All Blog
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก : ไปโต้รุ่งที่ข้าวต้มสมพงษ์ บางคูวัด ปทุมธานี
ชื่อร้าน : ข้าวต้มสมพงษ์ บางคูวัด
รายการอาหาร : ข้าวต้ม หัวปลาหม้อไฟ ผัดเผ็ดหอยลาย อาหารทะเล
เวลาเปิดบริการ : เปิดร้าน 16.00 น. อาทิตย์-พฤหัสปิด 1.00 น. ศุกร์-เสาร์ปิด 2.
ที่ตั้งร้าน : ข้ามสะพานนนทบบุรี ตรงมายังห้าแยกบางคูวัด เข้าแยกซ้าย ร้านอยู่ติดริมถนนพอดี หรือให้สังเกตป้ายไฟนีออนสีแดงซึ่งเป็นรูปปูแดง, ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 13° 57' 30.02" N 100° 30' 36.85" E




กลับมาอีกครั้งกับทริปทัวร์กินแอ่วบางกอกของสาวเหนือค่ะ กระทู้แนะนำร้านอาหารงวดนี้ขอข้ามไปกินแถวปริมณฑลหน่อยก็แล้ว นั้นคือจังหวัดปทุมธานีค่ะ

เนื่องจากตอนติดตามป๊ามาขายของที่อิมแพคนั้น พอดีว่ามีบ้านของญาติผู้พี่ของเรา (เขาอายุห่างกว่าป๊าเราแค่ 10 ปีเองค่ะ แต่ป๊าเป็นลูกหลงคนสุดท้องของอาม่า ก็เลยไม่แก่กว่าหลานตัวเอง ซึ่งเป็นลูกของพี่ชายคนโตมากนักค่ะ) บ้านญาติเราอยู่แถวบางคูวัด ซึ่งถ้าเดินทางจากอิมแพค ข้ามไปยังสะพานนนทบุรี ถึงห้าแยกบางคูวัด ก็ถึงบ้านญาติแล้วค่ะ พักที่นั้นตลอดทั้งงาน เลยช่วยประหยัดค่าโรงแรมและไม่ต้องลำบากไปกางเต้นท์นอนในลานจอดรถหลังอิมแพค เหมือนคนที่มาขายของต่างจังหวัดไกลๆที่ไม่มีที่พักและอยากประหยัดค่ะ

แต่ก่อนจะกลับถึงบ้านนั้น ญาติผู้พี่ก็พาไปกินร้านข้าวต้มชื่อดังของบางคูวัด นั้นคือ ร้านข้าวต้มสมพงษ์ อยู่ตรงห้าแยกบางคูวัดนี่เองค่ะ เพียงแค่เข้าช่องเลี้ยวซ้าย แล้วขับตรงมาอย่างช้าๆ ร้านจะอยู่ตรงริมถนนพอดี ใกล้กับถนนข้ามยกระดับ จอดรถตรงริมถนนได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวโดนเสย

หรือถ้ากลัวหาไม่เจอ ให้เงยหน้ามองแบบมุมมองหนอนมองนก หาป้ายไฟสีแดงที่เป็นรูปปูแดงแสลงใจ (555) ก็จะเจอป้ายอันใหญ่เบ้อเริ่มเลยค่ะ รับรองหาเจอแน่นอน

ร้านนี้ 4 โมงเย็นก็เริ่มเปิดให้บริการแล้วค่ะ แต่อาทิตย์-พฤหัสจะปิดตี 1 ศุกร์-เสาร์จะปิดตี 2

ร้านก็เหมือนร้านข้าวต้มทั่วไปค่ะ เพียงแต่ดูกว้างขวางกว่ามาก แค่โต๊ะในร้านก็มีประมาณ 10 กว่าโต๊ะแล้ว ยังไม่รวมริมฟุธบาตแบบสัมผัสลม(รถขับผ่าน)เย็นๆประมาณ 4 โต๊ะ และจะมีต่อเติมร้านไปอีกคูหานึงประมาณ 4 โต๊ะ...ทำให้พอจะมองคร่าวๆได้ว่า ร้านนี่ต้องอร่อยแหง ไม่งั้นไม่ขยายโต๊ะออกไปเยอะเพื่อรองรับลูกค้าที่จะมากินร้านนี่ค่ะ

หน้าร้านก็เหมือนร้านข้าวต้มทั่วไป ที่จะมีตู้ของวัตถุดิบสดสำหรับปรุงอาหาร แต่สำหรับเราแล้วที่น่าสนใจคือ เมนูที่เขานำมาวางล่อจนน้ำลายส่อนั้น มีเยอะแยะเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพวกหม้อนึ่งปลาขนาดใหญ่ ที่หากลูกค้าสั่งปลานึ่ง พนักงานก็คีบหนีบจานออกมาจากหม้อนึ่งได้ทันทีแบบไม่ต้องรมณ์เสียท้องกิ่วรอนาน หรือจะเป็นพวกซุปแกงร้อนๆต่างๆ

หรือจะเป็นเมนูพร้อมปรุงทั้งหลาย ที่ปรุงเสร็จก็ห่อพลาสติกไว้ก่อน เมื่อลูกค้าสั่งก็เอามาอุ่นได้ทันที

เมนูพร้อมปรุงอื่นๆให้เลือกสรรละลานตาจนน้ำลายสอ โดยเฉพาะปลา มีตั้งแต่ปลาไทยยันเทมปุระ

ส่วนอาหารทะเลสดก็มีค่ะ อย่างที่บอกว่าร้านเป็นรูปปู ดังนั้นเมนูเด่นของร้านก็คือปูนั้นเองค่ะ ปูของร้านนี่เป็นปูพม่า ใหญ่ๆทั้งนั้น ไม่เชื่อลองเทียบขนาดปูกับมือของพนักงานที่ด้านขวาของภาพได้ค่ะ แถมหอยแมงภู่ก็ตัวโตๆอวบๆทั้งนั้น

ปูที่นี่ทั้งสดทั้งยังเป็นๆอยู่ แถมตัวใหญ่เบ้อเริ่มชนิดถ้าปล่อยก้ามออกมา คงหนีบนิ้วขาดแหง...

เห็นสายตาของน้องปูที่มองสบตาแล้ว...กินไม่ลงค่ะ สงสาร เลยไม่สั่ง (ฮา) ที่จริงเราแพ้ปูค่ะ กินไม่ได้เลย กินแล้วจะคลื่นไส้ คันคอ อาเจียน ที่จริงเมื่อก่อนไม่เคยแพ้ปูนะค่ะ แต่มาแพ้ตอนไปกินปูที่พิษณุโลกเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง ตั้งแต่นั้นมาเลยกินปูไม่ได้ทุกชนิด...ยกเว้นปูอัดค่ะ (ฮา)

แต่เห็นตัวใหญ่ขนาดนี่ ราคาก็คงจะเหยียบพันแหง ปูพม่าเค้าตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เพราะแหล่งอาหารที่นั้นอุดมสมบูรณ์กว่าที่ไทย นี่เป็นสิ่งที่ตลกร้ายหน่อยว่า เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหาร แต่เดี๋ยวนี้เราต้องสั่งซื้อปูจากพม่า เพราะการรุกพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ป่าชายเลน ทำแหล่งอาหารของปูไทยสาละวันน้อยลงไปทุกที

ดูวัตถุดิบกันเพลินล่ะ ได้เวลาสั่งอาหารค่ะ

เมนูเด่นของร้าน เชิญทัศนาตามสบายค่ะ มันเยอะ อิฉันพิมพ์ไม่ไหว (ฮา)

มาเมนูแรกเลยค่ะ หัวปลาหม้อไฟ เมนูนี่ป๊าสั่งเพราะเห็นว่าเป็นเมนูเด่นของร้าน (สองพ่อลูกมักจะกินอะไรที่เป็นเมนูแนะนำของร้านค่ะ) หม้อไฟมาอย่างใหญ่ เนื้อปลาก็นิ่มกำลังดีค่ะ รสชาติจืดนิดนึง

 เมนูต่อมาก็เมนูแนะนำอีกค่ะ ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วญี่ปุ่น อันนี้อร่อยดีค่ะ ตัวใหญ่มากๆ กินกันสามคนก็แทบจุกแล้ว สมควรไปกินกันหลายๆคนจะคุ้มค่ะ

เมนูสุดท้าย (ทำไมเราสั่งแค่สามอย่างหรือค่ะ...เพราะบ้านเรามีกฎการกินข้าวนอกบ้านว่า ถ้าไปกินกี่คน ก็สั่งกับเท่าจำนวนคนกิน เช่น ไปสามคน ก็สั่งกับสามอย่างพอค่ะ สั่งเยอะมากกินไม่หมดแล้วเสียดาย) เมนูนี่เป็นเมนูไฟล์บังคับ(สำหรับเรา)ที่เวลาไปกินข้าวต้มร้านไหน มักจะสั่ง ผัดเผ็ดหอยลาย มาลองกิน แบบสำรวจว่าร้านไหนทำผัดเผ็ดหอยลายได้อร่อยค่ะ...ปรากฎว่าก็อร่อยดีค่ะ แต่ยังไม่อร่อยมากเท่ากินที่เชียงใหม่ ของที่นี่จะมีรสหวานหน่อย ไม่เผ็ดมาก

ร้านนี่สามารถสั่งกับข้าวเอากลับไปกินบ้านได้นะค่ะ

สำหรับร้านนี่ก็ค่อนข้างประทับใจค่ะ แบบเวลาเสร็จเวลาขายของ ก็มักจะชวนป๊าให้ไปกินร้านนี่อีกทุกที่มาขายงวดหน้าค่ะ การบริการก็ใช้ได้อยู่ เพียงแต่เดินบิลช้าหน่อย และบางทีมีลืมรายการอาหารยังมี ==" (เคยสั่งหอยแครงลวก ปรากฎว่าเมนูที่สั่งทีหลังมาครบ กินไปๆถึงนึกได้ว่ายังไม่ได้เมนูแรก ต้องเช็คบิลให้ดีๆก่อนจ่ายเงินนะค่ะ โชคดีว่าคิดทันก็เลยรอดตัวไม่ต้องจ่ายเพิ่ม)

งวดหน้าสาวเหนือจะไปกินที่ไหน จะเข้าบางกอกอีกทีหรืออยู่ปริมณฑลต่อหว่า ติดตามชมกระทู้หน้าค่ะ




Create Date : 13 กันยายน 2555
Last Update : 13 กันยายน 2555 10:06:41 น.
Counter : 3536 Pageviews.

3 comment
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก ไป กิน กัน ที่ร้านอาหารเกาหลี จังวอน
ชื่อร้าน : จังวอน
รายการอาหาร : อาหารเกาหลี
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 9.00-23.00 น. แนะนำว่าควรโทรไปจองล่วงหน้า
ที่ตั้งร้าน : ลงสถานี BTS อโศก ออกทางประตู 2 เดินเลียบทางเดินลอยฟ้าเข้าห้างไทม์สแควร์ เดินลงชั้นล่างแล้วเลียบทางเดินไปสุขุมวิท 12 ตึกโคเรียทาวน์ ร้านอยู่ด้านหน้าทางเข้าพอดี, กรุงเทพมหานคร คลองเตย Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 17.66" N 100° 33' 29.03" E




ร้านนี่เพื่อนเป็นคนเลือกให้เองค่ะ มาจากว่าไปร่วมมินีมิตติ้งกับเพื่อนสมัยเรียนเมื่อวัยละอ่อน ตอนแรกว่าจะกินร้านอาหารที่เทอร์มินัล เซาเอ็ด (21) แต่เพื่อนซึ่งเป็นคนขายเสื้อผ้าในชั้น London บอกว่าขอเปลี่ยนบรรยากาศไปกินร้านอาหารข้างนอกดีกว่า กินอยู่ในห้างแล้วเหมือนไม่ได้ออกไปไหนเลย

ว่าแล้วก็เดินจากเทอร์มินัล เซาเอ็ด ไปทางออกประตู 2 ของ BTS เดินเลียบไปตามทางเชื่อมลอยฟ้า ผ่านโรงแรมเชอราตัน เข้าห้างไทม์สแควร์ แล้วเดินลงชั้นล่างของห้างไปทางสุขุมวิทซอย 12 ซึ่งเป็นที่ตั้งของตึก โคเรียทาวน์

ใช่แล้วค่ะ เราจะมากินอาหารเกาหลีกัน ที่ร้านอาหารเกาหลี จังวอน

ถึงแม้จะดูด้านหน้าของร้านกว้างขวาง แต่พอเข้าไปข้างในแล้ว เริ่มสัมผัสบรรยากาศของความเป็น 'บ้านกระต่าย' ของชาวเกาหลีจริงๆ คือรู้สึกมันแคบมาก ==" ชั้นล่างของร้านเต็มไปด้วยลูกค้าหมดแล้ว และเรามาแบบไม่ได้จองโต๊ะไว้ล่วงหน้าด้วย...แต่ก็มีความโชคดีว่า ผู้จัดการร้านบอกว่า มีห้องนึงชั้นสองที่ลูกค้าจองเอาไว้ แต่เขาจะมาหลังพวกเรา 1 ชั่วโมง...นั้นคือ เราจะมีห้องว่างได้กิน แต่จะต้องกินให้เสร็จเรียบวุธภายใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น! แต่เวลาเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอกับการกินแล้ว...เพราะฉะนั้นแนะว่าถ้าจะมากินร้านนี่ โทรจองโต๊ะล่วงหน้าดีกว่าค่ะ เราไปคราวนั้นนี่ฟลุคมากๆเลย 088-894-6641

เมื่อขึ้นไปชั้นสอง บันไดแคบมากจนหวาดเสียวว่าถ้าใส่ส้นสูงมา อาจพลาดตกลงไปคอเคล็ดได้ ==" แล้วเราก็ได้ยินเสียงคุยอัน(โครต)ดังเป็นภาษาเกาหลี พร้อมทั้งพนักงานก็ยังพูดภาษาเกาหลีอีก ทำให้เราเข้าใจแล้วว่า นี่ตรูหลุดเข้ามากินร้านอาหารที่เน้นขายคนเกาหลีโดยเฉพาะ อย่างที่เพื่อนบอกว่า จะกินรสชาติแต้ๆของชาติใด ก็ต้องไปกินร้านอาหารที่เน้นขายกลุ่มคนชาตินั้นๆ

ห้องที่กินอาหารนั้นเป็นแบบห้องที่คล้ายจะเข้าไปในบรรยากาศของราชสำนักโชซอนเลยค่ะ >< เห็นแล้วชอบมากเลย เดินเข้าไปในห้องต้องถอดรองเท้าก่อน แล้วพนักงานก็ทำหน้าที่เก็บรองเท้าให้ (พนักงานดูจะเป็นขแมร์ แต่บริการดีน่ารักมาก) พื้นที่ปูเสื่อก็เจาะช่องกับตำแหน่งโต๊ะให้นั่งห้อยขาได้

ดูๆไปคงจะแสนสบายดี แต่ฝากั้นห้องนั้นก็ไม่อาจกั้นเสียงอันโครตจะดังของชาวเกาหลีที่คุยมาจากทุทกทิศทุกทาง...เพื่อนบอกว่า นี่เป็นร้านที่เน้นขายคนเกาหลีที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นร้านนี่มีคนเกาหลีมากินเยอะ...และเราก็พอจะรู้ด้วยว่า คนเกาหลีนั้นพูดจาเสียงดังมากๆ พอๆกับคนจีนเลย...เล่นเอาอิฉันคิดว่า คงไม่คิดจะเอาหนุ่มเกาหลีมาทำน้ำยาอะไรเด็ดขาด ต่อให้หล่อขั้นเทพแบบป๋าแบยองจุนก็ตาม เพราะอิฉันรับไม่ได้ ถ้าคู่ชีวิตจะมาเสียงดังกว่าอิฉัน ฮิฮิฮิ

แต่ถึงไม่ชอบการพูดจาเสียงดังของชาวเกาหลีแค่ไหน แต่เรามากินอาหาร เพราะฉะนั้น ทน ฟัง ได้ เหอๆ (แต่ก็คงดีเหมือนกันว่า งั้นตรูจะคุยดังไม่เกรงใจได้เหมือนกันล่ะฟร่ะ เอิ๊กๆ)

ดังนั้นร้านนี่ไม่ค่อยเหมาะกับคนชอบทานแบบไทยนี่รักสงบ (แนะนำว่าให้ไปกินร้านอาหารฝรั่ง ไทย หรือญี่ปุ่นจะเหมาะกว่า) แต่ถ้าเป็นไทยถึงรบไม่ขลาด ประมาณว่าตรูก็เสียงดังสู้ได้เหมือนกัน ก็ร้านนี่ได้ตามสบายค่ะ


ปลาลิง ขออนุญาตเบลอหน้าเพื่อนนะค่ะ

              

 ยังไม่ทันเปิดเมนู น้ำท่าและผ้าเย็นก็มาบริการแล้วค่ะ ดูคล้ายๆการบริการของญี่ปุ่นเลย แต่น้ำในถ้วยชานั้นเป็นน้ำเย็นนะค่ะ ไม่ใช่ชาร้อนแบบญี่ปุ่น (แหงดิ มากินเนื้อย่าง จะให้ดื่มชาร้อนได้ไง) ส่วนผ้าเย็นนั้น ตอนแรกเราคิดว่าจะเอาซับหน้าค่ะ...แต่นึกได้ว่าแต่งหน้ามา อุตส่าห์โป๊ะคอนซีลเลอร์มาแล้ว เดี๋ยวถ่ายรูปไม่สวย(แฮ่) เลยเอาเก็บไว้ก่อน...ไม่นึกเลยว่าต่อมาถึงได้รู้ว่า ผ้าเย็นนั้นเอาไว้มาเช็ดปาก! เพราะในห้องไม่มีกล่องใส่ทิชชู่แบบร้านอาหารไทยค่ะ ==" ส่วนน้ำเย็นนี่ก็ไม่มีน้ำขวดมาเปิด ต้องเรียกน้องๆมาเสิร์ฟให้ เรียกบ่อยมากจนน้องพนักงานไม่รู้ใจดีหรือประชดหรือเปล่าไม่รู้ ยกมาวางบนโต๊ะให้ทั้งเหยือกเลย (ฮา)

ภาชนะบนโต๊ะที่มีวางไว้ คือจานแบน(เพิ่งรู้ว่าเอาไว้ทิ้งเศษกระดูกประมาณเนี่ย หรือที่จริงจะใช้เทข้าวแล้วกินก็ได้) แล้วก็ช้อนเงินตักซุป...ดูจนเหมือนจะครบเซทเกาหลีแล้ว แต่ดันมาตกม้าตาย เป็นตะเกียบไม้ใส่ซองพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งซะงั้น ซึ่งที่จริงควรจะเป็นตะเกียบเงิน จะได้ครบธีมเกาหลีแต้ๆนะค่ะ...แต่ช่างเถอะ  ใช้ตะเกียบไม้ก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะที่น้องสาวเคยบ้าเกาหลีครั้งหนึ่งถึงขั้นซื้อตะเกียบเงินมาใช้เพื่อความอินเทรน...แต่แม่เจ้า ข้าเจ้านี่เกือบหักตะเกียบเงินทิ้งวันละหลายรอบ เพราะไม่ถนัดใช้เลย เวลาคีบบะหมี่ทีก็ลื่น แล้วพอคืบได้ ความร้อนของบะหมี่มันถ่ายเทไปที่เงิน กินแล้วลวกปากไปอีก ==* อ 

มาเปิดดูเมนูกันค่ะ (แต่ภาพที่ถ่ายนี่จากมือถือ มันเลยไม่ชัดเจน ขออำภัยด้วยค่ะ T T) นี่เป็นหน้าเมนูแนะนำอาหาร 3 อย่างเด่นของร้านค่ะ อีกเล่มเป็นเมนูทั่วไป แต่ถ่ายไม่ทัน เลยไม่ได้เอามาลง (ต่อให้ถ่ายทัน กล้องมือถือก็กากเหลือหลาย T T*)

ชื่อเมนูนี่เวลาเพื่อนสั่งมีแอบฮา เพราะแต่ละคนจะพยายามออกสำเนียงเกาหลีเสียงเหลือหลายเหลือกินเหลือเกิน แบบกลัวน้อยหน้าพนักงานที่ถูกเทรนด์มาให้ฟัง-พูดเกาหลีได้ ไม่เชื่อลองดูเมนูแล้วลองสั่งเมนูด้วยสำเนียงเกาหลีซิค่ะ ฮามาก

ส่วนจะสั่งอะไรมา กิน กัน จัง ไปดูในภาพต่อไปค่ะ

 แค่เมนูแรกของร้านก็เสิร์ฟมาแบบแปลกๆแล้วค่ะ คือเอาถาดอาหารวางไว้ที่ช่องทางเข้าห้องอาหารที่เรากินกัน คือถ้าเราไม่หันหลังไปสั่งเมนู ก็ไม่รู้แล้วว่าเขาเอาเนื้อมาวางไว้ (เอ๊ะ หรือเค้าจะเอามาวางไว้ก่อน แล้วรีบไปหยิบเครื่องเคียงมา แต่ตรูกระแดะหันไปเห็นก่อนซะงั้น)

มาเมนูแรกก็เนื้อซี่โครงหมูติดมัน โรยผักชี...เห็นตอนแรกเราก็คิดว่า จะให้ตรูกินทั้งก้อนนี่หรือไงหว่า เพราะเวลาไปกินหมูกะทะนั้น เค้าแล่เนื้อเป็นชิ้นๆมาให้แล้วนิ

 แล้วพนักงานก็เปิดฝาเตาออก พร้อมกับยกถ่านร้อนๆสีขาวนวลสวยเชียว เห็นเตาถ่านนี่อย่าประมาทค่ะ มันร้อนเร็วกว่าเตาหมูกะทะไฟฟ้าอีก วางเนื้อไว้แป็บเดียวสุกเลย ถ้าวางนานมีเกรียม (ตอนเรากินเสร็จ เขายังเอาถ่านร้อนๆนี่ไป reuse ใช้ใส่เตาให้ลูกค้าอีกห้องด้วยแหละค่ะ ประหยัดดีแท้)

 แล้วเอกลักษณ์ของอาหารเกาหลีที่ไม่เหมือนใครในโลก ก็คือ มหาโครตะระเครื่องเคียงทั้งหลายแหล่ที่เข้ามาเสิร์ฟเต็มโต๊ะเลย ==" เยอะจนกินเสร็จแล้วเครื่องเคียงเหลือนี่ อยากห่อกลับบ้านมาก เวลาเรากินอาหารเกาหลีเชียงใหม่ ถ้าไม่พยายามกินให้หมด จะขอห่อกลับบ้านทุกครั้งเลยค่ะ...แบบเสียดายของมาก ถ้ากินไม่หมด

เครื่องเคียงที่อร่อยของร้านนี่คือ ยำหอยแครง และ เส้นบุกค่ะ อร่อยจนขอเติมบ่อยๆเลยค่ะ เติมนี่ได้ฟรีค่ะ ไม่คิดเพิ่ม

เครื่องจิ้มเหมือนจะเป็นซีอิ๊วกับซอสข้นๆ ส่วนที่เห็นเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขาวๆ นั้นแหละค่ะ คือเส้นบุก ส่วนปลาแห้งนั้น เค็มๆมันๆ (แต่รู้สึกเค็มไปหน่อยนะ)

ข้าวนี่มาถ้วยนึงประมาณถ้วยข้าวญี่ปุ่น แต่ก็เป็นข้าวไทยหอมมะลินี่แหละค่ะ ใส่ถ้วยสแตนเลชเงินแบบเกาหลีอีกแล้วค่ะ (ตอนแรกนึกว่าจะเป็นถ้วยข้าวยักษ์แบบเกาหลีอีก แบบแอบกลัว ==" ถึงอิฉันจะชอบกิน แต่เห็นอาหารใส่ภาชนะยักษ์ๆจะแอบกลัวค่ะ)

 

แล้วเราก็เพิ่งมารู้ว่า เรื่องเนื้อกะทะที่คิดว่าต้องกินทั้งก้อนนั้น...เพิ่งจะมาบ้านนอกเปิดหูเปิดตาก็ตอนเมื่อพนักงานเค้าเอากรรไกรสำหรับตัดเนื้อ มาแล่ก้อนเนื้อหมูซี่โครงนั้นอย่างคล่องแคล่วชำนาญมากๆ แล้วเนื้อหมูก็ถูกตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ วางโป๊ะลงบนเตาถ่านร้อนๆ

 แต่ถึงขนาดอาหารเต็มโต๊ะก็ยังสั่งเมนูอื่นมากินอีกค่ะ มีซุปหมูกิมจิร้อนๆ สีเหมือนแกงส้มไทยยังไงอย่างนั้น...แต่ดูจะอร่อยกว่าแฮะ! มีรสชาติเผ็ดหน่อยๆแต่ได้รสกลมกล่อมของการต้มเนื้อหมูด้วย ส่วนแกงส้มนั้นเพราะในชีวิตนี่อิฉันยังไม่เคยได้กินแกงส้มที่ไหนอร่อยเล้ย อย่างที่เค้าบอกแหละค่ะว่า แกงส้มเป็นแกงปราบเซียน ที่ว่าใครทำแกงส้มอร่อย ก็ทำอาหารอื่นอร่อยโม้ดแหละ

ส่วนเมนูสุดท้ายที่เราสั่ง คือผัดกิมจิปลาหมึก หรือที่เรียกว่า โอจิงออคูรูชีเก (จะตั้งชื่อเรียกยากไปไหม ==*) แต่นี่เป็นเมนูโปรดของเราเลยค่ะ เพราะเราชอบทานเผ็ดมากๆ เผ็ดชนิดกินแล้วธาตุไฟจะแตกซ่านนี่ยิ่งชอบ (โรคจิต 555) แต่อันนี้ก็เผ็ดระดับปานกลางค่ะ อร่อยดี เป็นผัดปลาหมึกกับกิมจิ พริกเขียว หอมใหญ่ และงาขาว

กินเสร็จก็มีแตงโมผ่า 4 ลูก เอ๊ย 4 ชิ้นมาให้กินล้างปาก เหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นเด๊ะ อร่อยหวานฉ่ำเลยค่ะv

มื้อนี่หมดไป 800 กว่าบาท หาร 3 ก็ตก 280 พอดิบพอดี

มากันสามคน กินอะไรไม่ค่อยเยอะมากค่ะ แค่นี่ก็เต็มโต๊ะจนจะล้นอยู่แล้ว แถมมีเวลากินแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นด้วย...แต่ก็กินแล้วอิ่มอกอิ่มใจดีค่ะ อาหารอร่อย บริการดี บรรยากาศใช้ได้ (ถ้าไม่ติดจะได้ฟังซาวแทร็กเกาหลีจากลูกค้าจากทุกทิศทาง)แถมมากินกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมา 10 ปี ถึงเป็นมินิมีทติ้งเล็กๆ แต่ก็สุขใจสำหรับสาวเหนือที่มาแอ่วเยี่ยมเพื่อนเก่าค่ะ

สาวเหนือยังไม่หมดการรีวิวร้านอาหารทั่วบางกอกค่ะ ติดตามชมกระทู้หน้า เมื่อมีเวลาและสังขารพอจะนำมาลงให้ชมอีกค่ะ




Create Date : 10 กันยายน 2555
Last Update : 10 กันยายน 2555 22:45:28 น.
Counter : 2973 Pageviews.

7 comment
เมื่อสาวเหนือแอ่วบางกอก : กิ๋นร้านไทยฟ้า เกี๊ยวซ่าทอดน้ำสไตล์ไต้หวัน
ชื่อร้าน : ไทยฟ้า
รายการอาหาร : เกี๊ยวซ่าทอดน้ำ ราเมนไต้หวัน เนื้อแพะตุ๋น ซุปรากบัว ไก่ดำตังกุย
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 10.00-22.00 หยุดตุรุษจีน
ที่ตั้งร้าน : อยู่ก่อนถึงซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 6 ติดถนนใหญ่แยกห้วยขวาง-รัชดา ถ้ามาทาง MRT ลงที่สถานีห้วยขวาง ออกทางประตู 1 แล้วเดินข้ามถนนไปยังโรงแรมตรงข้ามวินมอเตอร์ไซค์แล้วเดินเลียบฟุตบาธ, กรุงเทพมหานคร ห้วยขวาง Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 41.76" N 100° 34' 32.65" E




มาตามสัญญาหลังจากที่หายหน้าไปสองอาทิตย์ เพราะต้องลงไปช่วยป๊าขายน้ำผึ้งที่งาน OTOP ณ เมืองทองธานีที่ผ่านมา แถมขอไปแอ่วบางกอกหลังงานเสร็จอีกอาทิตย์นึง...เลยมีข้อมูลร้านอาหารมารีวิวเกือบเพียบเลยค่ะ จะนำมาลงให้เกือบทุกวันในกระทู้ เท่าที่สังขารและเวลาว่างจะลงให้ได้นะค่ะ เพราะเรามีเวลาว่างแค่ตอนดึกๆมาลงเท่านั้น เพราะต้องทำงานตอนกลางวันนะค่ะ

เริ่มด้วยรีวิวร้านแรกของกระทู้ แต่อาจจะไม่ใช่ร้านแรกที่ไปในช่วงงาน เพราะจะลงแล้วแต่อารมณ์ของคนลงกระทู้ค่ะ แบบว่าติสต์ตามอารมณ์คนตั้งอ่ะนะ (ฮา)

ร้านในกระทู้นี่ ชื่อร้านอาจจะไม่ตรงกับภาพที่เห็น เพราะเราไปตามหนังสือ รถไฟฟ้าพาอร่อย BTS&MRT ค่ะ ชื่อร้านในหนังสือเขียนอีกอย่าง แต่ร้านจริงๆ กลับเขียนอีกอย่างสักงั้น ดันอ่านภาษาจีนไม่ออกอีก ทำเราเอาตอนแรกหาร้านนี่ไม่เจอ เกือบเดินกลับโรงแรมที่พักแถวนั้นไปแล้ว ถ้าไม่สะดุดตากับเมนูของร้านที่ระบุเด่นในหนังสือเสียก่อน...เอาเป็นว่าเราขอตั้งชื่อร้านนี่ว่า ไทยฟ้า ตามที่หนังสือระบุไว้ล่ะกันค่ะ

เอาเป็นว่าหาหน้าตาของร้านนี่ให้เจอดีกว่าค่ะ อยู่ตรงถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ สี่แยกรัชดา-ห้วยขวาง ถ้ามาทาง MRT ให้ลงสถานีห้วยขวาง เดินออกทางออกที่ 1 โผล่ขึ้นมาก็ให้เดินข้ามถนนไปยังโรงแรมที่อยู่ตรงข้าม แล้วเดินเลียบไปจนกว่าจะถึงซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 6....ร้านจะอยู่ก่อนถึงป้ายซอยค่ะ อยู่ติดถนนใหญ่เลย ให้มองหาร้านอาหารจีนติดกระจก มีกระเป๋าหนังวางขายแบบในภาพก็แล้วกันค่ะ

ลืมบอกอีกเรื่องว่า ก่อนที่จะไปร้านนี่นั้น เราชวนเพื่อนไปกินตอนมื้อเย็นค่ะ แต่เพื่อนขอตัวกลับบ้านก่อน เราก็เลยไปคนเดียว...แต่เพราะตอนบ่ายไปกินเค้กมาแล้ว ท้องเลยอยู่ก่ำกึ่งระหว่างหิวกับอิ่ม ก็เลยคิดว่าถ้าจะไปร้านนี้ ก็ขอกินเมนูเบาๆก็แล้วกัน ดังนั้น กระทู้นี่เรามีฟรีวิวแค่เมนูเดียวนะค่ะ เพราะคนกินสภาพท้องไม่ว่างจะรับได้เยอะค่ะ (ฮา)

อย่างที่บอกว่าตอนที่เดินไปหาร้านนี่นั้น เคยไปเดินหาร้าน coco custard ที่ลงในหนังสือเหมือนกันว่าอยู่แถว MRT ห้วยขวาง เมื่อหนึ่งวันก่อนที่เราจะมากินร้านในกระทู้นี่ แต่ปรากฎว่าเราเดินไปตามแผนที่แล้วไม่เจอร้านเลย ถามคนแถวนั้นเขาบอกว่าร้านปิดตัวไปนานแล้ว...ทีนี้พอเราเดินมาหาตอนเย็นของร้านไทยฟ้าอีก พยายามมองหาชื่อร้านก็ไม่มี มองดูหนังสือจนแน่ใจว่าน่าจะถูกแล้วก็ยังหาร้านตัวจริงไม่พบ ประกอบกับผิดหวังจากร้านแรก ก็เลยเกือบทำให้เราเดินกลับโรงแรมแล้ว...จนมาเห็นร้านกระจก 1 คูหา ที่มีเมนูภาษาไทย-จีน ระบุเกี๊ยวซ่ากับราเมนไต้หวัน เหมือนในหนังสือนี่แหละค่ะ เลยรู้แล้วว่า...ชื่อร้านในหนังสือกับของจริงดันเขียนไม่ตรงกันซะงั้น ==" เราถ่ายรูปป้ายร้านมาด้วย แต่กล้องมือถือห่วยจนไม่เห็นชื่อร้านภาษาไทย ดังนั้นก็ต้องเดินหาหน้าตาของร้านในภาพตามนี่ค่ะ

หน้าตาของร้านค่อนข้างจะผิดคาดสำหรับเรามาก เพราะคิดว่าคงเป็นเหมือนร้านอาหารตามสั่งไทยทั่วไป แต่ดันเป็นร้านติดกระจกซะงั้น แถมเห็นชื่อเมนูภาษาจีนแล้วเลยนึกเพลียในใจว่า...ตรูหลวมตัวเข้ามากินร้านอาหารที่เน้นกลุ่มคนจีนแล้ว...แถมตอนนั้นพกตังค์ติดตัวมาไม่ถึง 300 บาทด้วยค่ะ (ก่อนหน้านี้กระเป๋าตังค์โดนขโมยที่งาน OTOP โชคดีว่ามีแบงค์พันเก็บไว้ในกระเป๋าอีกใบ แล้วก็เอาสมุดเงินฝากมาด้วย เลยอายัดบัตรเดบิตทันและถอนเงินออกมาได้ค่ะ แต่เราเอาเก็บซุกไว้ในกระเป๋าที่ไว้ที่ห้องพักที่โรงแรม ไม่อยากพกตังค์เยอะ กลัวโดนฉกอีก) แถมโรงแรมกับร้านก็อยู่ไกลเกินกว่าจะเดินกลับไปเอากระเป๋าที่มีเงินเยอะได้ (โรงแรมที่เราพักอยู่ตรงข้าม Mansion 7) ดังนั้นจะสั่งอาหารอะไรไม่ได้เยอะแล้วค่ะ เพราะแค่เมนูกินเล่นๆ ราคาก็ 100 บาทขึ้นไปแล้ว...ถึงได้บอกไงว่า วันนี้รีวิวได้แค่เมนูเดียว (ฮา)

บรรยากาศภายในร้านสะอาดใช้ได้ เงียบสงบ ดูหน้าตาแล้วเหมือนกำลังกินข้าวในบ้านคนจีนชัดๆเลยแฮะ ยิ่งเห็นลูกค้าและพนักงานพูดภาษาจีนกัน ก็เลยเริ่มเหงื่อตกแล้วว่า ตรูเนียนเดินออกจากร้านดีไหมเนี่ย...จนพนักงานเดินมารับออร์เดอร์ เราก็เลยถามน้องเค้าว่า "พูดไทยได้ไหม" เขาก็ตอบว่าได้ค่ะ...เออ ค่อยยังชั่วหน่อย (แหม แต่ติดชื่อเมนูร้านภาษาไทย ก็ต้องพูดไทยได้ซินะ)

เราไม่ได้ถ่ายรูปหนังสือเมนูเอาไว้ค่ะ เพราะคุณน้องรับออร์เดอร์ยืนรอจดประหนึ่งทหารเยาวชนแดงซะงั้น ก็เลยรีบๆเลือกและดูราคา รู้แต่ว่าต้องกินเมนูเด่นของร้านเพื่อนำมารีวิว (ราเมนที่ไม่กินแน่นอน เพราะเราไม่ชอบเส้นราเมนเป็นการส่วนตัวค่ะ) ที่น่าปวดกบาลกว่านั้นคือ...เมนูเด่นของร้านที่เขียนในหนังสือกับในเมนูที่ร้านจริง ดันเขียนไม่ตรงกันอีกแระ ==* เลยต้องเอาหนังสือให้น้องเค้าดูว่า พี่อยากกินอันนี้นะ มันเป็นเมนูไหนของร้าน น้องเค้าก็น่ารักบอกว่าเป็นเมนูนี่ จนเมื่อซักถามแน่ใจแล้วว่า ไม่มีกุ้งไม่มีถั่วงอกไม่มีปูผสมนะ (เราแพ้สามอย่างนี่ค่ะ) ก็เป็นอันจบ นั่งรออาหารมา

เกี๊ยวซ่าทอดน้ำ หรือ เกี๊ยวซ่ากุยช่ายหมูนั้นแล

ถ้าเอาตามหนังสือว่า เป็นอาหารจีนสไตล์ยูนนาน (ตกลงจะเป็นยูนนานหรือไต้หวันกันแน่นิ หรือสองอันนี้เป็นอย่างเดียวกัน ==*) ที่เห็นจะแปลกหน่อยก็คงไม่เคยเห็นเกี๊ยวซ่าเอาไปทอดเรียงสวยบานเป็นดอกไม้แบบนี้ ด้านที่เขานำมาเสิร์ฟเราจะเป็นด้านที่เอาแป้งกรอบโป๊ะบางๆ ให้กินพอกรอบๆขมๆหน่อยค่ะ...แต่ที่น่าแปลกคือ อีกด้านนั้นเป็นเกี๊ยวซ่าที่ดูนุ่มเหมือนกับนึ่งซะงั้น ไม่ได้กรอบแบบด้านบนเลยแฮะ เออ แปลกดี

ไส้ในเกี๊ยวซ่าเป็นหมูและกุ๊ยช่ายอย่างว่าจริงๆค่ะ กินแล้วแทบลวกปากกันไปข้างเลย แสดงว่านึ่งเสียร้อนเลยเนี่ย อร่อยหวานๆเค็มๆมันๆดี

เครื่องจิ้มก็คือ จิ๊กโฉ่วใส่ขิงซอย จะได้กลิ่นหอมเผ็ดๆของขิงเตะจมูก และได้ความหวานมันของจิ๊กโฉ่วผสมไปด้วย แต่ไม่ต้องจิ้มเลยก็อร่อยดีเหมือนกันค่ะ

เมนูนี่หมดไป 100 บาท กินคนเดียวก็อิ่มล้นแล้วค่ะ แนะนำว่าให้ไปกินสองคนจะอิ่มกำลังดี

เมนูนอกเหนือจากนี่ก็คงแล้วแต่ผู้อ่านที่สามารถถ่อสังขารไปลง MRT ห้วยขวางได้ค่ะ(ฮา) ไปกินเผื่อเมนูอื่นเผื่อมาด้วยล่ะกันค่ะ และช่วยบอกชื่อร้านจริงๆมาด้วยก็ดีนะค่ะ จะได้แก้ไขให้ในภายหลัง

ขอจบเมนูรีวิวร้านอาหารยามแอ่วบางกอกร้านแรกแต่เพียงเท่านี้ ร้านต่อไปเป็นที่ไหนติดตามชมกระทู้ต่อไปค่ะ




Create Date : 05 กันยายน 2555
Last Update : 5 กันยายน 2555 6:36:44 น.
Counter : 1798 Pageviews.

1 comment
เมื่อสาวเหนือบังเอิญไปกินบะหมี่เกี๊ยว-ข้าวหมูกรอบที่ร้านลำปางเลิศรสที่เชียงใหม่
ชื่อร้าน : ลำปางเลิศรส (สวนบวกหาด)
รายการอาหาร : บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 6.30-15.30 น.
ที่ตั้งร้าน : อยู่ก่อนถึงสวนสาธารณะสวนบวกหาด(ฝั่งเดียวกัน) ตรงข้ามแจ่งกู่เรืองฝั่งใน, เชียงใหม่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 46' 56.50" N 98° 58' 41.49" E




ต้องจั่วหัวบอกเอาไว้ว่ากินที่เชียงใหม่นะค่ะ เป็นสาขาสวนบวกหาด แต่ที่ลำปางก็มีเหมือนกันค่ะ เห็นเพื่อนบอกเอาไว้

รีวิวนี่มาจากหลังจากกลับจากการสัมมนางานคุยกับผู้ประกอบการ OTOP เชียงใหม่ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ค่ะ เราในฐานะ(ลูก)เจ้าของน้ำผึ้งสินค้า OTOP 5 ดาว ก็จะเดินทางนำน้ำผึ้งไปขายที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี อาคารชาแลนเจอร์ 1 บูธ 5 ประเภทของกินนะค่ะ ในงาน OTOP Midyear ค่ะ ถ้าใครสนใจน้ำผึ้งของบริษัทเราก็เชิญไปที่งานในวันที่ 18-26 สิงหาคมได้นะค่ะ สาวเหนือจะเฝ้าบูธทั้ง(เกือบ)ทั้งวันเลยค่ะ (แหม ก็ต้องมีผลัดเวรไปกินข้าว ไปเดินแอ่วงานมั่งดิ เหอๆ) มี FB ของสินค้าด้วยค่ะ (ขอไม่เม้นท์บอกชื่อในนี้ เพราะกลัวโดนแบนค่ะ) http://www.facebook.com/CHAYADA-Farm

กลับมาเข้าเรื่องใหม่ค่ะ หลังจากหมดสัมมนาแล้ว เค้าไม่ได้เลี้ยงข้าวเที่ยง (เลี้ยงแต่เบรกเช้า) ป๊ากับเราก็เลยต้องนั่งรถออกไปหาอะไรกินเอง...ในขณะที่กำลังผ่านย่านถนนใกล้สวนสาธารณะสวนบวกหาด บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ตรงข้ามเยื้องโรงพยาบาลสวนปรุง ก็มีห้องแถวของร้านอาหาร 2-3 ร้าน ที่มีฟุธบาทพอจะจอดรถได้ ป๊าก็เลยให้กินข้าวที่นี่ไปเลยค่ะ เพราะหาที่จอดรถได้นี่แหละ (เหตุผลแค่นี่เองเรอะป๊า ==")

ดังนั้นที่นี่จึงเป็นร้านที่เราบังเอิญผ่านมากินค่ะ...ร้านลำปางเลิศรส (สวนบวกหาด) เป็นร้านขนาดหนึ่งห้องแถว อยู่ก่อนจะถึงสวนสาธารณะสวนบวกหาด

กล้องมือถือถ่ายไม่ค่อยดี ขออภัยด้วยนะค่ะ ==" ปกติจะใช้กล้องถ่ายมีความละเอียดกว่านี่อีก แต่เดี๋ยวนี้ไปกินข้าวนอกบ้านกับป๊าบ่อย จนป๊าเห็นเราเอากล้องถ่ายแล้วถามว่า "ลื้อถ่ายรูปกับข้าวเอาไปทำอะไร?"

เราขี้เกียจอธิบายค่ะ เพราะถ้าอธิบายเอาไปลงเว็บแล้วเดี๋ยวป๊าถามเรายาวแน่ ก็เลยจำต้องลดเป็นมือถือถ่ายสำรองเอาไว้แทน =="

เมนูก็ดูจากป้ายของร้านค่ะ ใหญ่ๆชัดๆสะใจดี มีบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ข้าวหมูแดง-กรอบ มีสองขนาดให้เลือกธรรมดา กับ พิเศษ พร้อมเวลาเปิด-ปิด เบอร์โทรติดต่ออีกต่างหาก คุ้มมากกับป้ายนี่

เมนูแรกของป๊าก่อนเลยค่ะ แต่เราขอป๊าถ่ายตรงๆไม่ได้ เพราะเดี๋ยวโดนป๊าเฉ่ง(ตอนกำลังหิวอีกว่า) จะกินข้าวอยู่แล้ว มาถ่ายรูปทำไม เลยต้องอาศัยความไวๆเล็กๆ กดชัตเตอร์ตอนป๊าเอื้อมไปหยิบเครื่องปรุงนี่แล เหอๆ ของป๊าเป็นบะหมี่น้ำธรรมดาค่ะ มีเกี๋ยวน้ำเกี๊ยวกรอบครบเครื่องเลย

น้ำมาเสิร์ฟเป็นอันดับถัดมา เป็นชามะนาวของเรา กับใบบัวบกของป๊า อร่อยชื่นใจ สีสันตัดกันดีจริง

ของเราก็มาแล้วค่ะ เป็นบะหมี่ต้มยำ รสชาติเผ็ดกำลังดี น้ำไม่ถึงกับข้นครั่กจนน่ากลัว เครื่องก็เยอะพร้อมทั้งเกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวกรอบ ลูกชิ้น หมูแดง ที่ชอบอย่างคือ ใส่ต้นหอมเยอะมากค่ะ พอดีกับที่เราชอบกินต้นหอมสับซอยมากเลย

กินเสร็จแล้ว เราขอต่ออีกจาน คือข้าวหมูกรอบค่ะ คือคิดว่าคงไม่ผ่านแถวนี่บ่อย ไหนๆก็มาแล้ว ลองเมนูข้าวหน่อยเป็นไง เผื่อจะได้เขียนรีวิวได้ว่ารสชาติหน้าตาเป็นเยี่ยงไรหนอ

พอมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละค่ะ...แม่เจ้า น้ำซอสนี่อย่างเยิ้มฉ่ำราดท่วมข้าวกันเลยทีเดียว นี่ขนาดธรรมดายังกินแทบจะอิ่มแล้ว ยังไม่อยากคิดขนาดพิเศษเลยว่า จะพี่บิ๊กขนาดไหน

เนื้อหมูกรอบใช้ได้เลยค่ะ ไม่ค่อยเคี้ยวเจอกระดูกให้รำคาญใจนัก ซอสหวานพอดี ยิ่งกินแกล้มกับไข่ต้มแล้วอร่อยดี เรานี่ถ้าร้านไหนมีไข่ต้มให้กินคู่กับข้าวหมูกรอบนี่ จะฟินมากๆเลยค่ะ XD

ก็ส่งท้ายรีวิวสั้นๆเพียงเท่านี้ หลังจากวันที่ 16 สิงหาคมนี่ เราจะเดินทางไปขายของที่อิมแพคค่ะ ใครว่างใครสนใจก็มางาน OTOP Midyear ได้นะค่ะ แล้วเราอาจจะได้มีโอกาสไปตามรอยทัวร์กินที่กรุงเทพอีกครา ถ้าหากทำยอดขายได้ตามเป้าที่ป๊าตั้งเอาไว้นะค่ะ XD งานนี้สู้ตาย! เพราะยังมีร้านในกรุงเทพมากมายที่สาวเหนือยังไม่ได้ไปถล่ม เอ๊ย ไปเขียนรีวิวเลย XD

 

 

 

 




Create Date : 13 สิงหาคม 2555
Last Update : 13 สิงหาคม 2555 18:57:58 น.
Counter : 2341 Pageviews.

6 comment
เมื่อสาวเหนือ(ถูก)พาไปกินข้าวแกงกระหรี่และชาอินเดียที่บ้านบัวลอย
ชื่อร้าน : บ้านบัวลอย
รายการอาหาร : ก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ข้าวแกงกระหรี่ หมูสะเต๊ะ ชาอินเดีย
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 9.00-18.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ตรงข้ามบ้านพักตากอากาศเก่าของกองพันสัตว์ต่าง ก่อนเข้าอำเภอแม่ริม, เชียงใหม่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 52' 54.16" N 98° 57' 35.55" E




ร้านนี่เป็นร้านของลูกศิษย์ของแม่เราเองค่ะ แม่ชวนไปกินเพราะจะแวะไปซื้อขนมเจ้าอร่อยแถวแม่ริมพอดีค่ะ ทางไปของร้านนั้นถ้าใครไม่รู้จัก ขอให้เริ่มต้นพิกัดที่ศาลากลางเชียงใหม่หรือโรงพยาบาลนครพิงค์ แล้วขับรถตรงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงกองพันสัตว์ต่าง (จะมีทุ่งหญ้าล้อมรั้วที่ทหารพาม้า ลา ล่อมากินหญ้าเป็นประจำทุกเช้าค่ะ) พอถึงกองพันสัตว์ต่างแล้วให้มองให้ดีว่า บ้านพักตากอากาศเก่าของทหารอยู่ตรงไหน ร้านก็จะอยู่ตรงข้ามพอดีค่ะ...แต่มันเป็นคนละฟากถนนอ่ะนะ ต้องไปกลับรถยูเทิร์นที่สามแยกเล็กแม่ริมอีกค่ะ และต้องค่อยๆขับรถให้ช้าๆหน่อย เพราะที่จอดรถหน้าร้านนั้นอยู่ติดถนนใหญ่พอดี ไม่มีที่จอดรถข้างในค่ะ หวาดเสียวโดนเสยมาก T^T (หรือเรากลัวไปเองหว่า)

หน้าร้านจะมีต้นไม้เลื้อยติดอยู่หน้าร้านค่ะ ชื่อร้าน บ้านบัวลอย

เมนูเด่นของร้านก็ติดหราตรงป้ายเลยค่ะว่า มีก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นกับข้าวซอย

...แต่เราไม่ชอบกินข้าวซอยอ่ะ T T (เสียชาติเกิดสาวเหนือมาก แถมตอนแม่ท้องเรา แม่ก็ชอบกินข้าวซอยอีก แต่ไหงลูกกลับไม่ชอบตามน้า คงเพราะเราไม่ชอบกินฉุนของข้าวซอยมั่งค่ะ...แล้วจะกินก๋วยเตี๋ยวก็กระไรอยู่ เพราะเย็นวานนั้นก็กินบะหมี่ไป มากินวันใหม่จะกินอะไรเส้นๆอีกมันเบื่ออ่ะค่ะ)

ฉะนั้นเมนูเด่นของร้านจะมีอีกอันก็คือ ข้าวราดแกงกระหรี่นั้นแล ตามในภาพของเมนูค่ะ

ระหว่างรอหลังจากสั่งเมนูไปแล้ว เราก็เดินชมถ่ายรูปทั่วร้านก่อนค่ะ

ร้านนี่ลูกศิษย์ของแม่เราเป็นเจ้าของร้าน แต่เดิมร้านเคยเป็นบ้านเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นกิจการเก่าในครอบครัวของเจ้าของร้าน เห็นได้จากของประดับร้าน ที่มีการนำถ้วยชามที่แตกไปแล้ว แต่เอามาติดเสาผนังทำให้ดูเป็นปะติมากรรมเก๋ไปอีกแบบเลยค่ะ

ร้านเพิ่งมาเปิดได้ไม่นานนี่เองค่ะ (ปี 2551) เพราะเจ้าของร้านแต่เดิมเป็นครูสอนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่สถาบันศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ลาออกมาช่วยปรับปรุงกิจการของบ้านให้เป็นร้านอาหาร จนกระทั่งมีชื่อเสียง การันตีได้จากภาพถ่ายออกรายการที่ติดบนบอร์ดในร้านเลยค่ะ

บรรยากาศภายในร้านจะเหมือนอยู่ในสวนเย็นๆ ร่มรื่นเลยค่ะ ตรงนี้เป็นสระน้ำตก ที่มีทางเดินเชื่อมไปยังส่วนในร้าน (แต่มีอีกด้านที่เดินทางธรรมดาได้นะค่ะ อย่าตกใจว่าต้องผ่านทางนี้เป็นไฟล์บังคับ XD)

บรรยากาศบริเวณทางเข้าร้าน

โต๊ะ-เก้าอี้ ส่วนใหญ่ทำจากไม้ มีหลากหลายค่ะ เลือกนั่งเอาตามสบายของลูกค้า

ที่น่าสังเกตและเป็นจุดเด่นของร้านก็คือ ปลาทองค่ะ ทีนี้มีสระเลี้ยงปลาทองเยอะมาก ที่เห็นในอ่างเล็กๆนี่สำหรับพวกไซส์เล็กค่ะ พอโตแล้วค่อยไปไว้ในบ่อใหญ่ ทำเอาคนชอบปลาทองอย่างเราฟินมากๆ XD มองในอีกแง่นึงคือ ถ้าลูกค้าคนไหนพาเด็กซนๆมาร้าน ปลาทองนี่แหละจะเป็นสิ่งดึงดูดให้เด็กมานั่งจดจ้องมองค่ะ เด็กสมาธิสั้นก็จริง แต่ถ้าเห็นสิ่งอะไรตื่นตาตื่นใจ เขาจะอยู่ตรงนั้นนานๆ ไม่วิ่งซนไปชนบ๋อยให้หวาดเสียวเลยค่ะ ลองสังเกตเถอะค่ะว่า ร้านไหนมีตู้ปลา รับรองว่าเด็กต่อให้ซนแค่ไหน ก็วิ่งไปมองแล้วจุ่มปุ๊กอยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหนเลยถ้าพ่อแม่ไม่มาตาม (จริงหรือเปล่าหว่า XD)

นอกจากปลาทองแล้วก็มีบ่อปลาคาร์พตัวอ้วนเชียว ตรงบริเวณสะพานไปยังห้องน้ำด้วยค่ะ (ขอเอาภาพห้องน้ำไว้ท้ายสุดนะค่ะ XD)

ปะติมากรรมสัตว์น่ารักตกแต่งซะเก๋เชียว

บ่อใหญ่ของปลาทอง

เถลไถลไปนาน เดินกลับไปที่โต๊ะดีกว่าค่ะ อาหารมาพอดี

เริ่มแรกขอแนะนำ ชาอินเดีย(เย็น)ก่อนค่ะ เมนูนี่โดนแม่ไซโคมาว่า จะลอง(ของ)ไหม เพราะเจ้าของร้านเคยบอกแม่ว่า มีหลายคนรับกลิ่นเครื่องเทศของชานี่ไม่ได้

...เราก็...ลองซิค่ะ...(ไม่งั้นจะได้ถ่ายรูปมาฤา 555)

ก่อนอื่นเราลองดมดูก่อนค่ะ ว่ามันแรงขนาดไหน...เราว่าก็ได้กลิ่นอ่อนๆนะ ไม่ได้แรงมากอย่างที่โดนไซโค (หรือเค้าปรับปรุงสูตรแล้วหว่า?) พอได้ลองชิมแล้วก้อ...อร่อยดีค่ะ หวาน มัน คล้ายๆกินกาแฟเย็นผสมชาเลย มีรสเครื่องเทศหน่อยๆ เมนูนี่ขอแนะนำเลยค่ะ กลิ่นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด

ส่วนเมนูข้าวแกงกระหรี่หมูนั้น...มันเป็นแกงกระหรี่แบบอินเดียนะค่ะ คือรสเผ็ดและได้กลิ่นเครื่องเทศเตะจมูกมาก ไม่ใช่แบบแกงกระหรี่ญี่ปุ่น น่าจะเหมาะกับคนชอบทานเผ็ด และหมูนั้นเป็นเนื้อหมูที่มีกระดูกอ่อนปน สามารถเคี้ยวกรุบกรับได้เลยค่ะ ส่วนน้ำซุปนั้นแปลกตาดีว่าเป็นสีเข้ม เพราะเป็นน้ำซุปยาจีน ใส่เครื่องเทศเก๋ากี๋ที่ใช้ใส่พะโล้ รสชาติจะเผ็ดนิดแต่ชุ่มคอ และทานอาจาดคู่กับหมูจะอร่อยเลิศเลยค่ะ

ส่วนเมนูอื่น เราคงหาโอกาสมาลองในคราวหน้าแทนค่ะ เพราะจะต้องไปทำธุระที่อื่นต่อ

แล้วตามที่ว่าจะไปถ่ายรูปห้องน้ำที่แม่บอกว่า เค้าจัดสวนได้สวยดี เราขอถ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นสวนนะค่ะ ชักโครกหรือส้วมขอผ่าน เดี๋ยวติดตากัน 555

ป้ายทางไปห้องน้ำ มีเก้าอี้สำหรับนั่งรอด้วย

ตุ๊กตาที่ประดับผนังทางเข้าห้องน้ำ ดูแล้วคิดถึงอดีตเก่าๆของบ้านชนบทดี XD

ช่วงวันเสาร์วันแม่ เรามีโปรแกรมตระเวนกินในเชียงใหม่มาฝากเพื่อนๆอีกแน่นอนค่ะ (แล้วเมื่อไหร่น้ำหนักช้านจะลงเนี่ย T^T)

อุ๊ป ลืมอีกภาพไปค่ะ การันตีความอร่อยได้จากคอมเม้นท์ของผู้มากินก่อนหน้านี่...บนผนังอิฐหน้าร้านค่ะ ใครไปชิมไปกิน อยากเขียนฝากระลึกไว้ก็เต็มที่เลยค่ะ จัดมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ XD

  




Create Date : 05 สิงหาคม 2555
Last Update : 5 สิงหาคม 2555 12:44:36 น.
Counter : 2763 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

สาวเหนือเซาะกิ๋น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวย ถึก และบึกบึน