All Blog
มักกะโรนีผัดหมูสับเห็ดแชมปิญอง
ที่จริงเมนูนี้ทำกินเมื่อคราวเหลือเห็ดจากทำก๋วยเตี๋ยวแกงกระหรี่แล้ว แต่เพิ่งจะเอามาลง



คราวนี้เอาเห็ดที่เหลือ ดัดแปลงมาใส่มักกะโรนีผัดหมูสับด้วยเลย



เครื่องปรุง

-มักกะโรนีแบบยาว ยี่ห้อเบสท์ฟู้ด 1 ถุงเล็ก (ถ้าถุงใหญ่ให้แบ่งครึ่งนึง หรือจะเปลี่ยนไปใช้เส้นสปาเกตตี้ก็ได้)

- หมูสับ 200 กรัม

- เห็ดแชมปิญอง 15 หัว

- หัวหอมใหญ่หั่นซีก 1 หัว

- ไข่ไก่ 1 ฟอง

- กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

- ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ

- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ

- ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ

- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ (ใช้ลวก, คลุกเคล้าเส้น)





1. มักกะโรนีที่ซื้อมานั่น ถ้าถุงเล็กจะบอกว่ากินได้ 1-2 ที่ ถุงใหญ่จะ 3-4 ที่...ทีนี้เพื่อความประหยัดที่จะกินได้เยอะๆ ข้าน้อยจะใช้แบบถุงเล็ก เอามาหัก 3 ท่อน ทั้งนี้เพราะเคยลวกเส้นยาวหมดแล้ว เวลากินลำบากเหลือหลาย = = " ครั้นพอหักครึ่งก็ยังยาวอยู่ ก็เลยหัก 3 ท่อนเลย ได้เส้นยาวกำลังพอดี ไม่ยาวมาก แถมพอหัก 3 แล้ว ยังทำให้กินเท่ากับปริมาณ 3-4 ที่ได้อีกด้วย ^ ^



ตั้งหม้อต้มน้ำ เมื่อเดือดให้ใส่มักกะโรนีที่หักท่อนลงไป ตามด้วยเกลือและน้ำมัน เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน แล้วต้มไปเรื่อยๆ คอยคนให้เส้นอย่าติดกัน





2. เมื่อลวกได้เส้นอย่างในภาพแล้ว เนื้อแป้งนิ่มแล้ว ปิดไฟแล้วเอาน้ำร้อนออก...ปกติเราจะเทน้ำร้อนลงท่อหรือไม่ก็ไปเทตรงพื้นดินไปเลย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ท่อน้ำโดนน้ำร้อนลวกและเสื่อม หรือถ้าโดนต้นไม้ก็อาจทำให้ตายได้



วิธีของข้าน้อยก็คือ หาหม้ออีกใบ รองใต้ก้นตะแกรงเอาไว้ จากนั้นก็เปิดน้ำเย็นจากก็อก ค่อยๆ เทน้ำร้อนจากหม้อลวกลงไปยังหม้อกรอง เส้นจะติดกับตะแกรงไว้ ส่วนน้ำร้อนจะไปรวมกับน้ำเย็นที่อยู่ใต้หม้อกรองไว้แล้ว เท่านี้จะทำให้กลายเป็นน้ำพออุ่นได้ ยกตะแกรงเส้นออกไปล้างแยกต่างหาก ส่วนน้ำอุ่นนั้นก็เอาไว้ให้เย็นสักพัก จะเททิ้งหรือลดน้ำต้นไม้ก็แล้วแต่



เมื่อเส้นล้างน้ำเย็นแล้ว ให้ลองเส้นแห้งน้ำแล้ว ค่อยใช้น้ำมันพืช 1 ช้อนชา เทให้ทั่วเส้น เพื่อว่าเวลาผัดเส้นจะได้ไม่ติดกระทะ





3. ระหว่างรอเส้นแห้ง ให้ตั้งกระทะ ผัดกระเทียมเจียวกับหมูรอไว้ก่อน ใส่ซอสปรุงรสผัดเข้าไป





4. นำหอมหัวใหญ่ที่หันเป็นซีกแล้ว ผัดรวมกัน พร้อมเห็ด หากอยากให้หอมอีก ใส่ซอสปรุงรสเข้าไปอีก





5. ผัดนัวเนียให้เข้ากัน





6.ตามด้วยซอสมะเขือเทศ





7.ตามติดด้วยซอสพริก (อันนี้เป็นสูตรน้องสาวข้าน้อยเอง บอกว่าถ้าใส่ซอสมะเขือเทศเพียวๆ มันจะหวานปนเลี่ยน ให้มีความเผ็ดของพริกลงไปหน่อย) ผัดให้เข้ากันไปได้สักพัก ให้ตอกไข่ใส่ลงไปผัดผสมกันอีกที





8.ใส่เส้นลงไปผัดตาม ใส่ซอสมะเขือเทศลงไปอีก (บางคนอาจจะแยกซอสแล้วไปราดกับเส้นอีกทีก็แล้วแต่) แล้วนัวเนียให้เข้ากัน







เสร็จแล้ว พร้อมเสิร์ฟ (จริงๆ เสิร์ฟกับผักสลัดด้วยจะดีมากๆ แต่วันนั้นกินผักสลัดหมดพอดี = =")





หน้าตามันดูไม่ค่อยดีหน่อย ขออำภัย





(ขออนุญาตไม่ใช้วิธีการกินตามแบบฝรั่ง) ใช้ส้อมจิ้มตักแต่ละเส้นจะได้กินพอดีคำ ไม่ยาวจนกินลำบาก ไม่ต้องม้วนให้เมื่อย



จบแล้วจ้า



Create Date : 25 มกราคม 2554
Last Update : 25 มกราคม 2554 14:37:06 น.
Counter : 656 Pageviews.

4 comments
  
ว้าว ใจตรงกันเลยค่ะ
วันนี้ก็ทำมักกะโรนีเป็นมื้อเที่ยงค่ะ
แต่เป็นไก่สับ แต่ไม่มีเห็ดแชมปิญองค่ะ (อนาถา หรือจะเรียกว่าจนก็ได้ค่ะ)

ว่าแล้วก็หิวอีก ตักที่เหลือในกระทะมานั่งกินพร้อมกันกับคุณAnemone ดีกว่าเนอะ

ปล. นี่คือคำนิยามถึงตัวเองเหรอคะ สวย ถึก และบึกบึน ??

นี่เป็นสเปคในฝันของหนุ่มๆสมัยนี้เลยนะคะเนี่ย
โดย: Shallow Grave วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:20:08:47 น.
  
ตอบคุณ Shallow Grave

เห็ดแชมปิญองที่เชียงใหม่ไม่แพงหรอกค่ะ ได้มาประมาณ 30 หัว 40 บาทเอง เพราะเจ้าของฟาร์ม(คนไทย)เขามาขายเองเลย มีฟาร์มเห็ดที่เชียงใหม่นี่เอง ไม่ใช่เห็ดที่นำเข้ามาจากเมืองนอกแต่อย่างใด
โดย: Anemone2526 วันที่: 25 มกราคม 2554 เวลา:22:14:44 น.
  
น่าหม่ำมากเลยค่ะ
โดย: ซามอ วันที่: 26 มกราคม 2554 เวลา:9:07:19 น.
  
หิวเหลือหลาย แถวบ้านตามสั่งเขาไม่ทำมักกะโรนีเลย เขาขี้เกียจต้ม แถมทำแล้วคนกินก้อน้อย..
โดย: petchpaper วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:33:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สาวเหนือเซาะกิ๋น
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวย ถึก และบึกบึน