รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 1
1.
บ้าชิส์!ทำไมผมต้องมาเดินตามเจ้าเด็กหน้าหวาน ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ด้วยนะ ดูท่าทางอวดดีนั่นสิ...มันน่านัก

หึ!ไม่คิดว่าผู้หมวดหนุ่มแห่งกองปราบปรามประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอนาคตไกลอย่างผมต้องลาออกจากราชการ
เพื่อรับช่วงการสืบทอดบริษัทบอดี้การ์ด

..เหตุเพราะ..พ่อบังเกิดเกล้า...ผู้เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของนายหัวปัญญานั้นต้องปลดเกษียนตัวเองจากหน้าที่นี้เนื่องจากอายุที่มากขึ้นอีกทั้งปัญหาด้านสุขภาพรุมเร้า

“พ่อเองก็สุขภาพไม่ค่อยดี...ถือโอกาสพักเสียที...ปิดบริษัทไปซะเถอะนะครับ”

“อย่าพูดอย่างนี้โอ!!..แกทำร้ายจิตใจพ่อมากนะ”

“แต่พ่อครับ...ผมไม่อยากทำงานนี้...ในเมืองไทยงานบอดี้การ์ดยังถือว่ากฎหมายไม่รองรับนะครับ”

“ตำรวจมีหน้าที่ต้องดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนก็จริง แต่พอเรามาอยู่ในรูปของบริษัท งานบอดี้การ์ดนั้นก็ยิ่งสำคัญ
เพราะว่าสามารถที่จะช่วยเหลือคนที่อยู่ในสภาวะที่อันตรายให้ได้รับความปลอดภัยภายใต้ความช่วยเหลือจากเรา อาจจะไม่ได้รับการคุ้มครองเต็มที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเหมือนตำรวจ แต่ว่าบอดี้การ์ดก็สามารถพา วี.ไอ.พี.ของเราให้พ้นภัยไปตลอดรอดฝั่งได้”


ผมคงทำหน้าเบื่อโลกเสียเต็มประดา พ่อถึงได้คว้าไม้เท้าเง้อง่าใส่ผมแบบนี้...ไอ้ผมก็รู้ว่าบริษัทนี้พ่อสร้างมันมากับมือและยัง
ได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากนายหัวที่เรียกว่าต่อสู้บากบั่นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ เฮ้อ..ลำบากใจจริงๆ..

แต่แล้วในที่สุด..ผมก็ต้องทำหน้าที่ลูกชายยอดกตัญญู รับหน้าที่เป็นเจ้าของบริษัท.. The guardian ซึ่งผมรับเป็นหัวหน้าชุดบอดี้การ์ดเองด้วย งานนี้ใช้พื้นฐานที่ได้รับการฝึกฝนสมัยเป็นนายร้อยตำรวจซึ่งสามารถเอามาประยุกต์ใช้ได้อย่างมากครับและยังต้องมีไหวพริบดีและสภาพร่างกายต้องสมบูรณ์พร้อมเสมอด้วย

งานแรกของผมคือการคุ้มกันนายหัวปัญญาและครอบครัวไปพักผ่อนที่ภูเก็ต..เกาะส่วนตัว..อืมจะว่าไปก็เป็นเกาะส่วนตัวนี่ทำไมต้องมีการ์ดด้วยนะ อันที่จริงผมก็ไม่รู้หรอกนะครับว่านายหัวปัญญานอกจากทำเหมืองแร่ สำปะทานเก็บรังนก ธุรกิจสถานบันเทิงชื่อดังหลายแห่งแล้วยังมีงานอะไรนอกเหนือจากนี้อีกหรือไม่..และที่สำคัญผมยังตะขิดตะขวงใจว่านายหัวอาจมีเบื้องหลังที่ไม่ชอบมาพากลบ้างหรือเปล่า..หรือผมคิดมากเกินไปนะ

“โอ..เข้ามาหาพ่อที่ห้องหน่อยนะ”

นายหัวปัญญาเรียกให้ผมเข้าไปพบครับ ลืมบอกไปว่านายหัวรักผมซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของบอดี้การ์ดมือหนึ่งประจำตัวท่านมาก ก็พ่อผมเองนั่นแหล่ะครับ และยังให้ผมเรียกท่านว่าพ่อเสมอ..แต่ผมก็ไม่กล้าเรียกแบบนั้นหรอกครับ อืม..เกรงใจนะครับ

“..คืนนี้น้องต้องไปงานเลี้ยงที่ผับ งานวันเกิดของลูกชายนายกเทศมนตรีของที่นี่…กลุ่มวัยรุ่นเลี้ยงสังสรรค์กันไม่น่ามีอะไรแต่พ่ออยากให้โอไปเป็นเพื่อนน้องด้วย”

ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับเพราะงานนี้คืองานแรกของผม ไหนๆท่านก็เอ่ยออกมาเองด้วยผมก็เลยได้แต่รับคำเบาๆ

“ครับ”

หึ!..ผมกำลังโกรธ..ป๊าเห็นผมเป็นอะไร อายุ23ปีนี่ไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ ผมดูแลตัวเองได้ ถ้าให้ผมไปเที่ยวและมีไอ้หน้าบูดเป็นตูดหมึก เดินตามไปด้วยแบบนี้ผมขอยอมไม่ไปซะดีกว่า..ชิส์..เห็นหน้าแล้วพาลนึกไปถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนหึ!ไม่รู้เค้ายังจำมันได้ไหม แต่สำหรับผมจำได้ดีไม่เคยลืมเลยเชียว

“ผู้หญิงหรือผู้ลิงนะ”

เสียงแตกหนุ่มของบางคนทำให้ผมที่กำลังสนุกกับการปีนป่ายต้นมะม่วงชะงักงัน มือที่กำลังจะเอื้อมถึงลูกสีเหลืองอมเขียวที่หมายตาไว้ ต้องกำแน่น หงุดหงิดกับการถูกเข้าใจผิดแบบนี้เสมอ นี่หน้าผมมันเหมือนผู้หญิงมากขนาดนั้นเชียวหรือ

“ยุ่ง!..แล้วนายเป็นใครเข้ามาในสวนนี้ได้ยังไง..ที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคลนะรู้ไหม”

“รู้..แต่ก็เดินเข้ามาแล้วไม่เห็นมีใครห้ามนี่”

“แล้วเป็นผู้หญิงเค้าปีนต้นไม้เป็น ทะโมน กันอย่างนี้ด้วยเหรอ”

“ทำตัวเป็นลูกสาวกำนันไปได้ฮ่าๆๆๆ”

ใบหน้าคมเข้มกับท่าทางกอดอกเอียงคอหรี่ตามองผมของไอ้หนุ่มหัวเกรียนนั่นมันกวนอวัยวะเบื้องล่างของผมมาก แต่เพราะขณะนี้ผมกำลังปีนป่ายอยู่บนที่สูงและยังไม่อยากลงจากต้นไม้ตอนนี้ ทำให้ผมที่คิดจะก้านคอมันซักป๊าบก็ได้แต่เม้มปากนิ่ง คว้ามะม่วงลูกเล็กที่กำลังแตกจากก้านที่ห้อยย้อยตรงหน้าได้ก็ขว้างใส่หน้าที่กำลังยิ้มยียวนโชว์เขี้ยวแหลมนั่นซะเลย

“เฮ้ย!ทำไมนิสัยไม่น่ารักเลย..อย่างนี้หาแฟนไม่ได้แน่ๆ..โอ๊ย!!”

เสียงร้องสุดท้ายก็เพราะมะม่วงลูกโตที่ผมหมายตาถูกประเคนลงบนจมูกโด่งสวยนั่นไปเต็มๆ ไอ้เกรียนปิดหน้าไว้แน่นเสียงร้องดังๆนั้นทำให้ลุงอารักษ์วิ่งมาดู พอมันเอามือออก เลือดกำเดาไหลเลยแฮะ

“โอเป็นอะไรลูก..เฮ้ย!เลือดกำเดาไหลไปๆห้ามเลือดก่อนเร็ว..เดินยังไงให้มะม่วงหล่นใส่ได้เนี่ย”

ผมรีบแอบที่หลังกิ่งไม้หนาทึบ เห็นแว๊บๆว่ามันชี้ขึ้นมาตรงที่ผมอยู่ ... ฮื่ย...แต่ผมไม่ได้ตั้งใจนะฮะ..ตกใจเหมือนกันนะที่เห็นมันเลือดไหล...แต่ก็ทำไมอ่ะ..มายั่วให้ผมโมโหก่อนทำไมล่ะ..ผมผิดเหรอ

หลังจากนั้นผมก็ได้รู้ว่าไอ้เกรียนน่ะที่แท้คือลูกชายของลุงอารักษ์คนสนิทของป๊า ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน หึ!...นายร้อยอะไรปากร้ายเป็นบ้าเลย ป๊าก็เอาอกเอาใจมันเกินไป ดูสิทำไมต้องให้ผมไปขอโทษมันด้วยนะชิส์

“ขอ..หึ..ขอโทษ!”

“ฟลุ๊ค...พูดดีๆ...แล้วก็เรียกพี่โอด้วย”

ป๊าอ่ะ...ฮื่ย..ผมมีพี่ไอซ์คนเดียวก็พอแล้ว..ไอ้พี่โอนี่ไม่อยากได้ ดูตาคมๆที่มองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้านี่สิ..แล้วทำไมต้องอมยิ้มกรุ้มกริ่มแบบนี้ด้วยนะ....ลุงอารักษ์บอกว่าให้เลิกแล้วต่อกันไม่ต้องให้ผมขอโทษก็ได้ ...ใช่ฮะลุงลูกชายลุงนะหาเรื่องฟลุ๊คก่อนนะฮะ..แล้วฟลุ๊คก็ไม่ได้ตั้งใจนะฮะ..ถ้าจะขอโทษฟลุ๊คขอโทษลุงดีกว่าก็ฟลุ๊ครักลุงนี่นา

“ฟลุ๊ค”

ป๊าส่งเสียงเรียบเย็นแบบที่ผมไม่ชอบมาอีกแล้ว ผมก็เลยเบ้ปากให้ไอ้เกรียนไปทีหนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างจำใจ

“พี่โอ..ฟลุ๊คขอโทษ”

ดูสิ...สายตาวิบๆนั่นมันอะไร..นี่จะเยาะเย้ยผมที่ผมแพ้ใช่ไหมฝันไปเถอะ...ฮื่ย!!!เกลียดจริงๆเลยสายตาแบบนี้


“วันนี้ผมขอให้กลับไม่เกินสี่ทุ่มนะครับ”

เสียงทุ้มๆของไอ้พี่โอดังอยู่ข้างๆ ...อืม...ผมลืมบอกไปว่าสุดท้ายผมก็ต้องยอมให้พี่โอตามมาคุ้มกันด้วย น่าเบื่อจริงๆ เลย เบื่อหน้าบูดๆแบบนี้ที่สุด ...ก็ใช่สิ ...พี่ไอซ์ไม่ได้มาด้วยนี่เลยทำหน้าเป็นตูดหมึกตลอดเวลาเลย...ความจริงผมรู้ว่าไอ้พี่โอชอบพี่ไอซ์ของผม ก็สมัยก่อนตอนที่พี่ไอซ์กลับจากอเมริกามาแต่ละครั้งไอ้พี่โอก็ต้องทำมาแวะเวียนหาที่บ้านบ่อยๆพาพี่ไอซ์ไปทานอาหารหรือแม้กระทั่งการซื้อดอกไม้สวยๆมามอบให้ ทั้งๆที่สามพรานกับบ้านผมไกลกันจะตายเหอะ..น่านับถือความชีกอจริงๆเลย

แต่ก็น่าสงสารอยู่นะก็พี่ไอซ์นะเขามีแฟนแล้วนี่ฮะ..และดูเหมือนว่าพี่ไอซ์จะไม่รู้เลยว่าพี่โอชอบ เพราะพี่ไอซ์เธอเฟรนด์ลี่กับทุกคนอยู่แล้ว..เฮ้อน่าสงสาร..อืมจะสงสารทำไมไอ้ขี้เก๊ก..ต้องสมน้ำหน้านะดีที่สุด...แต่ก็แปลก ผมไม่นึกอยากหัวเราะเป็นเพราะอะไรกันนะ

“สี่ทุ่มงานยังไม่เลิกเลย ฟลุ๊คจะกลับเมื่องานเลิก ถ้าพี่โอไม่สะดวกให้นิกกี้อยู่ดูแลฟลุ๊คก็ได้...เชิญพี่โอตามสบาย”

ผมทิ้งตัวพิงเบาะรถ เฉไฉหันมองวิวนอกรถพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ อย่างสบายใจ รู้ว่าคนนั่งข้างไม่สบอารมณ์เพราะการถอนหายใจดังๆนั้น

“ตกลง...”

ฮ่าๆๆในที่สุดผมก็ชนะ นิกกี้ตามใจผมทุกอย่าง ความจริงผมไม่อยากมางานเลี้ยงเท่าไหร่หรอกเพราะผมไม่ค่อยชอบหน้าไอ้พี่ดิวสักเท่าไหร่ ถ้าไม่เพราะว่าเราต้องติดต่อธุรกิจกันนะ ผมเกลียดคำพูดเพราะๆนั่นของมันจัง น้องฟลุ๊คครับ น้องฟลุ๊คของพี่ ฟังดูจั๊กจี้จะตายจริงไหมฮะ

ผมอยากไปแหลมพรหมเทพ อยากดูวิวทะเลยามค่ำที่นั่น

“งั้นดีเลย...ฟลุ๊คจะโทรเรียกนิกกี้เอง”

“ไม่...ผมจะดูแลคุณเอง...คุณฟลุ๊ค”


ผับดังกลางเมืองภูเก็ตถูกปิดให้เป็นงานเลี้ยงส่วนตัวของลูกชายท่านนายกเทศมนตรี บรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็เป็นลูกคหบดี ผู้มีอิทธิพลประจำเมืองก็มีอยู่ในงานนี้ไม่น้อย รวมทั้งบรรดาลูกเศรษฐีมหาเศรษฐีจากกรุงเทพฯด้วย บรรยากาศในงานก็ดูมีสีสันดีอยู่หรอก ติดอยู่ที่เพลงที่เปิดในงานมันดังเกินกว่าผมจะรับได้ ความที่ไม่ชอบเที่ยวกลางคืนและเป็นตำรวจในฝ่ายปราบปรามสถานที่แบบนี้ถือว่าไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่งที่คนดีๆจะเข้ามาเที่ยวเตร่

ผมรู้ว่าสีหน้าผมคงไม่ถูกใจหนุ่มน้อยวีไอพีของผมสักเท่าไหร่เพราะฟลุ๊คทำปากเบ้ๆใส่ผมอีกแล้ว ชิส์...ทีกับผมล่ะทำเหมือนเหม็นเบื่อเสียเต็มประดา แต่กับไอ้หน้าจืดเจ้าของงานกลับยิ้มให้เสียหวานฉ่ำ.. เหอะ..ก็ไหนบ่นกับน้องไอซ์ว่าไม่อยากมางานนี้สักเท่าไหร่

“ของขวัญครับพี่ดิว..สุขสันต์วันเกิดนะครับ”

ฟลุ๊ครับกล่องของขวัญจากมือผมไปส่งให้เจ้าของงาน ซึ่งก็ดูดีอกดีใจจนออกนอกหน้า

“ขอบคุณน้องฟลุ๊คมากเลยครับ เอ๊..อะไรอยู่ในกล่องนี้น้าอยากรู้จัง อืมเอาไว้พี่ไปเปิดในห้องนอนดีกว่านะครับ”

เจ้าของงานรับของขวัญไปถือแล้วส่งให้คนสนิทไปเก็บไว้อีกที ก่อนที่วงแขนนั้นจะโอบเอวบางของฟลุ๊คแล้วพาเดินเข้างานไป น้องหน้าเจื่อนไปนิดหันมาสบตาผม ผมรู้ว่าฟลุ๊คไม่ชอบแน่ๆโดยส่วนตัวแล้วน้องไม่ชอบให้ใครถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ อืม..ใช่สิครั้งหนึ่งผมก็เคยโดนดีจากความไม่ได้ตั้งใจของผมมาแล้วเหมือนกัน

“พี่โอขอโทษด้วยไอซ์ไปดูหนังกับพี่ไม่ได้แล้ว นะคะ แต่ไม่ต้องกลัวค่ะมีคนไปดูเป็นเพื่อนแน่นอน”

น้องไอซ์ครับน้องโทรมาขอโทษ..เฮ้อ..ผมเองก็พอจะรู้ว่าน้องไม่ได้ชอบผม ..ผมไม่ได้โง่นะครับ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นนักรักที่เชี่ยวนักแต่การกระทำแบบถ้อยทีถ้อยถนอมความรู้สึกแบบนี้ของน้องไอซ์ มันทำให้ผมดูเหมือนคนน่าสงสารไงไม่รู้สิครับ

ผมเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่จองไว้..ว่างเปล่า สงสัยคนที่บอกจะมาดูเป็นเพื่อนคงไม่อยากมาดูแล้วกระมังครับ หนังตัวอย่างเริ่มฉายแล้วสงสัยผมคงต้องดูคนเดียวจริงๆแล้วล่ะ

You’ve got mail หนังรักโรแมนติกในยุคเริ่มแรกที่มีการใช้อีเมล์กันอย่างแพร่หลาย หนังเรื่องนี้ฉายในปี 1998 และทำรายได้ถึง 250,821,495 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการบุกเบิกหนังรักออนไลน์ที่ถูกสร้างตามออกมาหลายเรื่อง จากหลายประเทศทั่วโลกในยุคนั้น ผมไม่อยากจะบอกเลยว่าในปี 1998 ผมยังไม่เคยใช้อีเมล์เลยและอีเมล์เป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับผมมากๆตอนนั้นผมกำลังเรียนอยู่ที่สามพรานครับ

พอหนังเริ่มจะฉายจริง อยู่ๆก็มีมือน้อยๆมาสะกิดให้ผมขยับที่นั่งครับ ผมเงยหน้าสบกับตาโตสวย น้องฟลุ๊ค!ตกใจอยู่ไม่น้อยครับที่น้องมาอยู่ตรงนี้ ก็ดูเหมือนน้องไม่ชอบขี้หน้าผมนักนี่นาแล้วทำไมถึงมาได้ หรือน้องไอซ์ไม่ได้บอกก่อนว่าคนที่จะมาดูหนังด้วยเป็นผม

“มาได้ยังไงอ่ะ”

“อ่ะอ้าว..งั้นฟลุ๊คกลับก็ได้อุตส่าห์โดดเรียนพิเศษมานะนี่ฮื่ย!!”

ฟลุ๊คทำท่าฮึดฮัดลุกขึ้นผมก็เลยต้องดึงข้อมือน้อยๆนั้นไว้ มีคนมาดูเป็นเพื่อนก็ดีกว่านั่งดูคนเดียวนี่นะ..แต่แรงผมคงมากไปหน่อยแค่ผมรั้งน้องไว้นิดน้องก็ล้มลงมานั่งตักผมอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“เฮ้ย!!”

เราอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน หน้าน้องซบกับอกผมพอดิบพอดี... อืม..เกิดมายังไม่เคยกอดผู้ชายคนไหนนอกจากพ่อ ผมก็ตกใจไม่แพ้น้องหรอกครับ..ไม่อยากบอกว่าใจผมเต้นแรงมากเลย และผมก็ได้ยินเสียงหัวใจคนในอ้อมกอดดังมากด้วย

“นั่งดีๆ...หนังฉายแล้ว”

ผมกระซิบเบาๆให้พอได้ยิน น้องรีบผลักอกผมแล้วลุกมานั่งที่ด้านซ้ายมือ ...ผมไม่เข้าใจเค้าจริงๆเลยเชียว ...กับตาโตที่ตวัดวาบๆใส่ผมอยู่ขณะนี้

“นี่มันจะอะไรกันนักกันหนาเนี่ยหึ!!...กะอีแค่โดนผู้ชายกอด”

กว่าผมจะดูหนังต่อได้ ผมก็โดนหยิกและข่วนจากไอ้เด็กวายร้ายนั่นเสียเขียวไปหมดเลยครับ...

ผมตามมาที่โต๊ะกับน้องด้วย ดูเหมือนว่าโต๊ะนี้จะเป็นโต๊ะที่อยู่ลึกที่สุดและใหญ่ที่สุดในร้าน เพื่อนร่วมโต๊ะเกือบ10คนนั่งกระจายกันอยู่บนโซฟาสีดำสนิทที่โอบเป็นครึ่งวงกลมล้อมโต๊ะกลางที่ทำจากกระจกใสไว้ นายดิวชำเลืองมองผมด้วยหางตาบ่อยๆ น้องไม่ได้บอกหรอกครับว่าผมเป็นบอดี้การ์ดเพราะเราไม่อยากให้ใครรู้ น้องได้แต่แนะนำว่าผมคือพี่โอ..แค่นั้น

ผมไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าตอนนี้ผมทำหน้ายังไง แต่ที่แน่ๆ ผมไม่สบอารมณ์อย่างมากกับท่าทีของนายดิวที่กำลังพยายามให้น้องดื่มเครื่องดื่มอะไรสักอย่างซึ่งก็แน่นอนว่าต้องมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ด้วย

“คุณดิวครับผมคิดว่าน้องฟลุ๊คไม่ควรดื่มนะครับ”

ผมเอ่ยออกมาเบาๆด้วยท่าทีที่คิดว่าสุภาพที่สุดแล้ว นายดิวตวัดสายตาใส่ผมก่อนจะปรับสีหน้ายิ้มแย้มอย่างคนที่อยู่ในวงสังคมหรูทำกันบ่อยๆ

“ก็แค่Rum & coke เบาๆครับพี่โอ ไม่เมาหรอกน่า..นิดเดียวครับน้องฟลุ๊ค เพื่อพี่...เป็นเกียรติสำหรับวันเกิดพี่นะครับ”

น้องหันมาสบตากับผมอีกแล้ว ผมส่ายหน้าช้าๆส่งสัญญาณว่า..ไม่..แต่แล้วไอ้เด็กหน้าหวานก็เบ้ปากใส่ผมอีกละ..แล้วรับแก้วทรงสูงขึ้นมาจิบพร้อมทั้งหันมายักคิ้วกวนๆส่งให้ผมด้วย..ฮื่ย!.. ทั้งโต๊ะส่งเสียงเชียส์กันดังลั่น ชิส์!.ผมเบือนหน้าหนีจากภาพนั้น ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบ น้องผู้หญิงที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆพยายามส่งเบียร์ให้ผม ผมต้องคอยปฏิเสธอยู่บ่อยๆ..เฮ้อไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยจริงๆให้ตายสิ

ดึกมากแล้ว ผมรู้สึกไม่สนุกเลยสักนิด งานเลี้ยงแบบนี้ถ้าในสายตาของผมที่เป็นตำรวจมานานผมพอจะรู้นะครับว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างแอบแฝงแน่ๆ แต่เพราะตอนนี้เป้าหมายคือการดูแลวีไอพีของผม ผมเลยทำเป็นไม่สนใจไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่กำลังมี พิรุตอยู่ที่หน้าห้องน้ำนั่น

ผมมัวสังเกตบรรยากาศรอบข้างที่เริ่มจะตึงเครียดจากการที่น้ำเมาเข้าปากวัยรุ่นไปตั้งแต่หัวค่ำ แม้จะดูเป็นผู้รากมากดีแต่พอดีกรีแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มมากขึ้นความกักขระก็ปรากฏ เสียงโวยวายจากโต๊ะอีกมุมหนึ่งของห้องทำให้ดิวหันเหความสนใจจากการประชิดคนหน้าหวานไปได้ ลูกน้องคนสนิทเข้ามากระซิบบางอย่างเจ้าของงานก็เลยต้องลุกไปเคลีย

ผมเริ่มสังเกตว่าน้องหน้าแดงขึ้นมาก นี่ดื่มไปกี่แก้วแล้วนี่ ..เฮ้อเด็กอวดดี..ผมรีบลุกไปนั่งประกบด้านขวาของน้อง น้องหันมาสบตาผมพร้อมกับสีหน้าที่เริ่มไม่ค่อยดีนัก น้องเอียงตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบบางอย่างกับผม

“พี่โอ...ฟลุ๊คอยากกลับแล้ว”

ทันทีที่น้องพูดจบผมก็โอบเอวน้องลุกขึ้นพาเดินเลี่ยงออกจากมุมอับนั้น อากาศในร้านเริ่มเต็มไปด้วยกลิ่นและควันบุหรี่... กัญชา! …ผมรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อส่งให้น้อง

“ปิดจมูกไว้ฟลุ๊ค”

มือใหญ่ประคองร่างที่เริ่มอ่อนแรงและเสียการทรงตัวนั้นไว้ น้องดูว่าง่ายกว่าทุกครั้งที่สติครบถ้วน ผมกำลังจะพาน้องพ้นจากประตูมาได้แล้วเชียวแต่นายดิวกลับมาขวางไว้เสียก่อน

“อ้าวน้องฟลุ๊คของพี่เป็นอะไรไปครับ ไม่สบายหรือพาน้องไปพักที่ห้องข้างบนก่อนก็ได้นะครับพี่โอ ทางนี้ครับ”

“ไม่ดีกว่าครับพี่ดิว..พอดีฟลุ๊คแพ้ควันบุหรี่ ขอตัวกลับก่อนนะครับ มีความสุขมากๆนะครับพี่”

น้องกระตุกชายเสื้อสูทผม ผมก็เลยก้มหัวเป็นเชิงกล่าวลากับเจ้าของงาน แล้วรีบพาน้องไปยังรถที่นายสมานนายตำรวจนอกราชการลูกน้องคนสนิทที่ผมพามาจากกรมตำรวจด้วย จอดรอเตรียมพร้อมอยู่แล้ว น้องเอนหลังพิงเบาะนั่งอย่างอ่อนล้า..ใบหน้าสวยเผือดสีและเริ่มมีเหงื่อซึม..ตาโตปิดสนิท

“ไหวไหมฟลุ๊ค”

“พี่โอ..ฟลุ๊คอยากไปดูแหลมพรหมเทพ”

“หา!...ตอนนี้นี่นะ”

“ฮื่อ...พาไปหน่อยสิฮะ”

ในที่สุดผมก็มานั่งอยู่ที่แหลมพรหมเทพจนได้ จ่าหมานถูกพี่โอสั่งให้กลับไปที่บ้านก่อน ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากอาการพะอืดพะอมเมื่อครู่หายไปเกือบหมดแล้ว ชาร้อนที่พี่โอจอดซื้อจากร้านสะดวกซื้อทำให้ผมสดชื่นขึ้น เรานั่งจิบชากันเงียบๆ ที่ลานจอดรถของส่วนชมวิว ไม่บ่อยนักที่เราอยู่ด้วยกันแล้วจะไม่มีการปะทะกันแบบนี้ ผมก็บอกไม่ได้นะฮะว่าทำไมผมถึงหมั่นไส้สายตาแบบนี้ของพี่ สายตาที่คล้ายประเมินผมแทบทุกอิริยาบถ... ใช่สิ... ผมไม่ใช่พี่ไอซ์นี่

“ชิส์!!”

ผมเผลอปล่อยอารมณ์ออกมาจนคนนั่งข้างต้องหันมามอง.. อีกแล้ว...สายตาดุๆนั่นส่งมาอีกแล้ว ผมก็เลยตวัดสายตากลับไปบ้าง

“นี่จะมาค้อนอะไรผม ผมยังไม่ได้เอาเรื่องคุณเลยนะ”

“อีกล่ะ...คราวนี้ฟลุ๊คทำอะไรผิดอีกล่ะ”

“ก็ที่งานเลี้ยง...รู้ไหมว่าที่นั่นเต็มไปด้วยยาเสพติดและของผิดกฎหมายทั้งนั้น”

“จะไปรู้ได้ไงล่ะ..ความจริงฟลุ๊คอยากไปซะที่ไหนล่ะ ฮื่ย!”

“นี่ขนาดไม่อยากไปนะยังสนุกเสียจนดื่มมากขนาดนี้ ถ้าอยากจริงๆไม่ดื่มวิสกี้เลยเหรอ ขนาดพี่ส่งสายตาห้ามก็ไม่เชื่อ…เด็กอะไรอวดดีชะมัด”

“พี่โอ!..ทำไม!...ฟลุ๊คมีดีจะอวดแล้วจะทำไม...ก็ถ้าไม่เพราะ..อ่ะ..ไม่พูดแล้ว”

“ก็บอกแล้วว่าถ้าลำบากนักไม่ต้องมาดูแลฟลุ๊คก็ได้ ฟลุ๊คดูแลตัวเองได้”

“เหอะ!!ดูแลตัวเองได้..แบบนี้นี่นะ..ดีแต่ปากล่ะสิ ถ้าพี่ไม่มาด้วยจะเกิดอะไรขึ้นรู้บ้างไหมหือ”

“ไม่รู้ๆๆไม่อยากฟังแล้วบ่นอยู่ได้..เบื่อเข้าใจไหม...เบื่อที่สุดอ่ะ!”

อารมณ์เสีย!!! ทำไม ในสายตาพี่ผมถึงผิดไปหมดทุกอย่าง ทั้งๆที่บางครั้งที่ผมทำไปผมไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ ก็อย่างไอ้ Rum&coke ที่ดื่มเข้าไปมันหวาน ซ่า และอร่อย ก็เลยดื่มเพลิน แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะว่าจะทำให้เมาได้เร็วขนาดนั้น ผมหยุดพูด ไม่อยากให้บรรยากาศดีๆตรงหน้าเสียไป เปิดประตูรถออกมา ลมเย็นๆที่พัดปะทะใบหน้าทำให้อาการวิงเวียนที่เริ่มแล่นขึ้นมาอีกจางหาย ขาแทบไม่มีแรงจะเดินแต่ก็พยายาม เดินไปทิ้งตัวพิงร่างกับฝากระโปรงรถไม่อยากเสียฟอร์มให้ไอ้พี่โอเห็น ชิส์! มาว่าผมอวดดี...เกลียดนักเชียว


กอดอกเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกว้าง บอดี้การ์ดของผมเดินตามออกมายืนกอดอกทำหน้าตูดหมึกอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงบ่นพึมพำเบาๆ

“แล้วนี่จะมาดูอะไรกันมืดขนาดนี้ เขามีแต่มาดูพระอาทิตย์ตกดิน”

ผมเหนื่อย...ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนเถื่อนดิบในตอนนี้... นี่คงอยู่แต่กับอาวุธ รู้แต่ยุทธวิธีต่อตีกับศัตรูจนหาอารมณ์สุนทรีในชีวิตแทบไม่ได้ ผมตวัดสายตาให้อีกครั้ง ส่ายหน้าน้อยๆชี้ไปยังภาพงดงามตรงหน้า

“ฟลุ๊คกำลังดูพระจันทร์บนฟ้าและดูดาวในทะเล”

คนหน้าบูดหันมองไปตามที่ผมชี้ จุดชมวิวที่เรายืนตรงนี้อยู่บนชะง่อนเขา แสงจันทร์จากพระจันทร์ดวงโตพอเพียงจะทำให้เรามองเห็นเกาะแก้วเป็นเงาจางๆอยู่ที่ปลายแหลม มองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ของทะเลอันเวิ้งว้างได้รอบทิศ เป็นภาพที่มีเสน่ห์ มีมนต์ขลัง ชวนให้หลงใหลอย่างน่าประหลาด

“สวยต่างจากตอนพระอาทิตย์ตกดินใช่ไหมล่ะ..ชิส์”

“แต่ก็นะ อย่างพี่ไม่รู้จะเสพความสุนทรีไปทำไม...ปากร้ายใจกระด้าง”

หึๆ ผมเบ้ปากให้ไปทีหนึ่งพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาน้อยๆเลียนแบบท่าทางคนตรงหน้า ก่อนจะปล่อยหัวเราะออกมา อดสะใจกับคนที่กำลังอ้าปากค้าง อึ้ง ทึ่งกับภาพงดงามตรงหน้านี้ไม่ได้ ผมเหลือบมองใบหน้าคมคายของพี่โออีกครั้ง พี่ดูอารมณ์ดีมากขึ้น มีรอยยิ้มจางๆจากปากบางนั้น เวลายิ้มพี่ก็ดูหล่อดี ต่างกับตอนที่ทำหน้าถมึงทึงใส่ผมมากเหลือเกิน

“พี่รู้ไหมว่าเมื่อครั้ง พระยารัษฏานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นข้าหลวงปกครอง มณฑลภูเก็ต ได้มีซินแสท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า ภูมิศาสตร์และทำเลของเกาะภูเก็ต มีลักษณะที่ตั้งเป็น ฮ่ายเหล็ง หรือมังกรทะเลแห่งมหาสมุทรอินเดีย ที่มีความเชื่อมาจากตำนาน เจ้าสมุทรทั้งสี่ว่าช่วยดูแลปกปักรักษา มหาสมุทรตามบัญชาสวรรค์ จึงได้มีการจัดสร้างพญามังกรทะเล หรือฮ่ายเหล็ง สัตว์มงคลที่ยิ่งใหญ่ ขึ้นเพื่อให้ช่วยปกป้องคุ้มครองชาวภูเก็ตและผู้มาเยือน โดยหัวใจ ของมังกรอยู่ตรงกลางเมือง ส่วนบริเวณที่เรายืนอยู่ตรงนี้คือส่วนหัวของมังกร”

“หึๆรู้อะไรดีๆเหมือนกันนะเราน่ะ..แต่ก่อนเห็นชอบโดดเรียนนี่นา..นึกว่า...”

“ฮื่ย!..ถึงแม้ฟลุ๊คจะยังเรียนไม่จบแต่ก็ไม่โง่นะ”

“เหรอ.อ.อ...”

....ที่ต้องโดดเรียนพิเศษบ่อยๆนี่ก็เพราะใครกันเล่า ....ยังไม่รู้ตัวอีกใช่ไหม

ผมสบสายตาคมกล้าของพี่อยู่นาน ก่อนจะละสายตาหันกลับไปมองทะเลเวิ้งว้างตรงหน้าอีกครั้ง ปล่อยใจให้ดื่มด่ำกับความสวยงามของธรรมชาติ ภาพสวยงามและลมเย็นๆที่พัดโชยแผ่วทำให้ใจผมสงบลง การที่ต้องกลายเป็นผู้ถูกวางตัวให้สืบทอดกิจการทุกอย่างต่อจากป๊าทำให้ผมเครียด ผมเป็นลูกชายคนเดียวของป๊า แม้พี่ไอซ์จะเป็นลูกคนโตแต่เพราะเป็นผู้หญิงป๊าจึงให้พี่ดูแลธุรกิจที่กรุงเทพฯ

และในเร็วๆนี้พี่ไอซ์ก็จะแต่งงานแล้ว กับนักธุรกิจที่พี่รักตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกาด้วยกัน..ผมอยากรู้จริงๆว่าถ้าพี่โอรู้ว่าพี่ไอซ์จะแต่งงาน พี่โอจะว่ายังไง

ก็แล้ว..มันเรื่องอะไรของผมล่ะ...คนใจกระด้างปากร้ายแบบนั้นคงไม่รู้สึกรู้สมอะไรหรอก...ช่างเถอะ


“ตีสองกว่าแล้วกลับกันหรือยัง”

เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างๆ ผมขยับตัวพยายามยืนให้ตรง พยักหน้าน้อยๆแล้วเดินตามกลับมาที่รถ จากแหลมพรหมเทพมาถึงบ้านใช้เวลาไม่นานนัก อยู่ๆผมก็ให้พี่จอดที่ร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้าน

“พี่โอ ซื้อไอศครีมบลูเบอรี่ให้หน่อยสิ...ฟลุ๊คอยากทาน”..
กลิ่นหอมของบลูเบอรี่ทำให้ผมนึกถึงไอศครีมในชามแก้วใบโต

“นี่..อุตส่าห์โดดเรียนมาดูหนังเป็นเพื่อนแล้วไม่เลี้ยงอะไรตอบแทนบ้างเหรอ หิวแล้วนะ”

ผมอดบ่นไอ้คนผมเกรียนที่ทำดีมาจีบพี่ผมแต่แห้วรับประทานไม่ได้ หึ! นี่ก็ยังไม่รู้ตัวละสิว่าพี่ไอซ์ไปทานข้าวกับแฟนนะ เฮ้อ..ไอ้พี่เกรียนที่น่าสงสาร

“โหเป็นพระคุณมากเลยนะคร๊าบที่..อุตส่าห์!..มาเป็นเพื่อน”

“จะทานอะไรล่ะ บอกก่อนนะว่าไม่ได้มีเงินเยอะเหมือนลูกเจ้าพ่อ”

“ใครลูกเจ้าพ่อ อย่ามาพูดแบบนี้นะ ...ป๊าไม่ใช่เจ้าพ่อ!”

“อ่ะ..ไม่ใช่เจ้าพ่อก็ได้...แต่เป็น...นายหัว...ว่าไงล่ะจะทานอะไร”

“ไอศกรีม earthquake 6 ก้อน”

ผมกำลังเอร็ดอร่อยกับการป้อนไอศกรีมบลูเบอรี่เข้าปาก ในใจก็ลุ้นๆนะครับว่า 6 ก้อนนี้จะมีของที่ผมอยากได้มากน้อยแค่ไหน ไอ้พี่เกรียนที่จ้องเขม็งดูผมทานไอศกรีมอยู่นานแล้วคงเกิดความสงสัยว่ามันอร่อยตรงไหน ถึงได้คว้าช้อนในมือผมไปตักไอศกรีมเข้าปากตัวเองเสียคำโต

“ฮื่อ..อะไรเนี่ย “
พี่โอแลบลิ้นให้ผมดูก้อนกลมๆในปาก อ๊าๆๆๆบับเบิ้ลกัมม์ที่ผมรอคอยไปอยู่ในปากไอ้พี่เกรียนแล้ว

“คายออกมาเลยเดี๋ยวนี้เลยนะ นั่นมันของฟลุ๊คนะฮื่ยๆๆๆ”

แล้วผมก็ได้บับเบิ้ลกัมม์มาจากปากพี่จนได้ หึๆ ไอศกรีม 6 ก้อนกับบับเบิ้ลกัมม์ 6 ลูกก็ถือว่าไม่ขาดทุนมากมายนัก ผมกำลังเคี้ยวบับเบิ้ลกัมม์อย่างเมามัน นี่ก็บ่ายมากแล้ว จริงๆไม่อยากกลับบ้านแต่หมดเวลาของผมแล้วฮะ แน่นอนไอ้พี่เกรียนต้องไปส่งผมอยู่แล้วเพราะลุงแช่มถูกผมไล่กลับไปตั้งแต่ตอนมาส่งที่เรียนพิเศษแล้ว


ตั้งแต่เกิดรอบตัวผมไม่เคยขาดผู้คนรุมล้อม เบื่อเหลือเกินกับการที่ต้องอยู่ในสายตาของผู้ดูแลตลอดเวลาแม้จะรู้ว่าเพื่อความปลอดภัย..แต่ผมอึดอัด...ผมรู้สึกสนุกทุกครั้งเวลาที่ได้โดดเรียนมาอยู่กับไอ้พี่แบบนี้...ไม่ใช่ว่าผมชอบแต่ผมรู้สึกว่าผมเป็นอิสระ...ไม่มีใครคอยติดตามทุกฝีก้าวและรู้สึกว่าตัวเองก็เหมือนเด็กมัธยมธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น..


ผมเดินตามหลังคนที่กำลังเดินลิ่วนำหน้าผมไปอย่างกับตามอะไรที่หายไปสักอย่าง ...ชิส์ ...ผมพยายามเป่าหมากฝรั่งในปากให้พองโตมากที่สุด บับเบิ้ลกัมม์ 6ลูกนี้มันน่าจะได้โป่งลูกใหญ่มากแน่ๆ ฮ่าๆ


มันเป็นอะไรที่สนุกมากเลยนะฮะ การได้ทานไอศกรีมที่แสนอร่อยแถมมีของให้เล่นด้วย และผมนี่ก็เป็นแชมป์เป่าโป่งจากบับเบิ้ลกัมม์ที่หาตัวจับยากมากๆเลยขนาดไอ้โตว่าแน่มันยังแพ้ผมราบคาบ

..อ่ะ...โป่งจากปากผมกำลังพองโตขึ้นอย่างช้าๆ... อ่ะฮ้า ...มันใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ตื่นเต้นที่สุดฮะ แต่แล้วอยู่ๆผมก็เดินชนกับบางคนที่เดินนำหน้าแล้วหยุดอย่างกะทันหัน


บับเบิ้ลกัมม์ลูกใหญ่แตกอยู่บนผมเกรียนๆของไอ้พี่โอ...ฮือ.อ.อ.ผมไม่ได้ตั้งใจนะฮะ

“ไอ้ฟลุ๊ค!!!”

ผมปล่อยหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ภาพพี่ตอนถูกกล้อนผมจนเป็นสกินเฮดเบอร์1นี่มันตลกจนดูไม่ได้เลยฮะ

+++tbc+++

@@@เรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อหยอกเย้ารูปน้องฟลุ๊คเมื่อครั้งไปงานที่ปักกิ่งโดยซุปตาร์มีบอดี้การ์ดห้อมล้อมถึง6คน..ดูเป็นคุณหนูลูกชายเจ้าพ่อไงไม่รู้..^^
และที่แน่ๆในเมื่อมีน้องฟลุ๊คก็ต้องมีคู่ขวัญคือพี่โอ(ของมันแน่อยู่แล้น)

อิอิอิอ่านเอาสนุกนะคะขำๆค่ะ



Create Date : 17 ธันวาคม 2554
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 3:13:53 น.
Counter : 1857 Pageviews.

20 comments
  
หวัดดีครับ...........................
โดย: maramba1 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:12:04:40 น.
  
น่ารักที่สุดเลย^^
โดย: miyukik IP: 110.49.252.220, 141.0.10.74 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:14:41:52 น.
  
น่ารักมากเลยค่ะ มาต่อไวไวน้า
โดย: BeN IP: 202.44.72.124 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:14:53:27 น.
  
ว้าวววว เรื่องใหม่..... น่ารักมากๆเลยพี่ดา

มาต่อไวๆนะคะ เริ่มต้นก็สนุกแล้วคะ
โดย: เหมียว pinchadee IP: 58.11.68.36 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:21:07:16 น.
  
ชอบตรงที่ เรียก พี่ๆ น้องๆ นี่แหละ น่ารักอะ

เข้ามาเป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ

ติดตามตอนต่อไปอย่างกระชั้นชิดค่ะ ^_^
โดย: Planoiizz IP: 223.207.137.60 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:21:10:55 น.
  
แอร๊ยยยยยย...น่ารักอ่ะ
อ่านไปยิ้มไปกับความน่ารักปนเฮี้ยวของหนุ่มหน้าหวาน
และความงี่เง่าและถือตัวของหนุ่มหัวเกรียน
ต่างคนเหมือนจะไม่ถูกกัน...แต่จริงๆแล้วเหมือนจะแอบ
มีใจให้กันแต่ไม่รู้ตัว5555
เนื้อเรื่องน่ารักงยากอ่านคอนต่อไปแล้รสิ!!!!
มาต่อไวไวน้าาาาน้องดาเป็นกำลังใจให้ค่ะ

โดย: พี่นิด IP: 49.230.226.18 วันที่: 17 ธันวาคม 2554 เวลา:23:05:42 น.
  
น่ารักที่สุดเยยย
อย่างไรก้อรอตอนต่อไปนะค๊าา
โดย: LovePK IP: 223.205.35.133 วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:0:26:32 น.
  
น่ารักมากๆๆๆค่ะ อยากอ่านต่อไวๆ :)
โดย: แฟนฟิคคนหนึ่ง IP: 103.1.164.57 วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:12:05:15 น.
  
มีเรื่องใหม่มาให้ติดงอมแงมอีกแล้ววววว
น่ารักมากค่ะ รอตอนต่อไปอย่างใจจอใจจ่อนะคะ
โดย: jasmine IP: 223.207.205.184 วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:16:32:06 น.
  
555 บอดี้การ์ดโอคงต้องไป fitness เพิ่มกล้ามเนื้อขึ้นอีกหน่อย จะได้ดูแลคุณชายฟลุคได้

ยินดีกับเรื่องใหม่ของหนูดา

รอตอนต่อไปนะคะ
โดย: tipjang (พี่ทิพย์เองค่ะ) IP: 192.168.178.174, 183.88.249.46 วันที่: 18 ธันวาคม 2554 เวลา:19:59:14 น.
  
แอร๊ยยย มีเรื่องใหม่มาอีกด้วย
ไรท์เตอร์น่ารักที่สุดเลย
รอตอนต่อไป มาเร็วๆนะจ๊ะ
โดย: windy IP: 10.10.1.243, 61.19.71.146 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:10:22:21 น.
  
น้องฟลุคอยู่ภูเก็ต
เขียนบทให้พี่โอ กับ น้องฟลุค
มาเที่ยวตรัง บ้างสิค่ะ ไรท์เตอร์
โดย: pink IP: 10.10.1.243, 61.19.71.146 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:10:58:26 น.
  
น่ารักมากๆอะเรื่องนี้

มีกลิ่นอายความอบอุ่นเพิ่มมากขึ้นแล้ว

รอลุ้นตอนต่อไป...อิอิ

ชอบน้องฟลุ๊คลุคนี้จังดูน่ารักน่าหยิกแก้มมาก ^^
โดย: lunarcry25 IP: 115.87.200.211 วันที่: 23 ธันวาคม 2554 เวลา:11:41:51 น.
  
ชอบน้องฟลุค ดูเป็นเด็ก ๆ ซน ๆ น่ารักอะค่ะ ชอบบบ
โดย: จา IP: 111.84.174.35 วันที่: 23 ธันวาคม 2554 เวลา:23:02:07 น.
  
กรี๊ดดดดด
น้องน่ารักจังงงง ชอบๆๆๆ ขอบคุณมากค่ะ
โดย: รักน้อง IP: 171.4.218.242 วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:12:10:25 น.
  
สงสัย จะติดงอมแงม ชัวร์ ค่ะ ขอบอก อิๆๆ น่ารักอ่ะ ลั้นลา ฮากระจาย สุดๆๆ ^^_^^.
โดย: lek^lek IP: 223.205.132.206 วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:23:49:05 น.
  
กริ๊ดดดดดดดดดดดด เค้าพลาดไปได้ไงก็ไม่รู้อ่ะค่ะพี่ดา เค้าชอบมากมายเลยค่ะ ^^
โดย: Hikari Bass วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:23:34:14 น.
  
ตกหล่นเหมือนกัน 5555
เพิ่งตามเข้ามาอ่าน ลูกชายมาเฟียหน้าหวาน
กับบอดีการ์ดหน้าเข้ม
เนื้อเรื่องเข้ากับสถานการณ์จริงๆ 555+
โดย: Neshumah IP: 110.168.102.34 วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:14:47:41 น.
  


เข้ามาอ่านอีกรอบในนี้ชอบๆๆๆๆๆๆค่ะ

ชอบลุ๊คนี้ของน้องมันแสบซ่าดีอ่ะ
โดย: ภัทร IP: 124.120.42.221 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:23:25 น.
  
ขอติดตามพ่อบอดี้การ์ดสุดเข้มกับคุณชายไฮโซด้วยนะคะสนุกน่าติดตามค่ะ
โดย: มะลิ IP: 171.4.170.144 วันที่: 11 มิถุนายน 2555 เวลา:22:26:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Lovelyda.BlogGang.com

womam in love
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]