ตะวันบนพื้นน้ำ ตอนที่ 15.1 บนเตียง


ผ้าปูที่นอนขาวสะอาดฉีกขาดเป็นริ้วๆเล็บดำยาวขูดลากเพิ่มความย่อยยับเป็นเท่าทวี ร่างบนเตียงสั่นสะท้าน ข้อมือและขาทั้งซ้ายและขวาถูกเชือกไร้รูปร่างรัดแน่นราวกับมีมือล่องหนยึดจับไว้ แววตาร่างบนเตียงหวาดหวั่นกลัวเกรง

jE2T1Q.jpg [961x299px] ฝากรูป
"จะทำอะไร" คนบนเตียงถามขึ้นและความเงียบคือการตอบรับจากอีกฝ่าย


            ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มถูกปลดจากบ่ากว้างล่วงลงพื้นอันเย็นเยียบเหมือนเช่นใจของเจ้าของ
เสื้อแขนยาวดำวาวถูกปลดหล่นลงตามมาติดๆ กางเกงขายาวเป็นเพียงชิ้นเดียวที่ติดอยู่บนร่างหนาแววตาสีมรกตเปล่งแสง รอยยิ้มฉาบวาบเหี้ยมเกรียม

คนบนเตียงเริ่มตระหนักถึงอันตรายแต่ก็ไม่อาจหลีกพ้นเชือกรัดแน่นเพิ่ม
ความเจ็บปวดยิ่งขึ้น


"อย่า" ไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มเริ่มเข้ารุกรานอย่างไม่ทันตั้งตัว


"ร้องออกมาสาม ร้อง!!!"เสื้อผ้าถูกฉีกขาด ไร้ความอ่อนโยน ไร้ความผูกพันธ์ !!!

FN1J0q.jpg [512x226px] ฝากรูป

เนื้อสาวค่อยๆถูกลิ้มรส ป่าเถื่อน เจ็บปวดทั้งร่างกาย...จิตใจ ผิดหวังกับการกระทำของคนที่เคยไว้ใจผิดหวังที่เชื่อใจ ผิดหวังกับอมนุษย์ตรงหน้าเหลือเกิน ร่างเปลือยหนาวสะท้าน เจ็บ เจ็บทั้งกาย เจ็บเหลือเกินแต่ก็ยังดีที่ความบริสุทธิ์ยังไม่ถูกพร่าไปอสูรร้ายทำเพียงล่วงเกินภายนอกเท่านั้น หยาดน้ำใสไหลกลบดวงหน้าความคิดนึกย้อนถึงฉากเก่าฉากแรก
แห่งการเริ่มต้น


"เพื่อน อยากเป็นเพื่อนด้วยแค่นั้น"

(เพื่อนจอมปลอม)


"แหมคุณผมอยู่คนเดียวมานานมันเหงานะ โลกของผมไม่มีคำว่าเพื่อน"

(โกหก)


"ผมเลยมาที่นี่ไง อยากลองเรียนรู้มิตรภาพและรักดูบ้าง" รอยยิ้ม

ออดอ้อนทีเดียว เสียงลงหนักยามลงคำว่า รัก

(หลอกลวง)


 พอกัน จบสิ้นกันที!!


 น้ำใสไหลรินบูชาความโง่งมของตนเอง ฝีเท้าคนใจร้ายกลับเข้ามาอีกครั้ง


 "ฝันดีที่รัก" สัมผัสหนักหน่วงกระแทกบนริมฝีปากเรียกเลือดสดไหลรินตามรอยแผลด้านใน

          ตาสบตาตู่หนึ่งเจ็บปวดบอบช้ำอีกคู่ตอกย้ำซ้ำเติม เส้นทางถูกแยกเป็นสองสายไร้สิ้นการบรรจบ


"ฉันเกลียดคุณ นากิม" การตัดสินขั้นเด็ดขาด

หญิงสาวไม่อาจรู้  เกมส์เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นถึงอยากจะหนีแม้มีปีกบินก็ไม่อาจหนีพ้น ชายหนุ่มยังคงสนุกกับของเล่นชิ้นงามอย่างไม่รู้เบื่อ ได้เพียงหวังทางรอดคงมีสักวัน.........

เชือกไร้รูปร่างคลายปมด้วยตัวเองเมื่อตอนย่ำรุ่ง ร่างบนเตียงขยับกายลากสังขาร
อันบอบช้ำเพื่อที่จะชำระล้างสัมผัสอันน่ารังเกียจ ล้างออกจากร่างกายที่แปดเปื้อนจาก
คราบคาวโลกีย์จากน้ำมืออสูรร้าย ขาบางสั่นไหวส่วนมือน้อยพยายาม ฟอก ขัด ถูจนขึ้นรอยแดง ต้องการลบสัมผัสของอสูรร้ายให้หมดสิ้น

หมดแล้วสำหรับน้ำตาที่รินไหลทั้งคืน

หมดแล้วความโง่งมที่เคยสูญเสียไปต้องล้างให้หมดภายในวันนี้ !!!

OFkU0C.png [864x255px] ฝากรูป

"พี่หนึ่ง ถ้าน้ำใช้ล้างมือได้ น้ำจะใช้ล้างความทุกข์ในหัวใจได้ไหมค่ะ" ทุกวันเด็กน้อยจะพยายามหาเรื่องมาซักถามพี่ชายอย่างไม่หยุดหย่อน

"สามจะล้างใจใคร" ถ้อยคำน้องสาวทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ ล้างใจเด็กน้อยสร้างคำแปลกๆมาให้พี่ชายใจดีงงอีกแล้ว


"ใจสาม เวลาทุกข์ใจสามจะได้ไม่ต้องร้องไห้เหมือนในหนัง" คำตอบของเด็กน้อยบอกถึงความไร้เดียงสา


"พี่ไม่รู้ว่าน้ำจะใช้ความทุกข์ใจได้รึเปล่า สามต้องลองเองนะจ๊ะ" ขยี้ผมเจ้าตัวเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนอธิบายต่อ


"น้ำจะช่วยชะล้างความทุกข์ไปจากเราเพียงแค่ตอนเราสัมผัสกับมัน แต่เมื่อมันแห้งสนิททุกอย่างจะยังคงเดิมติดฝั่งแน่นเหมือนกาวเลยจ๊ะ” พี่ชายใจดีหยุดเพียงครู่ก่อนว่าต่อเพราะแอบไปฟัดแก้มเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขน


“ความทุกข์ทุกคนต้องมี เมื่อทุกข์อย่าหลีกหนี จงยืนหยัดขึ้นสู้กับมัน"


"พี่หนึ่ง หนวดทิ่มหนู" เด็กน้อยหน้ายู่ด้วยเริ่มเจ็บการแรงฟัดของพี่ชายตัวใหญ่ ร้องประท้วงก่อนวกกลับมาหาประเด็นที่ยังสงสัย

4rhmTb.jpg [236x314px] ฝากรูป

“สามงง ไม่เห็นเข้าใจเลย” ครานั้นพี่ชายหัวเราะลั่นพลางขยี้หัวน้องสาว


"สักวัน น้องจะเข้าใจ” ถ้อยคำเก่าก่อนคำสอนของพี่ชายย้อนมาเปิดอีกเส้นทางออกกว้างส่งผลถึงการตัดสินใจ

"ต้องไปเรียน" ทุกเช้ารถสปอร์ตคันงามจะคอยตามรับรอส่งแต่ในเวลานี้กลับต้องใช้บริการจากรถประจำทาง


เปรียบเสมือนเป็นการเริ่มต้นจากสภาพความเป็นจริงหาใช่ละครสร้างภาพอย่างที่เคยเจอทุกวัน

 ......................................................................................

"สามไปห้องพยาบาลไหม" เพื่อนข้างกายคอยเป็นห่วง จะไม่ให้ห่วงได้อย่างไร หน้าซีดจัด ทั้งยังดูไร้เรี่ยวแรง


คาดว่าอีกไม่นานคงได้ฟุบเป็นแน่

"ไม่" น้ำเสียงห้วน รู้ดี ห้องพยาบาล ไม่พ้น หนีไม่พ้น หากไปสู่อุ้งมือของเขา
สู้ตายลงตรงนี้เลยดีกว่า

"แต่ สาม" บัวยังคงเป็นห่วง

"บัว เรากลับหอก่อนนะ" ตัดบทรีบรวบรัดจบความเพราะเริ่มปวดหัวจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

"ให้เราไปส่ง" คนข้างกายเก็บกระเป๋าเตรียมพร้อม

"ไม่เป็นไร เรียนเผื่อด้วยนะ" ยิ้มแผ่วตอบกลับไป

............................................................................................

"ต้องนั่งรถเมย์อีกแล้วสินะ" บ่นรำพึงกับตนเอง อีกนิดเดียวป้ายรถเมย์คอยอยู่ข้างหน้า อีกนิดเดียวแต่มึนหัวเหลือเกิน.......

ตุบ!!! ร่างบางหมดสติทิ้งร่างล้มลงราบขนานไปกับพื้นคอนกรีต

เสียงพักกลางวันดังสะท้อนอยู่ด้านหลัง ร่างบนพื้นไม่รับรู้

พลัน!!!บนปลายนิ้วก้อยข้างซ้ายปรากฏเส้นด้ายสีแดงเข้มลากโยงเกี่ยวเชื่อมกับนิ้วก้อยซ้ายของร่างสูงราวกับเป็นพันธะสัญญาที่ถูกสร้างเกาะเกี่ยวพันธนาการมาเนิ่นนาน 


0KC9Wb.png [500x375px] ฝากรูป





อบอุ่นเบาๆระยะแรกกับพี่หนึ่งเดี๋ยวไปอบอุ่นแบบเต็มสตรีมกับนนท์ หนุ่มน่ารักน๊า

ปลๆๆๆๆๆ
อยากได้เมน เมนหนึ่งอันคลิ๊กหนึ่งคลิ๊กเป็นกำลังใจให้ลายหมึกได้เยอะเลย




Create Date : 06 สิงหาคม 2557
Last Update : 6 สิงหาคม 2557 21:51:39 น.
Counter : 941 Pageviews.

0 comments
Day 55 En dias lluviosos
(19 พ.ค. 2565 14:41:28 น.)
Amour bénis by Jules Massenet ปรศุราม
(18 พ.ค. 2565 10:30:40 น.)
ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 302 "ทางแยก" toor36
(15 พ.ค. 2565 00:20:44 น.)
หนูนี่แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 13 หน้า 3 unitan
(13 พ.ค. 2565 08:36:50 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Matame.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 1579565
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด