สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ๒๗ : มเหสี โอรส-ธิดา ความชอบธรรมในราชสมบัติ

พระนางมัทรี น่าจะสะท้อนการแต่งกายของมเหสีสมัยอยุทธยา
ภาพจากสมุดภาพไตรภูมกรุงศรีอยุธยา หมายเลข ๖



เมื่อสมเด็จพระเจ้าปราสาททองครองราชย์ใน พ.ศ.๒๑๗๒ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการครองราชย์สมบัติ การเกี่ยวดองกับราชวงศ์เก่าจึงเป็นสิ่งจำเป็น


พระมเหสี-สนม
สมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้นเป็นเชื้อพระวงศ์ข้างพระมารดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โดยออกญาศรีธรรมาธิราชผู้เป็นพระบิดาเป็นพี่ชายของพระมารดาของพระเจ้าทรงธรรมหรือก็คือลุงของพระเจ้าทรงธรรมนั่นเอง แต่ถึงพระเจ้าปราสาททองจะมีอำนาจและบารมีมากพอจนครองราชสมบัติได้ บารมีที่มีอยู่ก็ไม่น่าเทียบเท่าราชวงศ์เก่าซึ่งเป็นเชื้อสายราชวงศ์พระร่วง ปกครองรัฐสุโขทัยเดิมมา ยิ่งเป็นเชื้อสายของสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถก็ยิ่งไม่น่ากังขาถึงบารมีที่เชื้อสายนี้สั่งสมกันมา ด้วยเหตุนี้การเกี่ยวดองน่าจะเป็นการเพื่มพูนสิทธิธรรมในราชสมบัติและพระราชอำนาจไปในตัว

ตามหลักฐานของเยเรมียส ฟาน ฟลีต หัวหน้าสถานีการค้าของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา(VOC)ประจำกรุงศรีอยุทธยาที่อยู่ร่วมสมัยกับสมเด็จพระเจ้าปราสาททองกล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมมีพระธิดา ๘ องค์ซึ่งตรงกับเอกสารคำให้การเชลยสมัยเสียกรุงศรีอยุทธยาครั้งที่สองคือเอกสารคำให้การชาวกรุงเก่าและคำให้การขุนหลวงหาวัด(เป็นเอกสารเดียวกันแต่เขียนต่างภาษา)ซึ่งมีระบุพระนามไว้ด้วย(แต่ไม่น่าเชื่อถือนักเพราะไม่ร่วมสมัย และมีเนื้อหาเหมือนเรื่องเล่ามากกว่า) 

  • คำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่ามีพระนามว่า พระปทุมาเทวี พระสุริยา พระจันทาเทวี พระสิริกัลยา พระขัตติยเทวี พระนภาเทวี พระอรบุตรี พระกนิษฐาเทวี
  • คำให้การขุนหลวงหาวัดกล่าวว่ามีพระนามว่า พระประทุมมา พระสุริยา พระจันทเทวี พระศิริกัลยา พระอุบลเทวี พระประภาวดี พระไวยบุตรี พระกนิษฐาเทวี

พระราชเทวี
ตามหลักฐานของฟาน ฟลีตสมเด็จพระเจ้าปราสาททองในเวลานั้นมีชายาเดิมอยู่แล้ว ๓ องค์ (มีเรื่องกล่าวอยู่ในเอกสารคำให้การขุนหลวงหาวัดว่าพระเจ้าปราสาททองทรงให้สร้างรูปภรรยาเก่าสองคนที่ถึงแก่กรรมไปแล้วไว้ในวัดราชหุลารามซึ่งเป็นวัดที่พระองค์สร้างด้วย) เมื่อพระองค์ครองราชย์ กษัตริย์วัย ๓๐ พรรษาพระองค์นี้จึงอภิเษกสมรสกับพระธิดาพระองค์ใหญ่ของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และพระนางได้กลายมาเป็นมเหสีลำดับที่ ๔(แต่ในเอกสารเดียวกันภายหลังฟาน ฟลีตกลับบอกว่าเป็นลำดับที่ ๓) และพระนางมีฐานะที่ต่ำที่สุดในบรรดามเหสีทั้ง ๔ องค์

พิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เห็นได้ว่าต่อให้เป็นพระธิดาของพระเจ้าทรงธรรม พระนางก็ไม่ได้มียศศักดิ์ที่สูงส่ง ไม่ได้มีฐานะเป็น'พระอัครมเหสี' ในพระราชพงศาวดารก็เรียกว่าพระนางเป็น 'พระราชเทวี' เท่านั้น

พระราชเทวีองค์นี้ในคำให้การชาวกรุงเก่าออกพระนามว่า 'พระสุริยา' ส่วนคำให้การขุนหลวงหาวัดออกพระนามว่า 'พระอุบลเทวี' พระนางมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ซึ่งก็คือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระราชสมภพใน พ.ศ.๒๑๗๕ มีพระธิดาหนึ่งพระองค์คือพระราชกัลยาณีภายหลังทรงกรมขึ้นเป็นเจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาทิพ 

ตามหลักฐานของฟาน ฟลีต พระนางมีบทบาทอยู่เวลาที่พระเจ้าปราสาททองจะทรงประหัตประหารพระราชวงศ์เก่าพระนางมักจะคอยออกหน้าปกป้อง ส่วนตามหลักฐานของนิโคลาส์ แชรแวส ชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์กล่าวถึงพระนางว่า(ไม่แน่ใจว่าเป็นความคิดของแชรแวสเองหรือไม่) ''เจ้าหญิงพระองค์นี้ทรงมีน้ำพระทัยอันประเสริฐและกอปรด้วยคุณธรรมความดี จึงจำต้องฝืนพระทัยนักหนาต่อการเข้าพิธีอุปภิเษกในครั้งนั้น เพราะพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ก็ทรงมีพระชายาแล้ว และพระนางเธอได้เห็นมหามงกุฎซึ่งสวมอยู่บนพระเศียรพระสวามีนั้น ถูกถอดมาจากพระเศียรของพระเชษฐาและพระอนุชาที่พระนางทรงรักมากถึงสี่องค์(จริงๆแค่สอง) อันเป็นสิ่งที่พระนางปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์อันน่ารังเกียจนี้และไม่สมแก่พระศักดิ์แห่งราชตระกูลของพระนางเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่มีทางที่จะคุ้มครองตนเองได้ และการขัดขืนทุกประการรังแต่จะก่อให้เกิดความขุ่นพระทัยขึ้นแก่ผู้กดขี่คุกคามเท่านั้น"  

แชรแวสกล่าวว่าพระนางสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์ยังทรงพระเยาว์อยู่



พระบรมสาทิสลักษณ์ตามจินตนาการของฝรั่งเศส
ซ้าย : สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ขวา : เจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาเทพ พระธิดาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


ฟาน ฟลีตกล่าวว่าพระธิดาองค์รองของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงพระราชทานให้กับพระอนุชาของพระองค์ซึ่งมีพระยศเป็น 'ฝ่ายหน้า(feijna)' หรือ 'พระมหาอุปราช' ซึ่งก็คือสมเด็จพระศรีสุธรรมราชานั่นเอง(อ่านตอนที่ ๒๕)

นอกจากนี้ฟาน ฟลีตยังกล่าวว่าสมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงเอาพระธิดาที่เหลือและพระสนมของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมทั้งหมดมาเป็นของพระองค์เองอีกด้วย ทรงคัดเลือกนางที่ยังสาวยังสวยมารับใช้พระองค์ นางไหนปฏิเสธจะถูกลงอาญาจนตายอย่างเหี้ยมโหด ส่วนนางที่เริ่มโรยราลงไปก็ถูกแยกออกไปอยู่ส่วนหนึ่งของพระราชวังต้องกินอยู่อย่างอดๆอยากๆ



โอรส-ธิดา
ในบรรดามเหสีหรือสนมของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองก็ได้ให้กำเนิดพระโอรสธิดาด้วยแต่ไม่ทราบจำนวนทั้งหมดแน่ชัด เท่าที่จะทราบคือ มีพระชายาเดิมองค์หนึ่ง(ภายหลังคงเป็นหนึ่งในมเหสี)ให้กำเนิดโอรสตั้งแต่พระเจ้าปราสาททองยังไม่ครองราชย์ มีนามว่า'อิน'ภายหลังโสกันต์แล้วเปลี่ยนพระนามเป็น'เจ้าฟ้าชัย' หรือ 'พระชัยราชาธิราช'

พระราชพงศาวดารที่ชำระในสมัยรัตนโกสินทร์ยังกล่าวว่ามีโอรสอีก ๓ พระองค์ประสูติจากพระสนมใน พ.ศ.๒๑๗๖ คือพระไตรภูวนาทิตยวงศ์ พระอินทราชาและพระองค์ทอง เนื่องจากประสูติในปีเดียวกันจึงสัณนิษฐานว่าคงจะต่างพระมารดาหรือไม่ก็อาจเป็นแฝดก็เป็นได้ แต่ในพงศาวดารฉบับที่เนื้อความค่อนข้างเก่าอาจจะถึงสมัยอยุทธยาออกพระนามพระไตรภูวนาทิตยงศ์ว่า 'เจ้าฟ้าราม' ออกนามพระองค์ทองว่า 'เจ้าฟ้าทอง' จึงอาจมีความเป็นไปได้อยู่ที่ทั้งสองพระองค์อาจจะประสูติจากพระมเหสีอีกสามองค์ก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีพระโอรสอีก ๒ พระองค์คือเจ้าฟ้าอภัยทศกับเจ้าฟ้าน้อย ยังมีพระชนม์อยู่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากเป็น'เจ้าฟ้า' จึงสัณนิษฐานว่าพระมารดาก็คงจะเป็นหนึ่งในมเหสีเช่นเดียวกัน

รวมพระโอรสมีทั้งหมดที่ปรากฏหลักฐาน ๗ พระองค์ จำนวนตรงตามคำให้การเชลยศึกแต่พระนามไม่เหมือนกัน

ส่วนพระธิดาองค์อื่นนอกจากกรมหลวงโยธาทิพ ปรากฏในหลักฐานของแชรแวสว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ขึ้นครองราชย์ทรงอภิเษกสมรสกับพระธิดาอีกองค์ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแต่ต่างพระมารดาและพระนางก็ได้เป็นพระอัครมเหสีในรัชกาลของพระองค์ มีพระธิดาคือเจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาเทพ


พระนางผู้อาภัพ
ฟาน ฟลีตได้กล่าวว่าเมื่อสมเด็จพระเจ้าปราสาททองครองราชย์ พระองค์ยังมีความต้องการจะนำพระมารดาของสมเด็จพระอาทิตยวงศ์(ซึ่งถูกพระองค์สำเร็จโทษไปหยกๆ)มาเป็นสนมอีกองค์ด้วย ฟาน ฟลีตกล่าวว่าพระนางเป็นสตรีที่งามที่สุดเท่าที่สยามเคยมีมา พระเจ้าปราสาททองได้ไปอัญเชิญพระนางมาหลายครั้งแต่พระนางปฏิเสธ จนถูกข่มขู่พระนางถึงยอมมาเฝ้าและกราบทูลพระองค์ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยประมาณว่า

"พระพุทธเจ้าอยู่หัว เจ้าแผ่นดินของหม่อมฉันหามีไม่แล้ว โอรสของหม่อมฉันก็สิ้นบุญแล้ว หม่อมฉันรู้สึกเหนื่อยล้าต่อชีวิตและความไม่คู่ควรเช่นนี้ แต่ต่อให้หม่อมฉันต้องคงชีวิตนี้ต่อไป หม่อมฉันหามีวันมอบร่างกายอันบริสุทธิ์นี้ต่อผู้กระหายเลือดเยี่ยงพระองค์"

พระเจ้าปราสาททองมีพระราชโองการลากพระนางไปที่ปากแม่น้ำ และถูกตัดพระวรกายออกเป็นสองท่อน พระวรกายส่วนบนถูกเสียบประจานโดยให้ไม้ไผ่ทะลุพระศอ สร้างความเศร้าสลดใจต่อผู้คนที่ได้พบเห็น หลังจากผ่านไปสองวัน บรรดาภิกษุพระสงฆ์ได้ขอร้อง พระเจ้าปราสาททองจึงให้นำพระศพลงมาแล้วจัดการเผาอย่างไม่มีพิธีรีตองอย่างไรทั้งสิ้น

ต่อมานางข้าหลวงสองพี่น้องซึ่งเคยรับใช้พระนางได้ร้องให้คร่ำครวญถึงพระนางและสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ ความทราบถึงสมเด็จพระเจ้าปราสาททองก็มีพระราชโองการให้จิกผมนางทั้งสองลากไปที่ปากแม่น้ำ เสียบคอประจาน แล้วผ่าร่างออกเป็นสองซีก(แหวะอก)จนไปถึงปากแล้วเอาของไปถ่างขากรรไกรสองซีกเอาไว้จนทั้งสองนางตายอย่างอนาถ

เมื่อบิดาของนางทั้งสองทราบข่าวจึงไปที่ที่เกิดเหตุแล้วร้องไห้คร่ำครวญ จึงถูกประหารตัดเป็นสองท่อนไปอีกคน แล้วเสียบประจานไว้ที่เดียวกัน

ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครกล้าแสดงความเศร้าโศกเสียใจอีกต่อไป.... ปิดปากเงียบด้วยกันทั้งสิ้น...


ไม่ว่าเรื่องที่ฟาน ฟลีตกล่าวจะเป็นความจริงหรือเป็นการใส่สีแต่ก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจและความเด็ดขาดของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองตั้งแต่เริ่มครองราชย์เพื่อไม่ให้มีใครกล้าต่อต้านพระองค์อีกเพื่อให้เกิดความมั่นคงในราชสมบัติ ทั้งนี้คงเป็นเพราะพระองค์ไม่ได้มีความชอบธรรมในราชสมบัติตั้งแต่แรกนั่นเอง




การแต่งกายสตรีสมัยอยุทธยา
ภาพจากสมุดภาพไตรภูมิกรุงศรีอยุธยา หมายเลข ๖




Create Date : 01 เมษายน 2556
Last Update : 26 พฤษภาคม 2556 9:05:46 น.
Counter : 12261 Pageviews.

14 comments
ปรับตัว เฮียมู ฝนที่ตกไม่หยุด toor36
(20 พ.ย. 2563 17:15:30 น.)
วัดเบญจมบพิตร : งานตานก๋วยสลาก ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 พ.ย. 2563 15:54:26 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ ประจำหลักกิโลเมตรที่ 264 : โรงเรียนของหนู The Kop Civil
(31 ต.ค. 2563 21:07:42 น.)
นิทรรศการฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา ผู้ชายในสายลมหนาว
(8 ก.ย. 2563 13:51:10 น.)
  
อ่านแล้วก็ต้องถอนใจค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 เมษายน 2556 เวลา:14:24:26 น.
  
ฝาก blog ด้วยนะครับ
เพิ่งสร้าง แนะนำ ติชมกานได้
โดย: siamart วันที่: 16 เมษายน 2556 เวลา:19:23:14 น.
  
ทำไมพระนางหน้ากลมแป้น คล้ายๆ คนจีน
ไม่แปลกถ้าจะเจอในสมัยอยุธยาตอนต้น

แต่สมุดไตรภูมิที่เหลืออยู่น่าจะมาจากสมัยอยุธยาตอนปลาย แบบว่าผมไม่ค่อยได้เห้นสมุดไตรภูมิสักเท่าไหร่

ตามมาจากกระทู้ครับ ไม่งั้นไม่รู้ว่าอัพบลอกใหม่
โดย: VET53 วันที่: 15 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:21:01 น.
  
ผมกำหนดอายุสมุดภาพไตรภูมิเล่ม ๖ นี้ไว้ราวๆสมัยพระเจ้าปราสาททองถึงตันพระนารายณ์ครับ ดูจากรูปแบบอักษร รวมถึงรูปแบบศิลปะซึ่งใกล้เคียงกับจิตรกรรมวัดใหญ่สุวรรณารามที่เพชรบุรีซึ่งสัณนิษฐานว่าวาดสมัยพระเจ้าปราสาททอง

ผมไม่ค่อยมีเวลาเขียน blog เลยครับ ยุ่งมากจริงๆ
โดย: ศรีสรรเพชญ์ (Slight06 ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:39:18 น.
  
ผู้มีอำนาจ หากมีศิลปะแห่งการใช้อำนาจ ผู้คนก็จะเคารพนับถือเป็นเกียรติยศสืบไป ..แต่น่าแปลกที่ผู้มีอำนาจจะรังสรรค์แต่สิ่งดีในระยะเริ่มต้นเท่านั้น..
(วันนี้อ่านบล็อคใกล้จบในวันเดียวแล้วค่ะ..สอนให้รู้จักระมัดระวังในการใช้ชีวิตอย่างดีเลย )
โดย: อตีตา IP: 115.87.192.228 วันที่: 25 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:23:06 น.
  
พระองค์อินทราชา พระองค์ทอง เป็นโอรสพระนเรศวรมหาราชไม่ใช่เหรอครับ ประสูติแต่นางสนม พระอินทราชา ก็คือพระเจ้าทรงธรรมนะครับ เป็นประวัติศาสตร์ใหม่ที่แก้ไขแล้ว โอเคนะครับ พี่น้องผู้ชายของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผมทราบแต่ยศเจ้าฟ้า มี 7 พระองค์ รวมสมเด็จพระนารายณ์มหาราชด้วย
1 เจ้าฟ้าชายไชย
2 เจ้าฟ้าชายติกูฐาน
3 เจ้าฟ้าชายอภัยทศ
4 เจ้าฟ้าชายไชยทิศ
5 เจ้าฟ้าชายขัตติยวงศ์
6 เจ้าฟ้าชายติจักร
7 เจ้าฟ้าชายสุรินทรกุมาร (สมเด็จพระนารายณ์มหาราช)
เจ้าฟ้าชายที่ 1 - 4 ปรสูติแต่ พระนางปทุมาเทวี เจ้าฟ้าชายที่ 5 - 7 ประสูติแต่ พระนางสุริยา
พระนางทั้งสอง เป็นสองในหลายพระองค์ที่เป็นพระธิดาของพระเจ้าทรงธรรม ( แสดงว่า 2 พระองค์นี้เป็นพระนัดดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นเหลน ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชด้วย และสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ ในราชวงศ์บ้านพลูหลวง ก็ต้องเป็นโหลน ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีกด้วย เพราะสมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ พระราชสมภพจาก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับ พระนางกุสาวดี ธิดาพระเจ้าแสนเมือง กษัตริย์อาณาจักรล้านนา ครองเมืองนครพิงค์เชียงใหม่ ) และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ สมเด็จเจ้าฟ้าไชย (คนละองค์กับในราชวงศ์ปราสาททองนะ ) สมเด็จพระเจ้าบรมโกฐ สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ก็สืบสายพระโลหิต กันมาจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทั้งหมด
ส่วนยศ พระองค์เจ้า คือโอรสธิดาของพระมหากษัตริย์ที่ประสูติจากพระสนม สมัยราชวงศ์ปราสาททอง ต้องมีครับ แล้วมีมากกว่ายศเจ้าฟ้าอีก เพียงแต่พงศาวดารที่ลงบันทึกพระนามอย่างละเอียด คง สาบสูญไปครั้งเสียกรุงศรีครั้งที่ 2 เหมือนที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กล่าวไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่า "เจ้านายชั้น พระองค์เจ้า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี คงมีอยู่มากพระองค์ ตลอดทั้ง 34 รัชกาล ครับ"
เจ้าฟ้าชายน้อยในสมัยราชวงศ์ปราสาททองนี่ใครกันเหรอครับ? เห็นกล่าวกันบ่อยๆ

โดย: คนหลงยุค IP: 58.8.224.122 วันที่: 25 มิถุนายน 2557 เวลา:14:30:59 น.
  
ขอบคุณค่ะ ดิฉันหาดูใน //www. wikipedia.org เรื่องพระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้าบรมโกฐ ไม่เห็นมีละเอียดอย่างนี้เลย คุณได้พงศาวดารเก่าๆที่ไหนมาคะนี่ข้อมูลละเอียดมากเลย ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ
โดย: ผู้สนใจ IP: 58.8.224.122 วันที่: 25 มิถุนายน 2557 เวลา:15:10:14 น.
  
ตอบคุณคนหลงยุค

พระนามพระอินทราชากับพระองค์ทองใช้ซ้ำกันหลายยุคครับ ในที่นี้คือพระโอรสของพระเจ้าปราสาททองในพงศาวดาร

เรื่องพระอินทราชา(พระเจ้าทรงธรรม)กับพระองค์ทองที่ว่าเป็นอนุชาของสมเด็จพระนเรศวรยังไม่มีหลักฐานครับ เป็นแค่ทฤษฎีครับ ในขณะที่หลักฐานทั้งฟาน ฟลีตและสังคีติยวงศ์กล่าวตรงกันว่าเป็นโอรสพระเอกาทศรถ

รายชื่อโอรสพระเจ้าปราสาททอง ๗ องค์ที่คุณยกมา มาจากเอกสารคำให้การเชลยสมัยเสียกรุงครั้งที่ ๒ ซึ่งเนื้อหาเหมือนเล่าต่อกันมากกว่า ทั้งเรื่องพระนามหรือพระมารดาของแต่ละองค์ยังไม่น่าเชื่อถือมากพอ และยังขัดกับพงศาวดารและหลักฐานร่วมสมัยจำนวนมากครับ จึงไม่ควรจะยึดถือเป็นจริงไปเสียหมดครับ

เรื่องพระเจ้าเสือมีมารดาเป็นธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ก็เพิ่งมีในสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งเติมมาเพราะพงศาวดารเก่าขาดไป ๒ เล่ม ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยเรื่องเหนือจริงและขัดกับพงศาวดารฉบับเก่าๆว่าประสูติในช่วงไปล้านช้างซึ่งปีก็สอดคล้องกับหลักฐานร่วมสมัย ในที่นี้จึงไม่ควรยึดถือพงศาวดารสมัยรัตนโกสินทร์เป็นหลัก
โดย: ศรีสรรเพชญ์ วันที่: 23 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:15:45 น.
  
แก้ข้างบนเป็น 'เรื่องพระอินทราชา(พระเจ้าทรงธรรม)กับพระองค์ทองที่ว่าเป็นโอรสของสมเด็จพระนเรศวร'

เรื่อง เจ้าฟ้าน้อย

เท่าที่ปรากฏคือเป็นพระอนุชาของสมเด็จพระนารายณ์ แต่มีพระชนม์ห่างกันมาก พระชนม์พอๆกับกรมหลวงโยธาเทพพระธิดาสมเด็จพระนารายณ์ เจ้าฟ้าน้อยมีหลักฐานร่วมสมัยกล่าวว่ามีทั้งรูปโฉมและจริยวัตรงดงาม และก็รักใคร่อยู่กับกรมหลวงโยธาเทพ สมเด็จพระนารายณ์เองก็โปรดจะให้สืยราชสมบัติต่อเพราะเจ้าฟ้าอภัยทศพระอนุชาองค์ใหญ่เป็นง่อย

แต่ดันเสียเรื่องคือเจ้าฟ้าน้อยไปคบชู้กับท้าวศรีจุฬาลักษณ์น้องสาวพระเพทราชาซึ่งเป็นพระสนมจึงถูกลงพระอาญาจนกลายเป็นใบ้(บ้างก็ว่าแกล้งใบ้)ภายหลังสมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงระแวงพระอนุชาทั้งสองจนไม่ยอมให้มีอำนาจใดๆ สุดท้ายก็ถูกออกหลวงสุรศักดิ์(พระเจ้าเสือ)จับไปสำเร็จโทษที่วัดซากครับ
โดย: ศรีสรรเพชญ์ วันที่: 23 กรกฎาคม 2557 เวลา:18:21:21 น.
  
ผมเชื่อหลักฐานชั้นต้นครับ ในคำให้การของชาวกรุงเก่า น่าเชื่อที่สุด ไม่ใช่พวก colourful เพราะไอ้เรื่องเจ้าฟ้าน้อยคบชู้กับแม่แจ่มสนมพระนารายณ์นั่นเป็นพงศาวดารในบางกอกซึ่งแต่งเติมสีสันแห่งความริษยาชิงชังลงไป แต่ก็ขอบคุณคุณมากๆนะ ที่แนะนำอะไรให้ผม ส่วนพระองค์เจ้าชายตรุบ พระเจ้าลูกเธอหมายเลข 6 ที่ผมพิมพ์ไปเมื่อเดือนก่อนนั่น ให้คุณศรีสรรเพชญ์ไปดู ฟ้าใหม่ ตอนที่ 15 ใน //www.youtube.com นะครับ เพราะเสด็จองค์นี้พาชายากับโอรสธิดา (ชายาคือ หม่อมทองสุก โอรสคือ หม่อมเจ้าชายสังข์ ธิดาคือ หม่อมเจ้าหญิงแปลก )ไปหลบในวิหารหลวงวัดพระศรีสรรเพชญ์ในคืนวันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2310 แล้วไม่รอดพระชนม์จากคมดาบของทหารพม่าแค่องค์เดียว แต่ชายาโอรสธิดาวิ่งหนีออกมาทันทางประตูวิหารข้างๆองค์พระศรีสรรเพชญ์ดาญาณที่เป็นฉนวนเข้าไปในพระราชวังหลวง โชคดีที่ข้าหลวงกับชาวบ้านที่วิ่งตามมาด้วย (ชาย 4 คน หญิง 1 คน) รอดทั้งหมด เพราะพระองค์เจ้าชายตรุบทรงห้ามไม่ให้เข้าไปในวิหารเพราะทรงมีสังหรณ์อะไรบางอย่าง

และเรื่องโอรสธิดาพระนเรศวรมหาราช ผมเชื่อว่ามี คุณดูหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาค 5 ตอนฉัตรชัย เปล่งพานิช นั่งดูการละเล่นกุลาตีไม้ในพระราชวังหลวงกรุงศรีอยุธยา เด็กผู้ชายที่นั่งตักฉัตรชัยหนะ แล้วเด็กผู้หญิงโตกว่าเด็กผู้ชายนิดหน่อย 2 คนที่นั่งข้างๆ ฉัตรชัยหนะ แต่งองค์แบบพระราชวงศ์ จะใครซะอีก ผู้กำกับเขาก็ทำเป็นนัยนัยแล้วนะ
ถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องพระนางกุสาวดี มารดาพระเจ้าเสือ งั้น คุณหาพระนามมารดาคนไทยสยาม มาให้ดูหน่อยสิ ขนาดพระมารดาของพระเจ้าท้ายสระและพระบรมโกศยังแกล้งทำเป็นไม่รู้เลย เพราะอาย คนไทยรึเปล่า (เจ้าฟ้าหญิงแก้วฟ้าจากเวียงจันทน์ที่เข้ามาสมัยพระเพทราชาไหมแล้วถวายให้วังหน้า คือพระเจ้าเสือนี่แหละ หรือว่าลูกสาวพระยาราชบังสันสมัยพระนารายณ์ที่รักกันกับหลวงสรศักดิ์)
โดย: คนหลงยุค ตอบคุณศรีสรรเพ็ชญ์ IP: 58.11.131.91 วันที่: 25 กรกฎาคม 2557 เวลา:13:33:47 น.
  
มีอะไรก็พูดกันดีๆครับ ผมไม่ได้เปิดดู blog บ่อย

อย่างแรกคือ คำให้การชาวกรุงเก่า ถ้าเรียกว่าเป็นหลักฐานชั้นต้นนี่ผิดครับ เพราะหลายเรื่องเป็นเรื่องเล่าที่คนยุคนั้นจำกันมา ไม่ได้อยู่ร่วมสมัยกับเหตุการณ์จริง ถ้าเป็นเรื่องบัญชีรายชื่อเจ้านายอยุทธยาตอนปลายอาจจะพอเชื่อถือได้ แต่อีกหลายเรื่องๆที่เป็นยุคสมัยก่อนหน้าขัดกับหลักฐานร่วมสมัยจำนวนมากทั้งของไทยและต่างชาติครับ ลองมาเทียบกันดูจะเรื่องว่าเป็นคนละเรื่องก็ได้ แต่สำหรับช่วงเหตุการณ์ตอนปลายที่พม่ามาล้อมกรุงผมว่าน่าจะมีความน่าเชื่อถือพอสมควร

เรื่องท้าวศรีจุฬาลักษณ์คบชู้ ผมไม่ได้อ้่างจากพงศาวดารเพราะไม่มีในพงศาวดารฉบับไหนระบุไม่ว่าจะสมัยอยุทธยาหรือกรุงเทพ แต่มีในหลักฐานร่วมสมัยของชาวฝรั่งเศส ในพงศาวดารซึ่งน่าจะชำระสมัยอยุทธยากล่าวว่าท้าวศรีจุฬาลักษณ์มีบุตรชื่อหม่อมแก้ว พระเพทราชาตั้งเป็นกรมขุนเสนาบริรักษ์ สันนิษฐานว่าเป็นลูกติดของเจ้าฟ้าน้อย แต่ยังไม่มีหลักฐาน

เรื่องโอรสธิดาสมเด็จพระนเรศวร ผมไม่ได้พูดว่าไม่มี ตามที่มีหลักฐานคือมีธิดาองค์หนึ่งอภิเษกกับมังสาตุลองโอรสพระเจ้าเชียงใหม่นรธาเมงสอ มีโอรสที่พงศาวดารเรียกว่าพระเจ้าลูกเธอมหาธรรมราชา เป็นพระมหาอุปราชหรือพระเจ้าฝ่ายหน้า

เรื่องชื่อกุสาวดีก็ยังมีความขัดแย้งกันในหลักฐาน ในคำให้การขุนหลวงหาวัดซึ่งเป็นเอกสารเดียวกับคำให้การชาวกรุงเก่าแต่แปลจากคนละภาษาเรียกว่า 'เจ้าจอมสมบุญ' ขนาดชื่อยังไม่ตรงกันเลยครับ และในคำให้การก็กล่าวแค่ว่าเป็นโอรสลับพระนารายณ์ แต่ไม่มีบอกเลยครับว่านางกุสาวดีหรือเจ้าจอมสมบุญเป็นธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ เรื่องนางกุสาวดีแนะนำอ่านกระทู้นี้เพิ่มเติมครับ //pantip.com/topic/30568114

ชื่อน้อย ดูง่ายเกินไปที่จะเป็นชื่อเจ้านายเหรอครับ ผมว่าไม่ ในเมื่อเจ้านายอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์จำนวนมากก็มีชื่อที่ค่อนข้างดูสามัญทั้งนั้น แขก ปาน มังคุด ดำ ชื่อ เกด แมงเม่า จุ้ย อิน หรือแม้แต่ดอกมะเดื่อ ซึ่งก็ไม่ได้จะดูเลิศเลอไปกว่า น้อย เลย หลายชื่อก็อยู่ในบัญชีรายชื่อจากคำให้การชาวกรุงเก่าที่คุณเป็นคนยกมาเองนะครับ หรือคุณจะบอกว่าพวกบางกอกทำบัญชีนี้ขึ้นมา

ผมไม่ได้ป้ายสีใครทั้งนั้นครับ ผมแค่สรุปจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ซึ่งก็มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแตกต่างกันไป บางอันอาจจะฟังดูไม่ดี ซึ่งผมไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางชิ้นมีอคติ แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะหลักฐานของต่างชาติถ้าพิจารณาหลักฐานของไทยหลายชิ้น หากมองด้วยค่านิยมของคนยุคปัจจุบันก็อาจจะป่าเถื่อนไม่แพ้กัน

ชื่อของผม สรรเพชญ์ แปลว่ามีความรู้(เลยมักใช้เป็นศัพท์แทนพระพุทธเจ้า) เป็นชื่อที่มีคนไทยใช้ทั่วไป แค่เอามาเติม ศรี ข้างหน้าเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับพระศรีสรรเพชญ์ในวัดพระศรีสรรเพชญ์ครับ

หากคุณอยากจะคุยเรื่องประวัติศาสตร์กับผม ผมยินดี แต่คุณพูดจาว่าผมเสียๆหายๆแบบนี้ ผมเองคงหมดเรื่องจะพูดแค่นี้ครับ สวัสดีครับ
โดย: ศรีสรรเพชญ์ IP: 110.169.88.13 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:22:36:22 น.
  
ถึงคุณศรีสรรเพชญ์ เรื่อง พระสุริยา หรือพระสิริธิดามเหสีสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
มีผู้สันนิษฐานอีกแบบหนึ่งว่า
พระนางไม่น่าจะเป็นพระธิดาของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม เพราะดูจากอายุแล้วไม่น่าเป็นพ่อลูกกันได้
จึงมีคนสันนิษฐานว่า พระนางอาจเป็นพระธิดาของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
๑ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
๒ สมเด็จพระเอกาทศรถ
โดย: สันนิษฐาน IP: 110.77.166.107 วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:14:04:21 น.
  
เพิ่งทราบว่ามีหลักฐานเรื่องอายุด้วย รบกวนระบุแหล่งอ้างอิงด้วยนะครับ

เรื่องพระมารดาของสมเด็จพระนารายณ์มีพระนามจริงว่าอะไรยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือพอจะยืนยันได้เลยครับ ขนาดชื่อในเอกสารคำให้การ ๒ ฉบับยังออกนามว่าพระสุริยา กับพระอุบลซึ่งต่างกันมาก และก็ไม่ได้ร่วมสมัยด้วย เมื่อเทียบกับเนื้อห่อื่นๆที่คลาดเคลื่อนพิสดารมากก็มีความเป็นไปได้ว่าพระนามนี้ก็อาจจะคลาดเคลื่อนได้เช่นกัน

ถ้ามีหลักฐานอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถนำมาแบ่งปันกันได้นะครับ แต่ขอให้ระบุที่มาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
โดย: ศรีสรรเพชญ์ วันที่: 18 สิงหาคม 2558 เวลา:18:20:53 น.
  
ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ บทความที่ถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลัง ได้อ่าน ได้วิเคราะห์ ได้สร้างเสริมปัญญาครับ
โดย: ณัฐชัย IP: 171.96.244.82 วันที่: 29 ตุลาคม 2559 เวลา:11:35:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Slight06.BlogGang.com

ศรีสรรเพชญ์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]

บทความทั้งหมด