ข้อคิดจากวันงานทำบุญโรงพยาบาล
รพ.คำตากล้า จะมีประเพณีหนึ่ง ถือเป็นวันสำคัญ
นั่นก็คืองานทำบุญประจำปีของ รพ. ซึ่งมักจะจัดในเดือนมกราคม
บรรดาผู้ศรัทธา โดยเฉพาะท่านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มารับยาประจำ (แฟนพันธ์แท้ของ รพ.) ก็จะมางานนี้กันอย่างคับคั่ง

เวลาที่ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะประธานในงานบุญ รพ.
ผมเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมสะเทือนใจ

เวลาที่ผมกรวดน้ำผมใช้คณโทที่ทำมาจากทองเหลืองอย่างดี
แต่....สำหรับชาวบ้าน ภาพที่ผมเห็นคือ บรรดาคุณยายแก่ๆ ผมหงอก
มืออันปูดโปนไปด้วยเส้นเอ็นจากการทำงานหนัก
ถือขวดยาธาตุน้ำขาว มาเป็นภาชนะสำหรับกรวดน้ำ
ขวดพลาสติกเก่าๆ ที่เราทิ้งถังขยะกันนั่นแหละ

มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

"ต่างคน ต่างฐานะ แต่ทำสิ่งที่เหมือนกันคือ ทำบุญ"
ผมใช้ของอย่างดี ยายใช้ของที่ไม่มีราคา

ผมตื้นตันใจ ว่าเรามาที่นี่ ต่างก็มาทำความดี
ขนาดเขามีแค่นี้เขายังทำ
เราจะไม่อายเชียวหรือ?
เรามีพร้อมกว่าเขา มีโอกาส มีการศึกษา พ่อแม่ครอบครัวก็ดี

ผมต้องทำความดีให้มากๆ มากว่านี้



Create Date : 16 สิงหาคม 2550
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 16:32:58 น.
Counter : 169 Pageviews.

0 comment
ความรู้เกี่ยวกับเหล้า
เวลาที่ผมไปกินเหล้า สมัยยังทำงานใช้ทุนอยู่อีสาน เรามีเหล้าที่นิยมกินกันดังนี้ครับ

สาโท เบียร์ – พวกนี้จัดเป็นกลุ่มเดียวกัน เป็นเหล้าที่เกิดจากการหมัก ยังไม่ได้เอาไปกลั่น

สาโททำจากข้าวเหนียวเอาไปผสมกับเชื้อยีสต์ หมักให้เข้าที่ก็จะได้ผลผลิตเป็น น้ำตาล+แอลกอฮอล์ ออกมารสชาติหวานหอม สีออกไปทางเขียวปนเหลืองอ่อนๆ(สีเหมือนน้ำอ้อยนั่นแหละครับ) กินไปกินมาเห็นว่าอร่อยดี อาจทำให้เมามากได้

เบียร์ ทำจากข้าวไรน์ เอามาหมักจนได้แอลกอฮอล์ เติมสมุนไพรที่ชื่อว่าฮ๊อบส์เข้าไป ก็จะได้กลิ่นและรสชาติแบบที่เราเรียกว่าเบียร์ อ้อ ต้องเติมแก๊สเข้าไปด้วยครับจะได้มีฟองซ่าๆ กินง่ายขึ้น

เบียร์ที่เรานิยมกินกันได้แก่เบียร์ที่ราคาไม่แพงมาก ไล่ตั้งแต่เบียร์อาชา เบียร์ช้าง (ของค่ายแสงโสม) เบียร์ลีโอ (ของค่ายบุญรอด)

แต่ถ้าหากท่านมีตังค์หน่อยและอยากจะเท่ห์ ก็ต้องกินเบียร์สิงห์ (บุญรอด) ครับ ถือว่าเป็นคนมีกะตังค์

(ส่วนพวกเบียร์หรูๆ เช่น ไฮเนเก้น คลอสเตอร์ อาซาฮี แถวที่ผมไปใช้ทุนไม่มีหรอกครับ)

เหล้าแดง – เป็นเหล้าที่เรารู้จักกันดี ได้แก่ แม่โขง แสงโสม หงส์ทอง มังกรทอง ไปจนถึงระดับแพง อย่างเช่น เรดเลเบิล แบล็คเลเบิล ฯลฯ อะไรทำนองนี้

เหล้าแดงทำจากข้าว แต่เอามาหมักเสร็จแล้วกลั่นด้วย จนทำให้ได้แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูง ประมาณ 35—45 เปอร์เซ็นต์ (ต่างกับพวกเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์เพียง 5%) เวลากินเราเอามาผสมน้ำบ้าง น้ำโซดาบ้าง น้ำแป๊บซี่บ้าง ก็แล้วแต่ความชอบของผู้ดื่ม แต่บางคนก็นิยมกินเพียวๆ แล้วค่อยเอาน้ำตามไปทีหลัง เหล้าแดงนี้ถือว่าเป็นเหล้าที่ค่อนข้างหรู ในวัฒนธรรมเศรษฐกิจในแถบที่ผมไปอยู่

เหล้าขาว – เป็นเหล้าสุดนิยม สุดคลาสสิก แห่งภาคอีสานเลยก็ว่าได้ เพราะราคาไม่แพง รสชาติแรงจัดจ้านถึงใจ เมาเร็ว เรากินเพียงแค่ 1 ขวดเล็ก (60 บาท ปริมาตรเท่ากับกระทิงแดง 2 ขวด) ก็สามารถเมาได้แล้ว มีหลายยี่ห้อ แต่ที่เรากินกันก็คือ รวงทอง 40 ดีกรี

เวลากินเหล้าขาว เราไม่ต้องผสมน้ำเลยครับ ไม่งั้นจะเสียรสกินไม่ได้เลย ยกขึ้นเพียวๆใส่จอกเล็กๆ กระเดือกเฮือกเดียวลงคอ แล้วรีบเอาน้ำเปล่ากินตามลงไป มิฉะนั้นตับไตไส้พุงของท่านผู้กินจะพองได้ เหล้าขาวจะเข้ากับอาหารที่ภาคอีสานเราหลายอย่าง บางอย่างผมไม่ค่อยจะกล้ากิน อาทิ ก้อยเนื้อดิบ หรือ สมองวัวนึ่ง แต่ถ้าหากได้เหล้าขาวกลบความกลัวแล้วล่ะก็ กินได้ (กินแล้วก็อร่อยดีครับ)

เหล้าเถื่อน – เหล้าที่ชาวบ้านต้มกันเอง ไม่ได้จ่ายภาษีสรรพสามิต ก็เลยต้องเป็นเหล้าเถื่อนไป พวกนี้ต้มเองจนมีความเข้มข้นสูงมาก บางที่อาจถึง 60 เปอร์เซ็นต์ จุดไฟติดเลยล่ะครับ ก่อนกินต้องใช้วิจารณญาณ ให้ดี เพราะส่วนผสมที่ทำเหล้าเถื่อนนั้น มีหลายอย่าง อาทิ ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลง เขาว่าจะทำให้รสชาติ ดีขึ้น (แต่ก็นะ)



Create Date : 09 สิงหาคม 2550
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 13:12:14 น.
Counter : 505 Pageviews.

3 comment
ออกคำสั่งให้ฆ่า (ยุงลาย) จะบาปไหมนะ?
ในอำเภอคำตากล้าที่ผมไปเป็นผู้อำนวยการอยู่นั้น มีปัญหาการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมาก
ทำไมโรคไข้เลือดออกจึงมีความสำคัญในมุมมองของชาวสาธารณสุข
ก็เพราะว่า “ถึงตายได้หากรักษาไม่ทัน”และมักจะเป็นกับเด็กๆ วัยกำลังน่ารักเสียด้วย

เวลามีผู้ป่วยเกิดขึ้นสักคนในหมู่บ้าน แล้วอาการหนักต้องส่งเข้าจังหวัด
ก็จะเป็นเรื่องตื่นตระหนกขึ้นมา อีก 2-3 วันคนไข้เด็กในละแวกใกล้เคียงก็จะพากันมาตรวจกันแน่น รพ.เลยล่ะ

จริงอยู่ว่ามาตรฐานในการวินิจฉัยไข้เลือดออก คือการเจาะเลือดเด็ก เพื่อนับเกร็ดเลือด
แต่จะให้เจาะทุกคนที่มีไข้มา คงไม่ไหวแน่
(คนไข้เด็กเจาะยาก ดิ้นก็เก่ง ร้องก็เก่ง แต่เส้นเลือดเล็กนิดเดียว)

หมอมีหน้าที่ตรวจและวินิจฉัยเบื้องต้นว่าควรเจาะเลือดหรือไม่
บางคนก็สงสัยว่าทำไมคนนี้ได้เจาะเลือด ทำไมเราไม่ได้เจาะเลือด
ที่เราทำก็คือพยายามอธิบายให้กับผู้ปกครองเข้าใจ
ซึ่งนั่นก็ใช้เวลาพอสมควร ถ้าเจอสัก 20 ราย หมอก็หมดแรงเหมือนกันนะ

สิ่งที่เราต้องทำก็คือการควบคุมโรค ไม่ให้ระบาด
เนื่องจากว่าไข้เลือดออกมียุงลาย เป็นพาหะ
จึงต้องออกไปพ่นหมอกควันให้ยุงตาย

พอฝนตกปุ๊บ ก็จะมีน้ำขัง ยุงลายจะไข่ รอประมาณ 7 วันจะฟักเป็นตัวยุง
พอยุงกัด เชื้อโรคจะเข้าไปอยู่ในคน รออีก 7 วันจึงจะเริ่มเป็นไข้ (คนไข้ชุดแรก)
ยุงกัดคนไข้ชุดแรก เอาเชื้อไปสู่คนไข้คนที่สอง ใช้เวลาอีก 7 วันจึงจะเกิดคนไข้ชุดที่สอง


ในฐานะที่เราตั้งรับ เราไม่รู้ว่าไข้เลือดออกจะเกิดที่บ้านไหน?
ดังนั้นเมื่อเกิด case แรกก็จะต้องรีบไปกำจัดยุงลาย บริเวณบ้านนั้นๆ เพื่อให้เกิดคนไข้ชุดที่สองน้อยที่สุด
ทีมสังหารจะไปกันเป็นสิบคน ใส่หน้ากาก สะพายเครื่องพ่นยุงแล้วก็พ่นควันพิษสีขาว
พ่นจนควันคลุ้งไปหมด เพื่อให้ยุงตายให้ได้มากที่สุด
ถ้ายุงไม่ตาย คนอาจจะตาย

การป้องกันยุงลายแพร่ระบาด มี 3 วิธี
1.พยายามกำจัดภาชนะที่มีน้ำขัง คว่ำทิ้งเททิ้ง
2.ทำให้น้ำนั้นยุงวางไข่ไม่ได้ เช่น ใส่ทรายอะเบต หรือเลี้ยงปลาหางนกยูง
3.พ่นสารเคมีทำลายยุง

มองๆไปถ้าหากเราช่วยกันดำเนินการวิธีที่ 1 และ 2 คงไม่ต้องใช้สารเคมี
ซึ่งมันฆ่ายุงและก็ฆ่าเราไปพร้อมๆกัน




Create Date : 09 สิงหาคม 2550
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 10:14:16 น.
Counter : 212 Pageviews.

0 comment
วิธีสังเกตเด็กว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่
ไข้เลือดออกที่อันตรายมักเป็นในเด็กอายุ ขวบครึ่ง – 15ปี
ถ้าเด็กอายุน้อยกว่าขวบครึ่งจะยังไม่เป็นเพราะมีภูมิคุ้มกันอยู่และถ้าอายุมากกว่า 15 ปี นั้นส่วนใหญ่ก็โตแล้ว ไม่ค่อยอันตราย

อาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออก
1. ซึม ไม่กิน ไม่เล่น
2. ไข้สูงตลอดเวลา ทั้งกลางวันกลางคืน เช็ดตัวหรือกินยาก็ไม่ค่อยได้ผล
3. หน้าแดงตัวแดง
4. อาการอื่นๆ เช่นปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา

อย่างนี้ล่ะครับ ที่แสดงว่าน่าสงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออก
วิธีที่จะพิสูจน์ก็คือ เอาไปเจาะเลือดเพื่อ นับเกร็ดเลือด นับเม็ดเลือดขาว
แต่!! อย่างน้อยต้องเป็นไข้มา 2 วันจึงไปเจาะนะครับ
ไม่ใช่เป็นไข้วันแรกปุ๊บ ไปเจาะปั๊บ ไม่เจออะไรหรอกครับ เจาะไปก็เจ็บตัวเปล่าๆ ต้องมาเจาะใหม่อยู่ดี

ไข้เลือดออกนี่จะอันตรายเวลาไข้ลดลงครับ เพราะเส้นเลือดจะขยายตัว ผู้ป่วยจะช็อกได้
(อาการช็อกก็คือ มือเท้าเย็นเพราะเลือดไม่พอ มึนๆงงๆ ไม่ปัสสาวะหรือปัสสาวะเหลืองเข้ม)
ไข้จะเริ่มลง ผู้ป่วยจะเริ่มช็อก ในวันที่ 3-10 เป็นต้นไป (แล้วแต่คน) แล้วก็ช็อกแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น

สองวันแรกไม่ช็อกหรอกครับ มีแต่ไข้สูงนอนซม

หน้าที่ของผู้ปกครองก็คือ พยายามบำรุงกำลังผู้ป่วยไว้ให้ดี รอรับวันที่ไข้ลง
โดยการกินน้ำผลไม้มากๆ ยิ่งเปรี้ยวยิ่งดี จะทำให้เส้นเลือดแข็งแรงไม่ช็อกง่ายๆ
เมื่อพ้นช่วงช็อก 24 ชั่วโมงไปแล้ว ก็ปลอดภัยครับ
อาจจะมีอาการคันยุบยิบตามตัวบ้างเป็นสัญญาณว่าหายแล้ว

ไข้เลือดออกที่ตายๆกันก็เพราะ ปล่อยให้ช็อกมาเป็น 2-3 วัน ค่อยมาหาแพทย์



Create Date : 09 สิงหาคม 2550
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 9:13:46 น.
Counter : 17982 Pageviews.

0 comment
หมอที่อยู่ไกลบ้าน เวลากลางคืนทำอะไรกัน?
ผมนึกย้อนไปถึงสมัยเมื่อไปใช้ทุนเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่ รพ.คำตากล้า สกลนคร มันก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดีนะ มีทั้งเรื่องเครียด เรื่องตลก เรื่องเศร้า เรื่องซึ้งกินใจ เอาล่ะผมว่าเรามาบรรยายถึง ลักษณะชีวิตที่นั่นกันดีกว่า ว่าผมไปอยู่แล้วทำอะไรกันบ้าง

อ.คำตากล้าอยู่ห่างจากอำเภอเมืองสกลนครประมาณ 120 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถก็ประมาณชั่วโมงครึ่ง อยู่ติดกับแม่น้ำสงคราม ซึ่งถ้าเราข้ามฝั่งไปก็จะเป็นอำเภอเซกาจังหวัดหนองคาย แหล่งอาหารที่นี่ก็ได้แก่ปลา เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อเป็ด ไปจนถึงแปลกๆ อาทิ หนู งู กิ้งก่า

พูดถึงอาหารก็ต้องพูดถึงเครื่องดื่ม เวลาที่พวกเราอยู่ที่นั่น พอตกเย็นไม่มีอะไรทำหรอกครับ นอกจากตั้งวงกินเหล้ากัน มีทั้งเหล้าแดง เหล้าขาว ไปจนถึงเหล้าต้ม(เอง) กินเหล้าต้องมีกับแกล้ม มีดนตรี มีคนมาพินอบพิเทา เอาอกเอาใจ (แน่ละเราเป็น ผอ.และคนจ่ายตังค์นี่นะ)

บรรยากาศในงานเลี้ยงนั้น จะเป็นกันเองมาก และก็คิดว่า จะจ่ายเงินมากขนาดไหนในกรุงเทพ คงหาไม่ได้อย่างนี้ เราเริ่มตั้งวงกันตอนเย็น ที่ลานกระท่อมน้อยกลางทุ่งนา มองเห็นนาข้าวเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า

กลางคืนมีก่อกองไฟ ย่างหมู ล้อมวงร้องเพลง มีกีต้าร์ตัวหนึ่ง กับเพลงเพื่อชีวิตที่พวกเราช่วยกันขับกล่อม
พอเริ่มได้ที่ก็แล้วแต่คน ว่าจะทำอะไรต่อไป

พรุ่งนี้ก็ตื่นมาทำงานต่อ



Create Date : 03 สิงหาคม 2550
Last Update : 9 สิงหาคม 2550 13:10:53 น.
Counter : 155 Pageviews.

3 comment

DrStop
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความฝันของผมก็คือ ผมอยากเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบระบบสังคม
ผมจะสร้างสังคมในอุดมคติขึ้นมา สังคมที่มีโอกาส สังคมที่ยุติธรรม สังคมที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆด้าน ทั้งทรัพย์สินเงินตรา ความรู้ความสามารถ ความคิดและจิตวิญญาณที่ดี
Website Counter