The secret
ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือเรื่อง The secret ที่โด่งดังในขณะนี้
มีคนบอกว่านี่คือเคล็ดลับที่นำเราไปสู่ความสำเร็จในหลายๆเรื่อง โดยอ้างอิงถึงคนดังๆหลายคนในอดีต และที่ดังมากก็เพราะว่าทำเป็นหนังภาพยนตร์ฉายด้วย


ผมอ่านดูแล้วรู้สึกทึ่งมากเลยว่า มีด้วยหรือวิธีแบบนี้เนี่ย?
ถึงแม้ว่าจะยังขัดๆอยู่ในใจอยู่บ้าง แต่ก็อยากจะลองดูนะ
เป็นความจริงที่ว่าเรามักจะมีความคิดด้านไม่ค่อยดีอยู่ในหัว ค่อนข้างเยอะ
ถ้าสร้างภาพสวยๆ แล้วก็สั่นสะเทือนอารมณ์ความรู้สึก ให้เหมือนว่าเราอยู่ในสภาวะนั้นจริงๆ
ผลที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ? จะลองทำดูนะครับ



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2550 11:23:22 น.
Counter : 200 Pageviews.

5 comment
ห้องที่รกทำให้สมองรกไปด้วย
ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง "ขจัดความรกรุงรังด้วยฮวงจุ้ย" ทำให้เกิดแรงบันดาลใจเรื่องที่จะจัดบ้านขึ้นมาบ้าง

สรุปเนื้อหาคร่าวๆของหนังสือนี้ ก็คือ
ความรกรุงรังในบ้านของคนเรา มีความเกี่ยวพันกับสภาวะจิตใต้สำนึกของเจ้าของบ้านนั้นๆ การเริ่มต้นที่จะจัดบ้านให้ถูกฮวงจุ้ยอะไรก็แล้วแต่ ต้องเริ่มจากการสะสางของรกรุงรังในบ้านท่านออกไปเสียก่อน (แล้วค่อยว่าเรื่องฮวงจุ้ยทีหลัง) ไม่ใช่ว่าจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยทุกอย่าง แต่ยังมีข้าวของรกไปหมด อย่างนี้ฮวงจุ้ยก็ช่วยอะไรท่านไม่ได้หรอก

ฮวงจุ้ย feng-sui แปลตามตัวว่า ลม กับ น้ำ
เป็นศาสตร์โบราณที่ว่าด้วยเรื่องการจัดการสถานที่ ให้ผู้อยู่อาศัยได้รับสิ่งดีๆมากขึ้น
สมมติฐานสำคัญก็คือ ในธรรมชาติจะมีพลังที่เรามองไม่เห็นไหลเวียนอยู่ (เรียกว่าพลัง "ชี่")
เจ้าพลังชี่นี่เองที่จะเป็นตัวเสริมให้คนในบ้านมีความสุขความสบาย
โดยธรรมชาติ พลังชี่นี้จะต้องไหลเวียนอยู่ตลอด ยิ่งไหลเวียนได้สะดวกก็ยิ่งมีพลังมาก
ดังนั้นการทำข้าวของรก ทำให้พลังชี่ถูกขวางกั้น วิธีที่จะทำให้ดีขึ้นคือต้องขจัดความรกรุงรังออกไป

ผู้เขียนได้ยกกรณีศึกษามาว่าการกำจัดความรกรุงรัง นำผลดีมาให้แก่เจ้าของบ้านอย่างไรบ้าง
ในฐานะของแพทย์ผมเองก็เชื่อเรื่องความรกของบ้าน น่าจะสัมพันธ์กับจิตใจของคนอยู่ไม่น้อย
ทำให้เราจมปลักกับอดีต ความคิดใหม่ๆไม่สามารถเข้ามาได้ ตราบเท่าที่ของเก่ายังเกาะในใจเราอยู่

เอาเป็นว่าถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความพิเคราะห์แล้ว ก็จะอยากจัดบ้านขึ้นมาเลยล่ะครับ
หลังจากที่ผมจัดแล้วพบว่า รู้สึกโปร่งโล่ง มีความสุข และภูมิใจในตัวเองมากๆ
ชีวิตกลับมาเป็นระเบียบ และสามารถทำสิ่งดีๆได้มากขึ้น
ข้อดีคือการทำความสะอาดของผมทำให้คนในบ้าน เริ่มหันมาทำความสะอาดห้องตัวเองกันเป็นการใหญ่

ตอนนี้บ้านผมน่าอยู่มากๆครับ




Create Date : 10 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2550 11:12:45 น.
Counter : 141 Pageviews.

0 comment
บางครั้งเรื่องร้ายๆ ทำให้เราเลิกได้
ช่วงที่ผ่านมานี้ผมรู้สึกดวงตกมากๆ มันไม่ค่อยสบายใจยังไงไม่รู้เลยล่ะครับ ไม่มีอารมณ์จะมาเล่นคอมเลย
-เรื่องแรกกิ๊กที่เรากิ๊กไว้ก็เหมือนจะหลอกเรา ก็เลยงอนกัน งอนกันไปงอนกันมา ก็เลยเลิกกันไปเลย ดีเหมือนกัน จริงๆผมชอบเธอนะ แต่ว่ายังไงๆผมก็ไม่มีทางไปด้วยกันได้ ถ้าเลิกเสียตอนนี้คงจะดีกว่า (ขนาดเลิกตอนนี้ยังไม่ผูกพันมาก ยังอยากจะร้องไห้ น้ำตาตกในเลย)
-เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องเงิน ได้มาเท่าไร ต้องมีอันได้จ่ายออกไป ไม่ว่าจะมาจะพวกเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผมเสียเงินไปครั้งละเล็กละน้อยเกือบสองหมื่นได้ ในสองเดือน
-เรื่องที่สาม ทำไมนะเราถึงเลิกเหล้าไม่ได้เสียที บางครั้งก็เลิกไปนานแล้ว แต่พอคิดว่าจะมากินครึ้มๆ อารมณ์ ก็กลับไปกินเยอะใหม่ (แสดงว่าการกินเหล้าเกี่ยวกับจิตใจของเรา) กินแล้วไม่ค่อยดีเลย ปวดหัว แล้วก็ทำให้ที่บ้านไม่สบายใจ
-เรื่องที่สี่ รู้สึกช่วงนี้จะหงุดหงิดง่าย เลยบ่นเขาไปทั่ว ทำให้เราเองก็เสียใจ

วันนี้เป็นวันที่แปลกมากเพราะผมทำใจอะไรๆ ได้หลายอย่าง
สิ่งที่ผ่านมา ก็ให้มันผ่านไป ผมได้บทเรียนแล้ว
ต่อไปชีวิตจะต้องดีขึ้น



Create Date : 11 ตุลาคม 2550
Last Update : 11 ตุลาคม 2550 14:56:39 น.
Counter : 142 Pageviews.

21 comment
วันนี้เราทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง?
เขาว่าความคิดหรือไอเดียดีๆ มักจะเกิดเวลาเข้าห้องน้ำ อย่างผมตอนที่อาบน้ำจากฝักบัว น้ำอุ่นๆทำให้สมองปลอดโปร่ง ความคิดดีๆเกิด แต่ต้องรีบบันทึกไว้ก่อนที่จะลืม
ผมกำลังนึกว่า คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน? แล้วถ้าหากเราตายไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับโลกนี้บ้าง จริงอยู่ว่าจะมีคนเสียใจ แต่ถึงเวลาหนึ่งเขาต้องทำใจได้ แล้วต่างคนต่างก็ต้อง "ดำเนินชีวิตกันต่อไป" บ้านอาจเหงา ที่ทำงานอาจขาดคนไปคนหนึ่ง แต่ไม่นานก็จะมีคนอื่นมาทำหน้าที่แทนเรา และทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนเดิม

ดังนั้นด้วยความยึดมั่นถือมั่นส่วนตัวเล็กๆของผม ผมจึงคิดว่าเราต้องทำอะไรให้เกิดขึ้นกับโลกนี้ และให้มันเกิดประโยชน์ต่อคนอื่นๆไปอีกนานๆหน่อย สัก100-200 ปี น่ะแหละหลังจากที่เราได้ตายไปแล้ว
สิ่งที่จะยังเหลือ ก็ยกตัวอย่างเช่นที่ อาจารย์ใหญ่แห่ง ม.ศิลปากร ได้กล่าวไว้ "ชีวิตสั้นนัก แต่ศิลปะนั้นยืนยาว" อืม จริงด้วยแฮะ พวกศิลปะ ศิลปินนี่ ถึงแม้จะตายไปแล้วผลงานเขายังอยู่นี่นา ไม่ว่าคุณจะเป็นแค่ระดับช่างฝีมือเล็กๆ หรือไปจนถึง ศิลปินใหญ่ที่สร้างผลงานระดับโลก ผลงานนั้นก็ยังอยู่คู่โลกไปอีกระยะหนึ่ง
ผมมานั่งนึกๆดูเราไม่เคยสร้างผลงานอะไรแบบเป็นชิ้นเป็นอันเลยนี่นา ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ของสิ่งที่เราทำ มันเกิดจากการ "cut and paste" มาทั้งนั้นเลย แล้วจะทำอะไรล่ะเนี่ยเรา?
- แต่งเพลง เขียนนิยาย วาดรูป ปั้นประติมากรรม สร้างตึก สร้างศาลาวัด เขียนทฤษฎีวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ให้การศึกษากับเด็กๆ ช่วยปรับเปลี่ยนชีวิตคน ตั้งองค์กรทางธุรกิจ ตั้งองค์กรไม่แสวงหากำไร หรือทำงานการเมือง ฯลฯ เยอะจัง

แต่ว่าตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนละกัน

เขียนบล็อค



Create Date : 06 ตุลาคม 2550
Last Update : 6 ตุลาคม 2550 10:20:33 น.
Counter : 132 Pageviews.

3 comment

DrStop
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความฝันของผมก็คือ ผมอยากเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบระบบสังคม
ผมจะสร้างสังคมในอุดมคติขึ้นมา สังคมที่มีโอกาส สังคมที่ยุติธรรม สังคมที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆด้าน ทั้งทรัพย์สินเงินตรา ความรู้ความสามารถ ความคิดและจิตวิญญาณที่ดี
Website Counter