All Blog
เมื่อสาวเหนือนำน้ำผึ้งมาทำแซนวิชไส้แอปเปิ้ลและกาแฟน้ำผึ้ง
ถึงจะไม่ได้มา CR ร้านอาหารใน blog นี่แล้ว แต่สาวเหนือยังมีวิธีทำกับข้าวมาฝากเพื่อนๆนะค่ะ

เมนูนี่ขอแอบโฆษณาน้ำผึ้ง อุตสาหกรรมในครัวเรือนของสาวเหนือมาด้วยเลย เป็นคำแนะนำของกรรมการใหญ่ (ป๊ะป๊า) เสนอว่าให้หาเมนูทำอาหารที่ใช้น้ำผึ้งไปลง FB ในเพจโฆษณาน้ำผึ้งหน่อย เผื่อจะได้เป็นสิ่งดึงดูดน่าสนใจให้กับเพจ http://www.facebook.com/CHAYADA-Farm

สาวเหนือพยายามเปิดหาเมนูที่ใช้น้ำผึ้งเป็นส่วนประกอบตามนิตยสารเก่าๆ มาลองทำดู...วันนี้ก็มีเมนูใหม่มาเสนอต่อจาก บะหมี่ไก่อบซอสลาวา (เมนูที่มาที่คุณปลาวาฬดอยตั้งกระทู้จนดังโด่งติดกระทู้แนะนำ ใครจำกันได้บ้าง 555

เมนูใหม่นี่มีสองเมนู เป็นเมนูอาหารเช้าค่ะ เริ่มแรกกับ แซนวิชไส้แอปเปิ้ล เป็นเมนูที่ค้นเจอในนิตยสารชีวจิตเมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ

แนะนำว่าเมนูนี่ควรทำทิ้งไว้ตอนกลางคืนก่อนที่จะทำมื้อเช้าค่ะ เพราะค่อนข้างใช้เวลานานอยู่เหมือนกัน

วัตถุดิบ
- แอปเปิ้ลเขียว 3 ลูก
- แอปเปิ้ลแดง 2 ลูก
- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1/4 ถ้วยตวง
- ขนมปังโฮลวีท 1 แถว

เครื่องมือ
- เครื่องปั่นน้ำผลไม้
- หม้อเคี่ยว
- เครื่องทำแซนวิช

1. หั่นแอปเปิ้ลทั้งสองสีเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องปั่น (จะปอกเปลือกหรือไม่ก็ตามใจ)


2. ใส่เกลือ น้ำเปล่า น้ำผึ้ง น้ำมะนาวลงไป




3.ปั่นให้เละเป็นโจ๊กเลย 555



4.เมื่อเละได้ที่ ตั้งหม้อเคี่ยว นำลงไปเคี่ยว




5.เคี่ยวจนแห้ง ปิดเตา รอให้เย็น (ซึ่งขั้นตอนนี่ใช้เวลานานอยู่ แนะนำให้ทำทิ้งไว้คืนนึง แล้วเอาแยมทั้งหมดใส่กล่องแช่ตู้เย็น ตอนเช้าก็ใช้เตรียมทำแซนวิชได้เลย)




6.รุ่งเช้า เอากล่องออกมาจากตู้เย็น เตรียมเครื่องทำแซนวิช เอาขนมปังโฮลวีทออกมา 4 แผ่น ป้ายแยมลงบนขนมปัง



7.ปิดเตาอบ กะเวลารอให้สุก (เครื่องปิ้งสมัยคุณยายของสาวเหนือเลย ยังใช้ได้ดีอยู่ เลยไม่ซื้อใหม่ มีข้อดีคือปิ้งเร็วเพราะใช้ความร้อนสูง แต่ต้องมาคอยระวังเดี๋ยวไหม้




8.วัดใจ เปิดออกมาสุกพอดี




ระหว่างที่ตอนรอปิ้งแซนวิช เรามาทำกาแฟน้ำผึ้งรอเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ
- น้ำร้อน 1/2 ถ้วยตวง
- กาแฟแบบไม่ 3 in 1 1 ช้อนพูน
- คอฟฟี่เมต 2 ช้อนพูน
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา



1.ใส่น้ำผึ้งลงถ้วยก่อน (เราใช้น้ำผึ้งให้ความหวานแทนน้ำตาล)




2.ตามด้วยกาแฟ




3.เทน้ำร้อนใส่ คนให้เข้ากัน




4.ใส่คอฟฟี่เมพปิดท้าย

พอดีลองเปลี่ยนแก้วมาใส่ แต่ดูแล้วไม่ค่อยสวย เลยเปลี่ยนใหม่อีกทีค่ะ




ได้เมนูมื้อเช้าแล้ว เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว แซนวิชไส้แอปเปิ้ลรสชาติจะหวานนิดเปรี้ยวตาม ส่วนกาแฟนั้นได้น้ำผึ้งกลบความขม เหมาะกับคนชอบดื่มกาแฟหวานๆ ไม่ต้องใช้น้ำตาลให้กลัวอ้วนเลยค่ะ

ขออภัยจัดพร็อปฉากไม่ดีสักหน่อย เพราะโดนกรรมการใหญ่เฉ่งมาแต่ไกลว่า "ถ่ายรูปเร็วๆ ป๊าหิวข้าวแล้ว" เลยต้องรีบถ่ายรีบไปเสิร์ฟให้เจ้านาย(ป๊า)ค่ะ เดี๋ยวโดนตัดเงินเดือน 555


ไว้ติดตามเมนูต่อไปนะค่ะ ว่าสาวเหนือจะมาทำเสนอเมนูที่ใช้น้ำผึ้งทำอะไรได้อีก




Create Date : 03 ธันวาคม 2555
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 11:08:10 น.
Counter : 2674 Pageviews.

2 comment
เมือ่สาวเหนือแอ่วบางกอก : กิ๋นอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดจากนมควายที่ MURRAH HOUSE
ชื่อร้าน : MURRAH HOUSE
รายการอาหาร : นมควาย มอสซาเรลล่าชีส(ชีสนมควาย) อาหารอิตาเลียนโฮมเมด เค้ก
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : หมู่บ้านสัมมากร ซอยรามคำแหง 112 สุขาภิบาล 3 ร้านอยู่ริมซ้ายห่างจากทางเข้าหมู่บ้าน 100 เมตร, กรุงเทพมหานคร สะพานสูง Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 1.17




คราวนี้สาวเหนือ(ถูก)พาไปกินร้านอาหารใกล้บ้านเพื่อนที่เราไปค้างคืนตลอดเวลาที่อยู่กรุงเทพ ที่แถวหมู่บ้านสัมมากร ซอยรามคำแหง 112 สุขาภิบาล 3 เขตสะพานสูง ถ้าขับรถเข้ามาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 100 เมตร ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือ ให้ขับเข้ามาในฟุตบาธของทางร้าน (ช่องถนนแบ่งเป็นช่องถนนสำหรับที่จอดรถร้านค้า กับช่องถนนสำหรับรถเข้าหมู่บ้าน) หรือให้ขับช้าๆแล้วมองหาร้านที่มีป้ายสีขาวเรืองอักษรสีเขียวแบบนี้นะค่ะ (ถ้ามาตอนกลางคืนจะหาง่ายกว่า)หรือถ้ากลัวหลง ก็โทรสอบถามร้านจากเบอร์โทรบนป้ายได้ค่ะ

ลักษณะร้านเป็นร้านคูหาเดียวติดกระจก มีที่นั่งด้านนอกสำหรับสี่คนประมาณ 2 โต๊ะ แล้วข้างผนังด้านขวาของร้าน มีกระดานดำที่เขียนและติดภาพเมนูแนะนำพร้อมโปรโมชั่นของร้าน

ถ่ายจากกล้องมือถือ ภาพเลยมัวไม่อำนวยหน่อยงับ ขออำภัย TWT มีเมนูแนะนำคือพิซซ่ามอคซาร่าชีส สเต็กปลาดอลลี่ แล้วก็ลาซอนญ่ามอคซาเรลล่าค่ะ

 มาลุ้นกันซิว่า เราจะได้ทานเมนูแนะนำตามภาพข้างบนหรือไม่ ^W^

ภายในร้านเย็นสบายด้วยแอร์อุณหภูมิกำลังพอดี ไม่หนาวจนเกินไป ด้านในโอ่งโถ่งเพราะเพดานเปิดโล่งสูง เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งสไตล์ Loft โดยเฉพาะเก้าอี้สีเขียวสดใส ผนังที่เป็นด้านที่นั่งแถวยาวเพ้นท์ลายทุ่งหญ้าเหมือนจำลองบรรยากาศของชนบท มีหมอนสีแดงลายดอกไม้สไตล์วินเทจให้หนุน

บนชั้นที่นั่งก็มีตุ๊กตาหมึ...สวมหมวกหัวควาย และมีตุ๊กตาควายตกแต่งไปทั่วร้าน

จำลองบรรยากาศแบบนี้ ก็เหมือนบอกเป็นนัยๆว่าร้านอาหารแห่งนี้มีจุดขายบางอย่างที่เป็นธรรมชาติแน่นอนค่ะ ^W^ ร้านนี่มีจุดขายคือ นมควาย ค่ะ แต่เดิมร้านนี่ขายแต่ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมควาย เช่น ชีสมอสซ่าเรล่า(ชีสนมควาย) โยเกิร์ตนมควาย หรือแม้กระทั่งโลชั่นและสบู่ ต่อมาก็พัฒนามาเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนโฮมเมด โดยนำนมควายมาเป็นส่วนประกอบของอาหารของร้านนี่ค่ะ ดังนั้นเราจะเห็นตุ๊กตาควายเต็มร้าน ^W^ แม้แต่ในภาพปกหนังสือเมนูก็มีภาพของควายเลี้ยงในฟาร์มที่โคราช เพื่อให้ความมั่นใจว่า นมควายร้านนี่เมดอินไทยแลนด์และสดจากฟาร์ม (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปหนังสือเมนู เพราะภาพกล้องมือถือกากมาก ถ่ายออกมาไม่ชัด =W=) ดูรายละเอียดได้ที่เว็บของทางร้านนะค่ะ http://www.murrahmilk.com/index.htmlhttp://www.murrahmilk.com/index.html

นมควายสดบรรจุขวดแก้วแช่ในตู้แช่เย็น

ภายในตู้แช่นมและเค้กก็ยังใช้หญ้าเทียมมาตกแต่งผนังของตู้ แลดูน่ารักสไตล์คันทรี่ดี ^W^

 วันนี้เรามาทานกับครอบครัวเพื่อนรวมกัน 5 ชีวิตค่ะ วันนี้เลยยัด เอ๊ย จัดหนักกันหน่อย เพราะนานๆทีจะได้กินข้าวนอกบ้าน(เกือบ)พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวเพื่อนเราค่ะ

เมนูแรกแนะนำเครื่องดื่มก่อนเลย เพราะของเรานั้นไม่เหมือนใคร ^W^ ชาเย็น...แต่ไม่ใช่ชามะนาวนะค่ะ (แหมสีมันจะเหมือนก็ตาม) มันอาจจะไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าหากมันไม่เสิร์ฟมาพร้อมถ้วยน้ำเชื่อมเล็กๆ ที่มีให้เลือก 4 รส สามรสที่เหลือเราจำไม่ได้แล้วค่ะว่ารสอะไร =W= แต่ของเราเลือกน้ำเชื่อมรสแอปเปิ้ลสีเขียวหวานใสเชียว...แต่ขนาดใส่ไปหมดถ้วย ก็ยังไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็ไม่จืดชืดจนเกินไปนัก ดูเป็นเมนูเครื่องดื่มมีลูกเล่นดี ชอบค่ะ ^W^

เมนูกินเล่นมาก่อนเลยค่ะ ชีสโครเก็ต คือเป็นชีสนมควายทอด แล้วข้างในเป็นผักยัดไส้ ตอนมาเสิร์ฟนี่อย่างร้อนเหมือนทอดใหม่ๆเลยค่ะ ร้อนสะใจดี ^W^ อร่อยมาก

ก่อนของหนักจะมา ก็มาชิมซุปกันค่ะ เราสั่งซุปข้าวโพด(ในภาพ) และซุปฟักทอง(ถ่ายไม่ทัน เพื่อนเจี๊ยะตัดหน้าก่อน =W=) สองซุปโรยด้วยแฮมกรอบ รสชาติอร่อยกลมกล่อมใช้ได้ทีเดียว กินพร้อมขนมปัง(ที่ร้อนมาก)เข้าคู่กัน ล้ำแต้ๆเลยเจ้า ^W^

เมนูหนักยังไม่มานะค่ะ ตามมาด้วยสลัดทูน่าชีสมอสซาเรลล่า ที่เป็นก้อนสีขาวๆนี่แหละค่ะ สลัดจะออกรสเปรี้ยวลิ้นดี ส่วนชีส...ไม่รู้ว่าเรากินชีสไม่เป็นหรือเปล่า =W= ก็เลยรู้สึกธรรมดาอ่ะค่ะ

แล้วมื้อหนัก(รอง)ก็มาแล้วค่ะ เพื่อนเราสั่งสปาเกตตี้คาเนโบร่า มีแฮม เห็ด ราดซอสไวน์ขาว ทานคู่กับขนมปัง รสชาติกลมกล่อม อร่อยมากๆ เลยค่ะ ^W^

จานหนัก(รอง)ต่อมา คือสเต็กปลาดอลลี่ราดซอสไวน์ขาวพร้อมเฟรนฟรายกับผักสลัด เนื้อปลานุ่ม ทานได้เต็มที่โดยที่ไม่มีก้าง น้ำซอสก็อร่อยมากที่เดียวค่ะ

ยังไม่หมดค่ะ เมนูหนัก(รอง)สุดท้ายก็คือ ลาซาญ่าผักโขม แน่นอนว่าชีสที่ใช้ทำ ก็เป็นชีสนมควายนั้นแล อันนี้ก็รสชาติใช้ได้ อบลาซาญ่าจนร้อนแทบลวกลิ้นเลย...สะใจดีค่ะ เราชอบกินของที่ร้อนมากๆ มันเข้าถึงรสอาหารได้ดีอ่ะ ^W^

แล้วมื้อหนักจริงๆก็มาถึงสักที กับพิซซ่าแป้งบาง(เลือกขนาดของแป้งได้) ผักโขมอบชีสนมควาย เห็นขนาดนี่ใหญ่เหมือนกันนะค่ะ 0W0 ชีสเหนียวยืดยิ่งกว่าโฆษณาพิซซ่าดังเสียอีก ^W^

เทียบขนาดกับช้อนส้อม

อิ่มหนำกับมื้อหนักไปแล้ว ก็มาตบท้ายด้วยของหวานล้างปากอย่างทีรามิสุกันค่ะ อันเดียวกินกัน 5 คน จะได้ไม่อ้วนไง 555 รสชาติก็ใช้ได้ค่ะ

แต่ยังมีอีกชิ้นที่อร่อยกว่าค่ะ คือเค้กช็อกโกแลต รสชาติอร่อยใช้ได้ เสียนิดว่าเนื้อเค้กนิ่มไปนิด

ภาพรวมของร้าน ความอร่อย การบริการ ถือว่าดีมากให้เต็ม 10 คะแนนเลยค่ะ ^W^ โดยเฉพาะพนักงานให้บริการดีมาก มีการพูดคุยต่อลูกค้าเป็นอย่างดี มีอาสาช่วยเก็บจานที่เต็มโต๊ะ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสค่ะ...ประดับใจกับร้านนี่มากค่ะ

และถ้าใครจะมากินร้านนี่ อย่าลืมถ่ายรูปคู่กับอาหารด้วยนะค่ะ เพราะถ้าร้านมีกิจกรรมร่วมสนุกก็คือ ให้ถ่ายภาพเราและอาหารของร้านตอนที่มาทาน ให้เข้าไปแชร์ใน FB ของร้าน จะได้ส่วนลดตามป้ายที่บอกไว้ตามโต๊ะค่ะ

อิ่มหนำสำราญกับมื้อนี่อย่างสุขใจ...ส่วนร้านต่อไปจะเป็นที่ไหน ติดตามกระทู้ต่อไปค่ะ สาวเหนือนานๆมาบางกอกทั้งที เรื่องอะไรจะกลับง่ายๆล่ะ โฮ่ๆ




Create Date : 25 กันยายน 2555
Last Update : 27 กันยายน 2555 20:18:27 น.
Counter : 2766 Pageviews.

0 comment
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก : กิ๋นเค้กยามบ่ายที่ Mille Crepe เครปพันชั้น
ชื่อร้าน : Mille Crepe เครปพันชั้น
รายการอาหาร : เครป ขนมเค้ก มาการอง
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 10.00-21.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ตรงข้ามโรงเรียนวัดบวร ถนนดินสอ, กรุงเทพมหานคร พระนคร Thailand
พิกัด GPS : 13° 45' 30.33" N 100° 30' 9.00" E




เบื่ออาหารหนักๆกันหรือยังค่ะ...ถ้าเบื่อแล้ว กระทู้นี่สาวเหนือจะ(ถูก)พาไปกินเค้กเบาๆยามบ่ายกันค่ะ

หลังจากกินมื้อเที่ยงที่ร้านโคโคนัท ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าของสมเด็จพระราชินี เสร็จจากการชมก็ฝนหยุดพอดี เวลาเหลืออีกประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อนสาวชาวบางกอกก็เสนอว่าไปกินเค้กกันดีกว่า แล้วก็พาเราขึ้นรถตุ๊กๆ (เป็นอันว่าขึ้นขนส่งของบางกอกครบทุกชนิดแระ =W= ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรือด่วน รถตู้ BTS MRT แอร์พอร์ตลิงก์) ขอบ่นหนักๆหน่อยว่าเถอะค่ะว่า ที่ต้องขึ้นตุ๊กๆ เพราะหาแท็กซี่รับคนไทยทำยายากมาก ==* ขนาดเพื่อนแต่งตัวหน้าตาดูจะเป็นนักท่องเที่ยวไต้หวันยังไม่จอดรับเลย ขับเลยไปรับฝรั่งตลอด กฎห้ามแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารเป็นแค่เสือกระดาษจริงๆค่ะ ==* แถมเรายังรับไม่ค่อยได้กับพวกพ่อค้าแม่ค้าเดินจี้เร่ขายภาพเขียนลายไทยให้ฝรั่งอีก เดินจี้ชนิดเดินตามติดก้นเลย แบบว่าไม่ซื้อไม่ยอมเลิก (แต่อาจจะดีสำหรับเราก็ได้มั่ง ที่พอเขาเห็นเราหน้าเอเชียแล้วไม่เดินเข้ามาตื้อขาย) เห็นแล้วมันรำคาญนะค่ะ เข้าใจว่าทำมาหากิน แต่มันจำเป็นต้องทำมาหากินบนความเดือดร้อนและความสังเวชของคนอื่นด้วยเรอะ ==* หรือเราจะโลกสวยไปหว่า เราไม่ได้เกิดมาปากกัดตีนถีบเลยต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขายของเอาเงินให้ได้ หรือเพราะเราไม่เข้าใจโลกเองหนอ? ไม่เข้าใจว่าทำไมกรุงเทพถึงได้รางวัลเมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดติดอันดับหลายสมัย ในขณะที่มาเฟียขายของเหล่านี่กลับไม่ยอมหายไปเลย หรือว่าคนที่โหวตให้เขาไม่เจอแบบเราหนอ?

เอาล่ะ ระบายดราม่าช่วงต้นจนพอแล้ว ก็ไปโลกสวยบรรยากาศดีๆกันที่ร้าน Mille Crepe เครปพันชั้น ตรงข้ามโรงเรียนวัดบวรฯ ถนนดินสอนั้นแล ป้ายสีชมพูเตะตามาก

 หน้าร้านอาจจะดูเล็กไปนิด เพราะเป็นร้านแค่หนึ่งคูหา แต่การตกแต่งร้านก็ไม่ได้ด้อยตามพื้นที่ไปด้วยนะค่ะ โดยเฉพาะผนังหน้าทางเข้าร้านนั้นใช้หน้านิตยสารสูตรทำอาหารของฝรั่ง ที่มีรูปสวยๆน่ารักอยู่เพียบ เห็นพนง.บอกว่า เค้กในร้านบางอย่างก็เอาสูตรมาจากวอลเปเปอร์พวกนี่เหมือนกัน ^ ^ เป็นการใช้ไอเดียประหยัดที่เก๋ดี ตกแต่งร้านก็ได้ เอาสูตรขนมมาทำก็ได้ เรียกว่าหน้านิตยสารหน้าเดียวแต่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเชียวล่ะค่ะ

ระหว่างรอเพื่อนสั่งเมนู เราก็ถ่ายรูปตู้แช่เค้กไปค่ะ หน้าตาชวนน้ำลายสอจริงๆ ^W^

โดยเฉพาะกล่องใส่มาการองสีสันสดใส โดยเฉพาะสีฟ้านี่ฉูดฉาดเตะตาน่าทานมากมาย ^W^

กระดานดำที่ติดบนร้านก็มีระบุเมนูแนะนำพร้อมราคาค่ะ...แต่สายตาแว่บไปเห็นตรงมุมล่างชิดขวาของกระดาน...บอกว่า 'ชั้นสอง แจ่ม'...อะฮ้า เล่นเขียนน่าสนใจแบบนี้ มันก็ชวนให้ขึ้นไปดูบนชั้นสองตามคำท้าเลยค่ะ (แต่ที่จริงชั้นล่างก็ไม่ค่อยที่มีนั่งอยู่แล้ว นั่งข้างนอกร้านสูดควันรถไปก็ใช่ที แถมมีซาวต์เอฟเฟ็คส์จากโรงเรียนดังมาอีก ไม่รู่ว่าฝึกซ้อมละครกันหรือไรหนอ)

ของตกแต่งระหว่างผ่านขึ้นบันไดทางเดิน ดูเป็นสไตล์วินเทจกับนาฬิกาคุณลุง (เพราะยังไม่แก่พอจะเป็นคุณปู่ 555)

คำถามคือ...แล้วเรือนไหนที่บอกเวลาจริงล่ะเนี่ย เหอๆ

บันไดขึ้นชั้นสองค่อนข้างแคบสไตล์ตึกทาวเฮาส์นี่แหละค่ะ เดินดีๆระหว่างพะเลิด(ล้ม) ดูแคบชวนหงุดหงิดหน่อย...แต่พอได้ขึ้นไปชั้นสองแล้ว จะอารมณ์ดีกับการตกแต่งชุดโต๊ะเก้าอี้ที่สวยเก๋สไตล์วินเทจเลยค่ะ ^W^

 LCD บนจอมีแต่รายการแนะนำเค้กของทางร้านนะค่ะ รายการอื่นไม่มี อย่าหวังมากินเค้กดูละครช่วงบ่ายไปหรือดูบอลไปเสียให้ยาก 555

ชุดโซฟาสี่ตัว กับหม้อแขวนผนัง ให้อารมณ์สไตล์ห้องครัวแนวอิงลิชการ์เดนดี

กรอบภาพแนวหลุยส์ แม้ไม่ต้องมีภาพ ใช้เป็นโคมไฟหรือจานลายสวยๆ เอากรอบมาเรียงๆต่อกันก็เก๋ดีไปอีกแบบ

มีใครทันใช้โทรศัพท์รุ่นนี่กันบ้าง ^W^ (น้องสาวเราเกิดไม่ทันใช้ค่ะ เจอโทรศัพท์แบบหมุนนี่ทำเอาคุณเธองงเป็นไก่ตาแตก)

ฝาผนังฉลุไม้ช่างงามงดยามแดดส่อง แลดูโรมานต์ เห็นแล้วอยากพาหนุ่มที่หมายปองมาเดทร้านนี่จัง ^W^

ระหว่างนั่งรอเค้ก ก็ถ่ายรูปไปค่ะ เอะเจอป้ายของทางร้านเขียนกฎของความกรุณาว่าอย่าทำอะไรบ้าง เช่น

- อย่าหอบการบ้านรายงาน ดูดวงมาทำที่ร้าน (ลืมระบุว่าขายตรงด้วยนะ เดี๋ยวมันต้องมีพวกศรีธนญชันมาแหงๆ =W=

- อย่าเอาอาหารอื่นเข้ามากินในร้าน อาจทำให้กลิ่นรบกวนแขกท่านอื่น (กรณีพกส้มตำปลาร้า หรือทุเรียนเข้ามาด้วย =W= แบบกะมากินมื้อหนักร้านนี่โดยเฉพาะ)

- wifi ของร้านใช้สำหรับกล้องวงจรปิด ไม่สามารถใช้เล่นไลน์ ส่งอินตราแกรมอะได้นะเธอว์

สำหรับข้ออื่นอาจไม่เท่าไหร่งับ แต่สำหรับข้อสุดท้ายนั้น อาจจะเคืองคนชอบถ่ายรูปอับโหลดแบบเรียลไทม์นั้นก็คงต้องใช้ 3G เอาแทนเน้อ

เมนูเครื่องดื่มมาก่อนค่ะ เราสั่งโกโก้ร้อน ก็ขมๆนิดๆ แต่ไม่ค่อยหวาน ก็ไม่เป็นไรค่ะ ธรรมชาติของโกโก้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว (คอนเฟิร์มว่า พนง.นอกจากจะหน้าตาดี ยังยิ้มแย้มแจ่มใส ช่างพูดช่างเจรจา แต่งตัวสะอาดสะอ้าน คงถูกใจสาวแน่แท้ ^W^)

แม้แต่ขวดน้ำดื่มก็ติดฉลากของทางร้าน พร้อมแก้วสีม่วงใสสไตล์อาหรับเก๋ไก๋ดีแฮะ

 เมนูแรกก็เป็นเมนูนางเอกของร้านเลยค่ะ เครปพันชั้น แต่เราสั่งแบบรสชาเขียวนะค่ะ (ถ้าเป็นออริจินอลจะเป็นรสวานิลา) เครปมาอย่างขาวนุ่มบริสุทธิ์ผุดผ่อง...ก่อนที่จะแปลงร่างด้วยการราดซอสถั่วแดงลงไป...ก็อร่อยนุ่มไปอีกแบบ เนื้อเครปนี่แทบจะละลายในปากเลยค่ะ แต่ถ้าใครชอบหวานหน่อยๆ สั่งเป็นวานิลาจะเวิร์คกว่าค่ะ เพราะแบบรสชาเขียวนี่จะออกขมๆนิด

เมนูนางรองคนต่อไป คือชีสเค้ก หน้าเค้กทำเป็นรูปคลื่น สอดไส้ชั้นบลูเบอร์รี่เค้ก หวานนิดเปรี้ยวหน่อย

อันดับถัดมา เหมือนจะเป็นสตรอเบอร์รี่โยเกิร์ตมูสค่ะ นุ่มมาก หวานนิด อร่อยดี แต่สตรอเบอร์รี่ลูกเล็กไปนิด (เพราะเคยไปทานลูกเท่าฝ่ามือเด็กมาแล้ว 555)

ราดด้วยซอสสตรอเบอร์รี่แล้วยิ่งอร่อยมาก

แต่นางเอกที่ดูถูกใจเรา กลับเป็น สตรอบเบอร์รี่ช็อตเค้กค่ะ แหมก็ดูชั้นสีสันของเค้าซิ สีสันหลายหลาก สวยจนน่าหลงรักเลยเชียว ^W^

กินไปคุยไปก็เม้าท์กับเพื่อนไปว่า ได้ยินข่าวลือว่า เจ้าของร้านนั้นเคยเป็นช่างซ่อมรถยนต์มาก่อน! 0W0 เราได้ยินก็มีอึ้งซิ ถ้าลือกันจริงอย่างนี้ก็น่าทึ่งเลยนะเนี่ย ว่าคนที่เคยทำงานแบบซ่อมเครื่องยนต์ จะมาทำขนมเค้กได้นุ่มเนียนจนสาวๆอายได้ขนาดนี่ ^W^

สำหรับร้านนี่เราให้บริการดีเต็ม 10 คะแนนเลยค่ะ ทั้งสถานที่ (แม้จะเล็กไปนิด แต่เข้าใจว่าเป็นตึกทาวเฮาส์ พื้นที่มีจำกัด แต่ก็กลบจุดด้อยนี่ด้วยการตกแต่งร้านที่สวยน่ารัก) การบริการที่ดีเยี่ยม พนง.บริการได้ประทับใจมากเลยค่ะ ^W^

ร้านนี่นอกจากจะมีสาขาที่ถนนจักรพงศ์ (เปิด 11.00-22.00 น.) แล้วก็มีสาขาที่ดิเอ็มโพเรียม และเทอร์มินัลซาวเอ็ดด้วยค่ะ

สาวเหนือยังอยู่แอ่วบางกอกอยู่ เพราะยังทำน้ำหนักไม่ตามเป้า เอ๊ย ยังเที่ยวไม่ทั่วค่ะ จะไปถล่มร้านไหนต่อ โปรดติดตามกระทู้ต่อไปเน้อเจ้า ^W^

 




Create Date : 23 กันยายน 2555
Last Update : 24 กันยายน 2555 13:31:54 น.
Counter : 2085 Pageviews.

0 comment
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก : กิ๋นราดหน้าเบาๆ ที่ต้นตอราดหน้าฮ่องกง
ชื่อร้าน : ต้นตอราดหน้าฮ่องกง
รายการอาหาร : ราดหน้าฮ่องกง สตูลิ้นวัว สลัดเนื้อสัน พอร์คช็อป ข้าวผัดกระเทียมทรงเครื่อง
เวลาเปิดบริการ : 10.00-21.00น. หยุดวันจันทร์
ที่ตั้งร้าน : เข้าซอยรัชดาภิเษก 42 ไป 30 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือ หรือลงจาก MRTลาดพร้าว ออกประตู 4 แล้วโบกรถต่อ, กรุงเทพมหานคร จตุจักร Thailand
พิกัด GPS : 13° 49' 31.31




สาวเหนือกลับมาแอ่วบางกอกอีกรอบแล้วจ้า พร้อมหนังสือทัวร์กินคู่ใจ อย่างรถไฟฟ้าพาอร่อย BTS&MRT ^W^

หลังจากเที่ยววันนั้นจนหนำใจกับเพื่อนสาวชาวบางกอก ก็แวะไปเยี่ยมรุ่นพี่ที่อยู่หอแถวรัชดาพอดีค่ะ ไปนั่งพักคุยเม้าท์ให้หายเหนื่อย...แล้วเราก็จ่ม (ภาษาเหนือแปลว่า บ่น)ขึ้นมาว่า วันมะรืนจะนัดกินข้าวกับเพื่อนอีกคนที่ทำงานแถว MRT ลาดพร้าว อยู่แถวๆหอรุ่นพี่นี่เอง เห็นมีร้านกับข้าวประมาณ 4 ร้าน เราก็ชวนให้ดูว่ามีร้านไหนในหนังสือที่รุ่นพี่เคยไปกินบ้าง

พอรุ่นพี่เห็นร้านนี่ ก็บอกว่า..."ร้านนี่เหรอ ก็อยู่ตรงข้ามหอพี่นี่ไง"

แป้ว! *-* เดินผ่านมาแล้วด้วยเรอะเนี่ย! ทำไมจุดไต้ตำตอแบบนี้หนอ!

แต่ก็โชคดีแล้วค่ะ เพราะไหนๆก็เลยกินมื้อเย็นเบาๆที่ร้านไปเลยดีกว่า (ที่น่าฮากว่านั้นคือ รุ่นพี่บอกว่า เดินผ่านร้านทุกวัน แต่ไม่เคยเข้าไปกินเลย) งั้นเราก็เข้าไปกินกันเลยค่ะ กับร้าน...

ต้นตอราดหน้าฮ่องกง

...งงเหมือนกันค่ะ ว่าทำไมตั้งชื่อร้านว่า ต้นตอ ในหนังสือก็ไม่มีเขียนระบุเอาไว้...หรือว่าจะตั้งเอาไว้เพื่อให้คนจำได้ว่าชื่อมันแปลกๆยาวๆ จะได้จำง่ายดีหนอ?

เอิ่ม...คงต้องบอกก่อนว่า ตอนถ่ายภาพร้านนี่นั้น ดันไปตั้งค่าถ่ายภาพเอาไว้ขนาด 320X240 อ่ะงับ พอกลับมาอัปโหลดรูป ก็ไม่คิดว่ามันจะเล็กขนาดนี่ T T ครั้งนี้ถือเป็นความผิดพลาดอย่างแรง โปรดให้อภัยด้วย พยายามแก้ตัวด้วยการเอาภาพมารวมๆกัน หวังว่ามันคงจะใหญ่ขึ้นหน่อยนะงับ T T ฉะนั้น ภาพในกระทู้นี่คงจะเล็กไปหน่อย คงเห็นอาหารไม่สะใจใหญ่อย่างกระทู้ที่ผ่านมา

ร้านเป็นตึกชั้นเดียวติดกระจกค่ะ พอเข้าไปในร้านนี่แอร์เย็นฉ่ำเชียว กำลังสบาย ผ้าปูโต๊ะสีลาเวนเดอร์ ประเมินด้วยสายตามีโตีะแบบนั่ง 4 คน ประมาณ 10 โต๊ะ...และลูกค้าในร้านนั้น...มีอยู่โต๊ะเดียวค่ะ (แต่ก็มากัน 6 คน เสียงดังสไตล์คนจีนเลยแฮะ ==") ฉะนั้นเราถือเป็นลูกค้าโต๊ะที่สองของร้านในวันนี้ค่ะ...เงียบสงัดดีมาก สงสัยเพราะมาวันธรรมดา คนเลยน้อย ก็โชคดีไปค่ะ เพราะจะได้อาหารเร็วๆดี

หนังสือปกเมนู ที่โต๊ะมีเมนูแนะนำด้วยค่ะว่ามีเมนูข้าวผัดกระเทียมทรงเครื่อง...ตอนแรกว่าน่าจะลอง เพราะเป็นคนชอบกินอาหารแนะนำ...แต่เนื่องจากว่าเรามากินราดหน้าค่ะ ฉะนั้นก็ต้องสั่งราดหน้านะ

 

ระหว่างรอก็ถามรุ่นพี่ไปว่า ทำไมเขาไม่เหมาเรียกว่าราดหน้าจีนไปเลย ทำไมต้องแยกว่าเป็นเสฉวนบ้าง เซี่ยงไฮ้บ้าง ฮ่องกงบ้าง...รุ่นพี่ก็ให้คำตบอบว่า ช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมนั้น พ่อครัวหลวงชาวจีนได้อพยพหนีตายไปที่เกาะฮ่องกง ซึ่งการปรุงอาหารสไตล์ฮ่องกง เค้าจะมีเครื่องปรุงและวัตถุดิบเยอะ เหมือนการปรุงอาหารในราชสำนัก ก็คือทำทั้งสวยงามและพิเศษจริงๆ ดังนั้นอาหารฮ่องกงจึงมีความหลากหลายมากกว่าอาหารจีนค่ะ

แล้วอาหารก็มาสักที...แม่เจ้า ตอนแรกที่เห็นจานแล้วตกใจค่ะ เพราะใหญ่มาก

ราดหน้าฮ่องกง (110 บาท) โดนถมไปด้วยผักคะน้าชนิดมองไม่เห็นเส้นข้างล่างเลย ==" แต่ผักสดกรอบดีนะค่ะ ส่วนประกอบอย่างอื่น แต่เดิมเมนูนี่จะมีกุ้ง แต่เราขอเปลี่ยนเพราะแพ้ เปลี่ยนเป็นปลาหมึกแทน แถมด้วยเห็ดเป่าฮื้อคำโต เหนียวกำลัง(เกือบ)ดี เพราะรู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวยางมิชลินหน่อยๆ 555 แต่กินได้ค่ะ ไม่ได้เหนียวจนเคี้ยวยากเคี้ยวเย็นนัก น้ำราดก็อร่อยกลมกล่อม เส้นที่ผัดก็หอมเตะจมูกดี

มื้อเย็นก็กินไม่เยอะนัก เราเลยกินแค่ราดหน้าค่ะ ส่วนเมนูแนะนำอันอื่นนั้นคงต้องให้เพื่อนๆไปลองชิมด้วยตัวเอง...ขอบอกว่าเป็นมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ

สาวเหนือยังคงลันล้าต่อในบางกอก จะไปกินร้านไหน แล้วร้านนั้นจะอร่อยหรือไม่ ติดตามชมกระทู้หน้าค่ะ ^W^




Create Date : 20 กันยายน 2555
Last Update : 20 กันยายน 2555 19:18:33 น.
Counter : 1875 Pageviews.

2 comment
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก : เที่ยวท่าเตียน แวะกินข้าวเที่ยงที่ Coconut Palm
ชื่อร้าน : Coconut Palm
รายการอาหาร : ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ไข่ดาวสามรส ข้าวคลุกกะปิ แกงเขียวหวานไก่ ลาบหมู ยำทะเล ยำหมูสามรส ผัดเผ็ดปลาดุก ขนมจีนซาวน้ำ
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00-18.00 น.
ที่ตั้งร้าน : อยู่เยื้องตรงข้ามด้านหลังมิวเซียมสยาม บริเวณตลาดท่าเตียน, กรุงเทพมหานคร พระนคร Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 39.76




กระทู้นี้สาวเหนือไปแอ่วท่าเตียนมาค่ะ เพราะเพื่อนๆสาวบางกอกแนะนำพาไปเที่ยวชมวัดโพธิ์    และมิวเซียมสยาม ประทับใจกับมิวเซียมสยามมาก เพราะตื่นตาตื่นใจกับการจัดนิทรรศการดี  แล้วก็ชอบสถาปัตยกรรมของที่นั้นด้วย...ขากลับออกจากมิวเซียมสยาม เราจะไปงานแสดงผ้าไหมของสมเด็จพระราชินีนาถต่อกัน แต่ขอกินข้าวเที่ยงเติมพลังก่อน แล้วเราก็เจอร้านที่เด่นสะดุดตาด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โปรตุกิส เป็นร้านขนาด 2 คูหา ทาสีเขียว-ขาว ติดกระจกใสทั้งร้าน

ร้าน Coconut Palm หรือชื่อร้านมะพร้าวค่ะ

ร้านนี่ดูน่าจะดังพอสมควรเลยค่ะ เพราะคนแน่นขนัดร้านเลย แล้วชื่อป้ายร้านภาษาอังกฤษเบ้อเริ่มขนาดนี่ ก็เรียกลูกค้าชาวต่างประเทศที่มาเที่ยววัดโพธิ์ได้ไม่ยากด้วย (ไหนจะมีสติกเกอร์โลโก้รูปนกฮูก ทีเป็นโลโก้ของเว็บไซต์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวดังๆเข้าไปอีก) ประกอบกับเวลาช่วงเที่ยงด้วย ทำให้ร้านแน่นไปด้วยผู้คนมากเลยค่ะ จนน่ากลัวว่าคงจะไม่ได้กินร้านต้นมะพร้าวนี่เสียแล้ว TWT เพราะแถวๆนั้นแทบไม่มีร้านอาหารเลย แถมกว่าจะเดินไปหาร้านอาหารก็เดินไกล กลัวหิวท้องกิ่วอีก

แต่แล้วก็มีให้ขึ้นไปยังที่นั่งส่วนชั้นสองค่ะ แก้งส์สามสาวบางกอกและหนึ่งสาวเหนือก็ลุยกันขึ้นไปชั้นบน...แม่เจ้า! ขนาดชั้นบนคนก็ยังเยอะเลยค่ะ ยังโชคดีว่าโต๊ะที่เราไปนั่งนั้นเขาเพิ่งทานเสร็จแล้ว แต่กว่าพนักงานจะมาทำความสะอาดโต๊ะก็ใช่เวลาอยู่นานพอดูเหมือนกัน เพราะพนักงานร้านนี้ดูจะมีกันไม่ถึง 5 คน วิ่งรอกเสิร์ฟอาหารมือเป็นประวิง ไหนจะต้องรับออเดอร์ใหม่ทั้งลูกค้าเข้าใหม่ และลูกค้าที่ยังอยู่ในร้านแล้วสั่งอาหารเพิ่มอีก =W=

มาดูเมนูเด่นประจำร้านกันค่ะ พิมพ์ภาพสีสวยอัดแข็งอย่างดีชัดเจนเลยเชียว (ยอมรับว่าตอนแรกก็กลัวราคาอาหารแพงราคาฝรั่งเหมือนกัน เพราะกลัวจะเข้าร้านที่เน้นขายฝรั่งนี่แล...แต่เห็นราคาแล้วก็โอเช พอรับได้ค่ะ ไม่แพงจนเกินไป)

เมนูเครื่องดื่มแนะนำของสีสันสดใสไม่แพ้กัน

เริ่มมาเมนูกินเล่นอันแรกก่อนเลยค่ะ ขนมเบื้องสุโขทัย จานใหญ่มาก

แต่เราไม่ได้ลองชิมนะค่ะว่ารสชาติเป็นยังไง...เพราะเราเกลียดถั่วงอกที่เป็นไส้ของมันอ่ะค่ะ TWT ตอนเด็กๆไม่ชอบกลิ่นแช่ฟอร์มาลินของมันมาก พอโดนผู้ใหญ่จับยัดเต็มปากก็เลยช็อกมาตั้งแต่นั้น ก็เลยเกลียดทะลวงเข้าไส้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรียกว่าใครมาท้าให้กินถั่วงอก...เราขอท้าให้ไปตบกันเลยดีกว่าจะให้กินมัน TWT ฉะนั้นถ้าอยากรู้ว่ารสชาติแบบไหน คงต้องเดินทางไปกินที่ร้าน สั่งมาทานกันเองค่ะ สาวเหนืออย่างข้าเจ้าบ่ขอรีวิวเน้อ

นี่ขนาดเกลียดยังกลั้นใจถ่ายรูปมาให้ดูเลยนะเนี่ย TWT

 หลังจากปล่อยให้เพื่อนๆเจี๊ยะขนมเบื้องไปอย่างกลัวๆถั่วงอก แล้วของกินเล่นอีกเมนูก็มาถึง หมูเส้นทอดค่ะ รสชาติเค็มๆ หน่อย ทอดพอให้เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยดี

 แล้วมื้อหนักก็มาซะทีค่ะ เราสั่งข้าวเปล่ามาด้วย เพื่อกินกับไข่ดาวสามรสนี่แล >U< ดูหน้าตามันเหมือนไข่ดาวราดน้ำราดหน้าเลยแฮะ มีแครอต ถั่วลันเตา หมูสับ ต้นหอมสับ ถามว่ามีรสอะไรบ้าง...ก็จำไม่ได้ค่ะ นานเหมือนกัน ลืมรสไป แฮะๆ แต่อร่อยค่ะ รับประกันได้จริงๆ เป็นเมนูที่กินแล้วมีความสุขจังเลย >U<

เมนูต่อมาเป็นเมนูของเราเองค่ะ คืออยากลองชิมเมนูเด่นที่ร้านแนะนำมาคือ ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แต่สามารถเปลี่ยนเส้นเป็นบะหมี่ไข่ได้นะค่ะ ที่สำคัญ! ย้ำคนจด พนง.ว่า ห้ามงอก! ห้ามใส่ถั่วงอกเด็ดขาด TWT* เห็นในภาพเมนูมีแล้วสะพรึงกลัวมาก...เมื่อลองสั่งมาเจี๊ยะดู รสชาติก็เผ็ดหน่อยๆค่ะ แต่เปรี้ยวนำเลย >U< รสชาติใช้ได้ค่ะ แต่ยังไม่โดนใจเรามากเท่าไข่ดาวสามรสนี่แล

เมนูต่อมาคือแกงเขียวหวานไก่ เมนูแนะนำของร้าน...รสชาติก็โอเชนะค่ะ แต่รู้สึกจะเน้นกะทิเยอะไปนิดนึง ก็ไม่ถึงกับเลี่ยนหรอกค่ะ กินแล้วไม่ค่อยเผ็ด อาจจะเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง เลยต้องปรุงรสให้ฝรั่งทานได้แหละน้า แต่เนื้อไก่ในแกงนี่เยอะจริงๆค่ะ ขนาดข้าวหมด ไก่ยังไม่หมดเลย รุมกินกัน 4 คนนะเนี่ย ^W^

จานสุดท้ายเป็นข้าวผัดน้ำพริกลงเรือค่ะ จานนี้อร่อยดี ได้รสเผ็ดๆของน้ำพริกเตะจมูกเลย แถมหมูก็เหนียวหนึบเคี้ยวมันดี >U<

อาหาร บรรยากาศ โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ ให้คะแนน 9/10....ที่ไม่เต็มสิบ เพราะมาตกม้าตายที่การบริการนี่แหละค่ะ ตอนที่เราเรียกเช็คบิลนั้นนานมากๆ เราก็สังเกตเห็นว่า พนง.วิ่งเสิร์ฟอาหารไม่ได้หยุดได้หย่อนเลย (ลูกค้าก็เข้าร้านมาเรื่อยๆอีก =W=) แถมเราสั่งอาหารอะไรไปสักอย่างจำไม่ได้แล้ว รอนานจนเรารู้สึกว่ามันรอไม่ได้แล้ว เพราะเราจะต้องไปที่นิทรรศการผ้าก่อนที่เวลาจะปิดค่ะ เราเลยไม่รอพนง.มาเช็คบิลแล้ว เลยลงไปเช็คบิลที่เคาน์เตอร์ข้างล่าง (นี่ถ้าเนียนเดินออกจากร้านก็คงไม่มี พนง.คนไหนรู้เหมือนกัน ว่าลืมเช็คบิลไป) =W=

เราออกไปยืนรอนอกร้านกับเพื่อนอีกคน อีกสองคนนั้นอยู่เช็คบิลที่เคาน์เตอร์ค่ะ เพราะในร้านคนแน่นมากๆ ลูกค้ากับคนเสิร์ฟจะชนกันอยู่แล้ว...พอออกมานอกร้านก็กระซิบกันได้ความว่า เพื่อนแอบมองเข้าไปดูหลังเคาน์เตอร์ซึ่งข้างในเป็นห้องเครื่อง...ปรากฎว่ามีเชฟอยู่แค่ 2 คนเท่านั้นค่ะ! =W= แล้วเชฟทำอาหารส่งตามโต๊ะได้เร็วขนาดนี่ถือว่าเร็วแล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่เร็วพอสำหรับลูกค้าท่านอื่นๆอยู่ดี (จำได้ว่าเด็กเสิร์ฟเตือนเอาไว้ด้วยว่า อาหารจะรอนานสักหน่อย นี่แล =W=)

เลยรู้สึกว่า ถ้าร้านขายดีขนาดนี่ น่าจะแบ่งกำไรมาจ้างเชฟกับคนเสิร์ฟเพิ่มหน่อยนะค่ะ เพราะเรารู้สึกว่าการทำเวลาเสิร์ฟอาหารไม่ดีเท่าที่ควร มารับออเดอร์ช้าบ้าง ลืมออเดอร์บ้าง เก็บโต๊ะช้าบ้าง เราว่าถ้าจ้างคนเพิ่มเนี่ย จะทำให้การบริการเต็มสิบเลยทีเดียว

แต่ถ้าใครไปร้านแล้วเห็นสถานการณ์ยังดูไม่น่าจะดีขึ้น...แนะนำว่าให้สั่งขนมจีนซาวน้ำ หรือข้าวราดแกงที่บริเวณเคาน์เตอร์อาหารด้านล่างที่มีถาดแกงเตรียมไว้จะเร็วที่สุดค่ะ ไม่ก็คือต้องไปกินตอนร้านเปิดใหม่ๆประมาณ 11.00 น. หรือกินช่วงหลังบ่ายโมง-บ่ายสองไปก่อนจะดีกว่า เพราะเราก็เดาไม่ได้ว่าวันธรรมดา ฝรั่งจะแน่นร้านไหม เพราะมันเป็นย่านท่องเที่ยวพอดี แต่ว่าเสาร์-อาทิตย์นี่คนแน่นแน่นอนค่ะ เพราะเพิ่มลูกค้าคนไทยเข้าไปด้วยนะซิ =W=

สาวเหนือยังลันล้าแอ่วบางกอกอยู่นะค่ะ กระทู้หน้าจะไปไหนต่อ ติดตามตอนต่อไปเน้อเจ้า ^W^




Create Date : 18 กันยายน 2555
Last Update : 18 กันยายน 2555 16:31:57 น.
Counter : 3068 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

สาวเหนือเซาะกิ๋น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวย ถึก และบึกบึน