รถไฟ
อาหารของคนบนเส้นทางรถไฟ



"ท่านผู้โดยสาร ที่จะเดินทางกับ ขบวนรถดีเซลราง ขบวนที่ 201 กรุงเทพฯ ปลายทางพิษณุโลก มีตั๋วโดยสารแล้ว กรุณาขึ้นรถในชานชาลาที่1 ขอบคุณครับ"

วันนี้! ในรอบปี ได้ไปสัมผัสกับรถไฟอีกครั้งเพื่อจะมุ่งหน้าไป “พระราชวังบางประอิน” รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่! ความตื่นเต้นจบลงทันทีเมื่อก้าวลงจากรถแท็กซี่ มองซ้ายมองขวา ทำไมมันเงียบอย่างนี้ ที่นี่สถานีดอนเมือง หรือสถานีผีสิง

ในยามนี้บริเวณที่พักผู้โดยสาร ผู้คนไม่พลุกพล่านสักเท่าไร เพราะช่วงนี้ยังไม่มีเทศกาลให้ผู้คนพากันหลั่งไหลออกต่างจังหวัด หากเป็นช่วงวันสงกรานต์หรือปีใหม่ จะเห็นผู้คนจำนวนมากต้องนั่งรอรถไฟที่พื้นและทางเดินจนไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ก็นั่นแหละตอนนี้มันช่างเงียบเหลือเกิน

พี่คะ บางประอิน 2 คนเท่าไหร่?
16 บาทครับ....
(ทำไมตั๋วมันช่างราคาถูกเหลือเกิน)
ค่าโดยสารของยานพาหนะที่เรียกว่า “รถไฟ” ทำไมราคาถูกกว่ายานพาหนะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น รถทัวร์ เครื่องบิน ทั้งๆที่มันก็สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางได้เหมือนกัน พูดถึงความรวดเร็ว รถไฟก็เป็นยานพาหนะที่รวดเร็วไม่ต่างอะไรกับรถทัวร์ หรือเครื่องบิน
แล้วแต่ใครจะเลือกใช้บริการ เพราะมีให้เลือกอยู่ 3 ชั้น มีทั้งรถเร็ว-ธรรมดา-สปิ้นเตอร์

แต่ปัจจุบันยานพาหนะชนิดอื่นได้รับความนิยมมากกว่ารถไฟมาก อาจเพราะประเทศไทยก้าวสู่ยุคโลกาภิวัฒน์ มนุษย์จึงต้องหันมาใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อตัวเองมากขึ้น ยอมที่จ่ายในราคาแพง เพราะคิดเพียงว่าถึงจุดหมายปลายทางเร็วกว่ารถไฟ แต่ถ้าลองมองซักนิดว่าเวลาที่เล็กน้อยแต่สูญเสียเงินจำนวนมากคุ้มหรือไม่ ถ้าไม่รีบเรงเกินไป

เวลานั่งรถไฟทำให้นึกถึงหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ทั้งชีวิตของชาวบ้านตามเส้นทางรถไฟ ทุ่งนาเขียวขจีทอดยาวปลิวไสวเป็นระยะๆตามคลื่นลม พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ขายของพากันตะโกนขาย หรือเดินตามขบวนรถไฟที่กำลังเดินอยู่ หรือชีวิตของผู้โดยสารด้วยกันทั้งหลับ หรือกำลังพูดคุยอย่างเมามันกับเพื่อนร่วมขบวน สิ่งเหล่านี้เป็นการดำเนินที่ชีวิตที่ผู้โดยสารที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วแทบไม่เคยได้เห็น จนลืมไปแล้วว่าบางอย่างที่รวดเร็ว และแพงกว่านั้นทำให้หลงลืมไปหรือเปล่าว่า การดำเนินชีวิตแบบนี้มีคุณค่ายิ่ง เพราะชีวิตบนขบวนรถไฟสะท้อนเรื่องราวชีวิตที่อบอุ่นเพราะการได้พูด ได้คุยกับผู้โดยสารที่อยู่ตรงหน้า ส่วนถ้าเทียบกับสังคมบนรถทัวร์และเครื่องบินชีวิตเหล่านั้นไม่ค่อยจะได้ปริปากพูดกันเลย นอกจาก “ขอโทษ-ขอบคุณ”

ชีวิตบนรถไฟจึงเหมือนกับอาหารชีวิตที่ทำให้พบเจอประสบการณ์มากมายตามเส้นทางที่ทอดยาว ลองมองดูซิว่า “คุณเคยสละเวลามาสัมผัสการดำเนินชีวิตรูปแบบนี้หรือไม่”




Create Date : 28 กันยายน 2550
Last Update : 29 กันยายน 2550 14:03:52 น.
Counter : 775 Pageviews.

8 comments
节日纪念 Jiérì jìniàn เทศกาลที่น่าจดจำ Kavanich96
(4 ต.ค. 2564 04:56:53 น.)
🛵โห,คิดได้ไง🛵 โอน่าจอมซ่าส์
(14 ก.ย. 2564 22:04:46 น.)
พูดไม่ได้หรือครับ? ป้าทุยบ้านทุ่ง
(10 ก.ย. 2564 12:13:14 น.)
🛵ฝากรอยขำๆ 🛵 โอน่าจอมซ่าส์
(7 ก.ย. 2564 05:13:19 น.)
  
@
@หากชีวิตเราไม่รีบร้อนไม่มีนัดหมาย
หรือไม่เร่งด่วนมากนัก
การเดินทางโดยรถไฟก็มี
มนต์ขลังนะ
ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง
โดย: ต้นสนภูเรือ IP: 117.47.152.238 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:19:38:04 น.
  


*** สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยม มีเวลาว่างอย่าลืม แวะไปทักทาย..หน่อยอิง..บ้าง ขอให้มีความสุขทุก ๆ วันนะคะ ***

เคยขึ้นรถไฟไปน้ำตก ที่จังหวัดกาญจนบุรีมาคะ ทานอะไรไม่ลงเลยเพราะเมารถนะคะ
โดย: หน่อยอิง วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:20:17:46 น.
  
โดย: โสมรัศมี วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:20:22:28 น.
  
โดย: kampanon วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:20:31:05 น.
  
รู้สึกรถไฟมันไม่ค่อยสะอาดนะ เท่าที่เคยขึ้นมา
โดย: เต้ย IP: 203.155.120.57 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:23:15:02 น.
  
แวะมาเยี่ยมชมงับ ทำได้ดีนิ อิอิ
โดย: Bever_Likaziet IP: 58.8.230.81 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:23:19:50 น.
  
จำไม่ได้เหมือนกันว่านั่งรถไฟครั้งสุดท้ายนั้นเมื่อไหร่กัน แต่ยังไงความทรงจำกับมันก็ยังอยู่ และรอวันที่จะได้นั่งอีกครั้ง ....จุดหมายปลายทางบางครั้งมันก็ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์ข้างทาง ว่าม่ะ....ช่วงนี้เศร้าๆว่ะเพื่อน
โดย: บังคุง IP: 203.155.120.56 วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:13:10:19 น.
  
เจ้าหน้าที่ที่การรถไฟอัธยาสัยดีกันหลายคนนะคะ
ตั้งแต่พนักงานกั้นถนน จนถึงพนักงานในหน่วยงาน
สัมผัสมากับตัวเองค่ะ

ราตรีสวัสดิ์
โดย: กระต่ายน้อย (tai_kko ) วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:1:18:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Nupheungza.BlogGang.com

Ice PureZA
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]