทุนออกมาเป็นเงินสดได้ค่อนข้างคล่องตัว
- กองทุนดัชนีคือตัวแทนของหุ้นทุกตัวในตลาดหลักทรัพย์ ง่ายและได้ผลตอบแทนเยอะกว่ากองทุนที่มีการจัดการ
- การเฉลี่ยลงทุนด้วยเม็ดเงินเท่าๆกันทุกเดือนจะทำให้ผมไม่พลาดจังหวะตลาด ถ้าตลาดขึ้นหุ้นผมก็จะได้ราคา แต่ถ้าตลาดราคาลดลง ผมก็จะได้ปริมาณหุ้นที่มากขึ้นมาแทน (ซึ่งเมื่อตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ก็จะได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจเลยทีเดียว)

แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ




Create Date : 15 กันยายน 2550
Last Update : 12 มีนาคม 2554 16:34:42 น.
Counter : 207 Pageviews.

0 comment

DrStop
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความฝันของผมก็คือ ผมอยากเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบระบบสังคม
ผมจะสร้างสังคมในอุดมคติขึ้นมา สังคมที่มีโอกาส สังคมที่ยุติธรรม สังคมที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆด้าน ทั้งทรัพย์สินเงินตรา ความรู้ความสามารถ ความคิดและจิตวิญญาณที่ดี
Website Counter