Heifetz As I Knew Him (1) : เมื่อ Agus พบกับ Heifetz ครั้งแรก




เรื่องราวต่อไปนี้ เกี่ยวกับ Heifetz ที่ ในมุมมองที่ฉันรู้จัก ในตอนที่ฉันได้เจอะ และได้เข้าไปคลุกคลีกับ Heifetz คือช่วง 15 ปี ก่อนที่เค้าจะเสียชีวิต....ซึ่งเป็นช่วงที่ Heifetz เลิกงานแสดงและอัดเพลง แต่ไปทุ่มเทให้กับการสอนไวโอลินแทน

แต่ก่อนจะเล่าเรื่องต่างๆ คงต้องขอเล่าถึงประวัติพื้นฐานของ Heifetz เสียหน่อยนึง

Heifetz เกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1901 ที่แคว้นลิโทเนีย ประเทศรัสเซีย แต่ได้ย้ายมาอยู่อเมริกา และสุดท้ายได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ลอสเองเจลลิสจนเสียชีวิต และที่ลอสแองเจลลิชนี่เองที่ชั้นได้พบกับ Heifetz เป็นครั้งแรก

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Heifetz จริงๆแล้วมีชื่อตอนแรกเกิดว่า Joseph แต่แม่ของเค้ามาเปลี่ยนในตอนหลังเป็น Jascha ซึ่งเค้าไม่ชอบเอาเสียเลย Heifetz ชอบให้ นร. เรียกเค้าว่า “ Mr.H” และจะใช้ชื่อ Heifetz ในทางการค้าการแสดง หรือติดต่อกันทางธุรกิจเท่านั้น ส่วนชื่อ Jascha นั้น แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่กล้าเรียก ชื่อนี้ใช้ได้เฉพาะกับเพื่อนสนิทเก่าแก่เท่านั้น

และสุดท้าย ด้วยความที่ภาษารัสเซียไม่มีตัวอักษรตัว H ดังนั้น ชื่อ Heifetz จึงเขียนแทนด้วย Geifetz ซึ่งเป็นชื่อที่เขาเกลียดที่สุด



ในตอนที่ฉันเรียนไวโอลินกับเขา เรามักจะผลัดกันเล่าเรื่องต่างๆให้ซึ่งกันและกัน แต่เพราะฉันเป็นเพียงแค่เด็กอายุ 16 (ซึ่งเค้าชอบเรียกชั้นว่า jungle from java) ดังนั้นเรื่องส่วนใหญ่ที่ฉันเล่าจึงเป็นนิทานเรื่องพันหนึ่งราตรี และเรื่องเล่าอื่นๆจากอินโดนีเซียบ้านเกิดของฉัน ในขณะที่ Heifetz เอง ก็ชอบที่จะเล่าเรื่องในอดีตของตัวเองให้ฉันฟัง แต่ทว่าเขากำชับกับฉันว่า ความทรงจำก็คือความทรงจำ หากในวันนึง เธอได้เขียนหนังสือถึงฉัน อย่าเขียนเรื่องเหล่านี้ลงไป และขอให้เขียนถึงเขาในแง่มุมมองของฉันเอง

ดังนั้นเรื่องต่างๆที่ในอดีตของHeifetz ฉันจึงขอไม่เล่าในหนังสือเล่มนี้ตามเจตนารมณ์ของเขา

ฉันเป็นชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ซึ่งได้รับทุนให้มาเรียนที่อเมริกา ฉันจำไม่ได้ว่าครั้งแรกที่ได้ยินเสียงไวโอลินของ Heifezt นั่นเมื่อไหร่ เพราะมันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ฉันยังอยู่ในท้องแม่ แม่มักจะเปิดเพลงไวโอลินที่สีโดยHeifetz ให้ฟังอยู่เสมอ และฉันก็เติบโตมาพร้อมกับเสียงนั้น

วันนึงในขณะที่ฉันกำลังซ้อมไวโอลิน มีชายคนนึงมายืนฟังและทักฉันว่าเป็นลุกศิษย์ไฮเฟตหรือเปล่า ซึ่งทำให้ฉันประหลาดใจมาก ฉันจะเป็นลูกศิษย์ของ Heifetz ได้อย่างไร เพราะในตอนนั้นฉันคิดว่า Heifetz ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ชายคนนั้นบอกว่า เค้าดูจากท่าทางการสี การวางนิ้ว การจับโบว์ และสไตล์ดนตรี จากนั้นเขาก็เล่าถึงว่าตอนนี้ Heifetz อยู่ที่ไหน รวมถึงบอกชื่อของลูกศิษย์ของ Heifetz ให้กับฉันด้วย




หลังจากที่ฉันได้รู้ว่า Heifetz ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจมาก และหาหนทางที่จะไปพบเค้าให้ได้ ซึ่งมีอยู่ทางเดียวนั่นคือการไป Audition

แต่ไม่ใช่ว่าใครที่ไป Audition จะได้พบกับ Heifetz เลย เพราะจะต้องมีการผ่านการคัดเลือกรอบแรกจากลูกศิษย์ของ Heifetz เสียก่อน ครั้งนั้นชั้นเตรียมเพลง Chaconne ของ bach Caprice ของ Paganini และ carmen fantasia แต่ที่น่าประหลาดใจสำหรับฉันก็คือ ในการ Audition ต้องมีการทดสอบ scale ด้วย ???

เพราะตลอดมา ฉันได้รับคำสอนจาก อ. มาว่าการเล่น scale คือ การซ้อมที่เสียเวลาเปล่า ดังนั้นฉันจึงไม่เคยซ้อมscale เลย แต่ก็นั่นหล่ะ กะแค่ scale จะมาขัดขวางการพบ Heifetz ของฉันได้อย่างไร ฉันจึงเจียดเวลาไปซ้อมบ้างเล็กน้อยเพื่อการ Audition แล้วก็เป็นดังที่คาด ฉันผ่านการทดสอบเพลง ทว่าสอบตกในการเล่น scale แต่สุดท้ายฉันก็ผ่านการทดสอบและได้พบกับ Heifezt ตัวจริง

ในวันนั้นฉันตื่นเต้นมาก นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้พบกับคนที่อยู่บนปก CD

แต่ทว่าครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเค้า กลับรู้สึกแตกต่างจากที่คาดหวังเอาไว้มาก เพราะเค้าดูเหมือนพวกนักธุรกิจมากกว่านักดนตรี



เมื่อการ Audition เริ่มขึ้น เขาไม่ได้สั่งว่าให้เล่นเพลงตั้งแต่ต้น แต่กลับพูดว่า ให้สีหน้าสุดท้ายของ Bach ตามด้วย ตรงนั้น...ตรงโน้น...ตรงนี้ ของเพลงอื่นๆ.....

ผ่านไปซักพัก เค้าก็เริ่มเคาะจังหวะ ต๊อก....ต๊อก....ต๊อก....
และฉันก็พยายามเล่นตามจังหวะนั้น

บางเพลงบางท่อนที่เร็วๆๆๆๆๆ เค้าก็เคาะให้ช้า.....

บางท่อนช้า เค้าก็เคาะให้เร็ว.....

บางท่อนเร็วสุดยอด แกก็เคาะเร็วมากๆ.....
เร็วๆๆๆ.......และเร็วๆๆๆๆๆ ยิ่งขึ้นไปอีก

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นหลับตาปี๋ รู้สึกทรมาณและหงุดหงิดมากๆ ในใจคิดแต่ว่าอยากจะออกจากห้องไปให้พ้นๆ จากความอับอายในครั้งนี้

แล้วในที่สุดทุกอย่างก็จบลง.......เมื่อเค้าสั่งให้ฉันหยุดสี

"เธอคง จะซาปซึ้งในเพลงที่ตัวเองเล่นมากๆเลยสิ ถึงได้หลับตาตลอดเวลา” Heifetz เอ่ย
.
.
.
.
.
.
.
"เธอคง จะซาปซึ้งในเพลงที่ตัวเองเล่นมากๆเลยสิ ถึงได้หลับตาตลอดเวลา” Heifetz เอ่ยอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น
.
.
.
.
.
.
"เธอคง จะซาปซึ้งในเพลงที่ตัวเองเล่นมากๆเลยสิ ถึงได้หลับตาตลอดเวลา” Heifetz เอ่ยครั้งที่ 3 ด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นไปอีก พร้อมกับเดินไปรอบห้อง
.
.
.
.
.
.
"เธอคง จะซาปซึ้งในเพลงที่ตัวเองเล่นมากๆเลยสิ ถึงได้หลับตาตลอดเวลา” และครั้งที่ 4 นี้ ไม่ใช่แค่เสียงดังธรรมดา แต่มันคือการตะโกน!!!


“ ฉันไม่ได้ซาปซึ้งอะไรเลย แต่ชั้นเพียงแค่สีๆให้มันพ้นๆและจบๆ ไปจากการรบกวนของคุณ” ฉันตะโกนตอบกลับไปด้วยเสียงอันดัง ด้วยความโกรธจัด


แล้วความเงียบก็แผ่กระจายไปทั่วห้อง ในตอนนั้นฉันคิดว่าทุกอย่างคงจบสิ้นแล้วพอกันเสียที


แต่............

เขากลับมองมาที่ฉัน พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ซึ่งสาบานได้ว่านั่นคือรอยยิ้มแรกที่ฉันได้รับจากเค้า

หลังจากนั้นเขาก็เชิญให้ชั้นไปเรียนไวโอลินด้วยกัน









ด้านบนนี่คือรูปคนเขียนค่ะ เธอชื่อว่า Aykl Agus และดังที่เล่าไปในตอนแรก เธอเป็นลูกศิษย์เรียนไวโอลินกับ Heifetz แต่เพราะเธอสามารถเล่นเปียโนได้ด้วย ในตอนหลังเธอจึงกลายเป็นคนเล่น accom ให้กับ Heifetz แทน

ซึ่งรู้ใจกันมากถึงขนาด ถึงขนาด Heifetz เอ่ยปากว่า
"เธอรู้ได้ยังไงว่าชั้นจะสีอย่างนี้"
หูย........



Paganinis Caprice no. 24 - Jascha Heifetz





ปล. เรื่องของ Heifetz นี้ ไม่ได้แปลจากหนังสือทั้งหมด หนังสือสนุกและมีรายละเอียดเยอะมากๆ จขบ แค่อ่านๆแล้วมาเล่าๆรีวิวให้ฟังนะคะ ตัวเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการแปลหนังสือ และภาษาก็ไม่ได้แข็งแรงอะไร ดังนั้นหากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 24 พฤษภาคม 2552 16:32:11 น.
Counter : 639 Pageviews.

3 comments
ผ้าหุ้มโซฟา ยี่ห้อ Granada Emmy Journey พากิน พาเที่ยว
(19 พ.ย. 2564 13:44:32 น.)
ทดลองทำภาพ GIF จากแอป comicclubs
(9 พ.ย. 2564 01:14:46 น.)
ถนนสายนี้ ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 289 "ทดลอง" ทนายอ้วน
(7 พ.ย. 2564 12:30:46 น.)
ยี่สิบสองวันในสหรัฐหลังโควิด โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ newyorknurse
(9 พ.ย. 2564 04:59:41 น.)
  
เอาพลังชีวิตมาฝากคับ

ท้อใจสะกดยังไง


สะกด..มันเอาไว้
ด้วยความอดทน
สะกด..มันเอาไว้ ด้วยหัวใจไม่ยอมแพ้
ให้เหมือนเด็กในภาพ


เธอเกิดมาด้วยร่างกายที่มีเพียงครึ่งเดียวของเรา แต่หัวใจเธอฮึดสู้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
เก็บภาพนี้ไว้ในใจ
ยามหัวใจคุณอ่อนแอ




อ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติมที่บล๊อกเน้อ
โดย: พลังชีวิต วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:37:30 น.
  
หนูอยากรู้ว่าจากหนังสือHeifetz As I Knew Him ที่แปลออกมาให้ได้ดูกันเป็นเล่มสีอะไรหรอค่ะหนูเห็นว่ามันมีสีออกเหลืองๆ แล้วก็สีออกขาว พอดีกำลังจะไปหาซื้อค่ะ
โดย: อยากรู้ค่ะ IP: 124.120.179.144 วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:36:13 น.
  
with love of GOD | u will be able to pass
every difficulity in this world
belive in him and wait for the miracal
โดย: da IP: 203.144.144.164 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:17:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Vitaminc.BlogGang.com

Vitamin_C
Location :
Pasadena  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]